Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
ทาสสวาทเงาเสน่หา

ทาสสวาทเงาเสน่หา

karatvirom

5.0
ความคิดเห็น
123.4K
ชม
127
บท

เมื่อชีวิตและความสาวถูกตีราคาเพียงห้าแสนบาท เดือนอ้ายที่ถูกบังคับขายตัวจึงยอมตกเป็นทาสสวาท มอบความรักและหัวใจให้ผู้เป็นเจ้าของชีวิตเธอ โดยหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะตอบแทนเธอกลับ ด้วยความรักไม่ใช่เพียงความใคร่ แต่ถึงแม้เธอจะรักและทำทุกอย่างเพื่อเขามากแค่ไหน ในหัวใจของจักรพัฒน์ เดือนอ้ายก็เป็นได้เพียงนางบำเรอที่หน้าตาคล้ายคนรักเก่า สำหรับเขา เธอเป็นได้แค่เงาของแพรพราว ไม่ใช่วุ้นหรือเดือนอ้ายที่เขารัก

บทที่ 1 1

‘...เสียดายที่ผมไม่ได้อยู่ร่วมงานคืนนี้ แต่ผมมีของขวัญส่งให้ที่ห้อง 907 อย่างไรคืนนี้ก็มีความสุขมากๆ นะครับพี่ใหญ่ อ้อ...ลืมบอกไปว่าของขวัญชิ้นนี้ผมแย่งมากจากไอ้วาธิตย์แบบทุ่มไม่อั้น คิดแล้วยังสะใจไม่หาย อยากเห็นหน้ามันใกล้ๆ ชะมัดตอนที่รู้ว่าประมูลแพ้ผม ครับ...ครับ จะไอ้วาธิตย์ไหนอีกล่ะพี่ใหญ่ ก็มีคนเดียวนั่นแหละที่กัดเราไม่ปล่อยสักงาน ไม่เอาละ อย่าพูดถึงคนอื่นดีกว่า กู๊ดไนต์...สู่ค่ำคืนที่แสนสุขล่วงหน้าครับ’

หลังงานเลี้ยงสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูงและกลุ่มนักธุรกิจด้วยกันแล้ว ระหว่างเดินเข้าลิฟต์เพื่อมุ่งตรงไปยังชั้นเก้า หมายเลขห้อง 907 ของโรงแรมหรูระดับห้าดาว จักรพัฒน์ก็ย้อนคิดถึงคำพูดของจักรพันธ์ผู้เป็นน้องชาย เพราะน้ำเสียงสะใจที่น้องชายเขาบอกว่าแย่งของขวัญชิ้นนี้มาจากวาธิตย์ทำให้เขายิ่งอยากจะเห็นของขวัญที่ว่าเพิ่มเป็นสองเท่า

ประตูลิฟต์เปิดออก ไฟทางเดินให้แสงสว่างนวลตา การตกแต่งด้วยภาพวาดราคาแพงลิ่วบนผนังทั้งสองด้าน บ่งบอกถึงอัตราค่าบริการต่อคืนของบรรดาห้องพัก จักรพัฒน์เสียบคีย์การ์ด แสงไฟสว่างพึ่บขึ้น เขาเดินผ่านประตูเข้าไปภายในห้องสวีตหรูหราที่น้องชายเปิดห้องไว้ให้

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ล่ำสันแบบคนที่ชื่นชอบกับการออกกำลังกายถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ตัวหนึ่ง เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตตัวในขึ้นสองทบ ขณะนั้นเองหูพลันได้ยินเสียงหนึ่งจากห้องด้านใน ประตูเลื่อนกั้นกลางระหว่างห้องถูกเลื่อนเปิดออกจนสุด

เขาคาดเดาว่าข้างในห้องนอนคงเป็น ‘ของขวัญมีชีวิต’

เฮ้อ...เจ้าเล็ก นี่แกกะไม่ให้พี่แกนอนพักผ่อนหลังทำงานติดต่อมาหลายวัน แถมยังต้องปั้นหน้า แสร้งทำเป็นไม่เหนื่อยเลยสักนิดตลอดงานเลี้ยงที่เพิ่งจบไปเลยหรือไง

แล้วหนึ่งประโยคจากปากน้องชายร่วมสายเลือดก่อนจะปิดการสนทนาก็หวนเข้ามาในความคิดคำนึง ‘ถ้าพี่ใหญ่อยากจะเซอร์ไพรส์สองต่อ เปิดไฟให้ช้าที่สุดนะครับ’

ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าของขวัญที่จักรพันธ์สรรหามาให้จะใช่อย่างที่เขาคิดหรือเปล่า ชายหนุ่มกดปิดสวิตซ์ไฟแล้วเดินเข้าไปยังห้องต้นเสียง

“อ๊ะ...” เสียงหนึ่งอุทานขึ้นพร้อมขยับตัวจนเกิดการเสียดสีของผืนผ้า เธอทักทายเขาในความมืดสลัวของห้องนอนใหญ่ด้วยเสียงสั่นๆ “สะ...สวัสดีค่ะ”

คงเพราะเขาไม่ตอบว่าอะไร ผู้หญิงคนนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “สวัสดีค่ะ”

ในความสลัวราง เขาเห็นโครงร่างเล็กบอบบาง นั่งอยู่กลางเตียง เมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้ กลับรู้สึกว่าเธอคนนั้นทำท่าจะขยับตัวถอยห่างออกไป

“สวัสดี” ชายหนุ่มทักกลับ แล้วทิ้งตัวลงนั่งเต็มแรงจนที่นอนหนายวบตัวโดยเร็ว ส่งผลให้คนที่ตัวเล็กกว่ามากกระเด้งเคลื่อนเข้าหาเขา

“ว้าย!” เธอร้องขึ้น เมื่อร่างกายส่วนหนึ่งสัมผัสโดนตัวชายหนุ่ม

เขารู้สึกได้ว่ามันคือก้อนเนื้อหยุ่นนุ่มที่มากระทบต้นแขน

กลิ่นหอมเย้ายวนของดอกไม้เมืองร้อนอบอวลโชยมา ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอกับเสียงลมหายใจของหญิงสาว เธอทำราวกับหวาดกลัวเขาอย่างไรอย่างนั้น

“อายุเท่าไหร่” เขาถาม พร้อมกับเอนตัวลงนอนพาดไปกลางเตียง เฉียดตักของคนตัวเล็กไปเพียงเล็กน้อย

“สิบ...สิบเก้าค่ะ” เสียงนั้นเบาและค่อนข้างตะกุกตะกัก

จักรพัฒน์วางฝ่ามือของตัวเองลงบนต้นขาของหญิงสาวรวดเร็วเหมือนจะแกล้ง เธอหวีดร้องขึ้นหนึ่งคำ เขาหัวเราะ ภายในใจคิดว่านี่คงเป็นกลยุทธ์หนึ่งของหญิงสาวที่ถูกสอนต่อกันมาจากบรรดาแม่เล้าชั้นสูง อย่างที่น้องชายบอก เขาประมูลหญิงสาวแข่งกับผู้ชายที่ขึ้นชื่อเป็นเพลย์บอยตัวพ่ออย่างวาธิตย์ มาดว่าราคาความบริสุทธิ์ของเธอคงจะแพงลิบลิ่วอยู่เหมือนกัน

แต่แล้วทำไมสินค้าเกรดเอแบบนี้ น้องชายถึงห้ามเขาเปิดไฟเพื่อตรวจดูสภาพของเจ้าหล่อนว่าสมราคาหรือไม่ ราคาสูงย่อมต้องมีความสวยเย้ายวนใจเพศชาย หรือจักรพันธ์คิดว่าอารมณ์เขาจะถูกจุดติดโดยไม่ต้องเห็นหน้าของอีกฝ่าย แค่ได้ฟังเสียง แค่ได้สัมผัสก็เพียงพอแล้วกับสินค้าเกรดเอชิ้นนี้

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ karatvirom

ข้อมูลเพิ่มเติม
ไฟรักสลับใจ

ไฟรักสลับใจ

โรแมนติก

5.0

“ฉะ...ฉันไม่พร้อม” บอกว่าไม่พร้อม ผลลัพธ์คงจะดีกว่าคำว่า ‘ไม่ยอม’ ล่ะมัง “ไม่พร้อมก็ไม่พร้อม แต่คืนนี้พี่จะค้างกับออม” นอนด้วยกันน่ะนะ...หล่อนไม่คิดว่าเขาจะแค่นอนเฉยๆ แน่! “กลับห้องของคุณไปเถอะ ฉันขอร้อง” “ออมคิดจะทำอะไร” เขาคาดคั้นถาม สายตาที่ใช้มองเธอนั้นจ้องเขม็ง “คิดจะหนีไปจากพี่งั้นสิ นัดใครไว้ที่ไหนหรือมันจะมาหาออมที่นี่” “ฉันไม่ได้นัดใครทั้งนั้น ออกไปเลยนะออกไป” หล่อนทำท่าจะพุ่งเข้ามาผลักเขาอยู่รอมร่อ “ฉันๆๆ พี่รู้สึกไม่คุ้น ฟังไม่รื่นหู ไม่อยากจะอ้อนพี่แล้วสิ ก็ไหนแต่ก่อนชอบพูดนัก ออมอย่างนั้น ออมอย่างนี้” เขายวนหล่อนเล่นเมื่อเห็นหล่อนโกรธจนหน้าดำหน้าแดง “ไม่คุ้นก็เรื่องของคุณ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก” ศิดิตถ์ส่ายหน้า “ไม่ยุ่งไม่ได้ ผัวเมียกันจะไม่ให้ยุ่งกันก็คงแปลก”

หญิงหม้ายบ้านสือ

หญิงหม้ายบ้านสือ

โรแมนติก

5.0

ถานเจ๋อบอกว่าฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเขาจะไปเฟิงโจว เฉวียนโจวและถายโจว “เฟิงโจว...” ชายหนุ่มพยักหน้า “ข้าจะไปดูเฉิงหยางปิงเสียหน่อย” สือจิ่วมือกำลังพับผ้า สายตามองอาจื้อที่นั่งเล่นกลองป๋องแป๋งอยู่บนตักอาเจ๋อ “ดูเฉยๆ นะ อย่าเข้าไปยุ่งกับเขา” “กลัวเขาจะทำอะไรข้างั้นรึ เขาไม่รู้จักข้านะ” “ไม่รู้แหละ ถ้าเขาไม่มายุ่งกับเราก่อน ก็ห่างๆ เขาไว้ ข้าไม่อยากให้เจ้าไปดึงดูดเขากลับมาวุ่นวายกับอาจื้ออีก อาจื้อเป็นลูกของข้า” “เป็นลูกข้าด้วย” ถานเจ๋อย้ำ สือจิ่วเห็นถึงความแน่วแน่ในดวงตาคู่นั้น “ตราบใดที่ข้ายังเป็นพระเอกในนิยายเรื่องนี้ ตัวร้ายจะทำอะไรข้าได้” “จัว...ย้าย” เสียงเล็กพูดขึ้นมา คนเป็นพ่อมันเขี้ยวจึงบีบแก้มเด้งของเด็กชายพร้อมทำเสียงดึ๋งๆ ไปด้วย มีเสียงฟึดฟัดของเจ้าอ้วนให้ได้ยิน มือเล็กฟาดกลองป๋องแป๋งใส่เข่าอาเจ๋อไปหนึ่งหน สือจิ่วค้อนพระเอกคนเก่งกับความขี้โอ่ของเขา “ก็ไหนเจ้าบอกว่าพระเอกชื่อจ้าวต่งหมิง” ถานเจ๋อวางอาจื้อบนเตียง มีเขานั่งกั้นไม่ให้ลูกตก ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นนับ “ตอนนี้จ้าวต่งหมิงคงอายุหกขวบเองมั้ง ถ้าเขาเป็นพระเอก เจ้าอ้วนก็ต้องเป็นตัวร้าย มิสู้ข้าแย่งตำแหน่งพระเอกมา ให้เฉิงหยางปิงเป็นตัวร้ายไปเลยยังดีกว่า ส่วนเจ้าก็เป็นนางเอก...ดีไหม”

หลานนมชื่น

หลานนมชื่น

โรแมนติก

5.0

‘คนของอ้าย อ้ายหวง ไม่เป็นที่หนึ่ง ไม่เป็นที่สอง ถ้าพี่เครื้อรักจริง อ้ายต้องเป็นเมียคนเดียวเท่านั้น’ เน้นคำว่า ‘เมีย’ หนักหน่อย เพราะตำแหน่งนี้ไอ้อ้ายคู่ควร! ‘อ้ายดูแลตัวเอง สะอาดตั้งแต่หัวถึงเท้า วันไหนเที่ยวเล่นมอมแมมหน่อยพี่เครื้อก็ยกเว้นนะ’ ‘อืม’ ‘อ้ายรู้จักกาลเทศะ มีน้ำใจ อันนี้พี่เครื้อชมเองบ่อยๆ ยืดได้ใช่มะ’ ‘ได้’ ‘อ้ายซักล้างกวาดถูทำความสะอาดบ้านได้ งานช่างก็ทำคล่อง กับข้าวก็ทำเป็น ถ้ามีของสดในตู้เย็น ยังไงก็ต้องได้กับไว้กินข้าวสักจาน เนี่ย...ดีพร้อมทุกด้านแบบนี้ ถ้าพี่เครื้อปล่อยอ้ายหลุดมือ จะต้องมีคนบอกว่าพี่เครื้อน่ะ...โงว่วววว’ ‘ครับๆ...พี่จะไม่โงว่ววว น้องอ้ายต้องเป็นเมียพี่เครื้อคนเดียวเท่านั้น’

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio
5.0

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

คู่แค้นแสนชัง

คู่แค้นแสนชัง

คุณธิดา
5.0

คู่แค้นแสนชัง เป็นเรื่องแรกที่อยู่ใน ซีรีส์ ศัตรูที่รัก กัมปนาท เขาเคียดแค้นทั้งตัวนายอิทธิพล และ กุหลาบแก้ว ที่มีส่วนกดดันทำให้พ่อของเขาจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย สาเหตุทั้งหมดมาจากการที่นายอิทธิพลฟ้องร้องพ่อของเขา และให้กุหลาบแก้วซึ่งเป็นทนายความว่าความให้ สุดท้ายชนะคดี นายกำพลพ่อของกัมปนาทกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ทรัพย์สินทั้งหมดต้องตกเป็นของอีกฝ่าย จุดเริ่มต้นที่แสนเกลียดชัง แต่สุดท้ายมันจะลงเอยเช่นไร เชลยหัวใจที่เขาจับเธอมาทรมาน ปมแค้นที่คาใจ กับความรักที่ก่อเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่เขาบอกว่าไม่มีวันเป็นไปได้ กัมปนาทจะพ่ายหัวใจตัวเอง แล้วกุหลาบแก้วจะมีวันยกโทษทั้งหมดให้กับเขาไหม ต้องติดตาม ------------------- คำโปรย “อย่านะ อย่าทำอะไรฉันนะ” เธอขลาดกลัว เบียดตัวเองชิดกับฝาเรือนเข้าไปใหญ่ “โธ่... นี่เธอคิดว่าฉันจะพิศวาสเธอเหรอ เธอมันขยะอาจม เธอมันเป็นสิ่งของสกปรก ก็เหมือนจิตใจชั่วๆ ของพ่อเธอนั่นแหละ” “พ่อฉันไปทำอะไรพวกคุณ” คำว่าพ่อ ทำให้หญิงสาวสวนคำออกไปในทันที หญิงสาวฉุกคิด ธุรกิจของคุณพ่อมากมาย อาจจะไปสะดุดขาใครเข้าไปก็ได้ จึงทำให้เรื่องมันลามปามมาจนเกิดเรื่องกับเธอ “จะให้สาธยายก็คงไม่จบหรอก แต่คนชั่วๆ มันก็ต้องได้รับผลตอบแทบแบบสาสม” “นี่คุณฉันไหว้ละ ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรฉันเลย ปล่อยฉันไปเถอะ หากคุณพ่อรู้ว่าฉันหายตัวไป แล้วทุกอย่างจะเป็นเรื่องใหญ่” หญิงสาวไหว้เขาปลกๆ น้ำตาเริ่มนองหน้าอีกครั้ง “หนึ่งชีวิตแลกกับหนึ่งชีวิตมันคุ้มสุดๆ แล้ว ถ้าฉันกลัว ฉันคงไม่จับเธอมาหรอก” “คุณจะเอาอะไร เงินทองของพ่อฉันมีมากมาย คุณบอกมาเลย นะคุณ ฉันขอร้องละ” “เงินที่ได้มาจากการโกงกิน คดโกงคนอื่นมาน่ะเหรอ เอาไว้เผาพ่อของเธอเถอะ” คำว่าเงินมันเหมือนกับแทงเข้าไปในหัวใจของกัมปนาท เขาทำท่าโกรธเกรี้ยวเธอขึ้นมาอีก สองฝ่ามือประกบลงไปที่หัวไหล่ของหญิงสาว สายตาจ้องมองเธอเขม็ง “เงินมันซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะ รู้เอาไว้ซะด้วย” ------------------- อ่านแล้วฝากติชมผลงานด้วยนะคะ ขอบคุณที่รักกัน

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

Frannie Bettuzzi
5.0

คุณท่านเสียว คุณชายยอดเยี่ยมที่โด่งดังในเมือง B ได้แต่งงาน แต่มีข่าวลือว่าเจ้าสาวมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดและมีฐานะต่ำต้อย สามปีมานี้ เขาปฏิบัติกับเธออย่างเย็นชาและทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เจียงซิงซิงอดทนกับความเย็นชาอย่างเงียบ ๆ เธอยังคงรักเขาอย่างสุดหัวใจ เสียสละความนับถือตนเองและยอมละทิ้งตัวตนของเธอเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง สุดที่รักของเขากลับประเทศ เขได้สารภาพว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อช่วยชีวิตคนรักในใจของเขาเท่านั้น เจียงซิงซิงเสียใจและผิดหวังมาก เธอจึงเซ็นเอกสารหย่าและจากไปด้วยความเศร้าใจ สามปีต่อมา เจียงซิงซิงผู้สวยงามจนน่าทึ่งกลับมาอีกครั้ง ได้กลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่ดีที่สุดและเป็นยอดฝีมือด้านเปียโน อดีตสามีรู้สึกเสียใจ และกอดเธอแน่นท่ามกลางสายฝน เสียงของเขาสั่นเครือ "ที่รัก คุณเป็นของผม..."

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ