สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)

สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)

วรนิษฐา / Miss sexy

5.0
ความคิดเห็น
598
ชม
27
บท

สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ “นี่คุณจะใจดีจ่ายหนี้แทนณดลอย่างนั้นเหรอ” เพราะไม่พอใจกับการตัดสินใจของเภตราทำให้เสียงของภูเมฆนั้นห้วนไม่น่าฟัง “ฉันจ่ายเพื่อซื้ออิสรภาพของตัวเองต่างหากแล้วค่อยไปเอาคืนผู้ชายห่วยๆ นั่น คุณอยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามา” มีหรือที่เภตราจะจ่ายหนี้ให้ณดลกลับกันเธอจะเอาคืนอีกฝ่ายให้สาสมต่างหาก “ผมไม่รับเงินสดไม่รับเช็คหรืออะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ผมอยากได้คือแรงและเวลา ถ้าคุณทำตัวดีๆ สามสี่ปีก็น่าจะใช้หนี้ผมได้หมด” “แล้วสิ่งที่คุณทำกับฉันเมื่อคืนมันมีค่าเท่าไหร่ ไม่พอใช้หนี้เลยหรือไง” เภตราเอ่ยถามเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่จู่ๆ ก็เอ่อออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ภูเมฆสบตาที่แดงก่ำของเธอแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่พอ” คำตอบของเขาช่างแสนเลือดเย็นจนทำให้เภตราจุกไปทั้งอกก่อนจะกล้ำกลืนน้ำตาลงคอ เพราะไม่อยากให้มันไหลออกมาประจานตัวเอง ในเมื่อเขาไม่เห็นค่าของมันเธอไปเก็บมาใส่ใจแล้วจะได้อะไร

บทที่ 1 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

ขอต้อนรับนักอ่านทุกท่านเข้าสู่ ‘ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ’ ค่ะ โดยเป็นซีรีส์สามพี่น้องที่เป็นแฝดกันนะคะ

เริ่มแรกจะเป็นของพี่ใหญ่อย่างภูเมฆ(สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ) ตามด้วยคนกลางอย่างภูตะวัน (สวาทรักนายหัวภูตะวัน) และคนสุดท้ายน้องเล็กอย่างภูภูมิ(สวาทรักนายเหมืองภูภูมิ) โดยเนื้อหาทั้งสามเรื่องสามารถแยกอ่านกันได้ไม่มีความสับสนใดๆ ค่ะแต่ถ้าอ่านด้วยกันความฟินคือไม่ต้องพูดถึง

เพราะวันนี้มีนัดกับคนสำคัญ เภตราจึงแต่งตัวสวยเป็นพิเศษกระทั่งถึงเวลานัดหมายรถยุโรปคันสวยมูลค่าหลายล้านก็แล่นเข้ามาจอดรอที่หน้าบ้าน ก่อนที่ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาจะเปิดประตูรถลงมายืนเต็มความสูงเพื่อรออีกฝ่ายที่เวลานี้กำลังเดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมมารดา

ร้อยแก้วพยายามถามว่าที่ลูกเขย เพราะเธอถามลูกสาวแล้วแต่เภตรากลับส่ายหน้าแล้วอธิบายว่าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าณดลจะพาไปไหน เมื่อส่งทั้งคู่เสร็จเธอก็เดินกลับเข้าบ้านตรงไปสมทบกับสามีที่เวลานี้อยู่ในห้องนั่งเล่น

“ดลมารับขิมไปแล้วเหรอ” พฤกษ์เอ่ยถามภรรยาขึ้น

“ค่ะ ฉันถามว่าจะพากันไปไหนก็ไม่ยอมบอก”

“ลูกกลับมาก็คงเล่าให้ฟังเอง” ร้อยแก้วพยักหน้ารับเห็นด้วยแม้จะอยากรู้แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ ก่อนเข้าไปนั่งข้างๆ สามีแล้วพูดคุยกันถึงเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวคนเล็กที่น่าจะใกล้เข้ามาเต็มที

นั่นเพราะตอนนี้เภตราและณดลหมั้นหมายกันมาได้เกือบปีแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็เกริ่นถึงเรื่องแต่งงานอยู่เนืองๆ เห็นว่าแต่งงานกันเมื่อไหร่ณดลอาจต้องย้ายไปคุมงานที่สาขาต่างประเทศซึ่งเภตราในฐานะภรรยาก็น่าจะต้องเดินทางไปด้วย

โดยขณะนั้นว่าที่บ่าวสาวก็กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ในรถ ก่อนที่เภตราจะกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างสนใจกระทั่งเห็นณดลเลี้ยวเข้าโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง หัวใจของเธอก็เต้นโครมครามขึ้นมาทันทีเพราะสมองจินตนาการไปถึงบางเรื่องแล้วนั่นเอง

“เรามาทำอะไรที่นี่กันหรือคะ”

“ดูเรือนหอครับ ผมขอโทษที่ถือวิสาสะพาคุณขิมมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ถาม” นั่นเพราะณดลใจร้อนอยากเซอร์ไพรส์เภตรา อีกอย่างจำนวนบ้านในโครงการที่เขาสนใจก็ลดน้อยลงไปทุกวัน แม้ราคาของบ้านแต่ละหลังจะหลายสิบล้านทว่ากลับมีคนสนใจมากกว่าที่คิดรวมไปถึงเขาที่มองว่ามันคุ้มค่าที่จะซื้อ

“ไม่ค่ะ”

“หลังจากที่เราแต่งงานกันผมอาจต้องเดินทางไปดูงานที่สาขาต่างประเทศ แต่ยังไงผมก็อยากมีบ้าน บ้านที่เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน”

“ค่ะ” เภตราพยักหน้ารับอย่างเขินอาย ยิ่งได้รู้จักเธอก็ยิ่งรักในตัวของณดล ชายหนุ่มเป็นนักวางแผนที่ดีที่ทำให้เธอมองเห็นอนาคตร่วมกันกับเขาได้ไม่ยากและเขาก็ค่อนข้างตรงไปตรงมากับความรู้สึก แม้บางครั้งจะทำเธออึ้งก็ตาม

ณดลเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังลานจอดหน้าคลับเฮาส์ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ลงมาต้อนรับพร้อมกางร่มให้ เมื่อเข้าไปนั่งในห้องแอร์เย็นๆ เจ้าหน้าที่อีกคนก็นำน้ำแร่รวมถึงมาการองจากร้านดังมาเสิร์ฟให้ลูกค้าคนสำคัญ

จากนั้นก็อธิบายถึงคอนเซ็ปต์ของโครงการแล้วจึงพาไปชมบ้านตัวอย่างที่อยู่ไม่ไกลนัก ที่นี่ค่อนข้างเน้นเรื่องสังคมคุณภาพและความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านเพราะทั้งโครงการมีเพียงแค่ 50 หลังเท่านั้น แต่ยิ่งเภตราเห็นแบบบ้าน ผังการตกแต่งหรือแม้แต่ของตกแต่งบางชิ้น จู่ๆ ใครคนหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัว

“เป็นไปไม่ได้” เภตราพึมพำออกมาเพราะเวลานี้เขาคนนั้นไม่น่าจะอยู่กรุงเทพฯ แต่ท่าทางไม่ปกติของเธอทำให้ณดลที่อยู่ใกล้สังเกตเห็นจึงเอ่ยถามขึ้น

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” หญิงสาวส่ายหน้าให้เขาแล้วสลัดเรื่องในหัวทิ้งเพื่อสนใจกับบ้านตัวอย่างต่อ แต่เภตราก็ทำได้เพียงไม่นานเนื่องจากสมองมันไม่ยอมทำตามที่เธอสั่งเสียแล้ว

‘ถ้ามีบ้าน ขิมอยากมีบ้านแบบไหน’

‘แบบนี้ค่ะ’

แบบบ้านถูกส่งไปให้อีกฝ่ายได้ดู ซึ่งมันคือบ้านที่เธอออกแบบด้วยตัวเอง

‘แบบนี้เหรอ’

‘ค่ะ’

‘ผมจะสร้างให้’

‘จริงๆ นะ’

‘ครับ ผมสัญญา’

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ วรนิษฐา / Miss sexy

ข้อมูลเพิ่มเติม
ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

มหาเศรษฐี

5.0

เธอคือ....นางโจร ส่วนเขาคือนายตำรวจ...มือหนึ่ง แต่พรหมลิขิตกลับชักพาให้นางโจรอย่างเธอปล้นความรักไปจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่าง...เขา +++++ “ผมบอกไปหรือยังว่าผมรักคุณ” “ยังค่ะ” มีนาเอ่ยตอบด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อคืนเหมือนเธอจะได้ยินเมฆาบอกรัก แต่มันก็แผ่วเบาเสียจนคิดว่าเธอคงฝันหรือไม่ก็เพ้อไปเองคนเดียว “โอเค...ผมรักคุณ” เมฆาบอกรักคนในอ้อมกอด มันคือคำว่ารักที่แสนเรียบง่ายแต่ทว่ากลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึก ทั้งจากคนพูดและคนที่ได้ยิน เพราะหากไม่แน่ใจว่ารักเมฆาหรือจะพูดคำนี้ออกมา “ผู้ชายเขาบอกรักกันง่ายๆ แบบนี้เหรอคะ” “ใครบอกว่าง่าย เมื่อคืนกว่าผมจะบอกรักคุณมีนด้วยภาษากายได้ก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเชียวนะ” “ทะลึ่ง” มีนามองค้อนมาให้ นั่นเพราะรู้ความหมายที่เมฆาเอ่ยว่าคืออะไร “ผมพูดเรื่องจริง” “แต่ฉันเป็นโจรที่เคยยกเค้าบ้านคุณนะคะ ถูกแจ้งจับอีก แบบนี้คุณยังจะรักฉันอย่างนั้นเหรอ” “มีกฎหมายข้อไหน ห้ามไม่ให้ตำรวจรักกับโจรบ้าง” “ก็...” คนฟังแย้งไม่ออก “ผมว่าความรักมันไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัว รักก็คือรัก” “แต่เราต่างกันเกินไป ฉันคิดว่า...” “โลกนี้ไม่มีคำว่าต่าง ต่อให้มีเราก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันก็ได้นี่ครับ ผมขอแค่โอกาส” “ฉัน...” “ผมรักคุณมีน ต่อให้จะนอนคิดนั่งคิดหรือตีลังกาคิดก็ยังรัก” เมฆาเอ่ยคำว่ารักให้คนในอ้อมกอดได้ยินและได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาอีกครั้ง “แล้วถ้าฉันปฏิเสธละคะ คุณจะว่ายังไง” “ผมคงเสียใจหนักมากแน่” เมฆาเสียใจจริงๆ แต่เขาคงไม่ถอดในจากเธอด้วยเรื่องแค่นี้แน่ แต่ทว่าคำพูดหลังจากนั้นของมีนากลับทำให้คนฟังยิ้มกว้างออกมา “แต่ฉันไม่อยากเห็นคุณเสียใจ” “งั้นก็รับรักผม ได้ไหม” “เฮ้อ! ไหนๆ ฉันก็ได้คุณแล้วก็คงต้องแมนๆ รับผิดชอบ ฉันรับรักคุณก็ได้อะ คุณจะได้ไม่ร้องไห้เสียใจเพราะฉัน” มีนาพูดติดตลก นั่นเพราะไม่อยากให้บรรยากาศตอนนี้อึดอัด คำพูดของเธอทำให้เมฆาถึงกับหัวเราะ ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นมาห่มคลุมโปงทั้งเธอและเขา แล้วเริ่มปฏิบัติการยืนยันว่าแท้จริงแล้วใครได้ใครกันแน่ และใครต้องรับผิดชอบใคร

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

มนุษย์หมาป่า

5.0

‘เขาเป็นแวมไพร์ที่ปฏิเสธการดื่มเลือด แต่กลับไม่ปฏิเสธหากจะได้กลืนกินเธอ’ ------------ “วันนี้นายริทเป็นอะไร ดูเหม่อๆ” “นั่นนะสิ” คนงานอีกคนเห็นด้วย ก่อนจะหยุดการสนทนาใดๆ แล้วตัดดอกไม้ต่ออย่างขะมักเขม้น ส่วนคนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้น ตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเช่นเดียวกัน กระทั่งได้ดอกไม้ครบตามจำนวน เชโรมจึงเดินไปยังรถที่ตอนนี้มีดอกไม้แสนสวยอยู่ท้ายกระบะเต็มไปหมด แต่จังหวะนั้น สายตาของเชโรมกลับมองไปเห็นกระต่ายสีขาวที่เขาเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากกรง จึงเดินไปอุ้มมันขึ้น ท่าทางเขาดูอ่อนโยนเสียจนมาศิตาที่ผ่านมาเห็น คิดว่าตัวเองตาฝาด จนต้องขยี้ตาแรงๆ สามสี่ครั้ง “ผู้ชายหน้าโหดกับกระต่ายสีขาว ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด สงสัยจะเลี้ยงกระต่ายไว้กินแน่ๆ” “เลี้ยงไว้ดูจ้ะ นายริทชอบกระต่ายสีขาว ตรงนู่นเป็นกรงกระต่าย มีหลายสิบตัว” คนงานสาวคนหนึ่งเอ่ยแย้งให้ผู้เป็นเจ้านาย “ชีวิตดูมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วขัดแย้งกับหน้าตาสุดๆ แวมไพร์ตนอื่นๆ มีแต่จะเลี้ยงกระต่ายไว้ดื่มเลือด นี่อะไร เลี้ยงไว้ดูเล่น โอ๊ย! พ่อมังสวิรัติ” มาศิตาบ่นคนเดียวอีกตามเคย ตามมาด้วยอีกประโยค “สอนแวมไพร์ให้ดื่มเลือด มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำปะวะเนี่ย ของมันเป็น มันอยู่ในสายเลือด จะให้เรามาสอนเขาทำไม หืม” คนข้างๆ ที่เผลอได้ยินทั้งสองประโยคนี้เข้า กลับมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด พอจะถามมาศิตาก็เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว “ใครเป็นแวมไพร์หว่า หรือเราจะหูฝาดไป” คนงานสาวที่เพิ่งจะเอ่ยแก้ต่างเรื่องกระต่ายให้เชโรมไปเมื่อครู่ถึงกับคิ้วขมวด พูดกับตัวเองตามมาศิตาไปอีกคน ------------------ “แต่ศิตาไม่ยอมให้พี่ริทตายเด็ดขาด เพราะศิตารักพี่ริท” เอ่ยจบก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรม จูบที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจากกันและกันมาโดยตลอด จูบที่ฝันว่าครั้งแรกมันต้องโรแมนติกและน่าจดจำ ไม่ใช่จูบที่ได้กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากเขาเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด เลือด! ใช่…เลือด คำๆ นี้ทำให้มาศิตานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอคือผู้พิทักษ์ เลือดของเธอแวมไพร์ที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นยังต้องการ แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้เชโรมชิงดื่มเลือดของเธอเสีย ไม่แน่ว่า หากเขาได้ดื่มเลือดมนุษย์จริงๆ เชโรมอาจมีพลังขึ้นมาก็เป็นได้ มาศิตาถอนจูบออก แล้วแสร้งโอบกอดเชโรม ก่อนจะกระซิบให้เขาฝังคมเขี้ยวลงไปบนลำคอเพื่อจะได้ดื่มเลือดเธอ แต่เหมือนเชโรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธกับแผนนี้ กระทั่งมาศิตาชิงลงมือก่อน เธอกัดริมฝีปากตัวเองสุดแรงจนเลือดไหล แม้จะเจ็บแต่ก็ยอมทน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรมอีกครั้ง ทันทีที่ได้สัมผัสเลือดของผู้พิทักษ์ นั่นทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของเลือดใดๆ มาก่อน พลันพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ “เจ้าทำอะไร” แดนเองก็ได้กลิ่นเลือดของมาศิตาเช่นเดียวกัน รวมทั้งจ้องมองความผิดปกติของเชโรมอย่างไม่กะพริบตา เลือดเพียงหนึ่งหยด กลับทำให้นัยน์ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพลิงในทันที ร่างกายที่เคยเจ็บปวดกลับค่อยๆ หาย และรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง “แววตาแบบนั้น เจ้าเป็นใครกัน หรือว่า…”

เล่ห์รักฉบับ CEO

เล่ห์รักฉบับ CEO

มหาเศรษฐี

5.0

จูบแรกก็เป็นของเขา จูบครั้งที่สอง สาม สี่ ก็ยังคงเป็นของเขา แบบนี้โสภิตาจะหนีจาก CEO หนุ่มที่เธอบังเอิญผ่านไปช่วยชีวิตเขาไว้ได้อย่างไร ++++++++++++++++ **โปรย 1 “เท่าที่ได้คุยกันฉันว่านายเชนคนนี้นิสัยก็ใช้ได้” “อึนๆ มึนๆ นี่เหรอใช้ได้” โสภิตาอยากจะบอกเหลือเกินว่าบางครั้งราเชนก็กวนตีนเธอ “อื้อ...นายเชนเขาให้ความพิเศษกับแกนะ ขนาดปลายังแกะก้างออกให้ นี่ถามจริงๆ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ” “ก็...” โสภิตาอ้ำๆ อึ้งๆ เธอนั้นไม่มีประสบการณ์เรื่องความรัก เรียกได้ว่าชั่วโมงบินน้อยมากๆ ใครมาดีหรือมาร้ายบางครั้งก็มองไม่ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง อาศัยเพียงแค่สัญชาตญาณของตัวเองซึ่งบางครั้งมันอาจผิดพลาด “หรือคิดมากเรื่องฐานะที่นายเชนมีน้อยกว่าแก” “ไม่ใช่เรื่องนั้น ถามว่าฉันรู้สึกดีกับเขาไหมก็...อื้ม บางครั้งเวลาฉันอยู่กับเขาแล้วเหมือนตัวเองเป็นง่อย จากที่ทำอะไรได้เองก็เริ่มอยากให้เขาทำให้ อยากให้เขาช่วย” นั่นคือความเปลี่ยนแปลงที่โสภิตารู้ตัวเองดี “ไม่แปลกหรอก เพราะผู้หญิงเราต่อให้แข็งแกร่งยังไงลึกๆ ในหัวใจก็อยากมีใครสักคนมาดูแล” “แกก็เป็นเหรอ” “เป็นสิ บางครั้งฉันยังงอแงให้บอสจับแมลงสาบเลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเห็นตอนไหนฉันกระโดดกระทืบตอนนั้น” คำพูดของรติชาทำให้โสภิตาหัวเราะออกมาเพราะนึกภาพออกทันที เวลานั้นปิลันธน์คงทั้งกลัวทั้งอยากกำจัดให้คนรักส่วนรติชาก็คงหัวเราะชอบใจแน่ๆ “นึกว่าฉันเป็นอยู่คนเดียว” “แกนะเข้มแข็งมากนะหวาน เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นหัวหน้าคนงาน รับผิดชอบเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย ที่ผ่านมาอาจเพราะแกยังไม่เจอใครที่สามารถฝากชีวิตเอาไว้ได้แกเลยไม่เปิดใจ แต่ถ้าตอนนี้แกเจอคนคนนั้นแล้วฉันแนะนำว่าแกควรฟังเสียงหัวใจของตัวเองให้มาก ว่าอยากอยู่แบบที่ผ่านๆ มาหรืออยากจับมือกับใครสักคนไปจนวันตาย” นั่นคือคำแนะนำจากใจของรติชาเพราะเธอเคยลังเลแบบนี้มาแล้ว หากเวลานั้นตัดสินใจผิดตอนนี้เธออาจโกนหัวบวชชีที่วัดป่าที่ไหนสักแห่ง “ฉันอยากจับมือใครสักคน” ++++++++++++++++ ***โปรย 2 “ฉันเกลียดที่สุดคือคนโกหก ที่ผ่านมาฉันรู้สึกดีกับนายเพราะเข้าใจมาตลอดมานั่นคือนาย แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใครกันแน่ นายจะโกหกอะไรฉันอีกไหม ฉันต้องโง่ไปอีกกี่ครั้ง” น้ำเสียงของโสภิตานั้นสั่นเครือ “ผมสัญญาว่าจะไม่โกหกอะไรคุณอีกแล้ว สาบานให้ตาย...” จังหวะที่ราเชนกำลังจะสาบานให้ตัวเองตาย โสภิตาก็ยกมือขึ้นมาปิดปากของเขาไว้เสียก่อน “ลองตายดูสิ ฉันจะลากตัวนายขึ้นมาแล้วสับๆ” ราเชนอึ้งกับประโยคที่ได้ยินก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าโสภิตาไม่ยอมให้เขาตายง่ายๆ สินะ “โอเคๆ ผมไม่ตายแล้วก็ได้ ยกโทษให้ผมเถอะนะคุณหวาน ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” “นายนี่มัน ทำฉันทั้งสุขทั้งทุกข์เหมือนคนเป็นไบโพลาร์แบบนี้ได้ยังไง รับผิดชอบสติฉันมาเลย” “ถ้าผมรับผิดชอบจริงๆ คุณหวานจะตอบตกลงไหมครับ” “อื้อ” “จริงๆ นะ” ราเชนถามย้ำ ส่วนคนที่ตามความเจ้าเล่ห์ของเขาไม่ทันก็ไม่ได้เอะใจอะไรแม้แต่น้อยเช่นกัน “จะรับผิดชอบอะไรว่ามา” “แต่งงานกันไหม”

รักร้อนซ่อนใจรัก

รักร้อนซ่อนใจรัก

โรแมนติก

5.0

เขาคือพระเอกดาวค้างฟ้า เล่นละครเรื่องไหนเรตติ้งพุ่งแรงเสมอ ในขณะที่เธอก็เป็นแค่เอ็กตร้าในกองถ่าย ที่เอ๋อๆ เด๋อๆ เพราะไม่ได้เป็นแฟนคลับของเขาเธอจึงไม่ได้แสดงออกว่าปลื้ม แต่ยิ่งเธอเฉยเขายิ่งสนใจ กระทั่งมีเหตุการณ์ให้ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกัน จูบแรกของทั้งคู่เกิดขึ้นก็เพราะงาน แต่หัวใจของเธอกลับถูกริมฝีปากนุ่มและแสนร้ายกาจของพระเอกกระชากจนหลุดลอยและมันมักจะลอยไปหาเขาโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน ของขวัญวันเกิดปีนี้ของเธอก็ยังเป็นจูบจากเขา จูบที่ทำให้ใจสาวหวั่นไหวและยากจะต้านทาน หัวใจเธอถูกเขาไล่ต้อนจนมุม ทางเดียวที่จะรับมือคือพุ่งเข้าชนแล้วเอาหัวใจเป็นเดิมพัน

หัวใจแพ้ทางรัก

หัวใจแพ้ทางรัก

โรแมนติก

5.0

ถึงอาดิน เรารู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้วนะคะ เป็นสิบปีที่มิลค์มีความสุขมาก ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักจนถึงวันนี้ ไม่มีวันไหนที่มิลค์จะหยุดรักอาดินได้เลย นอกจากจะหยุดรักไม่ได้แล้ว ยังรักมากขึ้นๆ ทุกๆ วัน สิบปีมานี้มิลค์ได้บอกรักอาดินไปหลายครั้ง ทุกๆ ครั้งที่บอกไปมิลค์มีความสุขมากค่ะ ถึงแม้อาดินจะไม่ตอบรับมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่มิลค์ก็ยังพยายามต่อ เพราะหวังว่าสักวันอาดินจะหันมามองเห็นความรักที่มิลค์มีให้และรับมันไป แต่ว่า...มันคงไม่มีวันนั้นแล้วจริงๆ มิลค์ขอโทษนะคะที่เอาแต่ใจ ที่ตามกวนใจอาดิน หลังจากนี้เราคงไม่ได้เจอกันสักพัก มิลค์ขอให้อาดินเจอคนที่ใช่ คนที่อาดินรัก ส่วนมิลค์จะขอเฝ้ามองอาดินอยู่ห่างๆ แทน ลาก่อนค่ะ มิลค์

หนังสือที่คุณอาจชอบ

วันที่ฉันตาย และกลับมามีชีวิต

วันที่ฉันตาย และกลับมามีชีวิต

Gavin
5.0

เอวาแทบสิ้นใจ เธอพยายามตะเกียกตะกายหาอากาศหายใจ หน้าอกของเธอเหมือนถูกคีมเหล็กบีบอัดอย่างรุนแรง ลีโอ ลูกชายวัยหกขวบของเธอมองดูอยู่ ใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด อาการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน และมันกำลังแย่ลงอย่างรวดเร็ว เธอเค้นชื่อมาร์ค สามีของเธอออกมาอย่างยากลำบาก อ้อนวอนให้เขาโทรหา 1669 “แม่หายใจไม่ออก!” ลีโอร้องไห้ใส่โทรศัพท์ แต่มาร์ค ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการ “สร้างคอนเนคชั่น” กับโคลอี้ เมียน้อยของเขา กลับปัดไปอย่างไม่ใส่ใจว่าเป็นแค่ “อาการแพนิค” ไม่กี่นาทีต่อมา เขาโทรกลับมา: รถพยาบาลที่เขาอ้างว่าเรียกให้เอวา ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปหาโคลอี้แทน ซึ่งแค่ “สะดุด” ข้อเท้าพลิกเท่านั้น โลกของเอวาแตกสลาย ลีโอ ฮีโร่ตัวน้อยในใจแม่ วิ่งพรวดออกไปข้างนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่แล้ว... ก็ถูกรถชน เสียงดังตุ้บ! เธอเฝ้ามอง ราวกับวิญญาณในโศกนาฏกรรมของตัวเอง ขณะที่หน่วยกู้ภัยใช้ผ้าคลุมร่างเล็กๆ ที่แหลกสลายของเขา ลูกชายของเธอจากไปแล้ว เพราะมาร์คเลือกโคลอี้ โลกทั้งใบพังทลาย ความสยดสยอง ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ ภาพของลีโอหลอกหลอนเธอ เหมือนตราบาปที่แผดเผา คนเป็นพ่อ เป็นสามี จะเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ? ความเสียใจอันขมขื่นกัดกินจิตวิญญาณของเธอ โคลอี้... เพราะโคลอี้คนเดียว แล้วดวงตาของเอวาก็เบิกโพลงขึ้น เธอนอนอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น ลีโอ วิ่งเข้ามา ตัวเป็นๆ และสบายดี มันคือโอกาสครั้งที่สองที่น่าสะพรึงกลัวและเป็นไปไม่ได้ อนาคตอันเลวร้ายนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้น เธอจะทวงชีวิตของเธอกลับคืนมา ปกป้องลูกชายของเธอ และทำให้พวกมันชดใช้

คุณนายฟู่ กรุณาเซ็นต์หย่า

คุณนายฟู่ กรุณาเซ็นต์หย่า

Harper
5.0

ความรักที่ซ่อนเร้นของสาวน้อยเริ่มต้นในวันที่ทั้งสองได้พบกันในการพบกันที่ถูกวางแผนมาอย่างยาวนาน ทว่าเด็กสาวที่ครอบครัวรับมาเลี้ยงกลับแย่งชิงครอบครัวและเด็กหนุ่มไปโดยไม่รู้สึกเกรงกลัว เมื่อโตขึ้น เธอใช้โอกาสการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์เพื่อแย่งชิงตำแหน่งภรรยาของชายคนนั้น ไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียว ฟู่เป่ยชวนกอดพี่สาวของเธอไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เธอทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน” ซูชิงเฉินรู้สึกปวดท้องเหมือนมีบางอย่างในร่างกายของเธอค่อยๆ เลือนหายไป เธอยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงแน่วแน่ “แน่นอน ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือ ถึงจะต้องตายก็ตาม” ไม่นานนัก ซูชิงเฉินก็เหมือนจะหายไปจริงๆ จากนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในยามค่ำคืน ฟู่เป่ยชวนมักจะได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับเขาว่า “ถ้าฉันไม่เคยรักเธอเลยก็คงจะดี” ห้าปีต่อมา ซูชิงเฉินกลับมาพร้อมกับเด็กคนหนึ่ง กลับมาในสายตาของคนทั่วไปอีกครั้ง ...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)
1

บทที่ 1 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

2

บทที่ 2 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

3

บทที่ 3 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

4

บทที่ 4 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

5

บทที่ 5 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

6

บทที่ 6 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

7

บทที่ 7 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

8

บทที่ 8 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

9

บทที่ 9 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

10

บทที่ 10 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

11

บทที่ 11 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

12

บทที่ 12 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

13

บทที่ 13 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

14

บทที่ 14 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

15

บทที่ 15 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

16

บทที่ 16 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

17

บทที่ 17 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

18

บทที่ 18 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

19

บทที่ 19 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

20

บทที่ 20 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

21

บทที่ 21 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

22

บทที่ 22 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

23

บทที่ 23 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

24

บทที่ 24 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

25

บทที่ 25 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

26

บทที่ 26 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024

27

บทที่ 27 สวาทรักพ่อเลี้ยงภูเมฆ

23/02/2024