5.0
ความคิดเห็น
1.2K
ชม
35
บท

‘บุษบารัญจวน’ ซีรีส์ดอกไม้โชยกลิ่นหอมรัญจวนล่อแมลงตัวผู้มาดอมดม ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนความดิบเถื่อนของมนุษย์ ที่มีทุกอารมณ์และแง่มุมของเหตุผลที่ยากจะทำความเข้าใจได้ เพราะบางครั้งความงดงามอ่อนหวานที่เห็นอาจแฝงไปด้วยความร้อนแรงจนเกินจะคาดเดา ‘สาบกุหลาบ’เหมยกุ้ย... เธอที่มีความงดงามไม่ต่างจากกุหลาบแรกแย้ม ไม่ว่ากุหลาบดอกงามจะเยื้องย่างไปทางใด คนที่หลงใหลในกลิ่นหอมรัญจวนนั้นก็พร้อมจะทำได้ในทุกสิ่งที่เธอปรารถนา

บทที่ 1 EP.1

แสงสีส้มที่เริ่มจะลาลับไปจากขอบฟ้าทำให้บรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจเมื่อครู่ใหญ่ๆ คลายลง ผู้คนที่พายเรือสัญจรไปมาในลำคลองสายนี้เริ่มบางเพราะต่างฝ่ายต่างรีบจะกลับให้ถึงบ้านถึงเรือนก่อนค่ำ ใครโชคดีบ้านอยู่ไปทางหน้าตลาดก็ยังพายเรือไม่ได้เร่งรีบมากนัก หากแต่ใครโชคร้ายที่บ้านอยู่ค่อนไปทางวัดแต่ดันทำธุระเสียจนเกือบค่ำก็ได้แต่จ้ำอ้าวๆ ไม่รอใคร เพราะรู้กันทั่วว่าผีหน้าวัดน่ะดุใช่เล่น ใครทะเล่อทะล่ากลับค่ำหรือแค่ยามโพล้เพล้ได้โดนหลอกจับไข้หัวโกร๋นกันมานักต่อนักแล้ว

น้ำเต็มตลิ่งเพราะใกล้เดือนสิบสองมาทุกทีทำให้สายลมที่โชยพัดมาหอบเอาความเย็นชื่นใจมาด้วย เธอจึงชอบที่จะมานั่งรับลมอยู่บริเวณหัวเรือ ไม่ว่าใครจะพูดถึงเรื่องผีสางกันเท่าไร เธอก็ไม่กลัว เธอกลัวความร้อนมากกว่า หลายปีแล้วที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในลำเรือ เพราะตั้งแต่เตี่ยและแม่เลือกที่จะค้าขายทางน้ำทำให้เธอที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวต้องติดสอยห้อยตามมาด้วย จากเด็กหญิงจนกลายเป็นสาวเต็มตัว ความอุดอู้อยู่เพียงในลำเรือพูดไปก็คงจะไม่มีใครเข้าใจ

ยามต้องทนมองหญิงสาวหลากหลายคนลงเล่นน้ำในท่าหน้าบ้านของตนเอง เธอให้นึกอิจฉาพวกหล่อนนัก อิจฉาที่พวกหล่อนเป็นลูกหลานคนไทย จึงมีที่มีทางให้ทำกิน แม้ไม่ต้องมีบ้านใหญ่โตเท่าเจ้าของห้างร้านหรือเจ้าของโรงสี แต่พวกหล่อนก็ยังมีที่ว่างให้วิ่งเล่นซุกซนหรือเล่นตามประสาสาวน้อยวัยกำดัด ไม่เหมือนเธอ

เตี่ยของเธอเข้ามาในเมืองไทยช้ากว่าบรรดาพี่น้องทำให้จะหยิบจับอะไรก็ดูจะพบทางตันไปเสียหมด แต่ก็ต้องนับว่าเตี่ยไม่ยอมแพ้หลังจากที่ได้ตบแต่งกับแม่เพราะเถ้าแก่โรงสีที่เป็นญาติห่างๆ ชักพาไปดูตัว เตี่ยก็ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในโรงสีทำให้มีเงินเก็บพอที่จะซื้อหาเรือเอี้ยมจุ๊นและต่อเสริมจนเป็นเรือขายของชำขนาดปานกลางขึ้นมาได้

แม้จะขัดใจแม่ที่เตี่ยไม่คิดจะซื้อที่สร้างบ้านใหม่ให้แม่มีความทัดหน้าเทียมตาผู้อื่น แต่กลับนำมาซื้อเรือ แต่เมื่อนึกถึงคำที่เตี่ยบอกให้เชื่อใจแม่ก็ยอมที่จะย้ายจากบกมาสู่น้ำ เพราะยังไงเสียสาวจีนอย่างแม่ก็ยังต้องถือว่าสามีเป็นใหญ่ แม้จะเป็นลูกจีนที่เกิดในเมืองไทยก็ตาม สำหรับแม่อาจจะคิดแบบนั้น แต่สำหรับเธอ ‘ผัว’ ตามที่แม่มักจะย้ำเตือนว่าต้องให้เตี่ยและแม่ดูให้ เธอจะไม่ยอมทำอะไรตามใจผัวเด็ดขาด ผัวน่ะสิที่ต้องทำอะไรตามใจเธอทุกอย่าง

"เหมยกุ้ยเอ๊ย! เหมยกุ้ย!"

"จ๋าแม่ ฉันอยู่นี่"

‘เหมยกุ้ย’ ขานรับเสียงเรียกของแม่ที่ดังมาจากด้านในของตัวเรือ ใบหน้างดงามปานดวงจันทร์วันเพ็ญมีแววเย็นชาในขณะที่ดวงตาฉายแววเร่าร้อนทะยานอยากหันมองแม่ แม่ที่มีใบหน้า รูปร่างและเรือนกาย ใกล้เคียงกับเธอราวกับเป็นพี่น้องมากกว่าจะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด แม่ที่อดทนอยู่ในลำเรือแต่ไม่ใช่เธอแน่ที่จะทนตลอดไป

ยิ่งนึกถึงความคับแคบที่แค่เรียกเบาๆ ก็ได้ยินจนทั่ว เธอยิ่งอยากจะไปให้พ้นจากที่นี่ เพราะลำเรือไม่ได้กว้างขวางมากนัก จากตรงกลางค่อนมาทางด้านหน้าใช้เป็นที่จัดวางสินค้าประเภทกะปิ น้ำปลา น้ำตาลปึก เกลือ ส่วนจากตรงกลางไปจนถึงท้ายยกพื้นขึ้นมาเป็นที่นอนและครัวแบบง่ายๆ ที่บริเวณท้ายเรือ

ยามเธอเป็นเหมยกุ้ยตัวน้อยๆ ของแม่ เธอดีใจที่ได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของแม่ในทุกคืนแม้ว่ากลางดึกเมื่อแม่คิดว่าเธอหลับไปแล้ว แม่จะลุกเข้าไปในครัวซึ่งเตี่ยใช้เป็นที่หลับนอนก็ตาม ก่อนความรู้สึกคล้ายเรือไหวโยกอยู่ทุกคืนวันราวกับว่ามีเรือใหญ่กว่าหรือเรือข้าวแล่นผ่าน แต่น่าแปลกที่เธอไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือเลยสักนิด มีแต่เสียง...

แต่เมื่อเธอตัวเท่าแม่ ความอบอุ่นนั้นกลับกลายเป็นร้อนจนนอนหายใจหายคอไม่สะดวก และแม่ที่เพิ่งจะสามสิบต้นๆ ก็ดูราวจะเข้าไปในครัวบ่อยครั้ง จนบางครั้งเธอต้องขายของอยู่เพียงคนเดียวเพราะแม่กับเตี่ยขยันกันทำเรือสั่นได้ไม่เว้นกลางวันกลางคืน คงจะมีเพียงช่วงหลังที่อาการเรือสั่นหายไปหลังจากเรือถูกโจรปล้น

ดวงตาสวยหวานมองเหม่อไปบนฝั่ง เธอโหยหาที่จะไปอาศัยนอนบนผืนดิน แม้ว่ามันจะใกล้กันเพียงกระดานไม้พาดผ่าน และเรือของเตี่ยที่จอดอยู่ใต้สะพานไม้แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะขึ้นไป แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะขึ้นไปอยู่ตามลำพัง ต้องมีคนพาเธอขึ้นไป

"เหมยกุ้ย ทำบัญชีให้เตี่ยเขาหรือยัง ประเดี๋ยวเตี่ยก็จะกลับมาแล้วนะ"

เหมยฮัวเลิกผ้าม่านสีหม่นที่ใช้สำหรับปิดกั้นสายตาคนภายนอกในยามค่ำคืนขึ้นมองลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ ใบหน้าเศร้าแต่แววตาโชนแสงคู่นั้นเธอรู้ดีว่าดอกกุหลาบแรกแย้มดอกนี้ต้องการอิสระมากมายเพียงใด ก็คงเหมือนกันกับเธอ เหมยกุ้ยในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเธอในยามนั้น แค่รู้ว่าจะมีผู้ชายมาดูตัว เธอก็สั่นไปทั้งร่าง แรงขับเคลื่อนภายในร้องสั่งให้รีบไปจากครอบครัวให้ไวที่สุด ไปสู่อิสระที่เธอต้องการ ไปสู่โลกใหม่ที่ไกลกว่าบ้านและโรงสี และรสสัมผัสจากชายก็ทำให้เธอต้องยอมทุกอย่างที่เขาต้องการ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ชนิตร์นันท์

ข้อมูลเพิ่มเติม
คนงานบ้านนายฝรั่ง

คนงานบ้านนายฝรั่ง

โรแมนติก

5.0

หากนาไม่แล้ง ข้าวไม่แห้งตาย ‘เดช’ ก็ไม่คิดจะหอบเอา ‘ฟ้า’ เมียรักเข้ามาทำงานในเมืองกรุง แต่ความจนทำให้เลือกไม่ได้ และงานดี เงินดี เจ้านายเห็นใจ ก็เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ทว่า... หากรู้ว่ามาแล้วจะต้องเสียเมียให้นายฝรั่ง เดชเลือกที่จะไม่มาเสียยังดีกว่า แต่... เสียแล้วคือเสียเลย สิ่งเดียวที่จะชดเชยความแค้นก็คือ ‘เมียนาย’ คุณผู้หญิงเร่าร้อน เร่งเร้า รุนแรง และมากครั้งเท่าที่ต้องการ เดชไม่รู้แล้วว่านั่นคือการแก้แค้นหรือรางวัล +++++ ‘เดช’ พา ‘ฟ้า’ เมียรักมาทำงานที่บ้านนายฝรั่ง แต่ ‘คริส’ นายฝรั่งกินเมียเขาไปแล้ว และยังเอาดุ้นยาวใหญ่มาล่อให้ฟ้าติดใจ จนฟ้ากินไม่อิ่มไม่พอ อยากได้อะไรที่เทียบเท่า เขาก็เลยแอบกิน ‘โรส’ เมียของนายฝรั่ง แก้แค้นให้สาสม แต่แค้นช่างแสนหวานและฉ่ำชุ่ม จนเขาต้องกินซ้ำๆ ยิ่งได้กินพร้อมๆ กับพี่โชค เขาก็ยิ่งเมามัน และแน่นอนว่าโรสชอบ ในขณะที่นายฝรั่งกระหยิ่มยิ้มที่ได้กินเมียเขา เดชกลับสุขและยิ้มกว้างยิ่งกว่า เพราะเขาได้กิน ‘คุณหนูแพทตี้’ คุณหนูช่างร่านร้อนไม่ต่างจากแม่ แน่นอนว่าเขาชวนพี่โชคมากินด้วย

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

โรแมนติก

5.0

#มาดามทรายกับชายเลี้ยงม้า เปิดประสบการณ์รักร้อนในฟาร์มม้ากันสักครั้ง หรือจะลองกลิ่นฟางแห้งบ่มแดดอุ่นๆ ในโรงนาก็ไม่เลวนะ +++++ เคิร์กรู้ว่าฉันชอบขี่ม้า เขาจึงสอนให้ฉันขี่ม้าจริงๆ หลังจากขี่เขาจนช่ำชองมาหลายครั้ง และฉันก็หัวไวสอนง่ายซะด้วย เพราะเมื่อฝึกหัดขี่ม้าจริงตอนเย็นเสร็จ พอตกกลางคืนฉันก็ซ้อมขี่กับม้าเทียมอย่างเคิร์กอยู่ทุกวัน ไม่ได้ว่างเว้น และก็มีบ้างเป็นบางวันที่ฉันทนไม่ไหวและเคิร์กก็อดไม่ได้ เมื่อฟางใหม่หอมกลิ่นแดดเร่งเร้าความกำหนัดของเราเหลือเกิน เคิร์กก็จะพาฉันไปซ้อมขี่กันที่คอกม้าในโรงนาซะหลายครั้ง และความตื่นเต้นก็ทำให้ฉันกับเคิร์กคึกคักกันมากเป็นพิเศษ ยามที่ฉันควบขี่เคิร์กอยู่ในโรงนา กลิ่นฟางแห้งที่รองรับร่างกายยิ่งใหญ่ของเขาอยู่นั้น เร้าใจจนฉันควบขี่เขาได้ไวกว่าที่เคยทำได้ บั้นเอวและช่วงบั้นท้ายทำหน้าที่โยกตัวไปข้างหน้าและโย้มาข้างหลัง ทว่าปากก็ร่ำร้องบอกถึงความเสียวซ่านที่ดุ้นบังเหียนกระทำกับร่องลึกลับของฉันอยู่ตลอดเวลา

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ช่วยเลิกงี่เง่าสักที

ช่วยเลิกงี่เง่าสักที

Jade Winslow
5.0

แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

Shelby Stonich
5.0

ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง “ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย” หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

เกาะครีต
4.9

วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ