icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ลำนำรักร้าว

ลำนำรักร้าว

"ไสหัวจากบ้านฉันซะ! แล้วไม่ต้องกลับมาอีกที่นี่ไม่ต้อนรับกาลกิณีที่มีเลือดชั่วๆ อย่างเธอ" "พี่อาร์ม...ปล่อยนะคะพี่อาร์มเป็นบ้าไปแล้วเหรอ นี่มันดึกแล้วจะให้จันทร์เจ้าไปไหนคะ" หล่อนรู้ดีว่าเขาพูดจริงทำจริง ใจดวงน้อยแปลบปลาบหวิวเหมือนจะหลุดลอยไปตามแรงลากดึง อุตส่าห์หลบลี้หนีหน้าไม่ออกไปให้เขาเห็นวายยังถูกตามรังควาญจนได้ และที่สำคัญเขากำลังผลักไสหล่อนออกไปทิ้งข้างถนนหน้าบ้าน "อย่ามาเรียกฉันว่าพี่...ฉันไม่เคยคิดจะนับญาตินับเชื้อกับผู้หญิงกาลกิณีอย่างเธอ อย่าคิดว่ามีคุณแม่ให้ท้ายแล้วจะตีเสมอเป็นเจ้าของบ้านคนนึงได้นะ เพราะต่อไปนี้เธอ! ไม่ต้องเข้ามาเหยียบบ้านฉันอีกแล้ว จะไปไหนก็ไป!!!" ปัง! "ว้าย! พี่อาร์ม!!" ร่างเล็กถูกเหวี่ยงจนกระเด็นติดประตูรั้วที่ยังปิดสนิท แล้วยืนเท้าสะเอวทะมึงถึงจ้องหล่อนราวเป็นสัตว์เดรัจฉานน่ารังเกียจนักหนา "ออกไปซะ...ไม่มีเธอสักคนที่นี่คงสงบสุขมากขึ้น อีกหน่อยฉันจะแต่งงานพาเมียมาอยู่ที่นี่! ฉันไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องเลี้ยงลูกเมียน้อยอย่างเธอไว้เป็นหอกข้างแคร่ทำไม" พรพระจันทร์น้ำตาไหลทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ หัวอกของหล่อนแน่นจุกกับคำถาถางด่าทอต่างๆ นาๆ ที่เขาสรรหามาพ่นพูด ชายหนุ่มจะรู้บ้างไหมว่าหล่อนก็ไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้ ถ้าเลือกได้หล่อนคงไม่อยากมีชีวิตอยู่เป็นภาระ เป็นตัวปัญหาของใครหรอก....
Kissing U : จูบปรารถนา

Kissing U : จูบปรารถนา

เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป

เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป

สามีเซ็นใบหย่าโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่กกกอดอยู่กับแฟนเก่าที่เขาพาเข้ามาหยามเกียรติฉันถึงในบ้าน ในมือฉันกำผลตรวจครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้เห็นแน่น แต่มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว เพราะวินาทีที่เขาจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปโดยไม่อ่านเนื้อหา ฉันก็กลายเป็นอิสระจากนรกขุมนี้ทันที ตลอด 4 ปีที่แต่งงานกันมา ฉันเป็นได้แค่ "เฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนที่ได้" สำหรับภราดร เขาเย็นชา ไร้หัวใจ และเมื่ออิสรีย์ แฟนเก่าของเขากลับมา เขาก็พร้อมจะเขี่ยฉันทิ้งเหมือนขยะเพื่อเอาใจเธอ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในวันที่ฉันไปโรงพยาบาลและพบว่าตัวเองตั้งท้อง ฉันโทรหาเขาด้วยความดีใจ แต่เขากลับตวาดใส่และบอกว่ากำลังยุ่งอยู่กับการดูแลอิสรีย์ที่แค่ "ข้อเท้าแพลง" วินาทีนั้นฉันตาสว่าง ความรักที่ฉันมีให้เขามันตายไปพร้อมกับความหวัง ฉันวางแผนอย่างใจเย็น สอดไส้ใบหย่าไว้ใต้กองเอกสารวิจัยที่ให้เขาเซ็น เขาเซ็นมันอย่างรวดเร็วเพื่อจะรีบไปหาชู้รัก โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการเซ็นยกเลิกสิทธิ์ความเป็นพ่อและสามีของตัวเอง ตอนนี้ฉันกำลังจะขึ้นเครื่องไปสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกในท้อง ส่วนภราดร... รอให้เขารู้ตัวตอนที่หิมะถล่มลงมาทับความรู้สึกผิดของเขาเถอะ ว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาลแล้ว
วาสนานี้ ข้ามิอยากได้

วาสนานี้ ข้ามิอยากได้

ซินหยาน นักฆ่าสาวที่ใช้นามแฝงว่า สืออี เธอถูกพาตัวมาจากสถานสงเคราะห์ตั้งแต่อายุเพียงเจ็ดปี เพื่อฝึกให้เป็นนักฆ่าขององค์การใต้ดิน เพราะความสามารถของเธอ รวมถึงความเฉลียวฉลาดจากการเอาตัวรอด ทำให้เธอได้รับภารกิจเสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ จนวันหนึ่งที่องค์กรยื่นข้อเสมอสุดพิเศษให้ หากทำภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นเธอจะสามารถไปใช้ชีวิตตามที่เธอต้องการได้ แต่เรื่องมันจะง่ายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ซินหยาน แม้จะรู้ดีว่านี้เป็นภารกิจสุดท้ายก่อนที่เธอจะถูกสั่งเก็บแต่ก็รับงานมาอย่างเต็มใจ แต่ที่องค์การคิดไม่ถึงคือ ซินหยานเลือกที่จะจบชีวิตลงพร้อมกับภารกิจสุดท้ายที่สูญหายไปพร้อมกับเธอด้วย ซินหยานเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าเธออยู่ในร่างของเด็กสาววัยสิบสองหนาว จางซินหยาน ชื่อนี้ช่างคุ้นหูนัก และยิ่งคุ้นมากขึ้นเมื่อชื่อของบิดามารดาของซินหยานก็คือนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอได้เคยอ่านเมื่ออยู่ภพที่แล้ว หลังจากที่จางซินหยานอายุได้สิบหกหนาว นางตกหลุมรักท่านแม่ทัพจ้าว ที่ได้รับบาดเจ็บและจางซินหยานเป็นผู้ช่วยไว้ ถ้าหากท่านแม่ทัพจ้าวมิได้มีสตรีที่ตบแต่งไปแล้วเรื่องนี้ก็คงจบอย่างสวยงาม แต่เพราะเขารับจางซินหยานไปเป็นได้เพียงอนุเท่านั้น จางซินหยานก็ยังคิดว่าถึงจะเป็นเพียงอนุนางก็ยังหวังว่าท่านแม่ทัพจะรักนางเช่นกัน แต่เปล่าเลย ในสายตาของท่านแม่ทัพมีเพียงฮูหยินเอกเท่านั้น จนตายจางซินหยานก็ไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากของท่านแม่ทัพ ซินหยานเมื่อมาอยู่ในร่างของจางซินหยานแล้วนางจะยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร แต่เหมือนโชคชะตาชอบเล่นตลก เพราะเรื่องที่นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวดันเข้าไปยุ่งเต็มๆ
เจ้าสาวชั่วคราว

เจ้าสาวชั่วคราว

เมื่อผิดหวังจากความรักกะทันหัน นวลฉวี ร่ำเมรัยรสหวาน ฟังเพลงของคนอกหัก และสีสันของผับที่เร้าใจ เธอก็ลุกเต้นละติน ด้วยความคึกคะนองสนุกสนาน พร้อมคำประกาศ "คืนนี้ฉันฟรี ใครก็ได้ถึงตัวฉันคนเแรก เราจะไปด้วยกัน" รงค์ หนุ่มสุดหล่อเนี๊ยบ มาทันประกาศของเธอ มีหรือที่เขาจะปล่อยโอกาสผ่านไป เขากระโจนขึ้นไปถึงตัวเธอก่อนใคร และชายหนุ่มกับหญิงสาวในราตรีอันยาวนาน สุดแสนปั่นป่วน เพื่อจะถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ และเธอพบว่าเธอไม่ได้เหมือนเมื่อวันวานอีกต่อไป โลกถล่มทลาย... เธอจะต้องเป็นจ้าสาวของเขาหรือ... ข้อเสนอของเขา "มาเป็นเจ้าสาวของผมเถิดนะ นวลฉวี ชั่วคราว...ก็ยังดีกว่าชั่วคืนไม่ใช่หรือ"
โซ่คล้องใจ

โซ่คล้องใจ

ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
ดวงใจผลิรัก

ดวงใจผลิรัก

จู่ๆก็มีชายสวมแว่นหน้าแปลก ดีกรีด๊อกเตอร์จากเมืองนอกโผล่เข้ามาอยู่ร่วมบ้านด้วย แถมยังมารู้ในตอนหลังว่าเป็นคู่หมายตัวเต็งของเธอเสียอีก เรื่องอะไรศศิธิดาจะยอมถูกคลุมถุงชนง่ายๆ ในเมื่อก็รอดมาได้ทุกทีนี่นา ครั้งนี้จะจนมุมหรือไม่มีทางเสียล่ะ แล้วถ้าหากว่าทุกคนรอบตัวเธอพากันจับชายถุงขนาดใหญ่ครอบลงบนหัวเธอพร้อมๆกันเล่า ยังจะหนีรอดได้อีกไหม . บางช่วงบางตอนจาก ‘ดวงใจผลิรัก’ . . . “เวลาคบกับใคร ผมมีธรรมเนียมอยู่อย่าง” “อะไรคะ” “เป็นแฟนกันแล้วต้องรับขวัญให้เธอคนนั้นด้วยน่ะสิครับ” ได้ยินปราชญ์บอกมาอย่างนี้ เข้าทางเธอสิ กอดอกมองเขา เงยหน้าถามยิ้ม “เป็นอะไรไม่ทราบคะคุณด๊อกเตอร์ที่ใช้รับขวัญคนที่คุณเรียกว่าแฟน แหวนเพชร สร้อยสวยๆ เงิน หรือ...” เสียงแจ๋วๆหายไปไหนแล้ว ก็คงตอนที่ถูกปราชญ์เชยคางขึ้นรับจุมพิตแสนอ่อนหวานที่ริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับลงหานั่นเองละมัง นี่เขารับขวัญเธออยู่หรอกหรือ อ้าปากจะต่อว่า แต่แล้วก็รู้ตัวเองนั้นพลาดไปถนัดใจ ก่อนจะพริ้มตาหลับลงเพราะเคลิ้มไปกับสัมผัสที่แปลกประหลาดแต่ซาบซ่านที่สุดในชีวิตอย่างที่ไม่เคยได้รับจากใคร แล้วก็น่าตีนักที่ไม่แผลงฤทธิ์ด้วยการผลักอกเขาออก รู้สึกว่ามือของตัวเองยังไต่ขึ้นไปคล้องอยู่ตรงลำคอของเขาอีกด้วย ตอนที่ปราชญ์ผละออก เขาจ้องเข้ามาในดวงตาของเธอด้วยรอยยิ้มชนิดที่เห็นแล้วร้อนฉ่าไปทั่วตัวเลยทีเดียว
สวาทรักสลักใจ

สวาทรักสลักใจ

"รอวันที่ 'รุ้งอ้วน' จะเชื่อมแผ่นดินและผืนฟ้าไว้ด้วยรัก" ‘แผ่นภพ เคลย์ วิลคินสัน’ ฝันว่าได้ร่วมรักกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างถึงพริกถึงขิง เมื่อตื่นก็พบว่าฝันเป็นจริง เธอคือ ‘อิงฟ้า’ เด็กในปกครองของเขาเอง ไฟโกรธโชนแสงพร้อมกับไฟราคะโลดแล่น เมื่ออิงฟ้าทำงานแต่งของเขาล่มไม่เป็นท่า วางแผนให้คู่หมั้นของเขามาเห็นฉากร่วมรักอัปยศ เธอต้องชดใช้อย่างสาสม! อยากเป็นเมียฉันนักใช่มั้ย! ได้!! ‘เมียเก็บ’ เท่านั้นที่เธอจะได้เป็น อิงฟ้าจะได้รู้ว่าอย่าคิดมาเล่นกับไฟ คนอย่างเขา ดีมาดีตอบ แต่ถ้าร้ายมา เขาจะร้ายกลับไปเป็นร้อยเท่า “ปล่อยฟ้านะ! ปล่อย!” “ทำไม! ทีอยู่กับผัวทำสะดีดสะดิ้ง ทีอยู่กับชู้ สั่นสู้ไม่ถอย ร่าน!” “ใช่! ฟ้าร่าน! รู้อย่างนี้แล้วอาภพจะมายุ่งกับฟ้าทำไม ปล่อยฟ้า! อย่ามายุ่งกับฟ้าอีก ปล่อย! อยากมากก็ไปหาผู้หญิงไม่ร่านของอาภพ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงร่านๆ อย่างฟ้า ปล่อยนะ! ปล่อย! ปล่อยฟ้า!” “ทำไมล่ะ คันมากฉันก็จะช่วยยังไงล่ะ เธอจะได้ไม่ไปเสนอให้ใครเกาซ้ำอีก และอย่าหวังว่าจะมีไอ้เด็กเวรนั่นออกมาด้วย เพราะฉันไม่มีวันมีลูกกับผู้หญิงร่านอย่างเธอแน่ เธอก็จะไม่มีวันท้อง! จำเอาไว้อิงฟ้า! เธอจะไม่มีวันท้องกับฉัน ไม่มีวัน!” #เด็กในปกครองกลายเป็นเมีย #ไม่รักแต่ขาดไม่ได้ #ตบจูบ #เจ้านายร้าย
รุกฆาตนางร้าย

รุกฆาตนางร้าย

เธอ…ไม่ได้ร้ายเหมือนฉายาที่ได้รับ เธอ…อ่อนนอกแข็งใน แต่ใครๆ กลับติดภาพว่าเธอร้าย เธอแรง เขา…คือเจ้าของฉายาพระเอกหน้าหล่อ ขวัญใจสาวๆ แต่กลับไม่อาจคว้าหัวใจนางร้ายเบอร์หนึ่งมาครองได้ แต่ในเมื่ออยากได้ เขาจึงต้องใช้ใจเพื่อคว้าใจเธอมา +++++++++ “พะ...พี่คิมคะ” คนในอ้อมกอดพยายามปลุกชายหนุ่มให้รู้สึกตัว ก่อนที่คิมหันต์จะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อสบตากับคนในอ้อมกอด “รู้สึกตัวแล้วหรือครับ เป็นยังไงบ้าง” เอ่ยถามจบก็ยกมืออีกข้างขึ้นมาวางบนหน้าผากของปลายฝน เพื่อดูว่าไข้เธอลดแล้วหรือยัง ซึ่งผลน่าพอใจทีเดียว “หมอกดีขึ้นมากแล้วค่ะ ว่าแต่เมื่อคืนนี้พี่คิมอยู่เฝ้าไข้หมอกทั้งคืนเลยเหรอคะ” “ครับ” “ขอบคุณนะคะ” “ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับ แต่กลับยังคงจ้องใบหน้าของปลายฝนนิ่ง ทำราวกับหากเขากะพริบตาแล้วจะทำให้เธอหายไป “หน้าหมอกมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าคะ” “ไม่มีครับ” “แล้วทำไมพี่คิมถึงจ้องเอาๆ แบบนั้น” ขณะถามปลายฝนก็เขินสายตาที่คิมหันต์ส่งมาจนตัวร้อนผ่าวไปหมด “พี่แค่อยากมองหน้าหมอกให้ชัดๆ จะได้รู้ว่าเมื่อคืนพี่ไม่ได้ฝันไป” “เอ้!...หรือว่าหมอกเมายาลดไข้ แล้วปล้ำพี่คิมไปเหรอคะ” “ไม่ใช่แบบนั้น” คิมหันต์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ปลายฝนนี่อยู่เหนือการควบคุมจริงๆ ดูเธอตอบเข้าสิ “โล่งอกไปที” “แต่เมื่อคืนหมอกบอกว่ารักพี่” “เอ้!”
รักดุจสายน้ำ [ Way to love ]

รักดุจสายน้ำ [ Way to love ]

...ความรู้สึกที่เธอมีให้กับเขามันหยั่งรากแก้วไปถึงกระดูกทุกมวลในร่างกายเธอแล้ว ถ้าให้เธอถอนมันตอนนี้มันจะต่างอะไรกับการเลาะกระดูกกันเล่า! 🌼 🌼 🌼 ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันมาก่อน มันไม่ใช่พึ่งเกิดขึ้นแต่มันค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงต่างหาก ความรู้สึกที่เธอมีให้กับเขามันหยั่งรากแก้วไปถึงกระดูกทุกมวลในร่างกายเธอแล้ว ถ้าให้เธอถอนมันตอนนี้มันจะต่างอะไรกับการเลาะกระดูกกันเล่า! ปิ้ง! นั่งอยู่แบบนี้นานแค่ไหนเธอแทบไม่รู้ตัวจนมีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์ ‘พี่จะออกไปข้างนอก อยากได้อะไรอยากกินอะไรส่งข้อความมานะ’ ลำธารมองประโยคที่ปรากฎบนหน้าจอด้วยใบหน้าซีดเผือก ‘...ส่งข้อความมานะ’ ไม่มีช่องโหว่ตรงไหนให้เธอได้มีความหวังเลยว่าเขาจะชวนเธอไปด้วย “พี่หัสพาลำธารไปด้วย” หญิงสาวพร่ำเพ้อเพียงลำพัง แม้ได้ไปแล้วจะต้องเจ็บปวดยามที่ต้องเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้าเธอได้ไปด้วยช่วงกลับเวลาตรงนั้นก็จะเป็นของเธอกับเขาเพียงลำพังสักนิดก็ยังดี แต่เธอก็ได้แต่หลับตาและเอาความต้องการนี้ไปยังความฝัน
เพลย์บอยทวงรัก

เพลย์บอยทวงรัก

คลิสเตียน รอสซี เขาคือผู้ชายปากหนักใจแข็งที่สุด!! เพลย์บอยอภิมหาเศรษฐีหมื่นล้าน อดีตมาเฟีย ‘โรม’ หวันยิหวา เธอคือคนธรรมดาที่หลงเข้าไปในวังวนของเหล่ามาเฟีย ความซวยเลยตกอยู่กับคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างเธอ เพราะดันทะเล่อทะล่าเข้าไปขวางทางรักของแม่เสือสาวที่หวงคู่อย่างหนักอย่าง เจนน่า เซมิโอเน่ ‘ลืม’ นั่นคือสิ่งที่หวันยิหวาสั่งตนเอง หล่อนทิ้งความทรงจำไว้ที่ ‘โรม’ กลับบ้านเกิดแบบคนไร้ความจำ ทิ้งปมไว้ให้คลิสเตียนตามแก้ ทำไมเธอถึงลืม? เพราะอะไรทำให้คนที่รักกันมากต้องพรากจาก...
อัปลักษณ์จวนเดียวดาย

อัปลักษณ์จวนเดียวดาย

อินอวิ๋นหยางสมญานาม อุปราชอำมหิตจากแคว้นหยวนเป่ย รูปงามเลื่องลือไปทั่วหล้า ทว่ากลับเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิงแคว้นซางที่แสนจะอัปลักษ์ดุจปีศาจ พระชายาหน้าผีถูกพระสวามีกักขังอยู่อย่างโดดเดี่ยว ณ จวนเดียวดาย ท่ามกลางเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ไร้สิ้นข้าทาสบริวารเฝ้าคอยดูแล สาเหตุเพราะต่างหวาดกลัวพระชายาหน้าผี จนตกใจหัวใจวายตายไปแล้วมากมาย พระชายาหน้าผีตรอมใจตายท่ามกลางแรงแค้นที่ลุกโชน ก่อนสิ้นใจพระนางให้สัญญาว่าจะต้องหวนกลับมาล้างแค้นพระสวามีใจโฉดผู้นี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเฝ้ารอนับหลายพันปีก็ตาม พระนางจะต้องชำระหนี้แค้นนี้ให้สำเร็จ
เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา

เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา

ฉันเคยคิดว่าชีวิตแต่งงานห้าปีกับอธิป ซีอีโอหนุ่มไฟแรงแห่งวงการเทคโนโลยี คือชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ฉันคือสถาปนิกผู้ออกแบบชีวิตอันสวยหรูของเรา ยอมพักงานในสายอาชีพที่กำลังรุ่งโรจน์ของตัวเอง เพื่อสนับสนุนให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ภาพลวงตาทั้งหมดนั้นพังทลายลงในพริบตา เมื่ออีเมลฉบับหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอของเขา... เป็นบัตรเชิญไปงานรับขวัญลูกชายของเขาเอง ลูกชายที่ฉันไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่ และแม่ของเด็กก็คือเน็ตไอดอลชื่อดังคนหนึ่ง เรื่องราวความสัมพันธ์สวาทของเขากลายเป็นที่รับรู้ของคนทั้งสังคมในงานกาลาที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ฉัน เด็กน้อยคนนั้นวิ่งเข้ามาหาอธิป เรียกเขาว่า "พ่อ" แล้วชี้หน้ากล่าวหาว่าฉันพยายามจะแย่งเขาไป เพื่อปกป้องลูกชาย อธิปผลักฉันอย่างแรง ฉันล้มลง หัวฟาดกับพื้น และตื่นขึ้นมาบนเตียงในโรงพยาบาล พร้อมกับข่าวร้ายว่าฉันได้สูญเสียลูกในท้องที่เพิ่งจะรู้ว่ามีไปแล้ว เขาไม่เคยมาเยี่ยมเลย เขาทิ้งฉันให้นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เพื่อไปปลอบโยนลูกชายและเมียน้อยของเขา เขาทอดทิ้งฉัน ทอดทิ้งชีวิตแต่งงานของเรา และทอดทิ้งลูกที่เพิ่งเสียไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวแล หลายวันต่อมา เมียน้อยของเขาส่งคนมาเพื่อจัดการฉันให้สิ้นซาก พวกมันผลักฉันจากหน้าผาลงสู่เกลียวคลื่นอันบ้าคลั่งเบื้องล่าง แต่ฉันรอดมาได้ ฉันปล่อยให้โลกทั้งใบเชื่อว่าฉันตายไปแล้ว ขณะที่ตัวเองตอบรับทุนสถาปนิกอันทรงเกียรติที่ซูริก ถึงเวลาแล้วที่เอลินา ธาดาจะต้องตาย... เพื่อที่ฉันจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปเสียที
เพลิงสิเน่หามายาลวง

เพลิงสิเน่หามายาลวง

โปรยปราย “นี่ชุดมาทำงานหรือ” เขาเอ่ยถามเธอ ทำให้คนที่ถูกถามหันหน้ากลับมาดังขวับ ปึก... ร่างของเธอชนเข้ากลับแผงหน้าอก ด้วยส้นของรองเท้าที่สูงทำให้เธอสะดุด ป้องณวัฒน์รับร่างของเธอเอาไว้ทันที ตอนนี้รินดาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว เธอยกแขนขึ้นกัน แล้วผลักร่างของชายหนุ่มออกไปให้ห่างจากตัวอย่างแรง พลั่ก... ก่อนจะตามไปด้วยฝ่ามืออรหันต์ เผียะ เผียะ เผียะ ดารินฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของป้องณวัฒน์ ใบหน้าที่ถูกกระทบด้วยฝ่ามือแดงเงยขึ้นมาทันที ป้องณวัฒน์ถึงกับยกมือของตัวเองขึ้นมากุมหน้า “ฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน จะแต่งตัวยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ หรือถามแบบเสียมารยาทแบบนี้” เธอหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธซึ่งทุกสิ่งมันสุมรวมก่อตัวอยู่ก่อนแล้ว “อืม...” ชายหนุ่มทำเสียง ยกมือขึ้นลูบปลายคางของตัวเอง ถามว่าเขาโกรธไหม เขาคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของรินดาดีนะ หญิงสาวที่ถูกพรากพรหมจรรย์ แล้วเขาก็ทิ้งเธอทันที ไม่เคยกลับไปพบเจออีกเลย “มีอะไรต้องให้รายละเอียดดิฉันอีกไหมคะ” เธอถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เพิ่งใช้ฝ่ามือตบหน้าเขาไปเมื่อกี้นี้ เมื่อเขาไม่ตอบเธอก็สะบัดตัวหันหลังกลับไปทำงานเหมือนเดิม สวบ... อ้อมแขนใหญ่สวมกอดเข้าไปที่ด้านหลังของเธอทันที รั้งรัดร่างของเธอให้เข้ามาหาแนบชิดกาย ก่อนจะจรดปลายจมูกลงไปบนซอกคอขาวเนียน “อึ...” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ หันหน้ามามองใบหน้าคมเข้มของป้องณวัฒน์ที่อยู่ใกล้ๆ จุ๊บ... เขาจุ๊บปากของเธอทันที “ไอ้คนเลว” เธอด่าทอเขาออกไปทันที หมดความอดทนที่จะมาปั้นสีหน้าใส่ว่าไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว รินดากระทืบส้นสูงลงไปบนหลังเท้าของเขาทันที ปึก...ปึก...ปึก...ผลัวะ “โอ๊ย...” ป้องณวัฒน์ร้องลั่น รินดากระทุ้งศอก หันหน้าเข้าหาแล้วจับหัวไหล่ของเขาประเคนเข่า และฟันสันมือของตัวเธอใส่เข้าไปที่ตรงซอกคอของป้องณวัฒน์ดังผลัวะ “อะ... อึก... อุ... โอะ... โอ๊ย...” ดวงดาวขึ้นมาเต็มท้องฟ้า “อย่ามาแตะต้องตัวฉันอีก” เธอผลักร่างของเขาร่วงไปกองที่พื้น ใช้มือตบเข้าหากัน ก่อนจะชี้นิ้วใส่หน้าเขาแบบอารมณ์เสีย ป้องณวัฒน์ตัวงอเป็นกุ้งกองไปอยู่ที่พื้น ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หมดสภาพอยู่ตรงนั้น เขาไม่ทันตั้งตัวต่างหากรินดาถึงได้เล่นงานเขาได้ง่ายๆ “โอ๊ย... ริน...” เขาเรียกชื่อเธอตามหลัง เห็นร่างของหญิงสาวไวๆ หายไปในอีกห้องหนึ่ง เธอไม่สนใจไยดี เดินจ้ำอ้าวๆ ออกไปจากห้องอย่างร้อนระอุในอารมณ์ ‘สันดาน...’ เธอก่นด่าเขาอยู่ในใจ