icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวมหาเศรษฐี

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
พิศวาสทาสคนเถื่อน

พิศวาสทาสคนเถื่อน

เพลิง…ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยปมในอดีต ความเจ็บปวดจากภรรยาที่หนีตามชู้ยังไม่เคยจืดจางในใจเขา จนจิตใจของพ่อเลี้ยงหนุ่มด้านชา ไม่เคยมองเห็นหญิงสาวคนใดมีค่ามากไปกว่า ดอกไม้ประดับเตียง พอดอมดมจนพอใจก็โยนทิ้ง จนกระทั่งมาเจอเธอ ธันย์ณิชา ดอกไม้ดอกสวยที่ไม่ได้มีดีแค่ความสาว เธอยังมีเสน่ห์ปลายจวักอันยอดเยี่ยม และนั่นทำให้ความคิดของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล “มื้อนี้ทำอะไรให้ฉันกิน” “มื้อนี้วุ้นทำปลาสามรสให้พี่เพลิงทานค่ะ แล้วยังมีไข่เจียวกุ้งสับทรงเครื่องกับแกงจืดไว้ให้พี่เพลิงซดคล่องคอ” เธอบอกเมนูอาหารที่ทำสุดฝีมือ “ไข่เจียวกุ้งสับทรงเครื่อง วุ้นจำสูตรมาจากทีวี วุ้นเพิ่งทำเป็นครั้งแรกด้วย อร่อยไม่อร่อยยังไง พี่เพลิงติวุ้นได้นะคะ วุ้นจะได้เอาไปปรับปรุง” “ฉันกลายเป็นหนูทดลองของเธออีกใช่ไหมเนี่ย” เพลิงพูดติดตลก แต่ก็ยอมเป็นหนูทดลองให้เธอแต่โดยดี ลงมือทานอาหารที่ธันย์ณิชาบอกว่า เพิ่งทำครั้งแรกเป็นจานแรก โดยมีแม่ครัวแสนสวยนั่งลุ้นอยู่ใกล้ๆ “เป็นไงคะ อร่อยไหมคะ” “มันแปลกๆ เพราะปกติฉันเคยกินแต่ไข่เจียวหมูสับ” เพลิงตอบตามความรู้สึกของตนเอง “แต่รสชาติอร่อย กลมกล่อม มีกลิ่นหอมของต้นหอมซอยด้วย ฉันชอบ” คนทำอาหารยิ้มกว้างกับคำชม แต่ก็ต้องหุบยิ้ม ใบหน้าแดงซ่านเมื่อเขาพูดประโยคต่อมา “ฉันยอมเป็นหนูทดลองให้เธอแล้ว คืนนี้เธอต้องเป็นหนูทดลองอุปกรณ์ใหม่ของฉันด้วยนะ ตกลงไหม” เพลิงส่งสายตาประกายวับวาว เป็นสายตาที่ไม่เคยส่งให้หญิงสาวคนใดมาก่อน มันเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พร้อมจะลุกโชนได้ทุกครั้งที่ชิดใกล้เธอ รวมถึงตอนนี้ด้วย “ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ด้วยกิริยาเหนียมอาย คนที่มองเห็นแทบจะกระชากร่างเล็กมากอดจูบให้หายอยาก แต่ก็ต้องกลั้นความรู้สึกเอาไว้ รวบยอดทีเดียวตอนค่ำพร้อมอุปกรณ์เซ็กซ์ชิ้นใหม่ที่เพิ่งส่งถึงมือเขาตอนสายดีกว่า
มัจจุราชแดนเถื่อน

มัจจุราชแดนเถื่อน

ความจำเป็นบังคับ มันเลยทำให้จรสจันทร์ ตัดสินใจเป็น...นางบำเรอ เพราะการตัดสินใจครั้งนั้น ทำให้เธอถูกมองอย่างไร้ค่า ความโหดเถื่อนของคนต่างถิ่น ที่เปี่ยมไปด้วยพลังดึงดูดทางเพศ สมญานามของเขา คือมัจจุราชจอมอหังกา เจ้าของเหมืองทอง ผู้ชายที่สอนให้เธอรู้จักความลับต่างเพศ ผู้ชายคนเดียวกันนี่แหละที่หยิบยื่นความอดสูให้เธอ เธอเป็นคนแปลกหน้าที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องยอมให้เขากดขี่ ถูกจองจำด้วยไฟปรารถนา ทุกค่ำคืนมีแต่ความทรมาน เธอเกือบตายเพราะรสเสน่หาที่คน คนนั้น ปรนเปรอให้
นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
จอมใจภาวินทร์

จอมใจภาวินทร์

ความแค้นที่สะสมเป็นเวลาหลายปีกำลังถูกสะสาง “หล่อน” ที่ไม่เคยสำนึกผิดกับการกระทำของตัวเองกำลังถูก “เขา” ลงทัณฑ์ วิธีการลงโทษขอเขาไม่ธรรมดา นอกจากจะทำให้ครอบครัวเธอหมดเนื้อหมดตัว เขายังทำให้หล่อนมาอยู่ในฐานะนางบำเรอ ที่ยิ่งนับวันความเร่าร้อนของจำเลย จะยิ่งทำให้โจทก์หวั่นไหว และโขกสับหล่อนยิ่งกว่าทาส ทาสสวาทที่ไม่ธรรมดา...เพราะฤทธิ์เดชยิ่งกว่าพริกร้อยเม็ด! “ถ้าเธอไม่หยุดทำให้ฉันปวดหัว ฉันจะจูบเธอต่อหน้าคนงาน” ภาวินทร์ขู่เสียงเขียว จ้องมองสาวตรงหน้าที่ยืนเท้าเอว ไม่มีทีท่าเกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย “ถ้าคุณจูบฉันต่อหน้าคนงาน ฉันก็จะจูบพี่ชาตรีต่อหน้าคุณเหมือนกัน” เจอย้อนแบบนี้เข้าไป ภาวินทร์ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเธอจะยอกย้อนเช่นนี้ ก่อนจะหันไปมองชาตรี ลูกน้องคนสนิทที่สะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าตนเข้าไปอยู่สงครามประสาท “เธอกล้าเหรอ” ภาวินทร์เสียงเข้มกว่าเก่า “คุณก็ลองทำดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าฉันทำจริงหรือไม่จริง” เอมิกาท้ากลับ เชิดหน้าใส่ “ฉันทำให้คุณดูตอนนี้เลยก็ได้นะ มามะ พี่ชาตรีจ๋า มาให้เอมจูบหน่อย” ผู้พูดเดินตรงไปหาชาตรีที่ก้าวถอยหนีด้วยความกลัว เขาไม่ได้กลัวว่าเอมิกาจะจูบตนจริงๆ แต่กลัวแววตา ท่าทางของเจ้านายตัวดีต่างหาก กลัวว่าเท้าหนักๆ ของเจ้านายจะประเคนใส่หน้าตน ภาวินทร์ถึงกับทนไม่ไหว ตะเบ็งเสียงเรียกสาวแสบดังลั่น “เอมิกา!” ไม่พูดเปล่า เขาก้าวฉับๆ ไปหาร่างแน่งน้อย ก่อนจะจับหล่อนพาดบ่า เดินลิ่วๆ ไปบ้านพัก เดินไปตีก้นหล่อนไปด้วย ไม่สนใจเสียงร้อง และกำปั้นน้อยๆ ที่ทุบหลังเขาไม่หยุด “ร้ายนักนะ ร้ายอย่างนี้เดี๋ยวจะทำให้คลานลงจากเตียงเลยคอยดู” มาดูกันสิว่า คดีนี้ใครจะชนะระหว่าง โจทก์หนุ่มสุดหล่อกับจำเลยสุดสวย ใครคือผู้ชนะ
เล่ห์รักไฟสวาท

เล่ห์รักไฟสวาท

“อ้าปากซิ” เขาพูดเสียงเบา ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้สาวเจ้าตกใจเล็กน้อย ผงะศีรษะออกห่างใบหน้าคม หากแต่มือใหญ่ที่จับที่ท้ายทอยรั้งให้กลับคืนมาตำแหน่งเดิม ความใกล้ชิดที่แนบสนิทเรียกความเขินอายให้กับเธอได้อย่างไม่ยาก “อ้าปากซิ” เขาสั่งอีกรอบ หญิงสาวทำตามที่เขาสั่งอย่างว่าง่าย ในใจมีแต่คำถามว่าให้เธออ้าปากทำไม คิมหันต์ยิ้มก่อนจะเฉลยคำถามที่ค้างคาใจของปิ่นปัก ดวงตาสวยงามเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาชิดใกล้ ก่อนที่จะทาบทับกลีบปากแสนนุ่มของเธอ ความตกใจเปลี่ยนเป็นความพิศวงงงงวย เมื่อปลายลิ้นหนาที่แทรกซอนเข้ามาในโพรงปากอิ่ม กำลังพันเกี่ยวแลกรัดลิ้นนุ่มอย่างกระหาย หัวใจสาวเต้นระทึกหวามไหวในอก ความรู้สึกนี้เหมือนกับว่าเธอเคยได้รับมาก่อน อ้อมกอดนี้เหมือนกับว่าเธอเคยได้อิงซบไออุ่น มันก็คงใช่เมื่อคืนที่เขาอาจจะจูบเธอกอดเธอแบบนี้ หัวใจของคนที่จูบเต้นแรงไม่แพ้ผู้หญิงที่เขากอดรัด จูบแรกที่เขาสัมผัสเมื่อคืนว่าหวานแล้ว จูบเธอในวันนี้ยิ่งหอมกว่า หวานกว่า ละมุนลิ้นยิ่งกว่า ทุกความรู้สึกเพิ่มทบทวี เขานึกหวงริมฝีปากของคนที่เขาบอกว่าเกลียดขึ้นมา ไม่อยากให้ชายใดครอบครอง ได้สัมผัสลิ้มรสความหวานหอม จากเรียวปากบางนี้เหมือนเขา
จอมใจ จอมมาร

จอมใจ จอมมาร

คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส มหาเศรษฐีหนุ่มเพลบอยสุดเซ็กซี่ ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในสเปนและติดหนึ่งในห้าของโลก เขาไม่เคยรู้จักคำว่า ‘ผิดหวัง’ อำนาจในมือที่มีอยู่สามารถดลบันดาลทุกสิ่งให้ได้ตามปรารถนา แม้กระทั่ง ‘พรหมจารี’ ของเหยื่อสาวอย่างกัญญิกา คุณานันท์ “คืนนี้เธอต้องอยู่บนเตียงกับฉันต่างหาก... ส่วนพ่อของเธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันให้คนจัดการหาพยาบาลพิเศษเฝ้าให้จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาลนั่นแหละ...” คำพูดของคาร์โลสทำเอาแก้มสาวแดงก่ำ ความร้อนผ่าววิ่งไปทั่วทุกรูขุมขน มือบางที่กำโทรศัพท์อยู่สั่นน้อยๆ ขณะกัดฟันข่มเสียงให้เป็นปกติที่สุดตอบโต้คนใจร้ายออกไป “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ...” “อย่าเข้าข้างตัวเองแบบนั้นสิเมียจ๋า... ฉันไม่เคยคิดจะช่วยเหลือเธอ...” เขาลากเสียงยาวฟังแล้วน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก “แล้วทำแบบนี้ทำไม?” “ก็เพราะฉันต้องการเธอบนเตียงของฉันยังไงล่ะ” คำพูดของคนปลายสายฟังแล้วน่าเจ็บใจนัก นี่เขาเห็นหล่อนเป็นอีตัวอย่างที่เขาเคยพูดกรอกหูจริงๆ ใช่ไหม กัญญิกากัดปากแน่น น้ำตาเอ่อขอบตา “คนสารเลว... ฉันเกลียดคุณ...” คาร์โลสยิ้มกริ่มสะใจกับโทรศัพท์ “ฉันก็ไม่เคยอยากให้เธอรักฉันสักหน่อย... จำเอาไว้นะ เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่ยอมขายแม้กระทั่งตัวเพื่อแลกกับเงิน มีค่าไม่ต่างจากอีตัวตามซ่องแม้แต่นิดเดียว... ดังนั้นเธอควรจะขอบใจนะ ที่ฉันเรียกเธอใช้ซ้ำอีกรอบ...” น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มสาว ก่อนที่มือบางที่ว่างอยู่อีกข้างจะยกขึ้นปาดมันทิ้งด้วยความเจ็บใจ หากฆ่าผู้ชายคนนี้ได้... หล่อนจะไม่รีรอที่จะทำเลยจริงๆ
กับดักเทพธิดา

กับดักเทพธิดา

กับดักเทพธิดา (ซีรีส์เสน่หาเริงไฟ ลำดับที่ 4) เธอจะลวงล่อให้เขาติดบ่วงรัก ตกอยู่ในกับดักเสน่หา และจะฆ่าให้ตายทั้งเป็นอย่างทรมาน จึงจะสาสมกับความผิดที่เขาทำให้เธอ และคู่หมั้นหนุ่มของเธอต้องพรากจากกัน! เกมแค้นครั้งนี้ เทพธิดาหรือพญามารใครจะชนะ ไอรีน เมดิสัน เทพธิดาคนงามแห่งตระกูลเมดิสัน หญิงสาวเติบโตมาท่ามกลางความรักและการตามใจของคนในครอบครัว ยามดีเธอก็ดีเหมือนนางฟ้า แต่ยามร้ายขึ้นมา เธอก็ร้ายกาจจนได้รับฉายา ‘เทพธิดามาร’ เมื่อต้องพรากจากคู่หมั้นหนุ่ม ด้วยแผนการร้ายของ นิโคลัสเจ้าพ่อค้าเพชรผู้ยิ่งใหญ่แห่งเบลเยี่ยม จอมมารร้ายผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะเอาทั้งตัวและหัวใจของเธอไป โดยไม่สนว่าเธอจะมีเจ้าของหรือไม่! “ไอรีนคุณต้องเป็นของผม ต่อให้คุณมีไอ้หมอนั่นเป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว ผมก็ต้องได้คุณมา” คำประกาศกร้าวของพ่อค้าเพชรผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้หญิงสาวอยากฟาดปากเขาสักทีให้เลิกฝันกลางวัน “ไม่มีวัน ฉันก็ไม่มีวันรักคนร้ายกาจอย่างคุณ” นิโคลัสตาลุกวาบ กระชากร่างงามมากอดไว้แน่น ดวงตาคมวาวจ้าขณะเอ่ยว่า “ไม่รักเหรอ ฮึ ก็คอยดูกันว่าคนอย่างผม จะทำให้เทพธิดาแห่งเมดิสัน รักให้ได้!” ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ประทับจุมพิตบนเรียวปากนุ่มหวาน ดั่งเป็นสารท้าทายหัวใจของหญิงสาว “คุณต้องรักผม รักนิโคลัสคนนี้คนเดียว!”
สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

จะกี่หมัดก็ไม่หวั่น กี่ยกก็ไม่กลัว เธอจะ Knock Out ด้วยหัวใจติดปลายนวม ภัทรียายินดีสานต่อค่ายมวยและรับผิดชอบหนี้สินรุงรังต่อจากพ่อซึ่งเสียชีวิต แต่ ณ วันนี้หนี้สินสามปีที่ผัดผ่อนมาตลอดทำให้เธอมืดแปดด้าน ไม่ว่าความหวังแสนริบหรี่แค่ไหน เธอก็คว้าไว้อย่างไม่รอช้า ไม่เว้นแม้แต่การเป็นภรรยาหลอกๆ ต่อให้ต้องโดนแม่สามีดูถูกทุกขณะ น้องสาวสามีจ้องเหยียดชาติกำเนิดทุกครั้งที่เจอหน้า ภัทรียาก็ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เพราะเธอคือ... ‘มะปราง ลูกจ่าดาบ ศิษย์จอมทอง’ นักมวยสาวหุ่นกระชากใจหนุ่มๆ หากไม่เพราะกำลังจะถูกแม่จับคลุมถุงชน ธัชธรรมจึงต้องเลือกใช้วิธีสิ้นคิด จ้างนักมวยสาวหมัดหนักที่กำลังร้อนเงินมาเป็นภรรยากำมะลอ จดทะเบียนจริง อยู่ด้วยกันจริง...และทำท่าว่าจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน รออีกอย่างเดียวเท่านั้น... รอให้สะใภ้กำมะลอยอมเป็นภรรยาตัวจริงของเศรษฐีหนุ่มหล่อ
พ่ายรักเทพบุตรมาร

พ่ายรักเทพบุตรมาร

เมื่อสี่สาวงามต้องมารับกรรมเผชิญกับความหื่น ความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ของเทพบุตรมาร อัคนี น่านนำ้ วาโย และ พสุธา สี่หนุ่มสี่คาแรกเตอร์ พวกเขาหล่อเหลาราวเทพบุตร แต่เป็นเทพบุตรมารสำหรับหญิงสาวทั้งสี่คน ดารากานต์ ศศิกานต์ ใบหลิว น้ำฟ้า *** การแต่งงานโดยไม่เต็มใจของคนทั้งคู่ ได้นำพาชายหญิงที่ไม่รู้จักกัน ให้มาผูกพันกันจนก่อเกิดความรักขึ้น เปลวเพลิงแห่งรักสร้างแรงเสน่หาจนสานสายใยร้อยดวงใจของสองหนุ่มสาวเอาไว้ด้วยกัน ความรักเป็นดังเชื้อไฟ ให้เพลิงเสน่หากองนี้ลุกโชติช่วงตราบนานเท่านาน คุณดาว ถึงคุณจะคิดว่าการแต่งงานของเราเป็นเพียงการแต่งเพื่อแก้หน้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมจริงจังนะ” เขาเลื่อนริมฝีปากไล้ลงมาแตะพวงแก้มนุ่ม กระซิบบอกเธอข้างหู อย่านะ อย่าทำแบบนี้สิ” เสียงประท้วงดังแผ่วเบาเหลือเกิน อัคนียิ้มละมุน แตะไล้ริมฝีปากซุกไซ้ดอมดมซอกคอหอมกรุ่นไปมา ร่างงามห่อไหล่หดคอด้วยความซ่านเสียว ยิ่งทำให้เขาได้ใจซุกซบใบหน้าฝังจมูกบนซอกคอขาวไม่ยอมหยุด "ฉะ ฉันกำลังป่วยอยู่นะ อย่ารังแกกันสิ” ดารากานต์ส่ายหน้าหนี
สยบรักดรุณี

สยบรักดรุณี

ความสวย น่ารัก ไร้เดียงสา กลับซึมลึกเข้าไปในหัวใจของคนมากเล่ห์ ให้สยบยอมเป็นทาสรักดรุณีน้อยโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวว่ารัก สาวน้อยก็หายไปจากชีวิตของเขาเสียแล้วเขาจะทำอย่างไร ให้ได้หัวใจเธอคืนมา... เฟอร์นันโด เบอร์นี่ หนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่เกิดมาพร้อมความร่ำรวยและหล่อเหลา ทำให้สาวๆ ตกเป็นทาสรักคาสโนวาคนนี้อย่างง่ายดาย เขาคือนักรักที่ไม่คิดสยบให้หญิงใด แต่ความสวยน่ารักของ ปัทมา แม่บ้านสาววัยกระเตาะกลับสะดุดตาเสือร้ายจอมหื่น เขาทำทุกอย่าง ใช้ทุกเหลี่ยมเล่ห์ และเสน่ห์อันแพรวพราว ลวงล่อสาวน้อยให้เธอมาบำเรอสวาท
กุหลาบในม่านเพลิง

กุหลาบในม่านเพลิง

“ความเกลียด กับ ความแค้น” หลอมใจผู้ชายสุขุมเยือกเย็นให้กลายเป็นผู้ชายปากร้ายไร้เหตุผล เพียงเพราะเธอก้าวเข้ามา... ทว่าเหยื่อแค้นกลับยั้งความสุข คนทุกข์กับเป็นคนเริ่มก่อ เมื่อความเกลียดได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ................................................................................. “แล้วนี่อย่าบอกนะ...ว่าทุกคนรู้เรื่องกันหมดแล้ว” “ใช่” ทุกคนตอบพร้อมกัน “ถ้าอย่างนั้นก็วิวาห์เหาะมันเลยก็แล้วกัน วางแผนดีนัก...” พ่อเลี้ยงหนุ่มรวบร่างบางเข้าในวงแขนแกร่งแล้วช้อนร่างบางกระชับอ้อมแขนอุ้มปารวีขึ้น แล้วเดินขึ้นบันไดไปบนบ้านทันที แต่ก็ไม่วายตะโกนมาลงสั่งน้องสาว “ยัยรษา! สั่งทุกคนห้ามรบกวนพี่จนกว่าจะเช้า... แล้วก็...พรุ่งนี้เช้าเชิญนายอำเภอกับเตรียมชุดธูปเทียนแพขอขมาให้พี่ด้วย คืนนี้พี่จะโกนหนวดให้เกลี้ยง แล้วจะทดลองงานตำแหน่งแม่เลี้ยงไร่ปกรักด้วยเลย ทุกคนปาร์ตี้กันให้สนุก...แต่ขอย้ำ ว่าห้ามรบกวนเด็ดขาด...” เสียงกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์กันอย่างครื้นเครง ปารวีอายหน้าแดงแทบจะแทรกหน้าเข้าไปในแผงอกแกร่ง หยิกหมับเข้าที่หน้าอกกำยำอย่างหมั่นไส้ “โอ๊ย!” เสียงร้องของพ่อเสียงหนุ่มยิ่งสร้างความสนุกครื้นเครงให้กองเชียร์มากขึ้น และยังส่งเสียงแข่งกันอย่างสนุกสนาน “เต็มที่เลยพี่รวี...รษาเชียร์สุดใจขาดดิ้น...มีพี่ชายซื่อบื้ออย่างนี้...น้องเพลีย!” “แม่เลี้ยงรวี เราเชียร์เธออยู่นะ...จัดหนัก อย่าให้มันกล้าหือ มีหน้ากลับมาทำโง่ได้อีกนะ” ก้องหล้าร้องเพลงเย้า ส่งเสียงเชียร์ปารวี “รวี...พี่ขอโทษนะ คราวนี้พี่เข้าข้างพ่อเลี้ยงว่ะ เล่นตัวอยู่ได้ น่าหมั่นไส้ กำราบให้หนักเลยนะพ่อเลี้ยง อย่าให้มันได้หนีไปไหนอีก” ปรินทร์ร่วมสนุก “ตายละ...ไม่รู้ใครจะแย่กว่าใคร...สู้ๆ นะคะคุณรวี อย่าได้ให้เผยอหน้าขึ้นมาต่อกรกับเราได้” มัดไหมเอาบ้าง “อย่าให้เสียชื่อนะพ่อเลี้ยง...” นนท์ปวิธนึกสนุกตามร้องบอกไปบ้าง ทั้งที่ตัวเองก็หงอยังกับอะไรดี “คุณธามส์...มุกยินดีกับคุณด้วยนะ แต่ถ้าให้ดีคุณยอมคุณรวีไปเถอะ...เค้าว่ากลัวเมียแล้วจะได้ดี” “ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรครับทุกคน พรุ่งนี้ถ้ายังไม่ออกจากห้องก็ขอไข่ลวกสี่ฟอง อยากรู้ว่าใครจะกำราบใครต้องติดตามต่อในวันพรุ่งนี้”
ความลับของท่านประธาน

ความลับของท่านประธาน

นายพายุ ศิระภาคิณ อายุสามสิบปี นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทย วีรกรรมที่เขาทำไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน กำลังจะย้อนกลับมา เมื่อนางสาวแพรไหม โภสิกุล ดีไซเนอร์สาวอายุยี่สิบเก้าปี ได้ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เธอนั้นหายออกไปจากมหาวิทยาลัย กว่าสิบปี โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งทำให้ท่านประธานหนุ่มเริ่มอยากรู้ชีวิตของเธอ เมื่อครั้งหนึ่งเรือนร่างอันบอบบางอรชรเคยหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับเขามาแล้ว ถ้าหากเขาต้องการสานสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง มันก็ไม่แปลกหากเธอนั้นยังโสดแพรไหมจะยังต้องการเขาอยู่หรือไม่ ในเมื่อเธอคิดว่าพายุนั้นเป็นแค่ผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอเท่านั้น ซึ่งเวลานี้เธอก็ยังคงมองเขาในด้านลบอยู่ดี แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นสิบปีแล้วก็ตาม "แม่ของหนูชื่ออะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน บอกฉันได้ไหม" พายุถามพร้อมกับจ้องลงไปที่ดวงตาแป๋วของเด็กหญิงตรงหน้า เมื่อเขามั่นใจว่าสายตาจะไม่โกหก "แม่ของหนูชื่อแพรไหม!" เด็กหญิงพูดออกมา พร้อมกับจ้องสายตาคมของผู้เป็นบิดาอย่างไม่กะพริบตา เพื่อยืนยันว่าเธอนั้นไม่ได้โกหก “ฮ่ะ!” พายุอุทานออกมาเสียงดัง ขณะที่หัวใจของเขานั้นเต้นแรง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต "ถ้าคุณไม่เชื่อ พาหนูไปตรวจดีเอ็นเอก็ได้นะคะ" เด็กหญิงพูดออกมาพร้อมกับมีใบหน้าที่เศร้าหม่น เมื่อเธอคิดว่าบิดาคงไม่เชื่อในสิ่งที่เธอนั้นพูดออกมา "ไม่จำเป็น!" พายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็ง เพื่อยืนกรานที่จะตรวจดีเอ็นเอ จนทำให้คนฟังนั้นหวาดกลัว เพราะใยไหมคิดว่าบิดานั้นไม่เชื่อใจเธอ "หนูขอโทษที่มารบกวน หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" ใยไหมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอยกมือขึ้นไหว้ผู้เป็นบิดาอย่างนอบน้อม ประหนึ่งว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วในชีวิตนี้ เมื่อเธอได้สัญญากับผู้เป็นมารดาเอาไว้ หากถูกปฏิเสธแล้วไซร้ จะขอกลับไปไม่กลับมาหาชายตรงหน้าอีกเลยตราบชั่วชีวิต "แล้วหนูจะไปไหน นั่งลงก่อนสิ" พายุพูดพร้อมกับจับร่างเล็กของลูกสาวนั่งลงข้าง ๆ อีกครั้ง "ที่บอกว่าไม่จำเป็น นั่นเป็นเพราะว่าพ่อเชื่อว่าหนูเป็นลูกของพ่อโดยไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอ!" พายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ใยไหมไม่รอช้าโผเข้าไปกอดผู้เป็นบิดาอีกครั้งในทันที ก่อนจะร้องไห้ออกมาเพราะความดีใจ "ไม่ร้องนะครับคนเก่งของพ่อ" พายุพูดพร้อมทั้งเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่แก้มใสของลูกสาวออกจนสิ้น ในขณะที่ตัวของเขาเองก็น้ำตาคลอเช่นกัน "หนูขอเรียกพ่อว่าคุณป๋านะคะ" เสียงเจี๊ยวจ๊าวพูดออกมาอย่างรื่นหู คุณป๋าที่เด็กหญิงพูดนั้น ทำให้พายุอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจไม่ได้ "ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ทำไมถึงต้องเรียกพ่อว่าคุณป๋าด้วยละ หืม" พายุเอ่ยถามลูกสาวออกมา ขณะที่เขายังคงกอดเด็กหญิงเอาไว้ ด้วยความรักความผูกพันของสายใยระหว่างพ่อลูก ที่มันพันผูกจนมาสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ "มาดาม ไม่ชอบให้หนูมีพ่อ หนูก็จะมีคุณป๋าแทนยังไงล่ะคะ" คำตอบของลูกสาวทำให้พายุยิ้มไม่หุบครั้งแล้วครั้งเล่า เธอช่างเป็นเด็กฉลาดและร่าเริง ผิดกับแพรไหมมารดาของเธอ ที่ชอบทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้ตลอดเวลา "ทำไมถึงเรียกแม่ว่ามาดาม ตอนนี้แม่แต่งงานไปแล้วหรือยัง" เวลานี้พายุลุ้นคำตอบจากลูกสาว หรือแพรไหมจะแต่งงานกับฝรั่งตาน้ำข้าวไปแล้ว ใยไหมถึงได้เรียกเธอว่ามาดาม "แม่ยังไม่มีใคร มีแค่ลุงดนัยที่ชอบมาข้องแวะ แต่หนูไม่ชอบเขาเลย เพราะเขาชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมาดามอยู่เรื่อย" คำตอบของลูกสาวช่างอิ่มเอมใจ เมื่อแพรไหมไม่มีใครเขาก็พร้อมจะสานสัมพันธ์ แต่งานนี้คงจะยากหากผู้ชายคนนั้นมาข้องแวะ แต่เขามีลูกสาวที่ยืนเคียงข้างแล้วจะกลัวอะไร "ถ้าพ่ออยากจะจีบแม่ต้องทำยังไง" "โอ้! เจ๋งเป้งมากค่ะคุณป๋า เดี๋ยวหนูจะช่วยเอง" ใยไหมพูดออกมาด้วยความดีใจ นั่นคือสิ่งที่เธอปรารถนามาแสนนาน อยากให้บิดามารดาได้ลงเอยกันสักที "ลูกรับปากพ่อแล้วน๊า... " พายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่ารัก "แต่เราต้องมาทำข้อตกลงกันก่อนค่ะ คุณป๋า" ใยไหม ผละออกจากอกกว้างของผู้เป็นบิดา พร้อมกับหยิบคุกกี้ตรงหน้าเข้าปาก "หิวหรือยัง ไปทานข้าวก่อนดีไหม" พายุเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นลูกสาวนั้นหยิบคุกกี้เข้าปากคำโต "เดี๋ยวค่อยไปทานก็ได้ค่ะ แต่เราต้องมาทำข้อตกลงกันก่อน เรื่องที่หนูเป็นลูกสาวของคุณป๋า ห้ามให้ใครรู้ ทุกอย่างจะเป็นความลับระหว่างเราได้ไหมคะ" พายุทำหน้าสงสัยกลับไปให้เด็กหญิง เธอกำลังคิดจะทำอะไร ใครหลายคนคงดีใจหากได้เป็นลูกสาวของท่านประธาน "ทำไมเป็นลูกสาวพ่อมันไม่ดีตรงไหนเหรอ ลูกถึงไม่อยากให้ใครรู้" พายุเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความน้อยใจ เมื่อลูกสาวไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าเขาเป็นบิดาของเธอ "เป็นลูกสาวของป๋าดีที่สุดแล้ว แต่หนูไม่อยากให้ใครมองมาดามในทางไม่ดี ทุกคนต้องรู้แน่ สาเหตุที่มาดามต้องออกจากมหา'ลัยกลางคัน" คำบอกเล่าของใยไหมเป็นเหมือนดังคมหอก ที่ทิ่มแทงเข้ามาในหัวใจของพายุ เด็กหญิงตรงหน้าช่างมีความคิดแบบผู้ใหญ่ เธอถูกเลี้ยงมาแบบไหนทำไมถึงได้ฉลาดอย่างนี้ แพรไหมคงดูแลอบรมลูกสาวมาอย่างดี ต่างจากเขาผู้เป็นบิดาที่ไม่เคยได้เหลียวแล "พ่อขอโทษนะ ที่ไม่เคยได้ดูแลหนูเลย ต่อจากนี้ไปพ่อจะไม่ทิ้งหนูกับแม่ให้อยู่กันตามลำพังอีกแล้ว" คำพูดของผู้เป็นบิดากำลังทำให้เด็กหญิงหัวใจพองโต เธอดีใจที่ผู้เป็นพายุไม่ปฏิเสธ แถมเขายังคิดที่จะสานสัมพันธ์กับมาดามของเธออีกครั้ง คงไม่มีอะไรทำให้เด็กหญิงมีความสุขเท่าสิ่งนี้มาก่อนเลยในชีวิต "ก่อนอื่นคุณป๋า ต้องจีบมาดามให้ติดก่อน หนูบอกเลยว่างานหิน มาดามดื้อจะตาย ขนาดลุงดนัยตามจีบหลายปี มาดามยังปฏิเสธทุกครั้ง แต่ลุงดนัยก็ตื้ออยู่ได้" ใยไหมพูดพร้อมกับทำหน้างอ ออกมาได้อย่างน่ารัก "ป๋ามีลูกสาวคอยช่วยจะกลัวอะไร ไปทานข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวป๋าจะไปส่งที่บ้าน" พายุพูดออกมาด้วยสายตาที่มีความหวัง เขาคงไม่ต้องใช้นักสืบ ในเมื่อโชคชะตากำหนดให้หญิงสาวเดินเข้ามาในชีวิตของเขาเอง แถมอยู่ดี ๆ ก็ได้ลูกสาวมาหนึ่งคน ที่น่ารักซะจนทำให้เขานั้นอยากไว้หนวด
ชิงรัก

ชิงรัก

ความอิจฉาน้องสาวต่างมารดาคือจุดเริ่มต้นของแผนการ “ชิงไอศูรย์” มาเป็นของตน เธอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมง่ายๆ คือวางยานอนหลับเขา พอตื่นขึ้นมาก็จะติ๋งต่างว่า เขากับเธอมีอะไรกัน ทว่าแผนเกิดผิดพลาด ยาที่ผสมในไวน์กลับเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ผลที่ออกมาคือ ไอศูรย์มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอจริงๆ ในที่สุด ชเนตตีได้แต่งงานกับเขาตามตั้งใจ ทว่าผลที่ออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ “เนยใส่อะไรในแก้วไวน์ของพี่ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีวันอยู่ในสภาพแบบนี้” เขาถามอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เสียงที่ถามเข้มห้วน ใบหน้ายังคงเรียบตึง สายตาถมึงทึงใส่ร่างอวบที่ย่นคอหนีน้ำเสียงแผดกร้าว “ตอบพี่มา” “ใส่อะไร เนยไม่รู้เรื่อง…ฮือ…พี่เจย์ทำผิดแล้วอย่ามาโทษว่าเนยวางยาพี่นะ…ฮือ” เธอยังคงปากแข็งต่อไป หลบสายตาแข็งกร้าวพัลวัน
ทะเลเถื่อน

ทะเลเถื่อน

เขาใจดีกับคนทั้งโลก ยกเว้นเธอ... “ถ้าเจ็บก็ทนเอาหน่อยล่ะกัน เธอท้องเมื่อไหร่ ฉันจะไม่แตะต้องเธอเลย...ตัวเสนียดจัญไร” .... หลังจากการลงทัณฑ์จบสิ้น ร่างสาวเปลือยเปล่าคุดคู้ มือข้างซ้ายจับตรงของสงวน มือข้างขวาจับช่วงท้อง ทั้งจุกและเจ็บร้าว น้ำตารินไหลเป็นทาง เขาไม่ปรานีเธอสักนิดเดียว ทำรุนแรงทุกท่วงท่า กระแทกกระทั้นแต่ละครั้งดุเดือด ทำราวกับว่าเธอเป็นตุ๊กตายาง ไม่มีความรู้สึกใดใด เขากระทำด้วยความโกรธ แค้นและชิงชัง “จะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไร เธอเจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอก เจ็บน้อยกว่าที่ฉันเจ็บด้วยซ้ำ แล้วอย่าทำเป็นสำออย จำใส่หัวไว้ว่า เธอไม่ใช่นางเอกเจ้าน้ำตา เธอคือแม่มดใจหยาบช้า” นัยน์ตาณคุณโหดด้วยไฟแค้นลุกท่วม ยากดับได้ “จำเอาไว้อย่างหนึ่งว่า นี่แค่เริ่มต้น เธอจะเจ็บแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าท้อง คลอดเมื่อไหร่ เธอไสหัวออกไปจากที่นี่เมื่อนั้น”
คุณพ่อรับฝาก

คุณพ่อรับฝาก

เมื่อมาเฟียโดนหยาม ปฏิบัติการป่วนจึงเริ่มขึ้น! เขาต้องเลี้ยงเด็กและตามล่าแม่เด็กที่ทิ้งลูกเอาไว้มารับผิดชอบ แต่พอเจอเธอ...ความโกรธกลับละลายหาย กลายเป็นต้องการเก็บพวกเธอไว้ทั้งสองคน ซันเซส...คุณพ่อกำมะลอมาเฟียขี้เก็ก ทายาทที่ต้องแบกรับภาระและความแค้นของคาร์ลอสมาหลายปี เดลล่า...เธอพาความหวังกลับมาให้เขาอีกครั้ง เมื่อมีผู้หญิงคนปริศนาพาตัวเธอมาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์ เขาจึงต้องตามล่าผู้หญิงคนนั้นมาเค้นเอาความจริงโดยด่วน แต่เมื่อเจอเธอ...เขากลับต้องรีบเปลี่ยนแผน ใช้คำสั่งหลอกให้ได้ใกล้ชิด จนเธอเผลอไปกับความเจ้าเล่ห์ของเขา สิตมน...คุณแม่กำมะลอ ขาหื่น เถียงคำไม่ตกฟาก เพราะ...เข้าใจผิดมาตลอดว่าเดลล่าเป็นลูกของเขากับเพื่อนรักของตัวเอง เมื่อต้องแบกรับภาระทำหน้าที่แม่แทนเพื่อน หญิงสาวจึงต้องหักห้ามใจ ท่องจนขึ้นใจ.... “นั่นสามีเพื่อน” แต่เขากลับยิ่งป้วนเปี้ยนไม่ห่างกาย สร้างความปั่นป่วนหัวใจไม่หยุดหย่อน ผู้ชายบ้าอะไรจะหื่นได้ทุกวินาที!