สะใภ้นอกทำเนียบ + ตอนพิเศษ

สะใภ้นอกทำเนียบ + ตอนพิเศษ

pimchan publication

4.9
ความคิดเห็น
95.8K
ชม
83
บท

เพียงข้ามคืนที่หล่อนต้องสูญเสียพรหมจรรย์เพราะเขาเดินเข้าผิดห้อง จากนั้นแล้วชีวิตหล่อนกับเขาก็ผูกพันกันยุ่งเหยิงอิรุงตุงนัง _________________________________________________________ “ไม่มีใครทำให้ผมกังวลที่สุดเท่าไอ้พีท สายตาที่คุณมองมันวันนั้น แล้วการที่มันโทรหาคุณค่ำๆ มืดๆ มันทำให้ผม...” เฟื่องฟ้าไม่อยากฟังคำตัดพ้อที่เด่นชัดทั้งปากทั้งตานั่นอีก เขายังพูดไม่ทันจบเพราะหล่อนขยับเข้าหาและกดริมฝีปากไว้กับปากของเขา... “ถ้าคุณจะให้ความมั่นใจผม คุณก็ไม่ควรหยุดแค่จูบ การปิดปากผมไห้หยุดพูดไม่ได้ทำให้ผมหายกังวลใจหรอกนะ” “ฉันทำอะไรมากกว่านี้ไม่เป็น คุณก็รู้ นี่ครั้งแรก ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน” “ผมจะสอนเอง ผมอยากให้ผมเป็นผู้รับ ผมจะได้รู้ว่าผมไม่ได้ต้องการอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าผมทำ มันจะทำให้ผมรู้สึกว่าผมฝืนใจคุณ คุณไม่รู้หรือไงว่าเรื่องนี้มันกระทบจิตใจผมแค่ไหน” “แต่...” “ผมเสียขวัญมากเลยนะ คุณจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หรือไง” หล่อนชักเริ่มจะไม่คิดว่าเขากำลังกังวลใจเรื่องหล่อนกับหมอพีท แต่กำลังเจ้าเล่ห์ให้หล่อนทำอะไรที่หล่อนทำไม่เป็นแถมน่าอายสุดๆ อีกด้วย... อยากปฏิเสธแต่แล้วทำไมเขาต้องทำหน้าจริงจังปนเศร้าแบบนั้นด้วย... เฟื่องฟ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกซ่านซ่าแปลกๆ กับบางสิ่งที่ดุนดันหน้าท้อง คล้ายมันสั่นระริกเพียงแค่คิดถึงหล่อนก็แก้มแดงเห่อ... “ฉันต้องทำอะไรบ้าง” เสียงพูดและคำถามที่ไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือเสียงหล่อน อาชว์ดูเหมือนอารมณ์ดีขึ้นหากแต่ไม่ยอมยิ้ม เขาตอบหล่อนด้วยสีหน้าจริงจัง “เริ่มจากถอดเสื้อก่อนเป็นไง...” ครางอิดออดนิดเดียวหล่อนก็ยอมทำตามที่เขาบอก มือสั่นเทานิดๆ เมื่อแกะกระดุมเสื้อนอนปาจามาของเขาออกและแก้มเห่อร้อนยามเมื่อแหวกสาบเสื้อออก “ผมหมายถึงถอดเสื้อคุณ” “เอ๊ะ” หญิงสาวทำท่าจะถลึงตาใส่เขา แต่เขาก็ทำหน้านิ่งๆ แล้วก็ต้องถอนหายใจ ไม่รู้ว่าโกรธจริงหรือโกรธเล่นกันแน่ เห็นเขานอนมองหน้าเหมือนรอว่าหล่อนจะทำอะไรหล่อนก็จำต้องถอดผ้าตัวเองมือไม้สั่นไปหมด แกะกระดุมไปพลางเอ็ดตัวเองไปว่าทำไมต้องยอมเขาขนาดนั้นทั้งที่ไม่จำเป็นเลย เพียงแค่เห็นว่าเขาโกรธและเต็มไปด้วยความกังวลใจหล่อนก็ต้องรีบทำให้เขาสบายใจ เขาสำคัญขนาดนั้นกับหล่อนมากหรือไงกัน ถามไปก็ได้คำตอบอยู่ตรงหน้า... เสื้อนอนหล่อนถูกถอดออกด้วยฝีมือตัวเองเพียงเพราะไม่อยากเห็นเขามึนตึงใส่

บทที่ 1 prologue

บทนำ

คืนฝัน วันร้าย

จะบอกว่าวันนี้เป็นวันที่เฟื้องฟ้าเหนื่อยที่สุดนับตั้งแต่เกิดมาก็ว่าได้... เพราะเมื่อเลิกงานจากการเป็นพยาบาลตอนห้าโมงเย็นแล้วเธอไปรับจ๊อบพิเศษดูแลเด็กฝาแฝดลูกของเพื่อนเธอจนถึงห้าทุ่มเพราะว่าพ่อแม่ของเด็กต้องไปงานเลี้ยง

การรบรากับเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังซนสุดขีดสองคนทำให้เธอหมดเรี่ยวแรงไปมหาศาล หากว่าพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดของเธอ เฟื่องฟ้าก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไรถึงจะไปทำงานได้ไหว พอเลิกงานกลับมาบ้านก็เจอวงเหล้านายช่างวิศวะเพื่อนร่วมงานของบิดาหน้าบ้านอยู่เหมือนเดิมคราวนี้ไม่รู้ฉลองอะไรกันถึงได้พากันอยู่ดึกนัก

วันนี้เธอไม่มีอารมณ์ทำกลับแกล้มให้เหมือนทุกวันและเห็นว่าดาวเรืองน้องสาวเธออยู่ทำให้แล้วจึงเลือกที่จะขึ้นมาที่ห้องของตนเองแล้วอาบน้ำให้เรียบร้อยเตรียมพักผ่อนเพราะรู้ได้ว่าร่างกายมีอาการเหมือนแพ้อากาศเพราะบ้านของเด็กฝาแฝดปูพรมทำให้เธอคัดจมูก หญิงสาวจึงค้นหายาแมกซิเฟตมาทานก่อนนอนเพื่อบรรเทาอาการ...

ในค่ำราตรี ความง่วงงุนกัดกิน ความเหนื่อยล้า บวกฤทธิ์ยาทำให้เธอหลับลึกฝันแปลกประหลาดเหมือนกับทุกคราที่ทานยาชนิดนี้... หมอที่เคยทำงานด้วยกันเคยบอกเฟื่องฟ้าว่ายาลดการคัดน้ำมูกชนิดนี้หากทานแล้วก็จะง่วงมาก ยามที่ฝันจะฝันแบบแฟนซี คือ เคลิบเคลิ้มเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ จึงมีบางคนเอายาชนิดนี้ไปทำเป็นสารตั้งต้นยาเสพย์ติด เฟื่องฟ้าก็คิดว่าไม่แปลกเพราะทานยานี้ทีไรเธอก็ฝันเคลิ้มไม่รู้ตัวทุกที... อนุมานไปเองว่าตอนที่คนเมายาก็คงมีอาการแบบนี้...

แต่รอบนี้ในความฝันอันเรือนรางของเธอ มันดูแปลกไปกว่าทุกครั้ง... เธอฝันว่ามีคนมาคุยด้วย... พยายามดึงเสื้อผ้าของเธอออก ในฝันเธอพยายามลืมตามองหน้าคนคนนั้นแล้วก็เผลอสะดุ้งวาบเมื่อเห็นว่าเป็นวิศวกรที่ปรึกษาจอมเย่อหยิ่งคู่ปรับของเธอ... โชคดีที่มันเป็นแค่ความฝันเจอหน้าก็หลับตาเพื่อหลบหน้าไม่ต้องมองเห็นให้ขัดหูขวางตาได้...

ยอมรับว่าการฝันครั้งนี้ไม่ได้แฟนซีเหมือนทุกครั้งที่ทานยาแก้หวัด มันเป็นฝันร้ายชัดๆ ที่ฝันเห็นนายอาชว์ คนที่เธอเกลียดที่สุด แถมในฝัน เขายังมายุ่มย่ามวุ่นวายกับเนื้อตัวเธอ กระชากเสื้อผ้าออกจากเรือนกายเธอแล้วปลุกปล้ำ จาบจ้วงแตะต้องร่างกายเธออย่างอุกอาจและทำให้เธอเจ็บ

เขาเป็นคนที่เธอเกลียดในโลกแห่งความจริง มาเจอในความฝันว่าเป็นฝันร้ายแล้ว ยังตามมาข่มขืนเธอในความฝันได้อีก ถึงผลข้างเคียงของยานี่อาจจะทำให้เธอประสาท หรือไม่ก็เธอฝันร้ายเองก็ตาม แต่เฟื่องฟ้าสัญญาได้ว่าเธอจะไม่ทานยาแก้หวัดชนิดนี้อีก...

ถ้ามันทำให้เธอฝันร้ายซ้อนฝันร้ายได้ขนาดนี้ ขอยอมน้ำมูกล้นจมูกตายดีกว่า

เสียงเอะอะมะเทิ่งนอกห้องนอนทำให้เฟื่องฟ้าที่อยู่ในห้วงนิทรารู้สึกตัวและปิดตาลงอีกครั้งเพราะยังต้องการพักผ่อนต่อ เธอดึงผ้ามาปิดหูแล้วเสียงก็ยังดังเข้าโสตประสาทอยู่... เสียงครวญครางดังขึ้นจากลำคอเธอเมื่อเธอค้นพบว่าการขยับตัวแต่ละครั้งนั้นทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้ โดยเฉพาะช่วงกลางลำตัว...

เธอมีแผลตรงไหนหรือเปล่านะ... เอ แต่จะมีได้อย่างไรกันล่ะ ในเมื่อเธอนอนหลับฝันอยู่... แม้จะฝันร้ายว่าโดนข่มขืนก็ตามที... เฟื่องฟ้าคิดสาระตะแข่งกับความง่วงของตนเอง... แล้วเธอก็เบิกตาโพลง เหมือนโดนกระชากวิญญาณออกจากห้วงนิทรา...

เมื่อคืนเธอฝันว่าโดนข่มขืน และตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเจ็บที่ตรงนั้น ตรงกลางของร่างกาย...

“หรือว่าจะไม่ใช่ฝัน” เสียงหวานพึมพำแล้วลุกขึ้นนั่ง... ไม่สนเสียงเอะอะข้างนอกเพราะเธอเบิกตากว้างกับสภาพเปล่าเปลือยมีเสื้อผ้าปิดคลุมแค่ไม่กี่ชิ้น เสื้อผ้าของเธอโดนฉีกทึ้งจากร่าง... การที่รู้จักร่างกายมนุษย์ได้ดีเพราะว่าวิชาชีพที่เรียนทำให้เธอใจหายวาบเมื่อรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เกิดในฝันเมื่อคืน มันเกิดขึ้นจริงกับเธอ...

หญิงสาวชาวาบไปทั้งตัว.. ยิ่งดวงตาปรายไปมองเห็นรอยเปื้อนเลือดหย่อมเล็กๆ บนเตียงแล้วยิ่งสะท้อนสะท้านใจ... พรมจารีย์ของเธอ มันหายไปเพราะเขาจริงๆ หรือไงกัน..

สายตากวาดไปเห็นกระเป๋าสตางค์หนังสัตว์แบรนด์เนมสีดำสนิทตกอยู่ข้างเตียง เฟื่องฟ้าพยายามขยับไปจับมันมาเปิดดู... แน่ใจได้ว่ามันคือของผู้ร้ายที่ข่มขืนเธอไปเมือคืนแน่ๆ ...

เมื่อกระเป๋าถูกเปิดออก นามบัตรสีขาวกระดาษเนื้อดีขลิบทองก็ร่วงหล่นจากกระเป๋า สายตามัวๆ ของเฟื่องฟ้าเหลือบมอง... มือสั่นระริกชื้นเหงื่อเมื่อปรายตาไปมองชื่อบนนามบัตรนั้น...

นาย อาชว์ อาชวสกุล

วิศวกรที่ปรึกษา บริษัทตรีภูวัน คอนสตรัคชัน

ชื่อและตำแหน่งบนนามบัตรทำให้เธอหนาววาบ... มือขาวซีดเปิดกระเป๋าสตางค์ออกมาดูเพื่อความแน่ใจ แล้วเธอก็ต้องผงะกับสิ่งที่เห็น

ใบหน้าหล่อเหลาแต่เรียบนิ่งดุจน้ำแข็งดวงตาคมวับในรูปนั้นทำให้กระเป๋าสตางค์แทบหล่นจากมือของเธอ... มันเป็นเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่ฝัน... เขาข่มขืนเธอจริงๆ

ริมฝีปากบางเม้มแน่น... เสียงกรีดร้องจากนอกห้องนอนกระชากเธอให้ตื่นจากภวังค์ ข้างนอกเกิดเรื่องอะไรกันแน่... เฟื่องฟ้าตั้งสติ รีบสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วพยายามลืมความรู้สึกเจ็บปวดในส่วนที่ล้ำลึกของร่างกายวิ่งออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเสียงกรีดร้องนั้นคือเสียงของดาวเรืองน้องสาวเธอ...

เฟื่องฟ้าวิ่งออกมายังต้นเสียงที่เสียงร้องหายไป แต่เสียงคนพูดกันยังได้ยินชัดเจนอยู่... ต้นทางของการทุ่มเถียงนั้น เมื่อเธอโผล่หน้าเข้าไป ทุกคนต่างก็หยุดชะงัก... แม้แต่เธอเองก็หยุดชะงักเช่นกัน...

“พี่ฟ้า... ทำไมเหมือนถูกหมาฟัดมาอย่างนั้น... แต่ช่างเถอะ มาช่วยกันห้ามพี่ภาวันที”

นายเข้ม กับนางมะลิอ้าปากค้างเมื่อเห็นลูกสาวมีสภาพสะบักสบอมแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเพราะเจ้าตัวนั้นดูแลตัวเองเป็นอย่างดี... แต่ก็นั่นแหล่ะ ไม่มีใครสนใจเฟื่องฟ้านัก ทุกคนมีเรื่องใหญ่กว่าให้สนใจ... และเฟื่องฟ้าก็สนใจเหมือนที่ทุกคนสนใจเช่นกัน...

วัตถุที่มีกระสุนปลิดชีพสีเงินวาวในมือของภาวันคู่หมั้นของดาวเรืองถูกลงชี้ตรงไปที่อาชว์ โดยมีดาวเรืองคอยยืนอยู่ไม่ห่างจากอาชว์เหมือนจะห้ามปรามแฟนหนุ่มไม่ให้ยิง แต่ก็ไม่ได้อาจหาญพอที่จะยืนขวาง...

“นี่มันอะไรกันภาวัน” เฟื่องฟ้าถามคู่หมั้นน้องสาว... คนที่เอาปืนจี้หน้าอาชว์น่าจะเป็นนายเข้มบิดาเธอมากกว่าเพราะว่าไอ้คนบ้าหน้าตาย หน้านิ่งได้ไม่กลัวตายแม้ปืนจ่อหัวอยู่นั่นข่มขืนลูกสาว แล้วมันเรื่องอะไรกันที่นายภาวันเอาปืนจ่อหัวเขา...

“ก็ผมเห็นกับตาว่าไอ้นี่มันเข้าทางห้องดาวเรือง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันไปนอนกับดาวเรือง... ไอ้เลวเอ๊ย หน้าตายแบบนี้มึงทำจริงเถียงไม่ออกใช่ไหม มึงไม่ตายอย่าเรียกกูภาวันเลย ดาวเรืองถอยไปถ้าไม่อยากโดนลูกหลง”

“อย่านะพี่ภาวัน ดาวเรืองบอกแล้วว่าไม่ใช่ก็ไม่เชื่อ ไม่รู้จะพูดว่าอะไรอีกพี่คิดจะฆ่าคนได้ยังไง ใจเย็นๆ เถอะ พี่เข้าใจผิดนะ”

เสียงดาวเรืองบอกคู่หมั้น นายเข้มเอง นางมะลิเองก็คอยห้ามปรามให้ตกลงกันก่อน ดูเหมือนทุกคนจะห้ามปรามภาวัน ยกเว้นอาชว์เองที่ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ เอาแต่ยืนนิ่งอยู่...

เฟื่องฟ้ามองกระเป๋าสตางค์ในมือของตัวเองที่เธอคงไม่มีสติดีนักตอนสวมชุดเมื่อจะออกมาจึงถือออกมาด้วย...

ว่าที่น้องเขยเธอเป็นคนนิสัยมุทะลุ เป็นนักเลงหัวไม้ ที่มีคดีตีรันฟันแทงไปทั่ว บารมีของบิดาทำให้ภาวันทำอะไรไม่แคร์กฎหมาย... ไม่ต้องเดาก็รู้ใจไอ้หมอนั่นว่ามันกล้าเหนี่ยวไกลยิงอาชว์แน่... เฟื่องฟ้ากัดริมฝีปาก

เธอควรช่วยเขาดีไหม... ควรบอกทุกคนไปหรือไม่ว่าคนที่อาชว์บุกเข้าหาที่ห้องคือเธอ หรือว่าจะปล่อยให้เขาถูกยิงตายเพื่อให้ทุกอย่างเป็นความลับไปตลอดกาล

........................

ขอฝากนิยายเรื่องสะใภ้นอกทำเนียบด้วยนะคะ

เม็ดแตงโม

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ pimchan publication

ข้อมูลเพิ่มเติม
ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

สมัยใหม่

5.0

เธอทำให้คนที่เขารักเจ็บปวด เขาจึงเอาคืนให้เธอเจ็บกว่าร้อยเท่า ในวันที่เขาแก้แค้นเธอสำเร็จจนเธอเจ็บปวดเจียนตาย เขากลับค้นพบว่าเขารักเธอ การเดินเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้งหนึ่งเพ่ื่อตามหาหัวใจตัวเองจึงเกิดขึ้น แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อเธอเจ็บแล้วจำเธอเลยไม่ให้โอกาสซ้ำยังเอาแต่จะหนีไปจากชีวิตเขา เพื่อให้ได้เธอกลับคืนมา เขาจึงต้องทำทุกทางและทุกอย่างเพื่อได้หัวใจเธอมาเป็นของเขาเหมือนเดิม hope and nink "อย่าลืมไปเล่าให้พี่ชายคุณฟังด้วยล่ะ ว่าความรู้สึกที่ถูกหลอกให้รักมันรู้สึกอย่างไง แล้วเรื่องที่กล่าวหาว่าอีฟทำ รับรู้เอาไว้ด้วยว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้" "ทำไมถึงปกป้องผู้หญิงคนนั้นขนาดนั้น" แล้วคำที่บอกว่าอยู่ข้างเธอ ที่ผ่านมาหมายความว่าอะไร... "ที่ผมปกป้องขนาดนั้นเพราะว่ารักอีฟ และไม่ยอมให้ใครมาทำลายอีฟได้ยังไงล่ะ" "รัก?" แล้วไม่ได้รักเธอหรอกหรือ เธอตั้งคำถามอย่างโง่งั่ง ไม่พยายามเข้าใจสิ่งที่เขาบอก แม้ส่วนลึกเริ่มจะเห็นเค้าลางว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างที่วิษุวัติทำมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว "ใช่" "..." เขาลุกขึ้นยืน แขนเล็กๆ ที่เกาะเเขนเขาไว้ร่วงผล็อย นลินวิภาเงยหน้าขึ้นมองเขา "แล้วความรู้สึกดีๆ ที่คุณแสดงออกกับฉันที่ผ่านมา" "มันแค่การเอาคืน..." เขาพึมพำ ก่อนจะก้มหน้ามองเธอ "ผมมาก็เพื่อแก้แค้นให้อีฟตอนนี้หน้าที่ของผมจบแล้วถือว่าเราจบกัน คุณไปเก็บของซะผมจะให้คนไปส่ง" เขาทำท่าจะเดินจากไป แต่นลินวิภาดึงชายเสื้อเขาไว้ ดวงหน้ายังสับสนและในใจพร่ำบอกว่ามันไม่ใช่ และเธอฉุดรั้งเขาไว้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลย จนมีแรงตึงที่มือและเขาหยุดชะงักนั่นล่ะ เธอถึงปริปากออกมา... "คุณเคยบอกฉันว่าไม่ต้องสนเรื่องอื่นว่าเราพบกันอย่างไง เพราะระหว่างเราเข้าใจกันก็พอ ฉันเข้าใจว่าคุณพูดออกมาจากใจจริงๆ เสียอีก" "มันคือคำโกหกคุณคงไม่คิดว่าผมจะรักคุณหรอกนะเพราะคนที่ผมรักมาตลอดคืออีฟ คนแบบที่ผมชอบคืออีฟเท่านั้น" ไม่ต้องมีมีดนับร้อยนับพันมาจ้วงแทง เพียงแค่สายตาคู่เดียวของเขาที่จ้องมองมาก็ทำให้เธอเหมือนถูกกระหน่ำแทงจากความจริงที่เขากำลังบอก เธอกับเอวิตาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และเธอไม่ใช่คนแบบที่เขาชอบ ทั้งหมดที่ผ่านมาคือการหลอกลวงเพื่อแก้แค้นให้เอวิตา คนที่เขารัก... "โฮป" "เรียกผมว่าวิษุวัติ... อย่าเรียกชื่อเล่น เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น "..." นลินวิภากะพริบตาปริบๆ มือร่วงผล็อยจากชายเสื้อเขาไปในทันที สิ่งที่เขาบอก เหมือนดึงเธอมาสู่โลกแห่งความจริงที่เธอไม่อาจหนี เขาบอกชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่สามารถหลอกตัวเองต่อไปได้อีกแล้ว... #ทินอีฟ "ยินดีด้วยนะครับคนไข้ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาแล้วครับ คนไข้ตั้งครรภ์ เดี๋ยวหมอจะส่งคนไข้ไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์นะครับ" คำพูดของนายแพทย์ประจำคลินิกทำให้เธอยิ้มออกหลังจากทนกับอาการเวียนหัวในช่วงเช้ามาหลายวันไม่ไหวเธอจึงไปตรวจให้รู้แน่ชัด ผลที่แพทย์บอกตอนที่อยู่คลินิกทำให้เธอมีความสุขมาตลอดบ่าย เพราะเธอกำลังตั้งครรภ์กับทิน...ผู้ชายที่เธอรัก วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ การได้รับข่าวดีเรื่องลูกจึงเปรียบประหนึ่งเป็นของขวัญ หญิงสาวรีบกลับมาที่เพนธ์เฮาส์และจัดเตรียมสถานที่รอพ่อของลูกกลับมาอย่างคาดหวังและตื่นเต้น เรื่องที่ตั้งครรภ์เธอยังไม่ปริปากบอกใครแม้แต่พี่เลี้ยงคนสนิทที่อยู่กับเธอตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะอยากให้ทินรู้เป็นคนแรก ทันทีที่เขาให้ของขวัญวันเกิดแก่เธอ เธอจะยื่นกระดาษอัลตราซาวน์ให้เขาแล้วบอกว่าเป็นของขวัญที่เธอมอบกลับคืนในฐานะที่เขารักและดูแลเธอมาตลอด แต่เมื่อประตูห้องเปิดก็เกิดเรื่องผิดแผนครั้งใหญ่เพราะทินเดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงสาวที่มีดวงหน้าสวยโฉบเฉี่ยวดูมั่นใจในตัวเอง ริมฝีปากสีแดงสดของผู้หญิงคนนั้นยิ้มและมองเอวิตาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก คนทั้งคู่ที่เข้ามาใหม่ไม่ได้สนใจบรรยากาศปาร์ตี้ ทินมีสีหน้าเคร่งขรึม แววตาของเขาไม่อ่อนโยนเหมือนทุกวัน มีเพียงเสียงทุ้มน่าฟังที่เหมือนเดิม "อีฟ ผมมีเรื่องจะบอก" "เรื่องอะไรคะ" เสียงของเธอแทบไม่หลุดจากปาก ความหวาดกลัวในสถานการณ์เกาะกุมหัวใจเธอ รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาครามครัน "ผมจะไม่อ้อมค้อมนะ ธุระที่ผมไปทำวันนี้คือไปจดทะเบียนกับนิ้ง" "..." ดวงตาของเอวิตาเบิกกว้าง "นิ้งท้องกับผม ท้องตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาคบกับคุณ มันอาจจะผิดต่อคุณแต่คุณคงเข้าใจว่าผมต้องรับผิดชอบลูกในท้องของนิ้งเป็นอันดับแรก..." "ทิน" เธอเรียกชื่อเขา น้ำตาเอ่อล้นปริ่มขอบตาที่ร้อนผะผ่าวในใจมีร้อยพันหมื่นถ้อยคำแต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ กระดาษอัลตราซาวน์ในมือถูกกำแน่น อย่าว่าแต่ยื่นมันให้เขาได้เห็น แค่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาและหายใจ เอวิตายังทำได้อย่างยากลำบากเหลือเกิน "ผมเสียใจนะอีฟ... แต่ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมเลือกนิ้ง" "ที่จริงฉันต้องรีบพาทินไปพบครอบครัว แต่ว่าเขาอยากแวะมาบอกเธอก่อนไม่อยากหายไปเลย" ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรก เอวิตาจับใจความไม่ได้เลยว่าคนตรงข้ามพูดอะไรกับเธอบ้างเพราะในหูมีแต่เสียงอื้ออึ้งน้ำตาก็ไหลจากตาจนไม่เห็นหน้าคนสองคนตรงหน้าเสียแล้ว... สติของเธอหลุดลอยไปตั้งแต่ที่ทินบอกว่าเขาแต่งงานกับผู้หญิงอื่น เรื่องที่เตรียมจะบอกในทีแรกจึงไม่หลุดจากปากและไม่ว่าเขาจะพูดอะไรอีกเธอก็ไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว จนเมื่อคำว่าลาก่อนแว่วเข้าหู และมีเสียงประตูปิด เธอถึงได้ทรุดลงไปนั่งกับพื้น เพราะหมดแรงที่จะยืน... หลังจากที่ร้องไห้จนไม่เหลืออะไรจะร้อง ในหัวไม่มีสติพอที่จะคิดอะไรอีก ภาพเลือนรางที่เห็นเขาเดินจูงมือออกไปกับผู้หญิงอื่นฉายวนซ้ำ เธอไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก เขาเดินจากไปง่ายดายราวกับไม่เคยรักกันเลย ความทุกข์ที่หนักหนาที่สุดที่เคยพานพบเกาะกินหัวใจจนเธอคิดว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้เรื่องราวเหล่านี้อีกแล้ว... เธออยากหนีไปให้พ้นจากความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวลที่กำลังถาโถมเธออยู่ในตอนนี้ "อีฟ" เสียงเรียกคุ้นหู เป็นเสียงเรียกที่เหมือนอยู่ไกลออกไป ภาพของเขาปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นไม่แจ่มชัด สาเหตุไม่ใช่เพราะหยาดน้ำตา หากแต่เป็นเพราะสติรับรู้ของเธอนั้นสุ

ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน

ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน

สมัยใหม่

5.0

"ปะป๊า" อยู่ดีๆ ก็มีเด็กที่หน้าเหมือนตัวเองมาเกาะแข้งเกาะขาแล้วเรียกว่าปะป๊า แล้วจะให้คีรินเข้าใจว่ายังไง "บอกฉันมาซิว่าแม่ของหนูคือใคร!" "แม่ของหนูคือหม่าม๊า" "..." .................. แสงดาว... คุณปกปิดอะไรเอาไว้" เขาย้ำเธออีกครั้งเพราะอยากได้ยินจากปากเธอเอง "ปกปิดอะไรคะ?" แสงดาวมองเขาด้วยสายตางุนงง ที่ผ่านมาก็คุยกันจนเข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอไม่เข้าใจว่าคีรินจะมาคาดคั้นเอาอะไรอีก "เรื่องเกี่ยวกับไคร่า มีอะไรที่คุณบอกผมไม่หมด" "ฉันพูดความจริงไปหมดแล้ว "ถ้าไม่พูด ผมจะลงโทษคุณ" เขาบอกพร้อมๆ กับสาวเท้าเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นคล้ายจะข่มขวัญ ลงโทษที่ว่านี่คงไม่ใช่กอดไว้แน่นแล้วปล้ำหอมแก้มให้จั๊กจี้เหมือนที่ทำกับลูกหรอกนะ หญิงสาวจินตนาการเล่นๆ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นใบหน้าคนที่อยู่ห่างจากตัวเองไม่ถึงคืบแล้วก็ต้องกะพริบตาปริบๆ เพราะดูท่าทางเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ "ลงโทษอะไร คุณไม่มีสิทธิ์นะ!" แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ท่าทางคุกคามของเขาก็ทำให้แสงดาวต้องถอยไปหลายก้าวจนหลังเธอชนฝา แล้วเขาก็ค้ำมือกับผนัง เพื่อกักกันเธอไว้ในวงแขน "ผมเป็นพ่อของไคร่า ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ลงโทษแม่จอมปากแข็งของแกล่ะ" ชายหนุ่มจดจ้องแสงดาวไม่วางตา... ดวงตาของคนตรงหน้าเหมือนกับดวงตาของเจ้าตัวน้อยที่เธอฟูมฟักตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยราวกับเป็นดวงตาคู่เดียวกัน แต่ก็นั่นล่ะ ถึงเขาจะเหมือนยัยหนูไคร่าของเธอทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรกับเธอตามอำเภอใจได้นี่นา... พรึ่บ... ยังไม่ทันที่เธอจะได้ห้ามปราม คีรินก็คว้าตัวเธอไปแนบชิดกับกายแกร่งแล้วก้มหน้าลงมาจูบปิดปากเธอเอาไว้ แม้เธอจะดิ้นขลุกขลักเพื่อถามว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม แต่เหมือนคนตัวโตจะไม่เปิดโอกาสให้ เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาโมโหแล้วลงโทษเธออย่างที่ว่าจริงๆ หรือว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้าง ริมฝีปากอุ่นที่บดขยี้ดูดดึงกลีบปากของเธอเอาไว้ไม่ให้พูดฟ้องว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า... แสงดาวค่อนข้างแน่ใจว่าคีรินหาเรื่องรังแกเธอชัดๆ ถึงจะเป็นพ่อของลูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอย่างนี้กับเธอได้นะ! หญิงสาวพยายามดันอกเขาแล้วเบี่ยงหน้าหนีการรุกล้ำที่เริ่มจะกลืนกินสติสตังของเธอไป แต่นอกจากจะไม่ทำให้เขาไหวติงแล้วเธอก็ยังเบี่ยงหน้าหนีไม่พ้นการปล้นจูบของคนตรงหน้าเลย บ้าจริง!

รอยรักสีจาง

รอยรักสีจาง

สมัยใหม่

5.0

“ตอนนี้เข็มดีขึ้นแล้ว ผมจะให้คุณไปขอโทษเค้า” “...” ไม่มีถ้อยคำใดเอ่ยจากปากเธอ ริมฝีปากที่แย้มยิ้มหุบลง และสั่นระริก สายตาที่ทอดมองเขาตัดพ้อ “ลุก” เขาจะคว้าแขนเธอให้ลุก แต่เธอสะบัดแขนหลุดจากมือเขาทันใด “เลิฟไม่มีวันไปขอโทษในสิ่งที่เลิฟไม่ได้ทำ” “คุณยังกล้าพูดคำนั้นอีกหรือไง...” เขาตวาดเธอจนสะดุ้ง ภูรินไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอมาก่อน “รู้ตัวไหมว่าตั้งแต่กลับมา คุณเป็นอีกคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน คุณมาพร้อมคำโกหก หลอกลวง จากที่เคยคิดว่าแค่เฉยๆ กับคุณก็พอ คุณกลับทำให้ผมรู้สึกว่าเกลียดความเป็นตัวตนของคุณมากขึ้นทุกวัน สิ่งที่คุณหวังมันไม่มีทางเกิดขึ้น และยิ่งผ่านไปทุกวันก็ยิ่งไม่มีทางไปใหญ่ เลิกหวังแล้วก็ไปตามทางของคุณดีกว่า ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย” ร่างสูงหันหลังแล้วเดินออกไป แผ่นหลังมั่นคงที่เคยกอดห่างไกลและเลือนรางเพราะม่านน้ำตาบดบัง เขาไม่ได้อยู่ไกลจนคว้าไม่ถึง แต่เอื้อมมือไปเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเขาสักที

ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

มหาเศรษฐี

5.0

เพราะรักเขาตั้งแต่แรกเห็น หล่อนจึงยินยอมแต่งงานกับเขา เพราะถูกบังคับเขาจึงเห็นหล่อนเป็นเศษธุลีดินไร้ค่า แม้เป็นเมียแต่ง หล่อนคิดว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะรักหล่อนตอบกลับมา ไม่มาก... ก็น้อย แต่ไม่นึกว่าเมื่อเขาหลอกให้หล่อนรักเขาสุดหัวใจ เขากลับขับไล่หล่อนออกมาจากชีวิตด้วยเหตุผลว่า เขาไม่รักหล่อน... "เธอเข้ามาในชีวิตฉันง่ายๆ ก็ช่วยออกไปง่ายๆ ด้วยเถอะ" ถ้อยคำเจ็บปวดทำร้ายที่ตามมาหลอกหลอน แม้ในยามที่หล่อนหลีกลี้จากเขามาได้นานเนิ่น ในวันที่หล่อนเข้มเเข็งและอยู่ได้โดยไม่มีเขา ลูกในท้องที่หล่อนปกปิดเขาเอาไว้ กำลังจะทำให้หล่อนกับเขาหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในวันที่หล่อนไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว ................................................................ “การแต่งงานของเราเกิดขึ้นเพราะฉันถูกบังคับ การที่ฉันไม่ได้รักเธอ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ” ธีภพ วิชญ์วิศิษฐ์ “ความรักของมนอาจจะดูไร้ค่าแต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสิ่งเดียวที่มนพอจะให้คุณธีร์ได้ ที่ผ่านมาคุณธีร์แสดงออกเสมอว่าคุณธีร์ไม่ต้องการและทิ้งขว้างมันมาตลอด มันก็ไม่ใช่ความผิดของมนที่สุดท้ายมนจะหมดรัก มนหวังว่าคุณธีร์จะเข้าใจ เหมือนที่มนเคยเข้าใจคุณธีร์” มนพัทธ์ สว่างโชติ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

หลังหย่า เธอกลายเป้าตามจีบของทุกคน

หลังหย่า เธอกลายเป้าตามจีบของทุกคน

Irina Barone
5.0

ก่อนจะหย่า เธอทำให้เขาสะอิดสะเอียนจนทานอาหารไม่ลง มู่หน่วนหน่วนใช้เวลาสามปีก็ไม่สามารถเปิดใจของเขาได้ แต่กลับทำให้ตัวเองเจ็บปวด วินาทีที่ตัดสินใจปล่อยมือ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าท้องฟ้าเปิดก็จะมองเห็นดวงจันทร์ จากนี้ไป ในสายตาของเธอมีเพียงเรื่องงานเท่านั้น แต่ เมื่อเธอปรากฏตัวในฐานะประธานร่วมของบริษัท ฟู่จิ้นเชินก็ตกใจทันที เดี๋ยวนะ ยังมี? ทนายมือหนึ่งด้วยเหรอ? แฮกเกอร์มือหนึ่ง? ดีไซเนอร์มือหนึ่ง? ฟู่จิ้นเชินควบคุมตัวเองไม่ได้อีก บีบเธอไปจนติดมุมกำแพง ขบฟันถามขึ้นว่า “เธอ เธอยังจะหลอกฉันไปอีกเท่าไหร่? ” มู่หน่วนหน่วนผลักเขาออกไปทันที “คุณคิดว่าคุณเป็นใครกัน? ” เธอคิดว่าเขาด่าไล่เธอออกไป แต่กลับไม่คิดว่าเขาจะคิดถึงเธอทั้งวันทั้งคืน ไล่ตามจีบเธอด้วยวิธีมากมาย “ที่รัก เรากลับมาแต่งงานกันอีกครั้งเถอะ” “ที่รัก ผมผิดไปแล้ว” “ที่รัก คุณคือคนที่ผมรักที่สุด” มู่หน่วนหน่วนหัวเราะ มองเขาแล้วพูดออกมาทีละคำ “ฟู่จิ้นเชิน ความรักที่มาช้ามันก็ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้า”

ลำน้ำรักซัดทรายเสน่หา

ลำน้ำรักซัดทรายเสน่หา

ไหมขวัญ
5.0

ชีคซาลซาเอล อัล จารีออัล อินทาจ รัชทายาทอันดับสองของรัฐคูเวอร์ประเทศดารานห์ บุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย และที่สำคัญเป็นผู้ที่มีนัยน์ตาสีไพลินทรงเสน่ห์ล้นเหลือ อีกทั้งยังเป็นชีคที่ใจดีและใจเย็นดุจสายน้ำกลางทะเลทราย จนกระทั่งได้เจอคุณหมอศัลยแพทย์สาวฝีมือจากเมืองไทยอย่าง คุณหมอหยา ทำให้บุรุษผู้ใจเย็นดุจสายน้ำกลายเป็นบุรุษผู้มีใจเสน่ห์ที่ร้อนรุ่มไปได้ในชั่วพริบตา “อุ๊ย! ท่านชีคท่านทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” คุณหมอสาวอุทานตาโตเมื่อชุดของเธอถูกร่นขึ้นมากองอยู่เหนืออก พลางจะขยับตัวหนีแต่ร่างใหญ่ที่คร่อมอยู่ด้านบนกลับไม่ยอม รวบมือบางที่คอยผลักไสพระองค์ไปตรึงไว้เหนือศีรษะ แล้วทอดมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำขณะเดียวกันก็ดูตื่นตระหนกด้วยรอยยิ้ม “ตอนแรกผมกะว่าจะปลุกคุณให้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว อีกสองชั่วโมงกว่าๆ พระอาทิตย์ถึงจะขึ้น ได้อีกตั้งหลายยก” “บ้า! ยกอะไรปล่อยเดี๋ยวนี้นะตาชีคหื่น” หญิงสาวตวาดแวดเมื่อชีคหนุ่มพูดเรื่องหน้าอายได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นเธอซะอีกที่อายจนหน้าแดงก่ำ พลางขยับตัวหวังจะหลุดพ้นจากการพันธนาการ “เพราะคุณนั่นแหละผมถึงหื่น”

แต่งงานกับอาเล็ก

แต่งงานกับอาเล็ก

Nolan Drake
5.0

ในชาติก่อน ถูกผู้ชายใจร้ายใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ตัวเองต้องตาย และยังทำให้อาของเขาที่มีอิทธิพลสูงต้องพินาศด้วย เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ในวันที่ขอแต่งงาน เธอตัดสินใจแต่งงานใหม่กับลี่โม่เป่ย อาเล็กของผู้ชายเฮงซวย คิดว่ามันจะเป็นแค่การตกลงเป็นพันธมิตร หลังจากแต่งงานกลับกลายเป็นว่าเขาคอยเอาใจเธอเป็นอย่างดี จากนั้นเธอจัดการกับชายเลว ส่วนเขาซ้ำเติม เธอฆ่าคน เขาก็ช่วยเก็บกวาด เธอทำเรื่องใหญ่โต เขาก็ช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อสัญญาสิ้นสุด ตู้เซียวเซียวต้องการจะจากไป แต่เขากลับไม่พอใจ เขาขวางเธอไว้ที่ประตู น้ำเสียงเว้าวอน “เซียวเซียว เธอจะทิ้งฉันหรือ?” ตู้เซียวเซียวใจอ่อน “งั้นต่อสัญญาอีกปีดีไหม?” แต่สถานการณ์กลับยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก่อน ไหนบอกว่าไม่สามารถมีลูกได้ แล้วทำไมท้องของเธอถึงโตขึ้นล่ะ!

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

Shelby Stonich
5.0

ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง “ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย” หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ