Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
หญิงหม้ายบ้านสือ

หญิงหม้ายบ้านสือ

karatvirom

5.0
ความคิดเห็น
23.6K
ชม
182
บท

ถานเจ๋อบอกว่าฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเขาจะไปเฟิงโจว เฉวียนโจวและถายโจว “เฟิงโจว...” ชายหนุ่มพยักหน้า “ข้าจะไปดูเฉิงหยางปิงเสียหน่อย” สือจิ่วมือกำลังพับผ้า สายตามองอาจื้อที่นั่งเล่นกลองป๋องแป๋งอยู่บนตักอาเจ๋อ “ดูเฉยๆ นะ อย่าเข้าไปยุ่งกับเขา” “กลัวเขาจะทำอะไรข้างั้นรึ เขาไม่รู้จักข้านะ” “ไม่รู้แหละ ถ้าเขาไม่มายุ่งกับเราก่อน ก็ห่างๆ เขาไว้ ข้าไม่อยากให้เจ้าไปดึงดูดเขากลับมาวุ่นวายกับอาจื้ออีก อาจื้อเป็นลูกของข้า” “เป็นลูกข้าด้วย” ถานเจ๋อย้ำ สือจิ่วเห็นถึงความแน่วแน่ในดวงตาคู่นั้น “ตราบใดที่ข้ายังเป็นพระเอกในนิยายเรื่องนี้ ตัวร้ายจะทำอะไรข้าได้” “จัว...ย้าย” เสียงเล็กพูดขึ้นมา คนเป็นพ่อมันเขี้ยวจึงบีบแก้มเด้งของเด็กชายพร้อมทำเสียงดึ๋งๆ ไปด้วย มีเสียงฟึดฟัดของเจ้าอ้วนให้ได้ยิน มือเล็กฟาดกลองป๋องแป๋งใส่เข่าอาเจ๋อไปหนึ่งหน สือจิ่วค้อนพระเอกคนเก่งกับความขี้โอ่ของเขา “ก็ไหนเจ้าบอกว่าพระเอกชื่อจ้าวต่งหมิง” ถานเจ๋อวางอาจื้อบนเตียง มีเขานั่งกั้นไม่ให้ลูกตก ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นนับ “ตอนนี้จ้าวต่งหมิงคงอายุหกขวบเองมั้ง ถ้าเขาเป็นพระเอก เจ้าอ้วนก็ต้องเป็นตัวร้าย มิสู้ข้าแย่งตำแหน่งพระเอกมา ให้เฉิงหยางปิงเป็นตัวร้ายไปเลยยังดีกว่า ส่วนเจ้าก็เป็นนางเอก...ดีไหม”

บทที่ 1 คงอยู่ 1

...มึนหัวจัง

หวังจิ่วชิงลืมตามองเพดานเหนือที่นอนหลายนาทีแล้ว เธอรู้สึกชาหนึบตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงแผ่นหลังซึ่งชุ่มด้วยเหงื่อจนรับรู้ได้ถึงไอร้อนสะสม อาจเพราะไม่ได้ขยับตัวคล้ายกับว่าเธอนอนนิ่งอยู่บนนี้มาพักใหญ่

กี่วันกันล่ะ...

ภาพจำแรกที่วาบเข้ามาในหัวตอนลืมตาตื่นก็คือกำลังนั่งอยู่ในรถโดยสารบนเส้นทางลงเขา สภาพอากาศนอกหน้าต่างค่อนข้างเลวร้าย ฝนตกหนัก ฟ้าแลบฟ้าผ่าจนเธอต้องหยีตาและสะดุ้งตัวบ่อยครั้ง

ตอนนั้นประมาณบ่ายสาม เธอกลับจากไหว้พระพุทธรูปเก่าแก่ที่วัดบนเขาเพื่อขอพรหลังจากได้รับเมลนัดสัมภาษณ์งานใหม่ รถคันนั้นกำลังพาเธอกับอีกหลายชีวิตมุ่งเข้าสู่ตัวเมือง จุดหมายแรกจะไปเยือนค่ำนั้นคือเอาหนังสือนิยายที่เสี่ยวหนิงฝากซื้อไปให้พร้อมกับกินมื้อค่ำร่วมกัน นี่เป็นนัดแรกในรอบหนึ่งเดือนที่เธอจะได้เจอหนูน้อยรั่วรั่ว ลูกสาววัยหนึ่งขวบของเพื่อน

‘ออกจากบ้านอย่าลืมหยิบจ้าวต่งหมิงมาด้วย และขอบคุณล่วงหน้ากับถุงเครื่องรางที่จะเอามาให้รั่วรั่ว’

พวกเธอต่างก็เป็นคอนิยายนักอ่านตัวยงด้วยกันทั้งคู่ แต่เสี่ยวหนิงเน้นอ่านแบบออนไลน์ แม่บ้านที่ต้องดูแลลูกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแทบไม่ได้ออกไปไหนไกลเกินกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน เพราะเธอบอกเพื่อนเรื่องจะสั่งนิยายเอาส่วนลด นิยายเรื่องจ้าวต่งหมิงยอดบุรุษแดนศุภะจึงถูกรวมเข้ามาในลิสต์

‘ลองเปิดอ่านก่อนก็ได้นะ ส่วนนั้นฉันอ่านแล้ว แค่อยากเก็บเล่มไว้ เห็นว่าพิมพ์น้อย อนาคตมันน่าจะแรร์ เนี่ยรอเสี่ยวโต้วมาอัปส่วนของเล่มสาม หลายวันแล้วไม่เห็นเขามาสักที หรือจะรอพิมพ์เล่มสองเสร็จก่อน’

‘เรื่องที่อ่านไปด่าไปน่ะเหรอ’

‘เพราะมีจุดที่มันไม่ได้ดั่งใจไงเล่า พระเอกเก่งเกิ้น อะไรก็ง่ายหมด หันไปทางไหนก็มีแต่คนรักคนช่วย ฉันสงสารฝั่งตัวร้าย เสี่ยวโต้วกลั่นแกล้งตัวละครของเขาเกินไปแล้ว คนไม่ได้อยากจะร้าย แต่ต้อนซะจนมุมไร้หนทางขนาดนั้น ฉันเลยอยากรู้จุดจบของเฉิงจื้อเร็วๆ จะได้ร่างคำพิมพ์ด่านักเขียนอีก ที่เขาไม่มาอัปนิยายต่อคิดว่าคงเมาคำด่าอยู่แน่ๆ’

‘สรุปว่าด่าไปแล้วหนึ่งรอบ’

‘แน่อยู่แล้ว’

เสี่ยวหนิงจะรู้หรือยังนะว่าเธอเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางกลับบ้าน นอกจากรถลื่นไถล ในหัวของเธอยังเห็นภาพมวลน้ำมหาศาลอัดกระแทกเข้าตัว รู้สึกถึงความทรมานตอนน้ำและฝุ่นดินเข้าปากเข้าจมูก ตอนทั่งร่างจมลงไปรอบตัวมีแต่ความมืดดำ

รถตกเขาทำไมถึงรู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำ...

หวังจิ่วชิงยกแขนขึ้นเสมอสายตา อวัยวะทั้งสองข้างไม่มีบาดแผล หญิงสาวพลิกขยับตัว แก้มสัมผัสถึงกลุ่มเส้นผมยาวสยายทั้งที่ตัวเธอซอยผมสั้นระแค่ต้นคอ

ขณะมีคำถามเกิดขึ้นว่าเพราะอะไร...ทำไม แสงสว่างก็สาดเข้ามาในห้อง หญิงสาวหยีตารับแสงที่กระทบหน้ากะทันหัน ตรงช่องประตูมีร่างหนึ่งเลิกแนวม่านแล้วเดินตรงมายังเธอ

ผู้หญิงอายุประมาณห้าสิบปีมวยผมปักปิ่นไม้พอลวกๆ สวมชุดยาวสีน้ำตาลตุ่นๆ ชุดลักษณะนี้เธอเคยเห็นนักแสดงรับบทชาวบ้านสวมใส่ในซีรี่ส์ย้อนยุค หรือแถวโรงถ่ายที่เคยไปเที่ยว มองอย่างไรก็ไม่ใช่หมอหรือพยาบาล

“รู้สึกตัวแล้วหรือเสี่ยวจวี๋” เจ้าของส่วนสูงไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบเซนฯขยับไปแง้มหน้าต่างพอให้แสงลอดเข้ามาในห้องมากขึ้น

“เอ่อ...” หวังจิ่วชิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ยังไม่รู้ว่าควรจะเริ่มคำถามไหนก่อนดี ตอนนี้เธอเห็นสภาพห้องที่ตัวเองนอนอยู่เต็มสองตา...ไม่ใช่โรงพยาบาลแน่ๆ

อีกคำถามที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็คือทำไมคุณป้าเรียกเธอว่า...เสี่ยวจวี๋

“คุณป้าคะ”

“ใช่ป้าที่ไหนกันเล่า เจ้าพูดจาแปลกๆ นะเสี่ยวจวี๋”

“...”

“ทำหน้าเหมือนจำชื่อตัวเองไม่ได้” มือสากกร้านยื่นไปแตะตรงแขนของหญิงสาว แล้วอีกคนก็สะดุ้งตัวรีบขยับหนีสัมผัสของนาง

“เจ้าปลอดภัยแล้วนะ ไม่ต้องกลัว จำได้หรือไม่ว่าเจ้าน่ะจมน้ำเพราะเรือล่มก่อนจะเทียบท่า โชคดีมีคนช่วยทัน เจ้าหมดสติไปสองวันแล้วรู้ไหม ตอนนี้หิวหรือไม่”

จมน้ำ...หมดสติสองวัน พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจ เธอนั่งอยู่ในรถโดยสารไม่ได้ลงเรือลงน้ำที่ไหนสักหน่อย

“คุณ...” จู่ๆ ก็มีถ้อยคำแวบเข้ามาพร้อมกับภาพตัดเป็นชอตๆ เหมือนว่าเธอกับคุณป้าคนนี้มีความคุ้นเคยกันดี “ท่านย่าหลิน...”

“ใช่น่ะสิ จากกันแค่ไม่กี่ปี จะจำข้าไม่ได้แล้วรึ เจ้าได้สติข้าก็ค่อยโล่งใจ นึกว่าบ้านสือจะไม่เหลือใครแล้ว” นางหลินเหวินแตะมือลงบนหลังมือสตรีที่นั่งบนเตียงเป็นเชิงปลอบประโลม

บ้านสือ...สือจวี๋

มีคนเรียกชื่อนี้อยู่ในหัวของเธอ

หวังจิ่วชิงหลับตาลง ความปวดมึนลามแล่นทั้งหัวขึ้นมาเสียดื้อๆ หลากหลายเหตุการณ์เหมือนถูกถ่ายเป็นภาพนิ่งผุดวาบขึ้นถี่ๆ นับจำนวนครั้งไม่ได้

“ปวดหัวใช่ไหม ยังตกใจอยู่ล่ะสิ ลงนอนเถอะ เดี๋ยวข้าไปต้มข้าวมาให้กินอะไรอุ่นๆ รองท้องแล้วค่อยนอนต่อ ได้สติพูดคุยกันรู้เรื่องแบบนี้ข้าค่อยเบาใจหน่อย เจ้าต้องบำรุงตัวเองอีกมากเลยนะเสี่ยวจวี๋ ทำไมปล่อยตัวจนผ่ายผอมดูอมโรคได้ขนาดนี้ ถ้าเจ้าแข็งแรง ลูกในท้องก็จะแข็งแรงด้วยรู้ไหม”

“ลูก...ลูกใคร”

สีหน้าตื่นตกใจบวกสายตาสับสนของสือจวี๋ บีบคั้นความรู้สึกเวทนาของนางหลินเหวินจนต้องยกมือป้ายหยดน้ำตรงหัวตา

“เด็กโง่เอ้ย นี่เจ้ายังไม่รู้สินะ ท่านหมอเวินที่มาดูอาการเจ้ากับอาเจ๋อ เขาบอกว่าเจ้าตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ karatvirom

ข้อมูลเพิ่มเติม
ไฟรักสลับใจ

ไฟรักสลับใจ

โรแมนติก

5.0

“ฉะ...ฉันไม่พร้อม” บอกว่าไม่พร้อม ผลลัพธ์คงจะดีกว่าคำว่า ‘ไม่ยอม’ ล่ะมัง “ไม่พร้อมก็ไม่พร้อม แต่คืนนี้พี่จะค้างกับออม” นอนด้วยกันน่ะนะ...หล่อนไม่คิดว่าเขาจะแค่นอนเฉยๆ แน่! “กลับห้องของคุณไปเถอะ ฉันขอร้อง” “ออมคิดจะทำอะไร” เขาคาดคั้นถาม สายตาที่ใช้มองเธอนั้นจ้องเขม็ง “คิดจะหนีไปจากพี่งั้นสิ นัดใครไว้ที่ไหนหรือมันจะมาหาออมที่นี่” “ฉันไม่ได้นัดใครทั้งนั้น ออกไปเลยนะออกไป” หล่อนทำท่าจะพุ่งเข้ามาผลักเขาอยู่รอมร่อ “ฉันๆๆ พี่รู้สึกไม่คุ้น ฟังไม่รื่นหู ไม่อยากจะอ้อนพี่แล้วสิ ก็ไหนแต่ก่อนชอบพูดนัก ออมอย่างนั้น ออมอย่างนี้” เขายวนหล่อนเล่นเมื่อเห็นหล่อนโกรธจนหน้าดำหน้าแดง “ไม่คุ้นก็เรื่องของคุณ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก” ศิดิตถ์ส่ายหน้า “ไม่ยุ่งไม่ได้ ผัวเมียกันจะไม่ให้ยุ่งกันก็คงแปลก”

หลานนมชื่น

หลานนมชื่น

โรแมนติก

5.0

‘คนของอ้าย อ้ายหวง ไม่เป็นที่หนึ่ง ไม่เป็นที่สอง ถ้าพี่เครื้อรักจริง อ้ายต้องเป็นเมียคนเดียวเท่านั้น’ เน้นคำว่า ‘เมีย’ หนักหน่อย เพราะตำแหน่งนี้ไอ้อ้ายคู่ควร! ‘อ้ายดูแลตัวเอง สะอาดตั้งแต่หัวถึงเท้า วันไหนเที่ยวเล่นมอมแมมหน่อยพี่เครื้อก็ยกเว้นนะ’ ‘อืม’ ‘อ้ายรู้จักกาลเทศะ มีน้ำใจ อันนี้พี่เครื้อชมเองบ่อยๆ ยืดได้ใช่มะ’ ‘ได้’ ‘อ้ายซักล้างกวาดถูทำความสะอาดบ้านได้ งานช่างก็ทำคล่อง กับข้าวก็ทำเป็น ถ้ามีของสดในตู้เย็น ยังไงก็ต้องได้กับไว้กินข้าวสักจาน เนี่ย...ดีพร้อมทุกด้านแบบนี้ ถ้าพี่เครื้อปล่อยอ้ายหลุดมือ จะต้องมีคนบอกว่าพี่เครื้อน่ะ...โงว่วววว’ ‘ครับๆ...พี่จะไม่โงว่ววว น้องอ้ายต้องเป็นเมียพี่เครื้อคนเดียวเท่านั้น’

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

ทัณฑ์อสุรา

ทัณฑ์อสุรา

เพลงมีนา
5.0

นางเป็นฮูหยินที่ถูกต้อง แต่เขากลับเฉยชาใส่ มีเพียงบนเตียงเท่านั้นที่เขาเร่าร้อนจนนางแทบมอดไหม้ จ้าวจื่อรั่วอายุเพียงสิบหกปีเป็นลูกอนุของเสนาบดีสกุลจ้าว ถูกสับเปลี่ยนตัวมาเป็นเจ้าสาวมาแต่งงานกับแม่ทัพที่ชายแดนใต้ กู้ตงหยางบุรุษหนุ่มอายุยี่สิบสี่ปีฉายาแม่ทัพปีศาจที่แสนเหี้ยมโหด "เจ้าติดค้างข้า ไม่ว่าจะเล่นลิ้นอย่างไร เจ้าย่อมรู้ดีว่าสกุลจ้าวปลิ้นปล้อน เจ้าอย่าได้หวังว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายเลย" พูดจบชายหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวได้แต่นั่งเพียงลำพัง แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ ชีวิตนางจะได้พบความสุขเช่นคนอื่นบ้างไหม.

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
หญิงหม้ายบ้านสือ
1

บทที่ 1 คงอยู่ 1

03/07/2022

2

บทที่ 2 คงอยู่ 2

03/07/2022

3

บทที่ 3 คงอยู่ 3

03/07/2022

4

บทที่ 4 คงอยู่ 4

03/07/2022

5

บทที่ 5 คงอยู่ 5

03/07/2022

6

บทที่ 6 คงอยู่ 6

03/07/2022

7

บทที่ 7 คงอยู่ 7

03/07/2022

8

บทที่ 8 คงอยู่ 8

03/07/2022

9

บทที่ 9 คงอยู่ 9

03/07/2022

10

บทที่ 10 คงอยู่ 10

03/07/2022

11

บทที่ 11 คงอยู่ 11.1

03/07/2022

12

บทที่ 12 คงอยู่ 11.2

03/07/2022

13

บทที่ 13 คงอยู่ 12.1

03/07/2022

14

บทที่ 14 คงอยู่ 12.2

03/07/2022

15

บทที่ 15 คงอยู่ 13.1

06/07/2022

16

บทที่ 16 คงอยู่ 13.2

06/07/2022

17

บทที่ 17 คงอยู่ 14.1

06/07/2022

18

บทที่ 18 คงอยู่ 14.2

06/07/2022

19

บทที่ 19 คงอยู่ 15.1

06/07/2022

20

บทที่ 20 คงอยู่ 15.2

06/07/2022

21

บทที่ 21 คงอยู่ 16.1

06/07/2022

22

บทที่ 22 คงอยู่ 16.2

06/07/2022

23

บทที่ 23 คงอยู่ 17.1

06/07/2022

24

บทที่ 24 คงอยู่ 17.2

06/07/2022

25

บทที่ 25 คงอยู่ 18.1

06/07/2022

26

บทที่ 26 คงอยู่ 18.2

06/07/2022

27

บทที่ 27 คงอยู่ 19.1

06/07/2022

28

บทที่ 28 คงอยู่ 19.2

06/07/2022

29

บทที่ 29 คงอยู่ 20.1

06/07/2022

30

บทที่ 30 คงอยู่ 20.2

06/07/2022

31

บทที่ 31 คงอยู่ 21

06/07/2022

32

บทที่ 32 คงอยู่ 22.1

06/07/2022

33

บทที่ 33 คงอยู่ 22.2

06/07/2022

34

บทที่ 34 คงอยู่ 23.1

06/07/2022

35

บทที่ 35 คงอยู่ 23.2

06/07/2022

36

บทที่ 36 คงอยู่ 24.1

06/07/2022

37

บทที่ 37 คงอยู่ 24.2

06/07/2022

38

บทที่ 38 คงอยู่ 25.1

06/07/2022

39

บทที่ 39 คงอยู่ 25.2

06/07/2022

40

บทที่ 40 คงอยู่ 26.1

06/07/2022