วาสนารักองค์หญิงท้ายวัง

วาสนารักองค์หญิงท้ายวัง

Ainthira06

5.0
ความคิดเห็น
461
ชม
11
บท

ซุนลี่เป็นหนึ่งเกรียงไกร แผ่นดินยิ่งยงไพศาล ใต้หล้าสยบชั่วกาล ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น คำนี้มีความจริงเจือจางอยู่กี่มากน้อยกันแน่? เรื่องเหล่านี้คงเป็นเพียงบทเรียนในวังหลังที่จารึกให้คนท่องจำ ไปอย่างสูญเปล่า เพราะสำหรับตัวนางแล้ว คำกล่าวนี้ดูห่างไกลความจริง จนสุดหล้าทีเดียว

วาสนารักองค์หญิงท้ายวัง บทที่ 1 ชีวิตภายใต้ความอัปยศ 1

ซุนลี่เป็นหนึ่งเกรียงไกร

แผ่นดินยิ่งยงไพศาล

ใต้หล้าสยบชั่วกาล

ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น

ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น

คำนี้มีความจริงเจือจางอยู่กี่มากน้อยกันแน่?

เรื่องเหล่านี้คงเป็นเพียงบทเรียนในวังหลังที่จารึกให้คนท่องจำ

ไปอย่างสูญเปล่า เพราะสำหรับตัวนางแล้ว คำกล่าวนี้ดูห่างไกลความจริง

จนสุดหล้าทีเดียว

ปีนี้ซุนหนิงเฟิ่งมีอายุครบสิบเจ็ดพอดี แต่นางยังคงถูกเก็บตัวให้อยู่แต่ในวัง แม้ผ่านพิธีปักปิ่นและรับตราตั้ง กลายเป็นองค์หญิงที่มีราชทินนามอย่างเป็นทางการแล้ว แต่สถานะของนางก็มิอาจเรียกได้ว่าสามารถลืมตา

อ้าปาก

ทุกวันนี้เบี้ยหวัดที่ได้จากทางกองคลังหลวงก็ไม่ได้มากพอที่จะบำรุงรักษาตำหนักให้อยู่ในสภาพดีสักเท่าใดนัก เครื่องเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของนางจึงเก่าโทรม จนหญิงสาวคิดว่ามันอาจจะย่ำแย่กว่าทรัพย์สมบัติของขุนนางในราชสำนักบางคนเสียอีก

แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า...นางเป็นเพียงองค์หญิงท้ายวัง องค์หญิงที่แม้แต่ตัวบิดาผู้ให้กำเนิดก็ไม่อาจพูดได้เต็มปาก ว่าอยากให้นางลืมตาดูโลกหรือไม่ เนื่องจากตัวนางเป็นบุตรสาวที่บิดา ซึ่งก็คือจักรพรรดิองค์ปัจจุบันอย่างซุนว่านอี้ไม่เคยเหลียวแล

ซุนหนิงเฟิ่งแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าหน้าตาของบิดาตนเป็นเช่นไร เพราะนับตั้งแต่นางลืมตาดูโลกก็ถูกบิดาทอดทิ้งไปแล้ว เนื่องจากในวันที่มารดาอย่างสือเถียนชิงกุ้ยเฟยคลอดนางออกมา กุ้ยเฟยก็ได้ตายจากไปทันที

นับแต่นั้นบิดาก็มองนางเป็นเสมือนศัตรูมาโดยตลอด ซุนหนิงเฟิ่งเป็นองค์หญิงที่ไม่ได้รับความเอาใจใส่ มีเพียงแม่นมเก่าแก่ที่ติดตามมารดาเข้าวังมาช่วยเลี้ยงดูเท่านั้น

หลายปีต่อมา นางเติบโตขึ้นอย่างยากลำบาก แม้จะได้ร่ำเรียนร่วมกับบรรดาพี่น้องในสำนักเรียนของวังหลวงก็มักจะถูกกลั่นแกล้งเสมอ เนื่องด้วยไม่มีมารดาปกป้อง

ซุนหนิงเฟิ่งมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในเรื่องนี้ตลอดมา แต่ก็ไม่กล้าจะเปิดเผยความรู้สึก หญิงสาวได้แต่ซ่อนงำความเจ็บช้ำเหล่านั้นไว้ในอก ตักเตือนตนเองว่าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่วังหลวงชุบเลี้ยงไว้เท่านั้น

เป็นสุนัขที่มีที่ซุกหัวนอน และมีข้าวให้กิน แต่ก็ไร้ซึ่งการดูแลเอาใจใส่ ทุกวันนี้นางยังต้องจัดการซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยตนเองด้วยซ้ำ เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรข้าวของต่างๆ มาถึงมือสักพักแล้ว

ส่วนเรื่องอาหารการกิน แม้จะมีให้กิน แต่ก็เป็นของเก่าเก็บเย็นชืดที่เหมือนให้กินพอประทังหิว และไม่ให้ต้องอดตาย จนกลายเป็นวิญญาณร่อนเร่เท่านั้น

แต่มาคิดดูแล้ว นางคิดว่าบางทีความตายอาจจะสุขสบายกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้

หญิงสาวนั่งเหม่อมองไปรอบกาย ตำหนักท้ายวังแห่งนี้ย่ำแย่กว่าตำหนักเดิมที่มารดาของนางเคยอยู่เสียอีก แต่สาเหตุที่ต้องย้ายมาก็เพราะบิดาของนางจะนำตำหนักที่นางเคยอยู่มาตั้งแต่เกิดไปบูรณะใหม่ เพื่อให้เจ้าของใหม่อย่างสนมคนโปรดที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นกุ้ยเฟยเมื่อ

ไม่นานมานี้เข้าไปอยู่แทน

ทว่าเรื่องนั้นซุนหนิงเฟิ่งทนได้ เพราะนางคิดว่าจะอยู่ที่ใดในวังหลวงที่มีเพียงกำแพงอิฐแดงล้อมรอบก็มีค่าไม่ต่าง นางยังคงเป็นเสมือนสุนัข

ตัวหนึ่งที่ไร้เจ้านายปกป้องอยู่วันยังค่ำ

“องค์หญิงซุนหนิงเฟิ่ง โปรดออกมารับราชโองการ”

เสียงของขันทีอาวุโสผู้หนึ่งดังมาจากหน้าประตูที่เปิดแง้มให้ลมสามารถผ่านเข้ามาได้ เนื่องจากตัวหน้าต่างของตำหนักท้ายวังนั้นชำรุดเสียหายจนเปิดได้ไม่กว้างพอ

วันนี้อากาศภายนอกก็ร้อนอบอ้าวมากด้วย นางจึงอยากเปิดประตูแง้มไว้ เพื่อให้ลมสามารถไหลเวียน และถ่ายเทได้สะดวก

“องค์หญิง...” เสียงเรียกจากด้านนอกดังเข้ามาอีก และคราวนี้

หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน พลางละสายตาจากภาพเขียนอักษรที่เป็นโคลงกลอนชื่นชมในตัวของบิดาของนาง แล้วมองไปทางด้านหน้า

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Ainthira06

ข้อมูลเพิ่มเติม
ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

วัยรุ่น

5.0

ชีวิตของลิลลี่เป็นชีวิตที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยาจะเป็นแบบเธอ แต่คนอื่นไม่เคยรู้เลยว่ามันโดดเดี่ยวมากแค่ไหน เกิดในตระกูลหมื่นล้านครอบครัวค่อย ๆ จากไปทีละคน อายุเพียงยี่สิบอาชายผู้ที่เป็นญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ดวลจากไป ลิลลี่ ลลิลิล จึงกลายเป็นทายามเพียงคนเดียวของตระกูล มีแล้วอย่างไรสุดท้ายคนเราต้องจากไป มีเงินหมื่นล้านยื้อชีวิตใครไม่ได้สักคน ลิลลี่ในวัยยี่สิบปีเธอรู้ว่าธุรกิจของตระกูลไม่อาจสานต่อได้ ขายหุ้นให้คนอื่นรอรับเพียงเงินปันผลก็เพียงพอ ยี่สิบสามเรียนจบปริญญาตรีด้านแฟชั่นก่อนเรียนต่อปริญาเอก ปริญญาโท ในปีที่สามสิบของชีวิตลิลลี่ประสบความสำเร็จในด้านดีไซเนอร์ เป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตหลังเรียนจบก็เสียชีวิตจากความเครียดที่สะสมมาตลอด คิดว่าหลังความตายคงจะถูกบรรพบุรุษสาปแช่งที่ดูแลตระกูลไม่ได้ ใครจะรู้ว่าลืมตาแล้วจะมาอยู่ในร่างของคนอื่น วันที่เจ็ดเดือนมกราคมปี 1980 ลิลลี่ตื่นขึ้นในในร่างของลูกสาวคนโตของบ้านฉิน ฉินเสี่ยวหราน มีน้องสาวหนึ่งคน พ่อเป็นทหารหารเพิ่งได้รับเลื่อนขั้นเป้นพันตรี แม่เป็นหญิงในชนบท ฉินเสี่ยวหรานเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย ส่วนฉินเสี่ยวหลิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นชั้นปีสุดท้ายที่จะขึ้นมัธยมปลาย

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณนายยอมหย่าแล้ว

คุณนายยอมหย่าแล้ว

Calv Momose
4.9

หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

Burke Gee
5.0

ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
วาสนารักองค์หญิงท้ายวัง วาสนารักองค์หญิงท้ายวัง Ainthira06 โรแมนติก
“ซุนลี่เป็นหนึ่งเกรียงไกร แผ่นดินยิ่งยงไพศาล ใต้หล้าสยบชั่วกาล ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น คำนี้มีความจริงเจือจางอยู่กี่มากน้อยกันแน่? เรื่องเหล่านี้คงเป็นเพียงบทเรียนในวังหลังที่จารึกให้คนท่องจำ ไปอย่างสูญเปล่า เพราะสำหรับตัวนางแล้ว คำกล่าวนี้ดูห่างไกลความจริง จนสุดหล้าทีเดียว”
1

บทที่ 1 ชีวิตภายใต้ความอัปยศ 1

26/02/2024

2

บทที่ 2 ชีวิตภายใต้ความอัปยศ 2

23/03/2024

3

บทที่ 3 หวนกลับสู่จุดเดิม 1

23/03/2024

4

บทที่ 4 หวนกลับสู่จุดเดิม 2

23/03/2024

5

บทที่ 5 หวนกลับสู่จุดเดิม 3

23/03/2024

6

บทที่ 6 ความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในใจ 1

23/03/2024

7

บทที่ 7 ความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในใจ 2

23/03/2024

8

บทที่ 8 หมากบนกระดานหยก 1

23/03/2024

9

บทที่ 9 หมากบนกระดานหยก 2

23/03/2024

10

บทที่ 10 วาสนารัก 1

23/03/2024

11

บทที่ 11 วาสนารัก 2

23/03/2024