ไฟรักไฟเชลย
5.0
ความคิดเห็น
33K
ชม
96
บท

เพื่อน้องสาว เขาจึงหลอกลวงนำตัวเธอมา “คุณโกรธอะไรใครก็ไปเอาคืนกับคนนั้นสิ มายุ่งกับฉันทำไม ปล่อยฉันนะไอ้วายร้าย!” “เผอิญว่าฉันดันอยากได้เธอด้วยผิง ก็เธอมันขาวอวบยั่วยวนราคะใช่ย่อยนิ แค่จับลูบไล้หน่อยเดียวก็พร้อมจะร้อนเป็นไฟแล้ว” ชายหนุ่มลูบไล้ฝ่ามืออุ่นร้อนบนลำตัวกลมกลึง สะกิดเอากระดุมหลุดออกจากรางทีละเม็ดจนหมด จูบอุ่นร้อนทาบทับซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง “ฉันขอร้องนะคุณใหญ่...ถ้าฉันผิดจริง ฉันยอมให้คุณลงโทษได้ทุกอย่าง คุณจะย่ำยีลงทัณฑ์ฉันยังไงก็ได้ ฉันจะไม่ร้องขอความปราณีแม้แต่นิดเดียว จะไม่หนีอย่างที่ทำอยู่ทุกวัน จะไม่คิดไม่เคียดแค้นคุณเลย แต่ถ้าฉันไม่ผิด คุณปล่อยฉันไปนะ...ได้โปรด” “รู้อะไรไหมผิง...ไม่มีผู้ชายคนไหนโง่ยอมปล่อยให้ผู้หญิงสวย ๆ เซ็กซี่ แล้วก็ปลุกเร้าอารมณ์ได้อย่างกับน้ำมันราดลงไปกองไฟให้หลุดรอดมือไปหรอกนะ” แต่ใครจะรู้ล่ะ...ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น จะนำสิ่งใดมาสู่เขาบ้าง เรื่องหัวใจก็ยังต้องจัดการ เรื่องการงานก็ต้องตรวจสอบหาความจริง

บทที่ 1 ตอนที่ 1

เมื่อทางที่จะทำให้น้องสาวได้จัดการคนบางคนถูกขวางทางเอาไว้ เขาจำเป็นต้องถางทาง(เธอ)...ออกไป แต่เมื่อคุณเธอไม่ยอม แล้วอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ!

หนึ่งสาวร้าย ก็ปากไม่ได้จัดสักเท่าไหร่นะ แค่มีคนพูดลับหลังว่าเลี้ยงสุนัขไว้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

หนึ่งหนุ่มหล่อ...หล่อมาก หน้าตาคมเข้ม การแต่งกายก็เริดหรูดูดี(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) ที่หลายครั้งถูกเรียกหลับหลังว่าคุณสำอาง

เมื่อสองหนุ่มสาวมาเจอกัน ศึกนี้ใครจะชนะ?

chapter 1

เสียงประตูห้องพักเปิดออก ทำให้คนที่นอนหงุดหงิดอยู่บนเตียง เพราะเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ด้วยขาขวาถูกพันไว้ด้วยเฝือกพลาสติกเพื่อช่วยพยุงกระดูกที่ร้าวอยู่ไม่ให้เคลื่อนที่ผิดรูป อันเนื่องมาตอนที่รถไปชนเข้ากับต้นไม้นั้น ตัวเธอได้กระแทกเข้ากับขอบประตูอย่างรุนแรง ยังดีว่ากระจกที่แตกร้าวไม่กระเด็นมาบาดตามผิวให้เป็นรอยแผลอันน่าเกลียด ส่วนขานี่...เธอไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปโดนอะไรมาถึงได้แตกร้าวจนต้องเข้าเฝือกนานแรมเดือนแบบนี้ จะเดินจะเหินก็ไม่สะดวกเอาเสียเลย

ใบหน้านวลผ่องเรียวรูปไข่ค่อนไปทางซีดแย้มยิ้มอย่างเริงร่า ดวงตาเบิกกว้างอย่างยินดี เมื่อเห็นหน้าคนมาเยี่ยมในวันนี้ คนซึ่งเธออยากเจอหน้าที่สุดคนหนึ่งนับรองจากมารดา แต่รู้ดีว่าอีกฝ่ายนะยุ่งมากถึงมากที่สุด หน้าที่การงานและภาระอันหนักอึ้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้เขาโผล่หน้ามาหาเธอได้ อยากจะลุกขึ้นกระโดนไปโอบแขนรอบคอแล้วกดจมูกบนแก้มสากด้วยไรเคราเขียวเป็นปื้นสักสองสามฟอน แต่ก็ทำได้เพียงแค่ขยับพลิกตัวที่ก็เคล็ดขัดยอกแปลบๆ ไปทั่วร่าง

“พี่ใหญ่! ดีใจจังเลยคะที่พี่ใหญ่มาเยี่ยม” เปรมมิกาเอ่ยพูดเสียงใสแจ๋ว ตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นหน้าพี่ชายต่างบิดา คนซึ่งเธอรักไม่น้อยกว่ามารดาผู้ให้กำเนิด

มือเล็กยื่นไปหาอีกฝ่ายเพราะต้องการได้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ จากผู้เป็นพี่ชายพร้อมกับน้ำตาเอ่อล้นไหลคลอเบ้าอย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้ เมื่อได้เห็นคนที่หวังดีกับเธอจริง ๆ ไม่ใช่ต่อหน้าคือหวังดี ปากบอกว่ามาเยี่ยม แต่ไม่เคยมีใครสักคนที่จะถามไถ่เรื่องอาการเลยสักนิด มีแต่จะต่อว่าต่อขานที่เธอทำให้ครอบครัวอับอายขายขี้หน้า มิหนำซ้ำลับหลังยังพูดจานิทาว่าร้าย ไม่เคยหยุดพูดจาดูถูกหยามเหยียดให้เจ็บไปถึงหัวใจ อึดอัดจนอยากจะร้องไห้เสียก็หลายครั้ง แต่พอเห็นหน้าเศร้าเหงาของแม่ ทำเอาน้ำตาที่ควรจะไหลออกมาข้างนอกกลับไหลย้อนกลับเข้าไปข้างในแทน ทว่าตอนนี้...เธอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาได้อย่างไม่ต้องกักเก็บอีกแล้ว

“ยังไงละเรา ดูหน้าตาสดชื่นแจ่มใสขึ้นแล้วนี่” ผู้ที่ถูกเรียกว่า “พี่ใหญ่” เอ่ยทักด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้มซึ่งน้อยคนนักที่จะได้เห็น กายหนาแกร่งเดินไปที่หยุดริมขอบเตียง กวาดสายตามองไปทั่วร่างแบบบางในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลอย่างโล่งไปทั้งทรวงเหมือนกับยกภูเขาอก เมื่อเห็นว่าน้องสาวบาดเจ็บเพียงแค่ภายนอกจริงๆ

“นึกยังไงถึงเอาตัวไปวัดถนนแบบนั้น อยากรู้มากนักหรือไง ไอ้พื้นถนนนั่นมันหนาเท่าไหร่” ชายหนุ่มถามประชดประชัน มือแกร่งยื่นไปทาบบนศีรษะทุย เขย่ายีผมนุ่มสลวยจนฟูสยาย

“แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ วัดแล้วคุ้มไหม จะไปวัดอีกเมื่อไหร่ก็ช่วยบอกด้วยนะ คราวนี้พี่จะได้ส่งปอเต็กตึ้งไปคอยเก็บศพ”

อื้อฮื้อ...พี่ชายฉัน เล่นถามกันแบบนี้เลยนะ แทนที่จะถามว่าเธอเป็นยังไง เจ็บตรงไหนบ้าง ไม่มีเสียละ แต่ก็นี่แหละ นิสัยพี่ชายเธอ ปากร้ายเอาไว้ก่อน แต่ภายในนะคงเป็นห่วงเธอจะแย่แล้วละ

“พี่ใหญ่ก็ลองขับรถไปชนต้นไม้ดูบ้างซิคะ จะได้รู้ว่าเจ็บหรือว่าไม่เจ็บ” เอาดิ ถามรวนมาเธอก็ตอบรวนกลับไป

“ไม่ละ พี่มันพวกหนังบาง ไม่ปัญญาอ่อนพอจะเอาตัวเองไปวัดความหนาของพื้นถนนกับต้นไม้” ชายหนุ่มตอบแบบจิกกัดตามไปอีกนิด

“แล้วนี่ป้านาทไปไหน ทำไมถึงไม่อยู่ดูแลเราละ” เขาเอ่ยถามถึงนาทฤดีมารดาของอีกฝ่าย เมื่อมองไปแล้วไม่เห็น จะอยู่ในห้องน้ำก็ไม่ใช่ เพราะประตูเปิดอยู่

“แม่หรือคะ เปรมไล่ให้กลับไปบ้านแล้วละ อยู่นี่ก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายท่าเดียว ทำเอาเปรมปวดหัวมากกว่าจะรีบหายกลับไปนอนตีพุงที่บ้านอีกค่ะ” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเอือมระอา แต่น้ำเสียงของเปรมมิกากลับเต็มไปด้วยความรักมากมายจนแทบจะล้น แม่เหนื่อยกับการมาเฝ้าดูแลเธอจนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายคืนแล้ว ตอนนี้เธอเองก็พอจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ก็เลยอยากให้แม่พักผ่อนบ้าง

“พี่ใหญ่ถามถึงแม่ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ศีรษะทุยเอียงเล็กน้อยอย่างสงสัย ก็รอยวันพันปี แม่แทบจะไม่พูดกับการันต์เลย แบบว่ากลัวมาดเข้ม ๆ หน้าเรียบเฉยจนเย็นชาและสายตาดุ ๆ ของพี่ชายคนนี้ แม่บอกว่าเห็นทีไรหัวใจจะหยุดเต้นเสียทุกครั้ง แต่เธอมองแล้วไม่เห็นว่ามันจะดุตรงไหน ออกจะน่ามองละไม่ว่า ดวงตาสีสีสนิมแวววาวคงความรู้สึกเฉยชาเป็นเนืองนิตย์ดูมีเสน่ห์ ลึกลับและน่าค้นหาจะตายไป

“เปล่า” สองมือใหญ่สอดในกระเป๋ากางเกง เดินไปหยุดอิงขอบประตูกระจกแก้วใส มองออกไปนอกโรงพยาบาล ถนนเส้นใหญ่มีรถวิ่งขวักไขว่ไปมาอย่างน่าปวดหัว เขาไม่ชอบเข้ามาในกรุงเทพเลย รถติด อากาศไม่บริสุทธิ์ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เห็นแก่ตัวและยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเองไม่เคยจะสนใจคนรอบข้าง ลองถามดูว่ารู้จักคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงหรือเปล่า เก้าในสิบหลังคือไม่รู้จัก

“พี่จะได้คุยกับเราสะดวกหน่อย”

“เรื่อง?” เปรมมิกาเอียงศีรษะมองตามร่างแผ่นหลังกว้างอย่างแปลกใจ การันต์ดูเครียดขรึมมาก ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยอยู่เป็นเนืองนิตย์อยู่แล้วยิ่งเรียบเฉยจนเหมือนกับถูกใครบล็อกเอาไว้ด้วยปูนซีเมนต์ นัยน์ตาแข็งกระด้างดุค่อนไปทางน่ากลัวเลยเชียวแหละ ฟันขาวขบกัดกลีบปากนุ่ม คิ้วโก่งขมวดมุ่นเข้าหากันจนเกือบจะผูกเป็นปม ความรู้สึกมันบอก เรื่องที่อีกฝ่ายจะคุยด้วยนั้น เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เธอประสบอุบัติเหตุนี่แหละ แต่มันเรื่องอะไรหว่า?...

“ที่ไปเมาจนเกิดอุบัติเหตุนะ ไม่ใช่เพราะอกหักรักคุดใช่ไหม”

อื้อฮื้อ...ถามตรงเป๊ะ ไม่อ้อมค้อมเลยพี่เรา ว่าแต่เรื่องที่เธออกเดาะนี่ ขนาดแม่อยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่รู้เลยว่าเธอถูกผู้ชายที่คบหากันมาตั้งหลายปีทิ้งไปหาผู้หญิงคนใหม่ แล้วการัตน์รู้ได้ยังไง ใครปากโป้งหว่า? เซ็งจริงๆ เลย พวกพูดมากปากไม่มีหูรูดนี่

เปรมมิกาเบะหน้าอย่างเบื่อหน่าย อย่างนี้นี่เอง ญาติฝั่งบิดาถึงได้รุมประณามว่าเธอทำตัวไม่สมกับเป็นลูกของพ่อเอาเสียเลย ทำเสื่อมเสียวงศ์ตระกูล จนร่ำ ๆ อยากถามไปว่า เรื่องความรักของเธอมันเกี่ยวอะไรกับวงศ์ตระกูล ในเมื่อพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้คิดจะนับว่าเธอเป็นญาติอยู่แล้ว และที่สำคัญก็คือว่า เธอไม่ได้ใช้นามสกุลบิดาสักหน่อย เธอเป็นแค่ลูกที่คนในครอบครัวพ่อไม่ต้องการ จนถึงกับรวมหัวกันให้เงินและบังคับให้แม่ไปทำแท้งด้วยซ้ำ แม้แม่จะใจแข็งและต้านเพียงใดก็ยังเพลี่ยงพล้ำเกือบจะถูกจับกรอกยาขับออก ทว่าเธอยังโชคดีที่วันนั้นแม้การัตน์จะอายุน้อยเพียงแค่เจ็ดขวบ แต่เด็กชายตัวน้อยกลับมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ปกป้องหญิงหัวอ่อนคนหนึ่งไว้จนเธอได้เกิดมา

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ปูริดา

ข้อมูลเพิ่มเติม
ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ

ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ

โรแมนติก

5.0

ก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่าวันหนึ่งจะพบเจอกับเรื่องแปลก ๆ แต่เมื่ออยู่แล้วไร้ความหมายไม่มีคนที่รักและรักเรา เขาจึงเลือกที่จะแลกทั้งที่ไม่ได้มั่นใจเลยว่าจะได้พบกับคนที่รักจริงหรือเปล่า แต่ก็ตัดสินใจเลือกไปแล้ว... “อาซวงเป็นของข้าใช่หรือไม่” ก็มิค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่และคิดว่ามิน่าจะมีอะไรมากมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงพยักหน้ารับ “ขอรับ” “ถึงเราจะมิได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขเช่นที่ท่านมีกับสหายที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ นอนกลางดินกินกลางทรายมาด้วยกันมาอย่างชิงชวนหรือคนอื่น ๆ หากนับตั้งแต่ที่เราได้พบรวมถึงอยู่ด้วยกัน ข้าก็คิดว่าเราผ่านอะไรมามากมายพอที่จะทำให้ข้ารู้ถึงความรู้สึกที่ตนเองมีต่อท่าน” เก้าเทียนรุ่ยมองสบสายตาเสวียนลิ่วหลางที่มองเขาด้วยความงุนงง ในดวงตามีความสับสนระคนมิแน่ใจ คล้ายจะมีคำถามตามติดมาด้วย ทำให้เขาเผลอยิ้มหวานออกไป เสวียนลิ่วหลางได้แต่ยิ้มด้วยความเขินอาย “ข้าก็มิรู้ว่าจะวางตัวเช่นไรดี พึงพอใจอยากให้เจ้าอยู่ชิดใกล้...หากก็มิอยากบังคับหากเจ้ามิเต็มใจ” “แต่ก็มิอาจทำใจได้หากจะต้องปล่อยมือ” เก้าเทียนรุ่ยเอ่ยอย่างเข้าใจ “เมื่อยังต้องรอให้อาซวงรู้สึกเช่นเดียวกัน นอกจากข้าจะทำให้ผู้อื่นรับรู้แล้วว่าคนนี้...” เสวียนลิ่วหลางจับมือเก้าเทียนรุ่ยมาจูบขณะมองสบเข้าไปในดวงตากลมใสก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มหากเต็มไปด้วยความหนักแน่น “ข้าจอง” “ตะเกียบยังต้องอยู่เป็นคู่ถึงจะใช้กินอาหารได้ หยินก็ยังคู่หยางถึงจะสมดุล เมื่อข้าพบคนที่ใช่ เหตุใดถึงต้องปล่อยมือเล่า”

ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม

ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม

โรแมนติก

5.0

ความรักไม่ผิด...เรารักเขา เขาไม่รักเรา ก็ไม่ผิด แต่การรอคอยมันย่อมมีระยะเวลาสิ้นสุดลงเมื่อ...ใจเราไม่อาจรอรักจากเขาได้อีกแล้ว มันก็ถึงเวลา...สิ้นสุดยุติการรอคอที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย “นั่นสิคะ หนูดาวก็งงอยู่ ทำไมถึงหนีพี่เหนือไม่พ้นสักที ตั้งแต่หนูดาวตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป พี่เหนือทำให้หนูดาวแปลกใจจนงงและสับสนไปหมด” “หือ” “ปกติพี่เหนือจะผลักไสให้หนูดาวไปไกล ๆ ชอบใช้สายตาแบบว่า...ฉันรำคาญเธอนะ เห็นหน้าเธอแล้วมันหงุดหงิดใจมาก จะไปเองดี ๆ หรือจะให้ฉันเตะโด่งเธอไป...ประมาณนี้นะคะ แต่พอหนูดาวเอาแหวนหมั้นไปคืน กลับต้องเจอกับพี่เหนือทุกวัน...และยังอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดทั้งวันเลยด้วย ขนาดคิดหนีมาทำงานที่นี่ สุดท้ายยังหนีพี่เหนือไม่พ้นเลยด้วย” “เราคงเป็นคู่เวรคู่กรรมกันละมั้ง ทำยังไงก็หนีกันไม่พ้น เสร็จงานที่นี่ เห็นทีพี่คงจะต้องจับมัดเราให้หนักกว่าเดิม” พันดาวมองแดนเหนืออย่างตื่นตะลึง เรียวปากสีชมพูอ้าค้าง “นี่พี่เหนือ...”

นางไพรยั่วสวาท

นางไพรยั่วสวาท

โรแมนติก

5.0

กฎของหมู่บ้าน ทำให้สองศรีพี่น้องต้องเร่งหา...ผัว! ให้ได้ “ตัวสั่นเชียว กลัวหรือจ๊ะฟองจ๋า” “โถ...น่าสงสารจริง เมียของผัว” มือหนาลูบไล้ผิวเนื้อนวลนุ่มลื่นขณะเดียวกันก็เกี่ยวเอาชายเสื้อของหญิงสาวดึงมันออกไปจากกายสาวก่อนจะแนบฝ่ามือลงบนทรวงอกอวบใหญ่ เสียงหวานแหบพร่าดังออกมาจากกลีบปากเล็ก “ร้องได้เลยจ้ะฟองจ๋า ผัวอยากได้ยินเสียงหวาน ๆ ของฟองที่สุด” “โถ่...จะปิดทำไมละจ๊ะสร้อยจ๋า” แม่เจ้าโว้ย! ใหญ่ฉิบหายเลย ใหญ่จนเขาอยากเห็นใกล้ ๆ อยากได้ลิ้มลองรสชาติในตอนนี้เลย “เดี๋ยวเราสองคนจะไม่เพียงแค่ได้เห็นทุกซอก...ทุกมุมของสร้อยแล้ว เราสองคนจะทั้งจับ...ทั้งเลีย แล้วก็อัดกระแทกให้ร่องสวาทของสร้อยแทบพังไปเลยจ๊ะ” ตรวนสวาทนางไพร : ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า ใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ แน่ใจหรือว่าแพรพลอยคือเหยื่อให้ห้าหนุ่มอย่างพวกเขาเสพสวาทอย่างเร่าร้อน “ไม่เอาอย่างนี้นะโรม...อย่าทำแพรเลยนะ” แพรพลอยร้องห้ามเสียงสั่นพร่าเมื่อรู้ว่าโรมรันจะทำอะไร ไหนจะหนุ่ม ๆ ทั้งสี่ที่ไร้อาภรณ์ปกปิด ทำให้เธอได้เห็นอาวุธของแต่ละคนที่มันช่าง...ใหญ่! ไหนจะคำพูดที่บอกก่อนหน้านี้ที่บอกว่า...จะอัดกระแทกเธอให้ยับ! ทำเอาเธอถึงกับกับหวาดหวั่นไม่ใช่น้อย ยิ่งตอนนี้ทุกคนได้มายืนล้อมรอบเธอแล้วด้วย “พี่ได้ยินไม่ผิดใช่ไหมจ๊ะ...ที่น้องแพรบอกว่าอย่าช้า ให้พวกเรารีบเอาน้องแพรเร็ว ๆ นะ”

เกลียวรักคลื่นปรารถนา

เกลียวรักคลื่นปรารถนา

โรแมนติก

5.0

เพียงแค่เห็นหน้า เขาก็ถูกใจแล้ว แม้เธอจะมีลูกติดมา เขาก็ไม่คิดที่จะปล่อย ยังคงตามเอาใจลูกสาวตัวน้อยและจีบเธออย่างไม่ลดละ “เย้ เย้ แม่เอาอีกหนุก หนุก เอาอีก เอาอีก” โซดาเริ่มลุยน้ำลงไปกอบทรายที่เปียกน้ำใส่ศีรษะอันนิโต้เรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด สิมิลันหัวเราะจนท้องแข็ง อันโตนิโอ้เอาคืนคนอารมณ์ดีด้วยการกอบทรายเปียกใส่ร่างบางบ้าง “ว้าย! เล่นอะไรนะคุณสกปรกจะตาย” “อ้าวที่คุณกับลูกทำผมล่ะ นี่แนะ” มือใหญ่ขยี้ผมบนศีรษะสิมิลัน โซดาเริ่มเอาอย่างสองมืออวบขยี้ผมบนศีรษะมารดาและศีรษะตัวเองจนยุ่งเหยิงและเปียกชื่น แล้วยืนหัวเราะเสียงใสแจ๋ว ดวงตาเป็นประกายสดใส ยิ้มจนเห็นฟันในปากแทบทุกซี่ “ไม่เลิกใช่ไหมคุณเอ โซดารุมพ่อเอเลยลูก” สองมือเล็กเรียวผลักร่างใหญ่ลงนอนบนพื้นทราย พร้อมกอบทรายเปียกชื้นละเลงบนกายแข็งแกร่ง สองแรงแข็งขันสองมือรุมกอบทรายละเลงบนกายหนาใหญ่จนเปียกชื้น ยังไม่พอสองนิ้วเล็กๆ จี้ไปเอวหนาจนชายหนุ่มหัวเราะท้องแข็ง โซดาเองก็เอาอย่างคนเป็นแม่ มือใหญ่ทั้งห้านิ้วจี้เอวแข็งแกร่ง อันโตนิโอ้ก็ไม่ยอมแพ้ มือใหญ่จี้เอวสองแม่ลูกกลับบ้าง เสียงหัวเราะของสองผู้ใหญ่หนึ่งเด็กดังลั่นหาดทรายสีขาว

วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย

วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย

โรแมนติก

5.0

เพราะครอบครัวเกิดเรื่องไม่ดี เขมกรจึงตัดสินใจทำการแลกเปลี่ยนกับใครบางคน...จากนั้นเขาก็กลายมาเป็นคุณชายเกาหยุนเอ๋อร์ที่ไร้ความทรงจำ ที่...ก่อเรื่องราวไว้นั่นคือ การป่าวประกาศต่อหน้าผู้คนว่าจะเป็น “ฟูเหรินของซ่งหยวนเจ๋อ” อีกฝ่ายคงจะโกรธเขาอยู่นะ ถึงได้ตามติดไม่ยอมห่าง หรือว่าเขาเข้าใจอะไรผิดไป เพราะการตามติดของซ่งหยวนเจ๋อทำให้เขาเริ่มรู้สึกแปลก ๆ แต่คงเท่าอีกฝ่ายที่เดี๋ยวก็เลี้ยงอาหารเขา เดี๋ยวก็ให้เขาขี่หลัง นั่นก็มิหนักเท่ากับคอยป้อนอาหารเขานะสิ... หยุนเอ๋อร์...” ซ่งหยวนเจ๋อเอ่ยเรียกเสียงเข้มแต่นุ่มนวล ขณะทอดสายตาที่อบอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนสบกับดวงตาของเกาหยุนเหลียง “ไม่...ดื้อนะ” หากมิใช่ถูกซ่งหยวนเจ๋อกอดกระชับเอวเอาไว้...เกาหยุนเหลียงรู้เลยว่าเข่าตนเองจะต้องอ่อนยวบทรุดลงไปกองอยู่บนพื้นแน่นอน ไหนจะหัวใจที่มันเต้นราวกับจะทะลุออกมาจากอกอีกเล่า ทำให้เขาคิดว่า กลับถึงเรือนเมื่อไหร่ ควรให้ท่านแม่เชิญท่านหมอมาดูหน่อย เหตุใดถึงได้มีอาการประหลาดเช่นนี้มากนักเมื่ออยู่กับซ่งหยวนเจ๋อ ถ้าหากว่าเป็นอะไรร้ายแรงจะได้รีบทำการรักษาได้ทันท่วงที “ดีมาก...หยุนเอ๋อร์ที่ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่เกเร ทำตัวเป็นอันธพาล...น่ารัก”

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา

Burke Gee
5.0

ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

Davin Howson
5.0

ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

ห้ามหย่า

ห้ามหย่า

Bronson Heiss
5.0

ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป

คนทั้งโลกกำลังตกหลุมรักภรรยาผม

คนทั้งโลกกำลังตกหลุมรักภรรยาผม

กฤษฎิ์ แสนชล
4.9

หยุนซีแต่งงานกับกู้ซือเฉิน คุณชายที่สูญเสียสิทธิ์ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทนน้องสาว ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่ว่าที่สามีภรรยาในนามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหยุนซีถูกค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่คิดเลย ใครจะไปคิดว่าเธอเป็นทั้งแฮ็กเกอร์มืออาชีพ นักประพันธ์เพลงลึกลับ และทายาทคนเดียวของนักแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับชาติ.... มีทั้งนักร้องชื่อดัง นักแสดงที่เคยได้รับรังวัลมากมายและผู้สืบทอดของตระกูลที่ร่ำรวยมาตามจีบว่าที่ภรรยาของเขา กู้ซือเฉินควรทำอย่างไรดี?

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ไฟรักไฟเชลย
1

บทที่ 1 ตอนที่ 1

28/07/2022

2

บทที่ 2 ตอนที่ 2

28/07/2022

3

บทที่ 3 ตอนที่ 3

28/07/2022

4

บทที่ 4 ตอนที่ 4

28/07/2022

5

บทที่ 5 ตอนที่ 5

28/07/2022

6

บทที่ 6 ตอนที่ 6

28/07/2022

7

บทที่ 7 ตอนที่ 7

28/07/2022

8

บทที่ 8 ตอนที่ 8

28/07/2022

9

บทที่ 9 ตอนที่ 9

28/07/2022

10

บทที่ 10 ตอนที่ 10

28/07/2022

11

บทที่ 11 ตอนที่ 11

30/07/2022

12

บทที่ 12 ตอนที่ 12

30/07/2022

13

บทที่ 13 ตอนที่ 13

30/07/2022

14

บทที่ 14 ตอนที่ 14

01/08/2022

15

บทที่ 15 ตอนที่ 15

01/08/2022

16

บทที่ 16 ตอนที่ 16

01/08/2022

17

บทที่ 17 ตอนที่ 17

01/08/2022

18

บทที่ 18 ตอนที่ 18

01/08/2022

19

บทที่ 19 ตอนที่ 19

01/08/2022

20

บทที่ 20 ตอนที่ 20

02/08/2022

21

บทที่ 21 ตอนที่ 21

02/08/2022

22

บทที่ 22 ตอนที่ 22

02/08/2022

23

บทที่ 23 ตอนที่ 23

02/08/2022

24

บทที่ 24 ตอนที่ 24

02/08/2022

25

บทที่ 25 ตอนที่ 25

03/08/2022

26

บทที่ 26 ตอนที่ 26

03/08/2022

27

บทที่ 27 ตอนที่ 27

03/08/2022

28

บทที่ 28 ตอนที่ 28

03/08/2022

29

บทที่ 29 ตอนที่ 29

04/08/2022

30

บทที่ 30 ตอนที่ 30

04/08/2022

31

บทที่ 31 ตอนที่ 31

04/08/2022

32

บทที่ 32 ตอนที่ 32

04/08/2022

33

บทที่ 33 ตอนที่ 33

04/08/2022

34

บทที่ 34 ตอนที่ 34

04/08/2022

35

บทที่ 35 ตอนที่ 35

04/08/2022

36

บทที่ 36 ตอนที่ 36

04/08/2022

37

บทที่ 37 ตอนที่ 37

04/08/2022

38

บทที่ 38 ตอนที่ 38

04/08/2022

39

บทที่ 39 ตอนที่ 39

10/08/2022

40

บทที่ 40 ตอนที่ 40

10/08/2022