5.0
ความคิดเห็น
2.2K
ชม
12
บท

มีผัวดีเป็นศรีแก่ตัว มีผัวชั่วหัวของผัวต้องมีสี

เมียโหด บทที่ 1 บทนำ

สไปรท์ (ความรุนแรง)

ความรุนแรง เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดจะใช้เพราะผมเป็นพวกที่ไม่ชอบใช้ความรุนแรง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ชอบแต่เพราะการที่มีพ่อเป็นนายทหาร ผมก็เลยถูกบังคับให้เรียนศิลปะป้องกันตัวแขนงต่างๆ ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้ เทควันโดที่ตอนนี้ได้ระดับสายดำแล้ว หรือแม้แต่กระทั่งแม่ไม้มวยไทยผมก็ถูกบังคับให้เรียนด้วย

-เพราะฉะนั้นคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะมาทำร้ายผม-

สวัสดีครับผมชื่อสไปรท์ เป็นคนผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม แถมหน้าตาก็ยังหวานเหมือนกับผู้หญิงเลยยิ่งทำให้มีผู้ชายด้วยกันเข้าหาเป็นพิเศษ แต่ภายใต้รูปร่างที่บอบบางของผมนั้น หลายคนอาจไม่รู้ว่าผมสามารถล้มคนตัวโตๆ ได้เพียงแค่มือเดียว อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนที่เกลียดความรุนแรง แต่สุดท้ายสำหรับคนที่ทำร้ายผมก่อน ผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะใช้มัน

​พี่เนม (เลว)

หนุ่มฮอตประจำคณะวิศวกรรมปีสอง พี่รหัสสุดหล่อของผม​และฮอตอย่างร้ายกาจ ดีกรีอดีตเดือนคณะ ทำให้เป็นที่หมายปองของสาวแท้ สาวเทียมทั้งหลาย เหรียญด้านหนึ่งเป็นคนชอบช่วยเหลือน่ารักกับทุกคน แต่เหรียญอีกด้านของเขาคือพวก "ฟันแล้วทิ้ง"

พี่กร (ร้าย)

นักศึกษาแพทย์ปีสองดีกรีอดีตเดือนมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเพืิ่อนสนิทของพี่เนมเพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล เหรียญด้านหนึ่งเป็นคนเรียบร้อย น่าไว้ใจ ชอบเป็นห่วง เอาใจใส่กับทุกคน ส่วนเหรียญอีกด้านของเขาคือพวก "ฟันแล้วไม่ดูแล"

พี่วอดก้า (มั่ว)

นักศึกษาคณะศิลปกรรมปีสองนักร้องเน็ตไอดอลชื่อดัง เพื่อนสนิทของพี่เนมและพี่กร เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น เหรียญด้านหนึ่งเป็นคนโลกสวย เฟรนด์ลี่ แต่ภายใต้รอยยิ้มที่เป็นมิตรนั้น มันคือเหรียญอีกด้านของเขาคือพวก "ฟันไม่ซ้ำหน้า"​

แล้วเพราะเหตุการณ์คืนนั้น ทำให้ผมมีผัวทีเดียวถึงสามคน แล้วเหรียญก็พลิกด้านจากที่เคยคิดว่าจะมีแต่ความสุขกลับกลายต้องมานั่งอมทุกข์ ซึ่งผมไม่ใช่เป็นคนที่เลือกจะให้มันเป็นแบบนี้นะ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพวกผัวๆ ของผมก็แล้วกัน

"ไม่ตายก็คางเหลืองแน่งานนี้"

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม

เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม

Silas Thorn
5.0

ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

Louie Joanes
5.0

หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

Burke Gee
5.0

ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ