Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2

หลิ่งฟาง//พิมพ์สีทอง

5.0
ความคิดเห็น
14
ชม
5
บท

จากอลิส เจนี่ ร็อกส์ กลายมาเป็นหลิวตานผู้สู้ชีวิตกับระบบทำฟาร์มแสนห่วย ครอบครัวปู่ย่าไม่เหลียวแล กดขี่ข่มเหงทั้งยังทำเหมือนว่าบ้านรองเป็นแค่คนรับใช้เท่านั้น ในฐานะคนที่ไม่เคยได้รับความรักจากบิดามาก่อน ชาตินี้หลิวตานจึงหาหนทางเพื่อพาบ้านรองไปจุดสูงสุด หลิวตานใช้ความสามารถที่เธอมีพลังธาตุเร่งการเจริญเติบโตของผัก ทำฟาร์มผัก และยังมีตัวช่วยอย่างระบบทำฟาร์มแสนห่วยอยู่ในมือ เธอจะต้องพาครอบครัวมั่งคั่งร่ำรวยให้ได้! แต่ระบบที่มีทำให้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันช่วยเหลือเธอได้จริง ๆ - -

บทที่ 1 ความในใจของสือหยวนเฟิง

เป็นไปตามที่หลิวตานคิด ย่าหลิวให้คนมาตามพ่อของเธอกับอาสามไปเพื่อจัดการปัญหาของลูกสาว แต่พอทั้งสองไม่ได้ไปตามคำสั่ง ได้ยินว่าโวยวายใหญ่โต เพื่อนบ้านต่างปิดประตู

ตอนเช้าผู้อาวุโสในหมู่บ้านและผู้อาวุโสของตระกูลหลิวเข้ามาจัดการปัญหาตรงนี้ เพื่อไม่ให้หมู่บ้านเสื่อมเสีย ไม่ให้ผู้หญิงในหมู่บ้านต้องมัวหมองไปด้วย

ก่อนหน้านี้มีพ่อหม้ายลูกสามอายุสี่สิบปีเพิ่งเสียภรรยาไป ลูก ๆ โตจนแต่งงานกันหมดแล้ว แต่บ้านของพ่อหม้ายต้องการหาภรรยาให้เขาจึงถูกเสนอให้แต่งงานด้วย โดยที่ไม่ต้องเสียค่าสินสอดสักเฟิน ด้วยความที่พ่อหม้ายหน้าตาไม่ดี อ้วน เตี้ย ดำ พวกเขาไม่มีทางเลือกแต่ยื่นข้อเสนอมาหลังหลิวถิงเหยาคลอดเด็กจะส่งกลับบ้านใหญ่หลิว

หลิวถิงเหยากรีดร้องไม่ยินยอมแต่งงานกับพ่อหม้ายคนนี้ ทั้งขู่ว่าถ้าให้แต่งงานจะทำลายเด็กในท้อง และนั่นยิ่งทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจ สุดท้ายเรื่องเลยจบที่หลิวถิงเหยาต้องแต่งเข้าบ้านพ่อหม้ายอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

สำหรับบ้านรองหลิว บ้านสามหลิว ทั้งสองบ้านแยกตัวออกมาแล้วถึงแม้จะเป็นตระกูลเดียวกันแต่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เพราะมีการตัดขาดไม่เหมือนแยกบ้านออกมาเหมือนคนอื่น ทำให้พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบ

“ยังดีที่บ้านเรามีชุดใหม่ ๆ ให้ใส่ ไม่อย่างนั้นคงต้องใส่ชุดเก่าไปแล้ว” หลิวตานถอนหายใจ มองครอบครัวของตนเองแล้วส่ายหน้า

“พี่ใหญ่ จริง ๆ ผมว่าชุดไม่ได้เก่าขนาดนั้น” หลิวเหอสวี่อมยิ้ม

“ใช่ ดูสิ เสื้อผืนนี้ฉันจำได้ว่าใส่เพียงสองครั้งเท่านั้นเอง คนในหมู่บ้านซื้อเสื้อผ้าหนึ่งตัวใช้ได้ตั้งหลายปี” หลิวอิ๋งอีหมุนตัวให้ดูชุดที่ใส่

หลิวตงตง จ้าวเหม่ย อยู่ในชุดสุภาพตัวใหม่เพราะเพิ่งเคยใช้ ทั้งคู่ซื้อเสื้อผ้านี้มาหลายเดือนแล้วเพียงแต่ไม่ได้ใช้ เนื่องจากไม่ได้พากันออกนอกบ้านเลย วันนี้ค่อนข้างพิเศษเพราะวันนี้มีเทศกาลไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมณฑล

อันที่จริงในตอนแรกบ้านหลิวไม่มีความคิดจะไป เพียงแต่เมื่อวานนี้หลังเลิกเรียนสือหยวนเฟิงชวนหลิวตานเข้าไปดูหนังทำให้เธอตอบตกลงไป และมาชวนครอบครัวไปเปิดหน้าเปิดตาบ้าง

จ้าวเหม่ยยิ้มให้ลูกสาว “เสี่ยวตานแม่ว่าชุดไม่ได้เก่าเลย ยิ่งใส่ตอนกลางคืนไม่มีคนสังเกตเห็นหรอก พวกเราไปกันเถอะจะได้กลับเร็ว”

“ใช่”

“ญาติผู้น้องฉันมาแล้วหรือยังคะ เสียดายที่อาสาม อาสะใภ้สามไม่ไปด้วยกัน คงสนุกหน้าดู” หลิวตานถามถึงหลิวต้าสยงตัวแทนจากบ้านสามที่จะไปด้วยกัน

“มาแล้ว ๆ”

หลิวต้าสยงมาถึงพอดีทำให้เขาเดินเข้ามาหา ก่อนขึ้นเกวียนวัวที่ไปเช่าหมู่บ้านข้าง ๆ มา เนื่องจากรถยนต์ราคาสูงเกินไปกว่าจะเช่า เลยต้องหาเช่าเกวียนวัวที่หลายบ้านยังคงใช้เดินทางกันอยู่ก่อนพากันเดินทางเข้าเมืองที่จะใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง

“คุณน้าทั้งสอง เสี่ยวตาน เด็กๆ”

มาถึงจุดนัดหมายสือหยวนเฟิงยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาคำนับผู้อาวุโสและทักทายหลิวตานกับน้อง ๆ อย่างเป็นกันเอง

“หยวนเฟิงมานานหรือยัง บอกให้มาพร้อมกัน” หลิวตานถาม

“ไม่นาน ๆ ฉันมากับครอบครัวน่ะ วันนี้พวกเราเดินทางมาด้วยกัน ต้องขอโทษด้วย” สือหยวนเฟิงบอก เขาหันไปคุยกับหลิวตงตง “เสี่ยวตานบอกคุณน้าเคยมางานที่นี่แล้ว ถ้าอย่างนั้นผมคงแนะนำอะไรมากไม่ได้แล้ว”

“อืม” หลิวตงตงเหลือบมองเขาก่อนกวาดสายตามองคนในบ้านแล้วไปหยุดที่ลูกสาวคนโต “ได้ยินว่าจะไปดูหนังกันไม่ใช่หรือ ไปสิ แล้วค่อยมาเจอกันที่นี่อีกสองชั่วโมงข้างหน้า”

“ฉันไปก่อนค่ะ”

จ้าวเหม่ยยิ้มอ่อนให้สามี ทั้งสองรู้ว่าลูกสาวมีความคิดแปลกใหม่และสามารถเอาตัวรอดได้ ทั้งสือหยวนเฟิงยังจริงใจจึงกล้าปล่อยให้ไปด้วยกัน

สองข้างทางเต็มไปด้วยของกินมากมาย ทั้งเคยเห็นและไม่เคยเห็น บางร้านเป็นขนมต่างถิ่นที่คนในเมืองทำมาขาย หรือบางร้านเป็นพ่อค้า แม่ค้ามาจากที่อื่น เทศกาลไหว้ครั้งนี้เป็นเทศกาลใหญ่ ทุกปีที่จัดขึ้นเดือนนั้นคึกคักตลอดทั้งเดือน

หลิวตานมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แล้วได้เดินในงานพวกนี้ ชีวิตก่อนเธอจำไม่ได้แล้วว่าไปตลาดล่าสุดตอนอายุเท่าไร ที่นี่ไปตลาดแต่ไม่เคยไปงานที่มีเสียงดนตรี การแสดงให้ดู

“นั่นคือโรงหนังเสิ่นจู เป็นโรงหนังประจำเทศกาล หลายคนต่างรอคอยเทศกาลเพื่อเข้าโรงหนังแห่งนี้ ช่วงอื่น ๆ โรงหนังเสิ่นจูไม่เปิดให้บริการ ทำให้การเข้าดูหนังหากไม่จองบัตรไว้ก่อนก็ไม่ได้ดู” สือหยวนเฟิงชี้ไปยังโรงหนังที่อยู่ไม่ไกล

หลิวตานทำหน้าแปลกใจ “เอ๋ ฉันเคยได้ยินว่าโรงหนังเสิ่นจูเดิมทีเปิดตลอดไม่ใช่หรือ ทำไมถึงต้องเข้าโรงหนังในเทศกาลล่ะ”

“เจ้าของโรงหนังเป็นชายชราผู้หนึ่ง แต่ก่อนเปิดโรงหนังทุกวันกับภรรยา แต่พอภรรยาของเขาจากไปเพราะความเหนื่อย ลูก ๆ ของเขาเลยจำกัดเวลาเปิดโรงหนัง และเขาชอบช่วงเวลาเทศกาลที่สุด” สือหยวนเฟิงยิ้มออกมาเล็กน้อย

อันที่จริงแล้วโรงหนังเสิ่นจูเป็นโรงหนังแห่งความรักที่หลายคนต่างรับรู้ ความรักของชายชราที่มีต่อภรรยาจนหลายคนนับถือ เพราะด้วยฐานะของเขาแล้วสามารถหาภรรยาใหม่ได้เลย หลายคนต่างมาขอคนรักกันที่นี่ แล้วพบว่าพวกเขาครองคู่กันนาน

ทั้งสองเดินเข้าโรงหนังพร้อมกับขนมและน้ำที่เตรียมพร้อม สือหยวนเฟิงเดินไปหาผู้ตัวตั๋วเข้าชมก่อนหยิบตั๋วบัตรให้เขา กว่าเขาจะได้มามันไม่ง่ายเลยต้องเสียเงินมากกว่าค่าบัตรจริงเพื่อให้ได้มันมา

ภายในโรงหนังต่างจากที่คิดเอาไว้มาก มันเหมือนอีกโลกและมีแสงสว่างให้เห็น ทั้งคู่หาที่นั่งด้านหลังนั่งแต่เห็นหน้าจอ

คนไม่ได้เยอะมากเพราะที่นี่เป็นระเบียบ รับคนต่อรอบไม่เกินหนึ่งร้อยคน เวลานี้ถ้าคนซื้อตั๋วไม่มาก็ไม่ขายเพิ่มเพราะถือว่ามีคนเข้าดูแล้ว

หนังที่สือหยวนเฟิงเลือกดูเป็นหนังรัก ตัวละครเอกชายหญิงต่างเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก แต่พอกลับบ้านทั้งคู่คือลูกภรรยาเอกกับลูกอนุ กว่าจะฝ่าฟันกันมาจนถึงตอนจบต้องเสียสหายที่ดี เสียเลือด เสียเนื้อ เพราะคำว่าต่างชั้นกันเกินไป

“เฟิ่นซีผู้นี้ถ้าเขายอมแต่งซูซูเป็นอนุ อย่างน้อยพวกเขาคงไม่ต้องเสียเพื่อนไปมากกว่านี้” หลิวตานถอนหายใจ ถึงแม้เป็นหนังแต่เธออินไปกับมันจริง ๆ

“ทั้งเฟิ่นซีและซูซูทั้งคู่รักกันมากจนไม่อยากแยกจาก” สือหยวนเฟิงยิ้มออกมา “หากต้องแยกจากคนรักยอมตายจากกันดีกว่า”

“นั่นมันก็จริง”

ระหว่างเดินออกจากโรงหนังทั้งคู่พูดถึงหนังที่ดู หลิวตานรู้สึกว่าการแสดงดีมาก แต่มีหลายอย่างที่ค่อนข้างไม่ชอบ

“เสี่ยวตาน”

“หา”

หลิวตานมองซ้ายขวาหลังได้สติ เมื่อครู่ทั้งสองยังเดินอยู่ในงานแต่ตอนนี้มายืนข้างสระนำ ใต้ต้นไม้ที่มีแสงจันทร์ส่องให้เห็นทางเดิน

สือหยวนเฟิงเม้มปาก “เสี่ยวตาน...” เขาหลับตาก่อนลืมตาอีกครั้งเพื่อเรียกสติตนเอง “ที่ผ่านมาฉันทบทวนตัวเองดีแล้ว ฉันชอบเธอ”

“หา” หลิวตานอุทานแล้วชี้ตนเอง “นายชอบฉันเหรอ แต่พวกเรายังเด็กกันอยู่เลยนะ”

“ตอนนี้พวกเราไม่ได้เด็กขนาดที่ไม่รู้อะไร ฉันชอบเธอจริง ๆ นะ เธอล่ะ ชอบฉันหรือเปล่า ขอเพียงพวกเราใจตรงกันสิ่งอื่นย่อมไม่ต้องสนใจ” สือหยวนเฟิงจับมือเด็กผู้หญิงตรงหน้า

หลิวตานมีสีหน้ากังวล “ถึงใจพวกเราจะตรงกัน แต่ว่าครอบครัวคงไม่เห็นด้วย บ้านของนายมีฐานะ ต่างจากบ้านของฉัน”

“หลังจากเรียนจบมัธยมต้นฉันจะสมัครเข้ากองทัพทหาร คงไม่ได้เจอกันระยะหนึ่ง แต่ก่อนไปฉันอยากขอเธอเป็นคนรักฉันไว้”

ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวไปหน่อยแต่ว่าสือหยวนเฟิงไม่ต้องการให้ผู้หญิงที่ตนเองรักไปคบหากับใคร ในเวลาที่เขาย้ายไปที่อื่นผู้ชายต้องเข้าหาหลิวตานเยอะแน่ ๆ

“ฉันจะต่อมัธยมปลายที่เดิมและสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถึงวันนั้นฉันกับครอบครัวของพากันย้ายไปปักกิ่ง ส่วนพวกนายมีบ้านอยู่ที่นี่...” นอกจากนี้บ้านของสือหยวนเฟิงยังมีร้านค้าที่ปล่อยทิ้งไม่ได้ ไม่เหมือนฟาร์มผักของพวกเธอ

“ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล พ่อของฉันอยากให้แม่เลิกทำงานและไปอยู่ด้วยกันแล้ว เพียงแต่แม่ไม่ยอม ที่บ้านยังมีน้องชายอีกคน ถ้าฉันตามไปด้วยใครจะว่าอะไรได้”

หลิวตานหัวเราะในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เธอเชื่อว่าถ้าครอบครัวของเขาห้ามก็ห้ามเขาไม่ได้ เพราะสือหยวนเฟิงเป็นคนที่ชอบพูดอะไรแล้วทำจริง

“ถ้าอย่างนั้นฉันตอบตกลง”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ หลิ่งฟาง//พิมพ์สีทอง

ข้อมูลเพิ่มเติม
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย

โรแมนติก

5.0

จากอลิส เจนี่ ร็อกส์ กลายมาเป็นหลิวตานผู้สู้ชีวิตกับระบบทำฟาร์มแสนห่วย ครอบครัวปู่ย่าไม่เหลียวแล กดขี่ข่มเหงทั้งยังทำเหมือนว่าบ้านรองเป็นแค่คนรับใช้เท่านั้น ในฐานะคนที่ไม่เคยได้รับความรักจากบิดามาก่อน ชาตินี้หลิวตานจึงหาหนทางเพื่อพาบ้านรองไปจุดสูงสุด หลิวตานใช้ความสามารถที่เธอมีพลังธาตุเร่งการเจริญเติบโตของผัก ทำฟาร์มผัก และยังมีตัวช่วยอย่างระบบทำฟาร์มแสนห่วยอยู่ในมือ เธอจะต้องพาครอบครัวมั่งคั่งร่ำรวยให้ได้! แต่ระบบที่มีทำให้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันช่วยเหลือเธอได้จริง ๆ - -

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1

โรแมนติก

5.0

จากอลิส เจนี่ ร็อกส์ กลายมาเป็นหลิวตานผู้สู้ชีวิตกับระบบทำฟาร์มแสนห่วย ครอบครัวปู่ย่าไม่เหลียวแล กดขี่ข่มเหงทั้งยังทำเหมือนว่าบ้านรองเป็นแค่คนรับใช้เท่านั้น ในฐานะคนที่ไม่เคยได้รับความรักจากบิดามาก่อน ชาตินี้หลิวตานจึงหาหนทางเพื่อพาบ้านรองไปจุดสูงสุด หลิวตานใช้ความสามารถที่เธอมีพลังธาตุเร่งการเจริญเติบโตของผัก ทำฟาร์มผัก และยังมีตัวช่วยอย่างระบบทำฟาร์มแสนห่วยอยู่ในมือ เธอจะต้องพาครอบครัวมั่งคั่งร่ำรวยให้ได้! แต่ระบบที่มีทำให้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันช่วยเหลือเธอได้จริง ๆ - - ตัวอย่างในเล่ม “ดูสิ ฉันจะได้อะไร” หลิวตานถูมืออย่างตื่นเต้น ก่อนจะบอกระบบว่าเริ่มสุ่มวงล้อ “ระบบเริ่มสุ่มวงล้อได้เลย” ทันใดนั้นหน้าจอโปร่งใสก็ปรากฏตรงหน้าเธอ ดวงตาคู่งามมองวงล้อสุ่มของรางวัลที่หมุนไปมาด้วยความประหม่า เพราะมันเป็นของรางวัลชิ้นแรกที่เธอคาดหวัง ไม่รู้มันจะสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ขอให้ช่วยสี่แม่ลูกได้ยิ่งดี   “เมล็ดพันธุ์ผักกาด?”  หลิวตานมองภาพตรงหน้าแล้วได้แต่น้ำตาตกในเมื่อของรางวัลที่แลกมากับการไปตัดหญ้ามาให้หมูคือเมล็ดพันธุ์ผักกาด! 

ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง

ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง

โรแมนติก

5.0

ไป่จวิ้นเดิมทีก็เป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อย ที่ไม่น่าจะได้รับความสนใจอะไรในกองทัพ ทว่าเมื่อสงครามจบลง และกลับมาพร้อมชัยชนะ เขาจึงได้เงินรางวัลมาจำนวนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเพื่อปลอบขวัญที่ต้องจากบ้านไปเป็นระยะเวลานาน อีกส่วนก็เป็นสินน้ำใจตอบแทนที่เขาต้องกลายเป็นคนที่ไม่ต่างจากคนพิการ เดินเหินไปไหนก็ไม่คล่องแคล่วเช่นเมื่อก่อน และเรื่องนี้ก็สร้างความกลัดกลุ้มให้กับมารดาของเขาอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะส่งเทียบดูตัวไปสักกี่ครั้งต่างก็ถูกปฏิเสธ ทว่ามีเพียงสตรียากจนที่เป็นเพียงบุตรสาวของชาวนาจน ๆ คนหนึ่งเท่านั้นที่ยินยอมแต่งเข้าสกุลไป่ แรกทีเดียวไป่จวิ้นไม่ใคร่จะชอบใจภรรยาของตนนัก ด้วยคิดว่านางยินยอมแต่งกับชายพิการเช่นเขาเพียงแค่เพราะเรื่องเงินทอง แต่ความอ่อนโยนและมุ่งมั่นที่จะดูแลเขาของ จางอวี๋จิง’กลับค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งในใจของชายหนุ่มลงอย่างช้า ๆ ส่วนทางจางอวี๋จิง นางก็เริ่มมองเห็นความอบอุ่นของสามีที่นางไม่คิดว่าจะรักได้คนนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน และนางก็ได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า จากนี้ไปจะขอเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อเขาไปจนชั่วชีวิต สามีของนางพิการเดินเหินไม่สะดวกแล้วอย่างไร นางจะขอเป็นแขนขาให้แก่เขาเอง

หนังสือที่คุณอาจชอบ

อย่าพูดคำว่าไม่เคย

อย่าพูดคำว่าไม่เคย

Gilbert Soysal
5.0

"เราหย่ากันเถอะ"หนึ่งประโยคนี้ ทำให้ชีวิตการแต่งงานสี่ปีของฉินซูเหนียนกลายเป็นเรื่องตลก ในขณะนี้ ฉินซูเหนียนถึงตระหนักว่าสามีของเธอไม่เคยมีใจให้เธอ น้ำเสียงของเขาเย็นชา: "ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันมีเพียงหว่านหว่านอยู่ในใจ และคุณเป็นเพียงแผนชั่วคราวในการจัดการกับการแต่งงานในครอบครัวที่กำหนด" ด้วยความสิ้นหวัง ฉินซูเหนียนลงนามในใบหย่าอย่างไม่ลังเล ถอดผ้ากันเปื้อนของภรรยาที่ดีออก สวมมงกุฎของราชินีขึ้นมา และกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาอีกครั้ง เธอไม่ใช่คุณนายลี่ที่สวยแต่เปลือกอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่น่าทึ่งใจ เธอแสดงความสามารถต่อหน้าคนอื่นๆ และอดีตสามีที่หยิ่งก็ถามเธอว่า: "ฉินซูเหนียน นี่เป็นเคล็ดลับใหม่ของเธอในการดึงดูดฉันงั้นเหรอ" ก่อนที่เธอจะพูดอะไร ประธานลึกลับก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนของเขาและประกาศไปว่า "ดูให้ชัดเจน นี่คือคุณนายฟู่ คนอื่นห้ามเข้าใกล้เธอ" ฉินซูเหนียนถึงกับพูดไม่ออก อดีตสามีก็ตกตะลึงไปด้วย

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

สนพ. อิ่มรัก
4.8

ปลัมน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ถูกแม่สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ที่จะกัน พลอยหยก ออกไปจากชีวิตน้องชายของเขา แต่หารู้ไม่ว่า พอถึงคราวของตัวเอง เขากลับกันเธอออกจากชีวิตตัวเองไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีเธอ ----------------------- “ปวดแผลจัง สงสัยต้องนอนพัก คุณล่ะทำอะไรตั้งหลายอย่างผมว่านอนพักก่อนดีกว่ามั้ย” เขาเอ่ยเมื่อพลอยหยกกลับจากเอาทุกอย่างไปล้างในทะเลเรียบร้อยแล้ว “ฉันยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่คุณนอนก็ดี เดินไกลกว่าทุกวันแล้วค่ะ” พลอยหยกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเดินมาคอยประคองให้เขานอนลงได้อย่างสะดวก โดยมีเสื้อชูชีพสองตัววางซ้อนกันเป็นหมอนให้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วเมื่อจ้องมองใบหน้าของเขาที่หล่อเหลากว่าทุกวัน ยิ่งเขาจ้องมองมาหาด้วยแล้วก็ยิ่งเกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก “คุณนอนพักก่อนดีกว่านะแกว จะได้มีแรงไว้สู้กับการสอยมะพร้าวไง” มือข้างขวาของเขารั้งเอวเธอเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แถมยังออกแรงกดบังคับให้เธอโน้มกายลงไปหาพื้นข้างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเจ็บแผลอยู่บ้างแขนข้างขวาของเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมาพอที่จะหยัดตัวให้นอนตะแคงไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าที่เขาเดาว่าคงจะแดงเพราะความอายที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นแน่ และเขาก็ช่วยให้ห้วงเวลาที่เธอคงจะอึดอัดนั้นสั้นลงด้วยการก้มลงไปหาริมฝีปากนุ่มช้าๆ มอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้เจ้าของริมฝีปากที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ อีกทั้งยังโอบกอดตัวเขาไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ใบหน้าสวยก็แหงนเงยขึ้นเพื่อให้เขาได้ดอมดมปลายคาง ลำคองามระหงอย่างสะดวก ก่อนจะกลับขึ้นไปดูดดื่มริมฝีปากอีกวาระ แขนข้างซ้ายที่เคยเจ็บบัดนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว และใช้มันยกสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด แถมมันยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถลกบราเซียออกจากสองบัวงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่ใคร่ถนัดนักเขาเลยเลื่อนมือขวาลงมาช่วยด้วยการถลกเสื้อยืดขึ้น โดยเจ้าของเสื้อคอยให้ความร่วมมือพยุงกายขึ้นจากพื้น แล้วแอ่นอกให้กับอุ้งปากอุ่นของเขาได้ลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน แม้ใจจะบอกตัวเองว่าต้องห้ามเขา แต่พลอยหยกก็ไม่อาจจะทำได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้เป็นสุขใจจนลืมทุกอย่างเพียงเพราะมีเขาอยู่แนบชิดขณะนี้ จนไม่อาจจะผลักไสเขาไปไหนได้นอกจากยินยอมพร้อมใจให้เขาได้เชยชมเพื่อชดเชยความสุขสมที่พึงมีด้วยกันนับตั้งแต่วันได้นอนแนบชิดกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปลัมน์ก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไม่มีแม้แต่ถุงยางอนามัยติดตัว และไม่แคร์ด้วยว่าเธอคืออดีตคนรักของหลานชาย ด้วยหัวใจไม่อาจจะหักห้ามความต้องการทั้งทางกายและทางใจได้อีกต่อไปแล้ว ผ่านมาหลายค่ำคืนที่เขามีสติล้วนแล้วแต่เป็นการกล้ำกลืนฝืนทนสุดๆ สำหรับเขาแล้ว แผงอกเปลือยทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันเนิ่นนานกว่าปลัมน์จะค่อยๆ เลื่อนมือขวาลงไปหาหน้าท้องแบนราบจนพานพบตะขอกางเกงยีนส์ เขาใช้เวลาปลดไม่นานพอๆ กับการรูปซิปออก แล้วส่งนิ้วเรียวเข้าไปลูบไล้ผิวกายนุ่มนวลนอกแพนตี้สีหวานที่ชวนให้หลงใหลจนเขาปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิงไปเลยขั้นที่เกินจะควบคุมได้อีกต่อไป ไม่แตกต่างจากพลอยหยกนักที่เป็นสุขใจเกินคณากับการมีเขามาแนบชิดอยู่อย่างนี้ สองฝ่ามือนุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างบึกบึนของเขาอย่างลืมตัว ริมฝีปากนุ่มก็จูบตอบเขาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ก็ตามที แต่การถูกเขามอบจุมพิตให้บ่อยครั้งก็คือเป็นความคุ้นเคยกับเขาในระดับหนึ่งแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับอุ้งปากอุ่นของเขาที่กำลังครอบครองปลายยอดชูช่อประหนึ่งรอให้เขามาเยี่ยมเยือนก็ไม่ปาน แผ่นหลังนุ่มแทบไม่ติดพื้นใบมะพร้าวเมื่อเธอเผลอแอ่นกายขึ้นเพื่อให้เขาได้ดูดดื่มอย่างสะดวก เธอรับรู้ได้ว่ากายเขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือบางเผลอออกแรงบีบตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเพราะความเจ็บร้าวไปทั่วกายจากความต้องการที่จะมีเขาเข้าครอบครอง “แกว! ตัวผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาแหบพร่าอยู่ใกล้ๆ หู ก่อนจะซอกไซ้ปลายจมูกไปกับซอกคอระหงแล้วเลื่อนลงไปหาอกอวบอิ่ม อ้อยอิ่งอยู่กับปลายยอดอีกข้างอย่างหลงใหลอีกครั้ง พลอยหยกรับรู้ถึงความต้องการของเขาได้ตรงสะโพกผายตึงเมื่อความแข็งแกร่งของเขาส่งสัญญาณมาหาโดยไม่ต้องบอกกล่าวทางวาจาเพราะด้วยภาษาทางกายแจ้งอย่างชัดเจนกว่าเรียบร้อยแล้ว “คุณปลัมน์คะ!” พลอยหยกส่งเสียงติดๆ ขัดๆ ไปหาเขา สองมือบางก็พยายามจะดันอกเขาออกอย่างยากลำบาก “แกว! อย่าห้ามผมเลยนะ เราต่างก็ต้องการกันและกัน อย่าสนใจอะไรอีกเลยนะ” เขาส่งน้ำเสียงอ้อนวอนมาให้ขณะพรมจูบไปตามผิวกายขาวและกำลังเลื่อนต่ำลง พลอยหยกต้องพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกวาบหวานเอาไว้และพยายามใช้สองแขนหยัดกายให้ลุกขึ้น “คุณปลัมน์คะ! ฟังสิคะ” “บนเกาะนี้มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยเราหรือเปล่า และไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องติดอยู่นี่ไปเป็นปีๆ ก็ได้ ถ้าถึงตอนนั้นเราก็คงไม่พ้นต้องทำเรื่องนี้ด้วยกันอยู่ดี แล้วจะให้ผมรออะไรอีกแกวคุณอยากให้ผมลงแดงตายเพราะต้องการคุณหรือไง” แต่ก็ถูกกายกำยำเขาทาบทับไว้ ส่วนมือขวาที่ใช้การได้ก็กำลังเลื่อนขอบกางเกงยีนส์ออกจากสะโพกผายตึง “แต่เสียงนั่นค่ะ คุณฟังสิคะ” แม้จะเป็นเสียงแห่งความช่วยเหลือกำลังมาถึง แต่ปลัมน์ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น และอยากฆ่าคนที่กำลังมาด้วย เพราะมันไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย “คุณหูฝาดไปเอง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรสักนิด” เขางับยอดบัวงามไว้ในอุ้งปากแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายและควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ “คุณปลัมน์คะ แต่เสียงนั่นใช่เสียงเครื่องบินหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินค่ะ คุณฟังสิคะ”

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

Pinkygirl
4.8

ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ