Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
5.0
ความคิดเห็น
5.9K
ชม
75
บท

อาเฟย เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่า พ่อแม่เป็นใคร เขาถูกทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างทางตั้งแต่แรกเกิด และถูกชาวบ้านเก็บได้ ก่อนที่จะกลายเป็นเหยื่อของสัตว์ใหญ่น้อย ทว่าชาวบ้านที่เก็บเขาได้ก็ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูเขา จึงนำเด็กน้อยไปขายให้แก่จวนชินอ๋อง ด้วยราคา 20 ตำลึงเงิน นับแต่นั้น...อาเฟยก็เติบโตขึ้นมาพร้อมกับปณิธานว่า จะเก็บเงินไถ่ตัวของตนเอง และสร้างเนื้อสร้างตัว เป็นอิสระและแข็งแกร่ง!!! แต่อนิจจา...ปณิธานของอาเฟยถูกอ๋องสี่ ผู้มีร่างสูงใหญ่แข็งแรง กล้ามเนื้อทรงพลัง คอยบั่นทอน ด้วยการจับอาเฟยหนีบรักแร้!!! อาเฟย เป็นนิยายเน้นฮา ไม่เน้นสาระ รี้ดทุกท่านถ้าพร้อมแล้ว เชิญอ่านกันเลยค่ะ

บทที่ 1 องค์ชายโฉมงาม 1

องค์ชาย 1

ที่ท้องพระโรง...

ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไท่ชินอ๋อง ไท่หวางเฟยหลี่ชิง มหาเสนาบดีท่านอ๋องสี่ และพระชายาอาเฟย ล้วนนั่งประจำตำแหน่งเพื่อต้อนรับคณะทูตจากแคว้นซีเป่ย เพียงแต่ฮ่องเต้น้อยมิได้เสด็จ เนื่องเพราะเมื่อวานอากาศร้อน ฮ่องเต้น้อยจึงทรงเล่นน้ำนานไปหน่อย ทำให้มีพระวรกายร้อนในตอนเช้า และมีไข้เล็กน้อย ไท่ชินอ๋องสั่งให้หมอหลวงมาดูพระอาการ แล้วให้หลานกงกงดูแลฮ่องเต้น้อยพักผ่อน และสั่งเด็ดขาด...ห้ามซนเล่นน้ำอย่างเมื่อวานอีก!

ดังนั้น...ฮ่องเต้น้อยจึงมิได้ออกนั่งบัลลังก์ว่าราชการ

คณะทูตแคว้นซีเป่ยนำเครื่องราชบรรณาการมาถวายแด่แคว้นหนานหยางตามธรรมเนียม เพราะเมื่อเจ็ดปีก่อนไท่ชินอ๋องได้กรีธาทัพไปปราบแคว้นซีเป่ย และปราบสำเร็จเมื่อสี่ปีที่แล้ว นับจากนั้นแคว้นซีเป่ยก็ส่งบรรณาการมาให้แก่แคว้นหนานหยางเป็นประจำทุกปี

แต่ปีนี้พิเศษ...เพราะคณะทูตที่คุมเครื่องบรรณาการมาด้วยเป็นคณะใหญ่เต็มยศ และเครื่องบรรณาการก็มากกว่าปกติเป็นสองเท่า

"ข้าในนามของแคว้นหนานหยางยินดีต้อนรับคณะทูตจากแคว้นซีเป่ย" ไท่ชินอ๋องกล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ

"พวกข้าน้อยในนามของคณะทูตจากแคว้นซีเป่ยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง" หัวหน้าคณะทูตน้อมคำนับพลางกล่าว "ปีนี้นอกจากของบรรณาการตามธรรมเนียมแล้ว ทางแคว้นซีเป่ยยังใคร่กระชับสัมพันธไมตรีของสองแคว้นให้ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น ด้วยการส่งองค์ชายสามอ้ายหยาง (ชื่อองค์ชายแปลว่า ดวงตะวันที่น่ารักใคร่) มาเพื่อเป็นไท่หวางเฟยของไท่ชินอ๋อง..."

ท่านทูตยังกล่าวไม่ทันจบประโยค พระชายาอาเฟยก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เอ่ยสวนขึ้นกลางคัน

"ได้อย่างไร...ไท่ชินอ๋องมีไท่หวางเฟยอยู่แล้ว คือเกอเกอของข้าหลี่ชิง"

ท่านทูตหน้าตาเจ้าเล่ห์หันมาส่งยิ้มให้พระชายาอาเฟย แล้วกล่าว

"พระชายา ท่านใจเย็น ๆ ไว้ก่อนขอรับ ขอให้ข้าน้อยได้กล่าวจนจบเสียก่อน ท่านจะได้เห็นความเหมาะสมและไม่เหมาะสม แล้วจึงค่อยตัดสินใจกล่าวอะไรออกมา"

"แต่..." พระชายาอาเฟยยังจะแย้งต่อ

"พระชายา..." เสียงไท่หวางเฟยเรียกอย่างนุ่มนวล "นั่งลงก่อน"

อาเฟยมองสบตาหลี่ชิง...เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเรียบเฉยและพยักหน้าให้...เขาจึงจำใจต้องนั่งลงอย่างมิค่อยเต็มใจนัก

ท่านทูตจากแคว้นซีเป่ยยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปน้อมคำนับไท่ชินอ๋อง แล้วกล่าวต่อ

"องค์ชายสามอ้ายหยางแห่งแคว้นซีเป่ยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเคียงคู่ไท่ชินอ๋องอย่างยิ่ง ด้วยรูปโฉมที่งดงามเป็นหนึ่งแห่งซีเป่ย" พอท่านทูตจากแคว้นซีเป่ยเอ่ยจบคำ

ร่างบอบบางในชุดสีแดงปักด้ายทองและไข่มุกงดงามหรูหราร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากขบวนทูต มายืนตรงกลางท้องพระโรงข้าง ๆ ท่านทูต แล้วปลดผ้าที่ปิดบังดวงหน้าออก เผยให้เห็นดวงหน้างดงามหยาดเยิ้ม จนเกิดเสียงอุทานฮือฮาดังขึ้นทั่วท้องพระโรง!

"ก็พอดูได้" พระชายาอาเฟยเอ่ยขึ้น "แต่ถ้าเปรียบเทียบความงามกับไท่หวางเฟยหลี่ชิงแล้ว ยังด้อยกว่าหลายขุม!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นในท้องพระโรงอีกระลอกหนึ่ง มีขุนนางของหนานหยางหลายคนพยักหน้าเห็นพ้อง

มหาอำมาตย์ไห่สุยนั้นไม่แสดงกิริยาใดแต่แรก...แต่ในใจของเขาหนักอึ้ง

หากพูดถึงความงามนั้น...ทั้งไท่หวางเฟยหลี่ชิงและองค์ชายสามอ้ายหยาง ต่างงดงามไม่แพ้กัน

แต่...ไท่หวางเฟยหลี่ชิงเป็นชาวหนานหยาง

องค์ชายสามอ้ายหยางเป็นชาวซีเป่ย

แม้จะมีคำพูดว่า 'แต่งกับม้าอยู่กับม้า แต่งกับวัวอยู่กับวัว'

ทว่า...ผู้ใดจะรับรองได้ว่า องค์ชายสามอ้ายหยางจะคิดเห็นเช่นนี้ด้วย!

ส่วนไท่หวางเฟยหลี่ชิงนั้น แม้จะออดอ้อนยั่วยวนไท่ชินอ๋อง แต่ไม่เคยทำความผิดสิ่งใด ซ้ำยังช่วยไท่ชินอ๋องดูแลราชกิจอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอีกด้วย

สิ่งเดียวที่ไท่หวางเฟยหลี่ชิงสู้องค์ชายสามอ้ายหยางไม่ได้ก็คือชาติกำเนิด...องค์ชายสามอ้ายหยางกำเนิดมาในราชตระกูลแห่งแคว้นซีเป่ยเป็นองค์ชาย ส่วนไท่หวางเฟยหลี่ชิงเกิดมาเป็นลูกอนุในตระกูลหลี่

ไท่ชินอ๋องหลงรักไท่หวางเฟยหลี่ชิงอย่างชนิดหัวปักหัวปำ...แม้มหาอำมาตย์ไห่สุยจะรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่เขาไม่หวาดกลัวเท่าไหร่ เพราะจะอย่างไรไท่หวางเฟยหลี่ชิงก็เป็นชาวหนานหยาง ย่อมต้องจงรักภักดีต่อบ้านเกิดเมืองนอน

ทว่าองค์ชายสามอ้ายหยางนั้นไม่เหมือนกัน เขาเป็นชาวต่างแคว้น หากไท่ชินอ๋องหลงไหลหัวปักหัวปำ คงไม่ดีแน่!

"ในสายตาของพระชายาย่อมต้องมองไท่หวางเฟยหลี่ชิงว่างดงามที่สุดอยู่แล้ว" องค์ชายสามอ้ายหยางเอ่ยภาษาหนานหยางได้อย่างชัดเจนไพเราะไม่มีคำใดผิดเพี้ยนพลางยิ้มใส่ตาของพระชายาอาเฟย "เพราะรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง" หยุดเล็กน้อยแล้วจงใจกล่าวต่อว่า "หรือว่า...มีความรักแบบอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย?"

ความหมายก็คือ...พระชายาหลงรักไท่หวางเฟยหลี่ชิงในเชิงชู้!!!

"เจ้า...เจ้า..." พระชายาอาเฟยโกรธจนดวงหน้าแดงก่ำ "พูดเหลวไหลอันใด?"

"ข้ายังมิได้พูดอันใด...พระชายา ท่านคิดไปถึงไหนแล้ว!" องค์ชายสามอ้ายหยางแกล้งยั่ว

ท่านอ๋องสี่เห็นพระชายาอาเฟยพลาดท่า และขณะนี้ไท่หวางเฟยหลี่ชิงไม่สะดวกจะออกหน้าแต่อย่างไร...เขาจึงกระแอมแล้วกล่าว

"พระชายา...ใจเย็น ๆ ไว้ เรื่องทุ่มเถียงทะเลาะกับผู้อื่น เจ้าไม่สันทัดเท่าสตรีที่ค้าขายอยู่ในตลาดหรอก" ว่าแล้วยกมือลูบอกที่สะท้อนแรงของอาเฟยเบา ๆ

อาเฟยได้แต่เม้มปากจนแก้มป่อง ลักยิ้มเด่นชัด

องค์ชายสามอ้ายหยางตวัดสายตามองท่านอ๋องสี่ที่แก้แทนพระชายาอาเฟย ซ้ำยังด่าว่าตนปากตลาด นับว่าอีกฝ่ายก็เข้าข้างไท่หวางเฟยหลี่ชิงเช่นเดียวกันกับพระชายาของเขา...

แต่เอาเถอะ...รอให้ตนได้เข้ามาอยู่ในแคว้นหนานหยางในตำแหน่งไท่หวางเฟยเสียก่อน จะค่อย ๆ กำจัดขวากหนามทีละชิ้น ๆ ให้สิ้นซาก...

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

หนังสืออื่นๆ ของ รวิวร

ข้อมูลเพิ่มเติม
บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ