ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

Ainthira06

5.0
ความคิดเห็น
230
ชม
16
บท

‘แต่งงานแล้วจะได้ไม่ต้องลุกแต่เช้าไปล้างจาน ไม่ต้องทำนา ไม่ต้องเรียนหนังสือ แค่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ตามธรรมเนียมของผู้หญิงที่อยู่บ้านดูแลสามี ดูแลลูก’

ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว บทที่ 1 งานมงคลที่ไม่เต็มใจแต่ง

เสียงฆ้องกลองและเสียงตะโกนของผู้คนดังมาตั้งแต่ไกล บ่งบอกว่าวันนี้มีงานใหญ่เกิดขึ้นที่บ้านของตระกูลฮวา งานมงคลของลูกสาวคนรอง ฮวาเหม่ยหลิง ลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานของบ้าน

หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ นั่งกอดอกอยู่ข้างหน้าต่างในห้องนอนขนาดเล็ก สีหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ดวงตาเรียวสวยที่เคยซุกซน ตอนนี้กลายเป็นหม่นหมองเพราะงานมงคลที่ไม่เต็มใจแต่ง

"เหม่ยหลิง แต่งตัวได้หรือยัง? รถลากมารอหน้าบ้านแล้ว!" เสียงตะโกนจากหน้าประตูห้องดังขึ้นอย่างหงุดหงิด

"เสร็จแล้วค่ะ" เสียงตอบรับอันเกียจคร้านทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับถอนหายใจ

ฮวาเหม่ยหลิงกระชับชุดแดงที่สวมเพียงครึ่งเดียวก่อนหยิบหวีไม้ขึ้นมาหวีผมอย่างลวก ๆ เธอมองตัวเองในกระจกด้วยแววตาไม่มีความสุข ทั้งที่เป็นงานมงคลและเธอควรมีความสุขมากที่สุด

‘แต่งงานแล้วจะได้ไม่ต้องลุกแต่เช้าไปล้างจาน ไม่ต้องทำนา ไม่ต้องเรียนหนังสือ แค่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ตามธรรมเนียมของผู้หญิงที่อยู่บ้านดูแลสามี ดูแลลูก’

นั่นคือความฝันสูงสุดของฮวาเหม่ยหลิงมาตลอด

แต่สิ่งที่คิดเอาไว้มันไม่ใช่ เพราะว่าที่สามีของเธอไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือ เจียงอวิ่นเสียน ทหารหนุ่มจากหมู่บ้านที่อยู่ในตำบลเดียวกัน ว่ากันว่าเขาเป็นคนเคร่งขรึม หน้าตาจริงจัง และบ้าเรียนหนังสือจนเป็นที่เลื่องลือ

‘บ้านนี้ไม่มีคนไม่เรียนหนังสือ!’

นั่นคือคำพูดแรกที่เขาเอ่ยกับเธอหลังตกลงหมั้นหมาย เจียงอวิ่นเสียนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อรู้ความต้องการของฮวาเหม่ยหลิง

ฮวาเหม่ยหลิงแทบสำลักน้ำชาที่กำลังจิบด้วยความตกใจ “นี่ฉันแต่งงานผิดคนหรือเปล่า!”

การแต่งงานเป็นเรื่องของพ่อแม่ที่จะหาสามีให้ลูกสาว เดิมทีฮวาเหม่ยหลิงควรจะแต่งงานออกไปตั้งหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่ยอมแต่งออกไป จนคนในหมู่บ้านเรียกว่าสาวเทื้อ พ่อแม่ยังบังคับไม่ได้คนอื่นอย่าได้หวัง แต่ครั้งนี้ถ้าไม่แต่งงานออกไปจริง ๆ จะเป็นปัญหาอย่างหนักของตระกูลฮวา

พิธีแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงตะวันอ่อนในฤดูใบไม้ผลิ ฮวาเหม่ยหลิงถูกส่งขึ้นรถลากพร้อมกับของเล็กน้อยจากบ้านเดิม ดวงตาของเธอทอดมองต้นท้อที่กำลังบานเต็มสวนด้วยความรู้สึกหลากหลาย

นี่คือบ้านหลังใหม่ของเธอต่อจากนี้ ความรู้สึกแปลก ๆ มันเกิดขึ้นภายในอก ฮวาเหม่ยหลิงไม่เคยไปอยู่ที่ไหนนาน ๆ ด้วยนิสัยส่วนตัวของตนเอง ยิ่งตอนนี้เธอมีสามีอีกด้วย

เจียงอวิ่นเสียนในชุดเครื่องแบบทหารยืนรอรับภรรยาอยู่หน้าประตูบ้านที่ปลูกอย่างเรียบง่าย เขามองนิ่ง ๆ บอก

"เข้าบ้านเถอะ"

เสียงทุ้มต่ำของเจียงอวิ่นเสียนทำให้ฮวาเหม่ยหลิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษมากกว่าภรรยาของเขา ก่อนแต่งงานเราทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และเคยเจอหน้ากันวันตกลงหมั้นหมายเท่านั้น

ยิ่งเดินผ่านเข้าไปข้างในบ้านเธอกลั้นหายใจ ฮวาเหม่ยหลิงไม่รู้ว่าชีวิตหลังแต่งงานจะเป็นยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจคือนี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ

คืนแรกของงานมงคลหรือคนทั่วไปเรียกว่าเข้าหอ แต่ฮวาเหม่ยหลิงเข้านอนโดยไม่แม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า นอนหันหลังให้สามีที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะไม้ในห้องเดียวกัน เสียงพลิกหน้ากระดาษเป็นระยะ ทำให้เธอหงุดหงิด

“ฉันแต่งงานหวังได้รับความสะดวกสบาย แต่ในคืนแต่งงานคุณกลับอ่านหนังสือ สร้างความวุ่นวาย แบบนี้ชีวิตคู่ของเราจะไปกันรอดเหรอ” ฮวาเหม่ยหลิงไม่ได้กลัวใครอยู่แล้ว แม้สามีเป็นทหารแต่เขาคงไม่จัดการเธอหรอก

นี่มันใช่เวลามาอ่านหนังสือหรือเปล่า

“ฉันคงทำให้เธอผิดหวัง” เจียงอวิ่นเสียนตอบภรรยา แต่ไม่ละสายตาจากหนังสือ

“หือ?”

“บ้านนี้ไม่มีคนไม่เรียนหนังสือ แม่ของเธอบอกว่าเธอไม่ได้เรียนหนังสือ พรุ่งนี้ฉันจะพาไปสมัครเรียนที่โรงเรียนภาคค่ำ”

เจียงอวิ่นเสียนตอบภรรยาอีกครั้งและยังไม่ยอมละสายตาจากหนังสือ

ฮวาเหม่ยหลิงลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่ไป!”

เธอแต่งงานเพราะไม่อยากทำนา ไม่อยากล้างจาน ไม่อยากลำบาก แต่ทำไมสามีที่ควรไม่ให้เธอเรียนเขาถึงได้บังคับเธอเข้าเรียนล่ะ ในเมื่อผู้หญิงคนอื่นหลังแต่งงานมีสามีคนไหนยอมให้ออกจากบ้านบ้าง พวกเขาแต่งผู้หญิงเข้าบ้านเพื่อดูแลสามีและลูกทั้งนั้น เจียงอวิ่นเสียนเป็นใครกันถึงจะมาบังคับกันได้

“เหม่ยหลิงเธอได้ไปแน่นอน และฉันจะไปส่งเธอที่โรงเรียนภาคค่ำเอง”

เจียงอวิ่นเสียนปิดหนังสือลงหันมาเผชิญหน้ากับภรรยาเด็กผู้ดื้นรั้น ก่อนฮวาเหม่ยหลิงจะกลับไปนอนหันหลังให้สามี

พระอาทิตย์ยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า เสียงไก่ขันดังขึ้นเป็นระยะ ฮวาเหม่ยหลิงที่นอนตื่นสายเป็นเรื่องปกติถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงเคาะประตู

"เหม่ยหลิงตื่นได้แล้ว! ฉันจะพาไปส่งโรงเรียน"

"คุณเป็นทหารหรือเป็นครูสอนหนังสือกันแน่!" ฮวาเหม่ยหลิงบ่น

แต่เพราะกลิ่นอาหารบนโต๊ะทำให้เธอต้องยอมลุกออกมากินข้าวทั้ง ๆ ผมที่ชี้ฟู หน้าไม่ได้ล้าง และเสื้อยังไม่ได้เปลี่ยน ไม่เหมือนกับผู้หญิงที่มีหน้าที่ดูแลสามีด้วยซ้ำ

เขายิ้มมุมปากก่อนพูดเสียงเรียบ "เป็นทั้งสองอย่าง เพราะตอนนี้ฉันเป็นสามีของเธอ แม่ของเธอบอกว่าฉันสามารถจัดการเธอได้"

โรงเรียนภาคค่ำอยู่ในตำบล มีตั้งแต่เด็กสาววัยรุ่นจนถึงหญิงชรา มาร่วมกันเรียนรู้พื้นฐานการอ่านเขียน ท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่

ฮวาเหม่ยหลิงนั่งอยู่แถวหลังสุด ก้มหน้าหลบสายตาคนอื่น ตอนเช้าสามีของเธอพามาทำเรื่องสมัครเรียนเอาไว้และกลับมาส่งก่อนหน้านี้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

นึกถึงคำพูดของแม่ที่เคยบอกไว้ ‘ถ้าไม่อยากทำงานหนัก ก็หาสามีดี ๆ หรือมีฐานะจะได้สบาย’

แล้วนี่คือสบายของเธออย่างนั้นเหรอ?

ตอนเย็นแบบนี้ฮวาเหม่ยหลิงควรได้กินของอร่อยและนอนอยู่บนเตียงได้แล้ว

ตอนกลางคืนหลังจากเรียนเสร็จ ฮวาเหม่ยหลิงกลับบ้านพร้อมคนในหมู่บ้านที่ไปเรียนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ยิ่งเห็นหน้าของสามียิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิม เจียงอวิ่นเสียนจัดเตรียมน้ำให้ภรรยาล้างเท้า ก่อนนำอาหารที่เตรียมไว้ออกมาให้

"เธอคงเหนื่อยสินะ แค่ไปนั่งเรียนหนังสือไม่กี่ชั่วโมง"

ฮวาเหม่ยหลิงรับบะหมี่เนื้อมากินเงียบ ๆ แล้วถามเสียงเบา "ฉันอยากพักบ้าง ไม่ได้เหรอ?"

เขาสบตาเธออย่างแน่วแน่ "เธอจะพักได้ก็ต่อเมื่อเธอเรียนจบ"

ฮวาเหม่ยหลิงเบะปาก “ฉันอายุไม่น้อยแล้ว ไม่เหมาะกับเรียนหนังสือหรอก เรียนไปจะเอาไปทำอะไรได้ สุดท้ายผู้หญิงอย่างฉันก็ต้องดูแลสามีกับลูก”

เจียงอวิ่นเสียนขมวดคิ้วมองหน้าภรรยาที่มีความคิดเดิม ๆ “เธอไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเลยเหรอ”

ในเวลานี้มีคนไม่น้อยต้องการความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง มีผู้หญิงมากมายขวนขวายโอกาสในการเรียนหรือการทำงานเพื่ออนาคตของตนเอง แต่ทำไมภรรยาของเขาที่อายุน้อยกว่ายังมีความคิดเช่นนี้ได้

“ฉันไม่เคยเรียนหนังสือ เรียนไปก็เปล่าประโยชน์”

ตระกูลฮวาเป็นตระกูลชาวนาที่ทำนากันมาตั้งแต่อดีต ไม่มีใครได้เรียนหนังสือหรือทำงานในเมืองเลย เขยหรือสะใภ้ของบ้านก็ยังมีแต่ชาวนา ไม่มีรุ่นไหนได้เรียนหนังสือ

ฮวาเหม่ยหลิงถือว่าเป็นความหวังของบ้าน อาจเป็นเพราะใบหน้าของเธอเด่นที่สุดในบ้านและตระกูลฮวาจึงถูกตามใจ นอกจากงานบ้านเธอก็ไม่ทำงานข้างนอกหรือช่วยครอบครัวหาเงิน มีงานในนาที่ช่วยบ้างเป็นบางวัน

“เฮ้อ นี่มันปีไหนแล้ว เรียนจบมีงานมากมายให้ทำ เธอคงไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ หรอกนะ” เขาถามภรรยาเสียงอ่อน

ดูเหมือนว่าภรรยาที่เขาแต่งเข้าบ้านจะไม่มีความคิดอะไร จริง ๆ ควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้เรียนหนังสือที่หลาย ๆ คน ไม่มีโอกาสได้เรียน

ฮวาเหม่ยหลิงไม่ตอบสามีเธอก้มหน้าก้มตาซดบะหมี่เนื้อเข้าปากอย่างหิวโหย การเรียนแม้ไปนั่งเฉย ๆ มันดึงดูดพลังงานของเธอไปมาก

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Ainthira06

ข้อมูลเพิ่มเติม
ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

วัยรุ่น

5.0

ชีวิตของลิลลี่เป็นชีวิตที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยาจะเป็นแบบเธอ แต่คนอื่นไม่เคยรู้เลยว่ามันโดดเดี่ยวมากแค่ไหน เกิดในตระกูลหมื่นล้านครอบครัวค่อย ๆ จากไปทีละคน อายุเพียงยี่สิบอาชายผู้ที่เป็นญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ดวลจากไป ลิลลี่ ลลิลิล จึงกลายเป็นทายามเพียงคนเดียวของตระกูล มีแล้วอย่างไรสุดท้ายคนเราต้องจากไป มีเงินหมื่นล้านยื้อชีวิตใครไม่ได้สักคน ลิลลี่ในวัยยี่สิบปีเธอรู้ว่าธุรกิจของตระกูลไม่อาจสานต่อได้ ขายหุ้นให้คนอื่นรอรับเพียงเงินปันผลก็เพียงพอ ยี่สิบสามเรียนจบปริญญาตรีด้านแฟชั่นก่อนเรียนต่อปริญาเอก ปริญญาโท ในปีที่สามสิบของชีวิตลิลลี่ประสบความสำเร็จในด้านดีไซเนอร์ เป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตหลังเรียนจบก็เสียชีวิตจากความเครียดที่สะสมมาตลอด คิดว่าหลังความตายคงจะถูกบรรพบุรุษสาปแช่งที่ดูแลตระกูลไม่ได้ ใครจะรู้ว่าลืมตาแล้วจะมาอยู่ในร่างของคนอื่น วันที่เจ็ดเดือนมกราคมปี 1980 ลิลลี่ตื่นขึ้นในในร่างของลูกสาวคนโตของบ้านฉิน ฉินเสี่ยวหราน มีน้องสาวหนึ่งคน พ่อเป็นทหารหารเพิ่งได้รับเลื่อนขั้นเป้นพันตรี แม่เป็นหญิงในชนบท ฉินเสี่ยวหรานเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย ส่วนฉินเสี่ยวหลิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นชั้นปีสุดท้ายที่จะขึ้นมัธยมปลาย

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

Tepui Frost
5.0

ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว

อุ้มรักเมียแสนชัง

อุ้มรักเมียแสนชัง

เนื้อนวล
4.9

ปรมะพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับนักศึกษาของตัวเองจนตั้งท้อง เขาจำใจต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีทางเลือก แต่ผู้ชายระดับไฮเอ็นเช่นเขาไม่ยอมเข้าตาจนง่ายๆ หรอก ในเมื่อพลาดไปแล้วก็ช่างมัน รับแค่ลูกเอาไว้ และเขี่ยแม่ของเด็กทิ้งลงถังขยะ นี่แหละคือทางออกที่ยอดเยี่ยมที่สุด! ตัวอย่างเล่ม : ระหว่างที่รองเท้าสีดำเงาวับกำลังย่ำลงไปบนพื้นกระเบื้องราคาแพง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาชนเข้าที่ขาด้านหลัง ปรมะหยุดเดิน และก็หมุนตัวกลับไปมองสิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะร่างกายของตัวเอง เด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง... เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งเผชิญหน้ากับเด็กตัวจ้อย “อย่าวิ่งซนนะครับเด็กดี...” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างดีใจ “คุณพ่อ...” เขาไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเด็กหญิงตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจจนแทบช็อกคือใบหน้าของเด็กหญิงคนนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเขาตอนเด็กไม่มีผิด ปรมะถึงกับอึ้งงันไป แต่เด็กน้อยยังคงยิ้มแถมยังยกมือขึ้นลูบหน้าของเขาไปมา “คุณพ่อจริงๆ ด้วย... ไข่มุกไม่ได้ฝันไป... เย้...” “หนู...” ตอนนี้แม้แต่จะพูดออกมาให้เป็นคำยังยากสำหรับปรมะเลย เด็กคนนี้เรียกเขาว่าพ่อ แถมยังมีหน้าตาถอดแบบมาจากเขาในตอนเด็กอีกต่างหาก ซีรีส์ในชุดที่เกี่ยวข้องกัน 1. ขายหัวใจให้ท่านประธาน 2. มลทินรัก CEO 3. คืนเผลอรัก 4. อุ้มรักเมียแสนชัง

เทพบุตรในคราบซาตาล

เทพบุตรในคราบซาตาล

ปีศาจชอนซา
5.0

เมื่อกวินซีอีโอหนุ่ม ผู้มีใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างของเขาสมชายชาตรี มวลกล้ามเป็นมัดๆ เพื่อนรักของเอเดน ทั้งคู่วางมือจากธุรกิจสีเทา หลังจากนั้นพวกเขาต่างมีอาชีพที่สุจริต ชายหนุ่มหน้าตาดีมีดีกรีเป็นถึงเจ้าของโรงงานส่งออกรองเท้าแบร์นดังรายใหญ่ของประเทศ แต่แล้วเรื่องราววุ่นๆ กำลังจะทำให้เขาปวดหัว เมื่อใบบุญปรากฏตัวขึ้น เธออยู่ในสถานะของสาวโรงงาน หญิงสาวมีหน้าที่เพียงเพื่อคัดเลือกรองเท้า ควบคุมคุณภาพของสินค้าให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดเอาไว้ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าสูงสุด หรือคิวซีนั่นเอง (Quality Control) ใบบุญไม่ได้เอะใจในหน้าตาของกวินแม้แต่น้อย เพราะเธอเป็นเพียงแค่พนักงานทั่วไป ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครให้ความสำคัญ วันหนึ่งชายหนุ่มเดินชนกับเธอเข้าเต็มเปา จึงทำให้เรื่องราวในค่ำคืนนั้นผุดเข้ามาในหัวของซีอีโอหนุ่มอีกครั้ง เมื่อเธอคือผู้หญิงที่ตราตรึงในหัวใจของกวิน ในที่สุดเขาก็ได้เจอกับใบบุญจนได้ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมีท่าทีเฉยเมย เหมือนกับเธอไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน ดวงตาของคนตัวเล็กไร้ซึ่งเยื่อใย จนชายหนุ่มหวั่นไหวแอบกลัวว่าเธอจะมีใคร มาอยู่ข้างกายทับรอยที่เขาตีตราจองเอาไว้ เมื่อหลายปีก่อน ฝากซีรีส์ชุดนี้ด้วยนะคะ กำราบรักนางบำเรอ/เทพบุตรในคราบซาตาน/รักวุ่นๆ ของนายวายร้าย(ออสติน)/ (Doctor) Love me love my dog.

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว Ainthira06 สมัยใหม่
“‘แต่งงานแล้วจะได้ไม่ต้องลุกแต่เช้าไปล้างจาน ไม่ต้องทำนา ไม่ต้องเรียนหนังสือ แค่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ตามธรรมเนียมของผู้หญิงที่อยู่บ้านดูแลสามี ดูแลลูก’”
1

บทที่ 1 งานมงคลที่ไม่เต็มใจแต่ง

03/12/2025

2

บทที่ 2 อยากได้ภรรยาหรืออะไรกันแน่

03/12/2025

3

บทที่ 3 ผู้หญิงที่เป็นภาระของสามี

03/12/2025

4

บทที่ 4 ครูฝึกหัดคนใหม่

03/12/2025

5

บทที่ 5 คำต้องห้ามของฮวาเหม่ยหลิง

03/12/2025

6

บทที่ 6 อุปสรรคของคนไม่เอาไหน

03/12/2025

7

บทที่ 7 ต้องลองดู

03/12/2025

8

บทที่ 8 ตลาดใต้ภูเขา

03/12/2025

9

บทที่ 9 ปากแข็ง

03/12/2025

10

บทที่ 10 ไม่อยากให้กลัว

03/12/2025

11

บทที่ 11 ภรรยาทหารต้องไม่อ่อนแอ

03/12/2025

12

บทที่ 12 แผนเรียนทำอาหาร

03/12/2025

13

บทที่ 13 เจียงอวิ่นเสียนรักภรรยา

03/12/2025

14

บทที่ 14 คิดถึงสามี

03/12/2025

15

บทที่ 15 จดหมายฉบับแรกถึงสามี

03/12/2025

16

บทที่ 16 สามีภรรยาเปิดใจ

03/12/2025