icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวมหาเศรษฐี

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ท่านประธานขาอย่าดุ

ท่านประธานขาอย่าดุ

“ที่รัก ร่างกายของคุณหวานอร่อยไปทั้งตัว หวานจนผมหยุดกินไม่ได้ แล้วตอนนี้ผมหิวอีกแล้ว” ตฤณ ท่านประธานบริษัท วัย 37 ปี หนุ่มโสดหล่อ รวย พ่อบุญทุ่ม ถูกใจใครก็เปย์หนัก ไม่เว้นแม้แต่เลขาสาวสวยที่เขาบังคับมารับตำแหน่ง ด้วยวิธีแสนเจ้าเล่ห์แม้เธอไม่เต็มใจ แต่ในเมื่อเขา “อยากได้” วิธีสุดแสนร้ายกาจเขาก็งัดมาใช้ เพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง ***** “ผมขับรถไปรับคุณได้ด้วยตัวเองเลย ไม่ได้ขู่ด้วย เอาให้รู้ไปทั้งบริษัทว่า... คุณเป็นคนของผม ผมมีรถให้เลือกนั่ง 10 คัน ลือกมาสักยี่ห้อเดี๋ยวขับไปหาครับ” “คุณมันบ้า อีตาผู้ชายบ้า เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย แล้วต้องมาอยู่ซอยเดียวกัน” “ท่านประธาน คำที่ถูกต้อง ตกลงขึ้นรถมาหรือยังครับปั้นหยา” “คอยดูนะ ถ้าฉันเจอหน้าคุณ...” “จะสมนาคุณผมด้วยจูบเหรอ” “คุณ!”
ไฟวิวาห์พญามาร

ไฟวิวาห์พญามาร

เมื่อถูกแบล็คเมล์จับหมดทางเลือก ลีลวัตรจึงต้องกระโจนลงไปสู่กรงวิวาห์ แต่ผู้ชายที่พกความโหดเหี้ยม ดิบกระด้างมาตั้งแต่เกิดอย่างเขาไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน แม่ปลายฟ้าแสนพยศจะต้องเจ็บช้ำ เพราะวิวาห์ครั้งนี้มันคือวิวาห์ไฟ ที่ทั้งเร่าร้อนและบ้าคลั่ง “ไปร่านที่ไหนมาล่ะ... ผัวรอตั้งนาน...” “คนปากสกปรก! นี่ปล่อยฉันนะ...” พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์ แต่ยิ่งดิ้นร่างกายก็ยิ่งเบียดเคล้ากัน ความกำยำของเขาส่งผ่านมาสู่ร่างกายของหล่อนชัดเจน โดยเฉพาะความแข็งชันที่ดุนดันอยู่ตรงหน้าท้อง ปลายฟ้าแก้มแดงอยู่ท่ามกลางความสลัว “ฉันบอกให้ปล่อยไง... คนเลว...!” “ตั้งแต่ได้ทะเบียนสมรสไปนอนกอดนี่... ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนี่...” “จะหย่าเลยก็ได้นี่... ฉันไม่ว่าอยู่แล้ว” “หย่าเหรอ...” สายตาคมกริบกวาดมองร่างอรชรที่ตัวเองกอดรัดอยู่ด้วยความหยาบคาย ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “ฉันยังไม่ได้ลองสินค้าเลย... เสียไปตั้งสองล้าน จะให้ปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไง... สักครั้งก่อนจากก็ยังดี...” “ไม่นะ! อย่า...” ริมฝีปากร้อนผ่าวขยี้ลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างรุนแรง สาวน้อยพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ก็ไม่หลุดเพราะถูกนิ้วเรียวสีแทนของเขาตึงปลายคางเอาไว้แน่น ปลายฟ้าเจ็บจนน้ำตาไหล สัมผัสของลีลวัตรเต็มไปด้วยความต้องการเอาชนะ ประกาศศักดาว่าตัวเองคือเจ้านาย และหล่อนคือทาส... “คืนนี้... ห้ามทำเป็นท่อนไม้ล่ะ เพราะฉันไม่ชอบ... ขึ้นห้องได้แล้ว...”
กามสวาทโลกีย์

กามสวาทโลกีย์

“คุณเป็นใคร? ” สาวน้อยเอ่ยถามเสียงแข็ง ใช่เธอเพิ่งเห็นใบหน้าคมชัดก็วันนี้เองเขาหล่อ มีกล้ามหน้าท้องที่แสนจะแข็งแกร่ง “จุๆ สาวน้อยต่อจบบทก่อนค่อยถามนะ” ชายนิรนามเอามือปิดปากสาวน้อยใต้ร่าง ก่อนร่างหนาจะเริ่มเบียดเสียดสีเข้าหาร่างเล็ก ร่างหนาบิดพลิ้วไปตามจังหวะรักเป็นท่วงทำนองเพลงรักที่เขาเป็นคนแต่งและควบคุมบทเพลงเอง ส่วนร่างเล็กใต้ร่างนั้นได้แต่บิดเร้าครวญครางไปตามกระแสความเสียวซ่านที่ชายหนุ่มเหนือร่างกำลังปลุกปั่นให้แก่ตน “โอว์!...ดีเหลือเกินเด็กน้อยจ๋า.....ชูว์!.....” เสียงเข้มคำรามก้องด้วยความสุขสม เมื่อตัวเองนั้นถึงปลายโค้งฟ้าแล้ว และไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงร้องครวญครางเล็กของ “กรี๊ดดดด.....” สาวน้อยวัยกระเตาะกรีดร้องอย่างมีความสุข เธอกรี๊ดทุกครั้งที่คนเหนือรางส่งถึงวิมารดอกฟ้า ก่อนจะเผลอหลับหมดแรงไปอย่างเหนื่อยล่า
ซ่อนรักปถวี

ซ่อนรักปถวี

(("ปล่อยฉันนะ!! บอกให้ปล่อยไง ลากฉันมาทำไม ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ว้าย!!!")) "อะไรที่ฉันไม่อยากให้ได้ยิน แล้วเสนอหน้ามารับรู้รับฟัง ไม่ว่าใคร!! คนของใคร!! ฉันก็ไม่ไว้หน้า!!...จำเอาไว้!" "อ๊ะ!! ผะ แผ่นดิน" ผมสะบัดเธอจนเธอเซถลา แววตาของเธอที่มองมายังผม มันเหมือนกับเธอจะร้องไห้ แล้วถามว่าผมสนใจไหม ตอบเลยว่าไม่! ผมเดินหันหลังมานั่งเก้าอี้ แล้วจ้องมองหน้าฟาสที่ตอนนี้ในดวงตาเธอเอ่อคลอด้วยน้ำตา เธอลูบต้นแขนของตัวเองไปมา แล้วยืนนิ่งมองหน้าผม "ได้ยินอะไรบ้าง" ผมเอ่ยถามเสียงเรียบ "......" เธอเงียบแล้วหันหน้าหนี "ไม่มีปากหรือไง!" ผมเริ่มใช้เสียงหนักขึ้น เมื่อฟาสนั้นไม่ยอมตอบ ผมแค่อยากรู้ว่าเธอได้ยินเรื่องราวมาน้อยแค่ไหน "ไม่ได้ยิน" เธอตอบเสียงเบา "อย่ามาโกหก!!" ผมตะเบ็งเสียงแข็ง เมื่อเธอนั้นปฏิเสธ เพราะผมมั่นใจว่าเธอต้องได้ยินอะไรมาแน่ ๆ "คุณเปลี่ยนไปมากเลยแผ่นดิน" "ไม่ได้สนิทกันขนาดจะมาเรียกชื่อเฉย ๆ" ผมพูดโต้ตอบทันที เธอพูดอย่างกับรู้จักผมดีอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ผมเพิ่งจะรู้จักเธอตอนที่แม่ของผมแนะนำ "........" เธอยังคงยืนเงียบเหมือนเดิม ซึ่งมันเริ่มจะทำให้ผมนั้นโมโหยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ผมพยายามควบคุมมันไว้ "อยากตายหรือไง?"
เสน่หามนตรา

เสน่หามนตรา

สายตาคมที่ยืนมองเหตุการณ์ในมุมลับตา การเสวนาระหว่างหญิงสาวที่เขาเพิ่งชนอยู่ในสายตาของเชคฮ บราฮิมตลอดหลังจากที่เขานั้นเดินออกมา เชคฮ บราฮิมดั่งถูกสาปให้นิ่งดั่งหินเมื่อเห็นใบหน้าหวานเสลา ดุจนางพญา ดวงตาคมของม่านฟ้าที่มองหน้าสบตาเขามันตราตรึงติดในดวงตาอย่างน่าจดจำ...^นางฟ้าเดินดิน^ เขาตราหน้าเธอในใจ "เราพอใจหญิงนางนั้น" เชคฮ บราฮิมเอ่ยบอก "ท่านหมายถึงใครหรือครับ" "นางฟ้าเดินดินคนนั้น" คำพูดที่ทำเอาเลขาอย่างราชิตถึงกับงวยงงเมื่อเจ้านายพร่ำบอก "คนที่ชนเราตอนเข้ามา" เชคฮ บราฮิมขยายความเมื่อเห็นแล้วว่าคนสนิทไม่เข้าใจ "เราต้องการเธอคนนั้น!" เสียงเข้มแผดดังหนักแน่นอย่างมุ่งมั่น "แต่กระผมเกรงว่า..." "อยากได้ก็คืออยากได้!...ไปสืบมาว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน แลกด้วยอะไรเราก็ยอม"
Uncle on my moon คุณอากับหนูขา

Uncle on my moon คุณอากับหนูขา

จันทร์เจ้าขาจำได้ว่าเขาคือ ‘คุณอา’ ที่เคยเล่นด้วยตอนห้าขวบ และเธอก็เป็น ‘หนูขา’ ของเขา แต่ไม่ยักจะรู้ว่าพอโตขึ้น เธอจะตกหลุมรักเขาเข้าเต็มเปาอย่างนี้ ‘อยากเป็นผู้หญิงที่คุณอาชอบจังเลย...’ เป็นความปรารถนาที่ผุดพรายขึ้นมาในใจจนทำให้ร่างกายสั่นไหวทุกครั้งที่ใกล้ชิดชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าวันไหนผู้หญิงวัยแรกแย้มอย่างเธอจะเป็นที่ปรารถนาของอินทัชบ้าง จะต้องแก่แดดแค่ไหน จะต้องยั่วยวนอย่างไร ต้องมีความเป็นผู้หญิงขนาดไหน อินทัชถึงจะชายตามาสนใจมากกว่า ‘ความเป็นหลาน’ อย่างนี้ เป็นสิ่งที่หญิงสาวใคร่อยากรู้เหลือเกิน...
ขายหัวใจให้ท่านประธาน

ขายหัวใจให้ท่านประธาน

ท่านประธานหนุ่มสุดแสนเพอร์เฟกต์กำลังต้องการ =เมีย= ส่วนหล่อนดาราตัวประกอบตกอับที่กำลังต้องการ =เงิน= สัญญาแต่งงานปลอมๆ จึงเกิดขึ้น พร้อมกับค่าจ้างราคาแพงระยับ แต่ทำไมนะ โชคชะตาถึงเล่นตลก ทำให้หล่อนกับเขาอุ่นเตียงกันก่อนที่หล่อนจะได้รับค่าจ้างเสียอีก!!?? ตัวอย่างในเล่มจ้า... “ห๊า! ว่า... ว่าไงนะไหม แก... แกปล้ำท่านประธาน???” ไหมแก้วหน้าแดง ตาก็แดง เพราะรู้สึกอดสูกับชีวิตของตัวเองเหลือเกิน “ฉันปล้ำเขาแล้ว และก็สำเร็จด้วย” “แล้วท่านประธานจะฆ่าแกไหมเนี่ยที่แกไปทำแบบนั้นน่ะ ตายแน่ๆ แล้วไหม แกตายแน่” รินรดาทุกข์ใจขึ้นมาถนัดตาเลย “เขาไม่ฆ่าฉันหรอก เพราะฉันโกหกว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” “แล้วท่านประธานก็เชื่ออย่างนั้นเหรอ” “อืม ก็ไม่เห็นว่าอะไรนะ นี่ฉันตื่นเต้นแทบตายตอนเอาผ้าปูเตียงที่เปื้อนเลือดซิงของฉันซ่อนน่ะ แต่เจ้านายของแกก็แย่งไปดูจนได้” “ท่าน... ประธานเห็นไหม ถ้าเห็นท่านประธานจะต้องรู้แน่ๆ” “น่าจะไม่เห็นนะ เพราะเขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย”
มายาประกาศิต

มายาประกาศิต

“จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย...” น้ำเสียงของเยาวเรศดังขึ้น “อะ...อะไรนะแก สวดใหม่อีกทีซิ” ศรินภัสร์คิดว่าตัวเองหูฝาด ก่อนจะพูดให้เยาวเรศ ท่องบทสวดแผ่เมตตาอีกครั้ง ครั้งที่สองก็ยังได้ยินเหมือนเดิม “จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย... ท่องตามฉันด้วย” เยาวเรศหันมาสั่งเสียงดุ เธอไม่ได้ทำเล่นๆ นะจริงจังมาก “อะ…เออ” ศรินภัสร์ยิ้มแห้งๆ ให้กับบทแผ่เมตตาของเพื่อนสาวดูวันนี้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยากเหลือเกิน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวตกใจสุดขีด นี่ก็อะไรไม่รู้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นศรินภัสร์ก็ยอมท่องตามไปแบบทุกคำไม่มีตกหล่นให้ประโยคเสีย “จงเป็นแมนเป็นแมนเถิด...อย่าได้มีความตุ๊ดกายตุ๊ดใจเลย......จงมีความโสดกายโสดใจ...รักษาตนให้พ้นจากตุ๊ดแตกทุกช่วงวัยด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเทอญ...” พอแผ่เมตตาจบประโยคเยาวเรศก็ยกมือขึ้นท่วมหัว ศรินภัสร์ออกอาการเหวอๆ แต่ก็ทำตามทุกอย่างเหมือนกัน “บทสวดแผ่เมตตาอะไรของแกยายเนตร พิลึก” ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสาวว่ามันพิลึก แต่ชักจะรู้ตัวช้าไปเสียหน่อย เพราะเล่นท่องจบบทถึงค่อยมาถาม “พิลึกแต่ได้ผลมาแล้วนะยะ แล้วจะหาว่าไม่บอก” --------------- “พี่ณุ…ไม่เอานะ” ศรินภัสร์พยายามร้องห้าม แต่อโณทัยก็จับใบหน้าหญิงสาวกดไปบนแผงอกของเขา ไม่ให้เธอพูดอะไรได้อีก คนใต้แผงอกได้แต่ร้องประท้วงอู้อี้เท่านั้น “อย่ารุนแรงล่ะ เพราะน้องผมยังไม่เคย” ภาณุพงศ์เอ่ยสองแง่สองง่ามให้น้องสาวได้หน้าแดง จนศรินภัสร์อยากกัดลิ้นตาย ก็ไหนบอกชอบ อีตาเกย์บ้านี้มากทำไมทำกับเธอแบบนี้ได้กัน เขาเป็นเกย์ทำไมพี่ชายเธอถึงได้พูดอะไรน่าเกลียดแบบนี้ออกมา “ครับ..จะถนอมให้ถึงที่สุด” อโณทัยสบตากับภาณุพงศ์แน่วแน่ แค่นี้ความคิดที่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเกย์ก็แทบหายเกลี้ยงเสียแล้ว ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันเอง ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ดูท่าทางศรินภัสร์จะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ เหมือนกัน เพราะรายนี้ถ้าได้ปักใจเชื่ออะไรแล้วต้องพิสูจน์จนขาวสะอาดนู่นแหละถึงจะยอมเปลี่ยนความคิด “ไม่นะพี่ณุ…อีตานี่เป็นเกย์นะ ตรีไม่ไป” ศรินภัสร์ใช้จังหวะที่อโณทัยลากตัวเองออกจากผับเอ่ยบอกพี่ชาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟังเสียงเธอเหมือนกัน ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ด้านหน้า ท่ามกลางสายตาของนักท่องราตรี “แฟนผมกำลังโกรธน่ะครับ ไม่มีอะไร?” อโณทัยพยายามอธิบายสายตาทุกคนที่จ้องมองมา ด้วยคำพูดที่สุภาพมากที่สุด เพราะไม่อยากให้ใครมาสนใจมากไปนัก แต่ถึงไม่พูดคนพวกนั้นก็ได้แต่มองไม่เข้ามายุ่งอยู่แล้วเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง “ปล่อยนะไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้” ศรินภัสร์พยายามยื้อตัวเองไว้จนสุดกำลังเหมือนกัน แต่ก็แพ้แรงของอโณทัย “จะไปคุยกับผมดีๆ หรือจะให้ผมพาเข้าม่านรูดแถวนี้ หือ…” คำขู่ของอโณทัยทำให้ศรินภัสร์หยุดกึก ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมาเพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า
กลลวงบ่วงดอกรัก

กลลวงบ่วงดอกรัก

‘เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ’ เมื่อ ‘ณฉัตร’ สาวมาดทอมบอยที่โครงหน้านั้นหล่อปนหวาน จนผู้ชายบางคนยังต้องชิดซ้าย เธอโด่งดังเป็นพลุแตกหลังรับบททอมในภาพยนตร์แห่งปี และบทบาทนั้นก็ทำให้ทุกคนติดภาพและตัดสินว่าตัวเธอเป็นทอมไม่เว้นแม้แต่ ‘กฤตนัย’ ------------------------------ “เคยมีผู้ชายคนไหน ทำแบบนี้กับเธอไหม” คำถามของกฤตนัย ณฉัตรกำลังคิดหาคำตอบว่าจะตอบอะไรกลับไปดี “ฉันถามว่าเคยไหม” “ไม่เคย” เมื่อถูกจี้เอาคำตอบ ณฉัตรก็ตอบรัวเสียงสั่นทันที “ก็ไม่น่าแปลก เพราะเธอเป็นทอมไม่ใช่เหรอ ต้องมีดี้สาวๆ มาหอม มาจูบสิ ถึงจะถูก ว่าไหม” ขณะถามกฤตนัยก็ก้มมองเรือนร่างของณฉัตร ลึกๆ กลับมีความรู้สึกเสียดายที่เธอเป็นทอม เพราะถ้าเธอเป็นหญิงรูปร่างแบบนี้คงดึงดูดผู้ชายไม่น้อย “มองอะไรไม่ทราบ ฉันเป็นผู้ชายเหมือนคุณ รูปร่างภายนอกก็แค่ของนอกกาย แต่จิตใจฉันแมนไม่แพ้ผู้ชายหรอก” คำพูดของณฉัตรดูวกวนอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับพยายามข่มความอายไว้ เพราะถ้าเธออายกฤตนัยต้องคิดว่าเธอยังเป็นผู้หญิงแน่ จึงแอ๊บแมนเข้าสู้ แต่ก็เหมือนจะไร้ซึ่งประโยชน์ “จะบอกว่านี่คือเปลือกนอกว่างั้น” “ใช่... รู้ไว้ซะว่าฉันนิยมตีฉิ่ง ไม่นิยมผู้ชาย” “เคยลองมีอะไรกับผู้ชายแล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงบอกว่าไม่นิยมชมชอบ” แววตายียวน น้ำเสียงกึ่งๆ หยอกล้อเอ่ยถาม กฤตนัยยิ้มเจ้าเล่ห์ อยู่ๆ ความคิดที่อยากเปลี่ยนทอมให้เป็นผู้หญิงก็ผุดขึ้นมาในสมอง เขาจะใช้ทฤษฎีส่วนตัวพิสูจน์ว่าทอมอย่างณฉัตรจะกลับมาเป็นผู้หญิงได้ไหม ถ้าเขามีอะไรกับเธอขึ้นมา
เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ

เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ

หากไม่ใช่ว่ารักมาก ยึดมั่นกับรักแรกและคำสัญญาจอมปลอมจากปากของรุจิภาส ดรัลรัตน์คงไม่เจ็บช้ำใจหนักถึงขนาดนี้ ดรัลรัตน์กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ใจเด็ด หิวเงินในสายตาของใครต่อใคร ห้าปีแล้วที่เธอมีแก้วตาดวงใจอย่างเด็กชายสิปปภาสในชีวิต หญิงสาวยอมลาออกจากงาน เพื่อเลี้ยงดูเด็กชายสิปปภาสให้เติบโตเป็นเด็กดี มาวันนี้รุจิภาสขอกลับมาแก้ไขความผิดพลาดเหล่านั้น พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้กลับเข้ามาในชีวิตของเธออีก ดรัลรัตน์จะยอมให้เขากลับมาแก้ตัวไหม หรือจะปล่อยให้เขาเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในห้วงหัวใจของเธอเท่านั้นก็พอ บางช่วงบางตอนจากเนื้อหา “ห้ามออกไปไหน ตอนที่ผมยังหลับอยู่” เสียงพึมพำที่เหนือศีรษะทำเอาหัวใจของเธอเต้นแรงมากขึ้น แล้วมันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปฟังเขาด้วย นอนนิ่งให้ไออุ่นจากกายของเขาห่มคลุมอยู่แบบนั้น ปิดตาไว้จนผ่านไปเป็นนาน เห็นว่าเขานิ่ง ไม่ขยับตัว และลมหายใจก็แผ่ว ๆ ราบเรียบเป็นจังหวะเสมอมากขึ้นก็ค่อยผละออกทีละนิด ออกมาทีละนิด จนแขนของเขาหลุดออกจากตัวของเธอในที่สุด ก็ค่อยพลิกตัวไปอีกด้าน มองฝ่าความมืดหาเสื้อผ้าของตัวเอง “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าคิดไปไหนตอนที่ผมหลับ” เสียงของเขาไม่ได้ดังเลยสักนิด แต่ทำเอาขนกายของเธอลุกชันไปทั้งตัว “คุณไม่มีสิทธิ์” “ต้องให้ผมใช้สิทธิ์ของผัวอีกไหม” ดรัลรัตน์ไม่เถียง เธอเห็นเสื้อผ้าตัวเองแล้ว ก็พุ่งตัวไปหยิบมันแต่ก็ยังช้ากว่าเขา “ไปสิ อยากไปก็ออกไปแบบนั้นเลย” “ได้” ดรัลรัตน์ไม่สน เธอหันหลังทันที แล้วเดินเปลือยไปยังประตูห้อง แต่แล้วความหึงหวงที่ไม่รู้ผุดออกมาจากส่วนไหนของหัวใจ ก็กระตุ้นให้เขาตรงรี่เข้าไปคว้าแขนของเธอเอาไว้เสียก่อน “อย่าบ้าให้มากนักได้ไหม” ดรัลรัตน์เมินหน้า มือก็พยายามยื้อออกจากมือของเขา แต่ไม่หลุด “กลับไปที่เตียง” “ฉันจะกลับห้อง” “จะกลับไปนอนพักผ่อนที่เตียงดี ๆ ไหม หรือจะทำอีก” สิ้นเสียงถามของเขา เลือดหมดทั้งตัวของเธอก็พากันไหลมากองรวมกันที่ใบหน้า ดรัลรัตน์กัดปากแน่น ไม่มองหน้าเขา แล้วเดินกลับไปยังที่นอนอย่างเดิม “นอนลง ถ้ายังต้องให้พูดให้กล่อมกันอีก ผมจะทำต่อจนถึงเย็นวันมะรืนเลย”
 ท่านประธานขาพาหนูลงจากเตียง เอ๊ย! คานที

ท่านประธานขาพาหนูลงจากเตียง เอ๊ย! คานที

เพราะประกาศิตจากแม่และยายให้เธอกลับไปแต่งงานกับคนที่หาไว้ ทางรอดสุดท้ายคือเธอต้องหาผู้ชายที่เพียบพร้อมกว่ากลับไปฝาก แต่ทุกอย่างก็ดันผิดแผนไปหมด เมื่อเธอดันสะเพร่าเข้าผิดห้อง สุดท้ายใครจะคิดว่าชีวิตของ แวววิวาห์จะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะคีย์การ์ดใบเดียวแท้ๆ เลยที่ทำให้ชีวิตเธอพลิกผันถูกภาคิน ประธานบริษัทจอมเผด็จการและเอาแต่ใจที่สุดในสามโลกคอยกดขี่ข่มเหง ใช่! เขาทั้งกด ขี่ แล้วก็ขย่ม เอ๊ย! ข่มเหงจนเธอแทบไม่ได้ลงจากเตียง “จูบห้าพัน แต่ถ้าจูบดูดดื่มรุกล้ำหมื่นนึง” “กอดห้าพัน แต่ถ้ากอดลูบไล้ล้วงลึกก็หมื่นนึง ถ้าคุณไม่จ่าย ฉันจะถือว่าคุณหลงเสน่ห์ฉัน และเราต้องแต่งงานกัน” “แล้วถ้ามากกว่านั้นล่ะ” เสียงเขากระเส่าพลางโน้มใบหน้าลงไปถามใกล้ๆ
เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)

เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)

เมื่อรักเข้ามาเคาะประตูหัวใจหนุ่มหล่อเจ้าของสายการบินคนดังให้มันรุ่มร้อนจนทนไม่ไหว เขายอมจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อให้ได้ตัวเธอมา สาวใสไร้เดียงสากลับหวาดผวาเมื่อเจอความต้องการแบบชายหญิงเข้า ชายหนุ่มจึงต้องหยุดตัวเองแล้วค่อยๆ เริ่มบทเรียนสอนรัก ที่ทั้งหวานและเร่าร้อนมากขึ้นตามลำดับ เธอกำลังจะตาย... ปัทมณฑ์บอกตัวเองในความพร่างพร่า ความรัญจวนที่เขามอบให้มันมากมายจนทรมานไปหมด เรือนกายสาวในวัยแรกสวยบิดเร้า บางครั้งดิ้นรน สองมือเรียวสอดแทรกเข้าไปในเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่ยาวแค่ครึ่งนิ้ว เผลอกอบกำดึงทึ้งไปก็หลายหนเพื่อระบายอารมณ์หวาม เธอทรมานเหมือนจะตาย แต่ถ้าเขาหยุดเธอคงเหมือนตายทั้งเป็น อารมณ์ลึกถูกปลุกขึ้นโดยชายหนุ่ม และมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะหยุดมันลงได้ “พี่ไรอัน...ลูกปัด...ทนไม่ไหว” “ต้องได้สิคนเก่ง...พี่บอกแล้ว ถึงเธอจะร้องลั่นจนบ้านแตกพี่ก็ไม่มีทางหยุดอีกต่อไป ปัทมณฑ์...” ไรอันตอบเสียงขาดห้วงไม่แพ้กัน และแทนการหยุดหรือผ่อนปรน มือหนากลับยิ่งเคล้าคลึงร่างบางหนักหน่วงมากขึ้น
อัญมณีอสูร [ My treasure ]

อัญมณีอสูร [ My treasure ]

แนะนำตัวละคร เขา คือ ชอว์ ตอนนั้นเขาอายุ32 เขาจับตัวเธอมาเป็นตัวประกัน ในขณะที่เธออายุเพียง19 ด้วยสาเหตุเพราะเธอไม่คืนของของที่เขาตามหาอยู่ แต่ดูเหมือนเด็กอย่างเธอจะไม่รู้จักสถานะคำว่าตัวประกันเลย แม่นี่! ช่างกินอิ่มนอนสบายเกินไปแล้ว... เธอ คือ หนูอัญ ‘สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากความเกลียดชังและไม่ตั้งใจ’ ในคืนหนึ่งที่เธอไปร่วมงานวันเกิดครบรอบสิบเก้าปีของเพื่อน เธอดันไปเห็นการฆาตกรรมเข้า...ก็แค่อยากจะหนีจากเมืองไทยไปสักพักให้เรื่องการตามหาพยานสงบเงียบลง แต่เธอดันหนีเสือปะจระเข้เสียได้ ห๊า!!! แต่แค่นั้นมันยังน้อยไปเมื่อเสือที่เธออุตส่าห์หนีมานั้่นดันกลายร่างเป็นจระเข้ไปอีกซะงั้น... คำโปรย ::: เสียงกระแทกยามเนินเนื้อจากคนทั้งสองปะทะกันดังอย่างต่อเนื่อง และไหนจะเสียงโหยหวลของผู้หญิงอีก หนูอัญต้องอดทนต่อความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองอย่างมากของอีกคืนและอีกครั้ง เขาไม่เคยห้ามเธอเขาเต็มใจให้เธอได้เห็นได้ยินอยู่แล้ว แต่เธอมียางอายมากพอที่จะไม่ยอมเปิดตาขึ้นมามองจนกระทั่ง... ปัง! เสียงประตูถูกปิดลง และความสงบก็กลับคืนมาแล้วในค่ำคืนนี้ “ไม่ศึกษาไว้บ้าง เมื่อถึงเวลาของหนูอัญ ระวังนะฉันจะไม่ประทับใจ” เสียงกระซิบที่ชอว์เอ่ยออกมา เมื่อเขาดึงหูฟังออกมาจากหูของเธอ “กว่าจะถึงเวลานั้น คุณอาจจะเป็นเอดส์ตายไปเสียก่อนก็ได้” ชอว์ยกยิ้มมุมปาก “งั้นเราก็ตายด้วยโรคเดียวกัน”
คุณอาขา (อัญญาณี)

คุณอาขา (อัญญาณี)

“คุณอาขา” เจ้าของเสียงหวานหยดย้อยดังกังวาน “ที่นี่ตอนดึกๆ อากาศหนาวจังเลยนะคะ ดูสิคะขนบนแขนของกุ๊กลุกพรึบเลยค่ะ” สาวน้อยวัยดรุณีถลกแขนเสื้อโค้ทขึ้นสูง แล้วยื่นลำแขนให้ชายหนุ่มข้างกายดูขนเส้นเล็กบนลำแขนที่ลุกชันตามอากาศหนาวเหน็บ ด้วยความหนาวเย็นนี้เองทำให้สาวร่างเล็กเบียดชิดผู้ปกครองวัยกำหนัดเพื่อหาไออุ่นอย่างเสียมิได้ ทั้งที่เธอสวมชุดกันหนาวแบบเต็มยศแล้วก็ตาม “ชะ...ใช่ค่ะอากาศมันเริ่มหนาวแล้ว หนาวมากๆ ด้วยค่ะ” เสียงใหญ่พูดขึ้น พยายามข่มอารมณ์บางอย่างที่แล่นพล่านในร่างกาย เธอหนาว...แต่เขากลับรู้สึกร้อน ร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว จนอยากจะถอดเสื้อผ้าออกจากกายแล้วใช้ความเย็นของอากาศดับไฟในร่าง ยิ่งเธอเบียดชิดร่างกายหาไออุ่น อุณหภูมิความร้อนยิ่งเพิ่มมากขึ้น ธาตุไฟในร่างแตกซ่านจะไม่ให้เขาเกิดอาการเช่นนี้ได้อย่างไร ก็เธอเล่นเบียดกระแซะกายหาไออุ่นอย่างเด็กขาดความอบอุ่น ดอกอุบลที่อยู่ภายใต้เสื้อโค้ทสัมผัสกับท่อนแขนกำยำของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ‘จะทนได้สักกี่น้ำวะเนี่ย’ คนปากแข็งพล่ามในใจ ปรายตามองณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปี เด็กในปกครองตามันระยับที่โจนาธานปรารถนาจะพุ่งเข้าใส่วันละหลายๆ รอบ
พยาบาทพิศวาส

พยาบาทพิศวาส

ความแค้นของกัลป์ฝังรากลึก เขาออกตามล่าตัวต้นเหตุที่ทำให้น้องสาวกลายเป็นคนเสียสติ แต่คนที่ต้องรับกรรมคือ น้องสาวของตัวการ "เธอเลือกเอาเองว่าจะนอนกับฉันคนเดียว หรือให้ลูกน้องฉันร่วมสนุกด้วย" ... “คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...ฮือ...ฉันไหว้ล่ะ...อย่าทำอะไรฉันเลย” ขวัญข้าวขอร้องทั้งน้ำตา ยกมือไหว้กัลป์ ทำท่าจะก้มลงกราบ “ถึงเธอจะกราบเท้าฉัน ฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ กล้วยไม้น้องสาวของฉันก็คงทำแบบเดียวกับเธอ แต่พี่ชายเธอไม่มีความเมตตาปรานี แล้วฉันจะมีให้เธอได้ยังไง” ชื่อเล่นที่ดังจากปากชายน่ากลัวตรงหน้า ทำให้ขวัญข้าวตกใจอีกรอบ เพราะชื่อนี้เป็นชื่อเดียวกันกับหญิงสาวที่เธอส่งข้าวส่งน้ำให้นานเป็นสัปดาห์ มองดูเธอคนนั้นเผชิญชะตากรรมโหดร้าย แต่ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากช่วย ขวัญข้าวช่วยไม่ได้ต่างหาก “ฉัน...” ขวัญข้าวพูดไม่ออก “เธอรู้ไหมว่า ตอนนี้น้องสาวของฉันเป็นยังไง กล้วยไม้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จำใครไม่ได้แม้กระทั่งตัวเอง พ่อกับแม่ของฉันต้องเจ็บปวดใจเมื่อเห็นสภาพลูก ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ฉันเป็นพี่หัวใจแทบสลาย ไม่มีหลงเหลือแล้วกับคำว่าครอบครัวอบอุ่น ความสุขที่เคยมีกลายเป็นความทุกข์แสนสาหัส ทุกคนในบ้านเหมือนตกนรกทั้งเป็น กล้วยไม้ต้องหมดอนาคตเพราะพี่ชายสุดชั่วของเธอ แบบนี้ฉันจะเมตตาปรานีเธอได้ยังไง เธอตอบฉันมาสิว่า ฉันควรจะเมตตาเธอหรือเปล่า” กัลป์กล่าวเสียงเดือด ระเบิดน้ำเสียงจนเส้นเอ็นตรงลำคอขึ้น ดวงตาลุกโชนจากแรงโทสะที่โหมเข้าสู่จิตใจ นึกถึงสภาพของพรรณพฤกษาในกระท่อม อารมณ์ของเขาเพิ่มทวีคูณ อยากจะแล่เนื้อขวัญข้าว แล้วเอาเกลือทามองดูเธอตายอย่างช้าๆ ให้หายคับแค้นใจ แต่ถ้าทำเช่นนั้นดูเหมือนจะไม่สะใจมากพอ ครอบครัวของเธอจะต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายเช่นเดียวกับตน “ฉันขอโทษ...ฮือ...ฉะ...ฉันขอโทษ...ฉัน” ขวัญข้าวเอ่ยคำขอโทษ รู้ทั้งรู้ว่า คำๆ นี้เขาอาจไม่ต้องการ แต่เธอก็อยากจะขอโทษที่ช่วยเหลือน้องสาวเขาไม่ได้ กัลป์ไม่สนคำขอโทษ เขาก้าวเดินมาหาขวัญข้าวราวกับราชสีห์จ้องเหยื่อ ก่อนจะกระชากแขนเธอสุดแรง ขวัญข้าวลุกขึ้นยืนตามแรงฉุด ไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างอรชรถูกเหวี่ยงไปบนเตียงนอน พอแผ่นหลังขวัญข้าวสัมผัสกับที่นอน เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง กระเถิบตัวหนีกัลป์ ใบหน้าสวยหวานอาบไปด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไม่เคยห่างหายไปจากแก้ม ปากสั่น ตัวสั่น “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ฉันจะให้ลูกน้องสนุกกับเธอจนเธออิ่ม รับรองสำลักความสุขแน่ๆ เธอจะต้องโดนเหมือนที่กล้วยไม้โดน” กัลป์พูดเสียงเยียบเย็น กระตุกยิ้ม ก่อนจะตะโกนเรียกลูกน้องที่อยู่นอกห้องให้เข้ามาด้านใน “พวกมึงสนุกกันให้เต็มที่ แต่ระวังหน่อยนะ ระวังเธอจะตายคาเตียง” ขวัญข้าวเบิกตากว้างมองกลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนที่เดินเข้ามาในห้อง ความกลัวพล่านในหัวใจ มองซ้ายมองขวาหาทางหนี แต่เธอจะหนีไปที่ใดได้ ไม่มีทางไหนที่จะหนีออกไปจากห้องนี้ได้เลย นอกจากประตูห้องบานนั้น ซึ่งมันก็อยู่ไกลในความรู้สึกของเธอเหลือเกิน ทั้งที่มันห่างแค่ไม่กี่เมตร ขวัญข้าวตระหนักวินาทีนี้เองว่า ความกลัวของกล้วยไม้เป็นอย่างไร ไม่แปลกที่กล้วยไม้สติจะหลุดลอย ผลกรรมที่คชาทำไว้กับน้องสาวของคนออกคำสั่ง กำลังส่งผลถึงเธอ ทั้งที่ขวัญข้าวไม่ได้เป็นคนกระทำ “ไม่นะ อย่าทำฉัน อย่าเข้ามา” ขวัญข้าวไม่เคยกลัวอะไรเช่นวินาทีนี้มาก่อน เธอกระโดดลงมายืนข้างเตียงอีกฝั่งหนึ่ง มองไปยังชายสี่คนที่เดินอ้อมเตียงมาทางตน ส่วนกัลป์ยืนกอดอกแล้วยิ้ม มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสาแก่ใจ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง รอดูผลงานเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น “อย่าเข้ามา อย่า...กรี๊ด” ขวัญข้าวกรีดร้องเสียงดังลั่นห้อง เมื่อหนึ่งในสี่กระชากร่างเธอมากอด แล้วเหวี่ยงไปบนเตียง เธอแทบจะกลั้นใจตาย เพราะรู้ดีว่า ไม่อาจรอดจากเงื้อมมือของพวกเขาได้ เรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอกำลังจะเกิดขึ้น เหมือนกับพรรณพฤกษาไม่มีผิด...
จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง

จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง

ด้วยหน้าที่ทำให้จางม่านอวี้ต้องมายืนอยู่ในตำแหน่งพระสนม ทั้งที่รู้ว่าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ และเชื่อว่านางจะไม่เป็นที่พอพระทัยของฮ่องเต้ แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่า พระสนมนอกสายตาที่ไม่มีความงามเฉิดฉาย จะเป็นนางสนมล่มเมือง ที่ฮ่องเต้ องค์ชายและแม่ทัพหนุ่ม หวังชิงดวงใจนาง “ต้าเหว่ย” พระสนมจางม่านอวี้เรียกชื่อเพื่อนสนิทที่ก้มลงคำนับ “ทำไมต้องพิธีรีตองด้วย เจ้าเป็นเพื่อนข้านะ” “ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ เวลานี้ท่านเป็นพระสนม กระหม่อมจะปฏิบัติตัวเช่นเดิมมิได้” แม่ทัพเฉินต้าเหว่ยกล่าวอย่างเจียมตน รู้สึกเหมือนคมมีดกรีดหัวใจ เจ็บปวดกับสถานะที่ไกลเกินเอื้อม จางม่านอวี้หน้าเศร้า ในดวงตามีน้ำใสๆ คลอ “เช่นเดียวกับหัวใจของเจ้าใช่ไหมที่ไม่เหมือนเดิม” คำพูดตัดพ้อเอ่ยถาม “หัวใจของกระหม่อมยังคงเช่นเดิม แน่นหนักดังหินผา ต่อให้พระสนมเป็นของชายใด หัวใจกระหม่อมมิเคยเปลี่ยนแปลง” ดวงตาของทั้งคู่สบประสาน เปิดเผยความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ จางม่านอวี้ไม่คิดว่า ตนเองจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หากนางรู้มาก่อนว่า จะต้องเป็นสนมของฮ่องเต้ นางจะเปิดใจรับเฉินต้าเหว่ย และอยู่กินฉันผัวเมีย ไม่ใช่เป็นพระสนมของฮ่องเต้จูหมิง ผู้ชายที่แก่คราวพ่อ “ข้าดีใจที่ได้ยินคำนี้” จางม่านอวี้รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ความเหี่ยวเฉาในหัวใจ เสมือนต้นไม้ไร้น้ำมาชโลมรด ตอนนี้เหมือนมีน้ำพรมให้ชุ่มฉ่ำ แม้ว่าน้ำจะเพียงบางเบา ทว่ามีอณุภาพใหญ่หลวง ชะตาความรักของทั้งคู่จะลงเอยเช่นไร ไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากสวรรค์เบื้องบนที่ลิขิตเส้นทางให้ทั้งสองก้าวเดิน