5.0
ความคิดเห็น
206
ชม
50
บท

เดือนพิลาส หรือ แอนนี่ ลูกแม่ดาวเรือง กับ พ่อลุคส์ หรือ เจ้ากุ๊ก หลาน ยายดวง เดินทางกลับบ้านช่วงซัมเมอร์ หลังจากเกิดวิกฤต 911 เมื่อปี 2544 เธอตกบันไดพลอยโจนเป็น นักร้องหมอลำ เมื่ออินทิรา นักร้องวงพิณเพลินประสบอุบัติเหตุ เธอต้องขึ้นเวที ชีวิตจะสนุกสนานเฮฮาแค่ไหนกันหนอ ในนามเดือนเด่น แดนดาว MOONLIGHT STARLAND กับตำนานตำมั่วของยายดวง กับตำนานเพลงหมอลำที่สาวฝรั่งลำได้เสนาะหูด้วยลูกคอสามชั้น ช่วงเวลาซัมเมอร์ที่หัวใจเธอเผลอรัก จะทำให้เป็นรักนิรันดร์ไหม ถามหาหัวใจ ได้เลย กำลังจะฉายทางช่อง7 สีเร็วๆนี้ นำแสดงโดยบิ๊กเอ็มและ สกาย เคยสร้างเป็น TV Series สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 ในปี 2546 นำแสดงโดย ป๋อ-ณัฐวุฒิ และชมพู่-อารยา

บทที่ 1 1

หมอลำ(ซัมเมอร์) บทที่1

อาริตา

หญิงสาวสวยอายุประมาณยี่สิบสองก้าวลงจากรถที่มาจอดให้ตรงทางเท้าเข้าสู่ร้านอาหารไทยขนาดใหญ่ที่คืนนี้จะมีการจัดงานเลี้ยงชุมนุมคนไทยที่มาอยู่ในละแวกย่านนี้ แม่ของหล่อน...ดาวเรือง เป็นผู้ประสานงานของงานที่จัดหาเงินหนนี้...เป็นงานหาทุนเพื่อจะส่งกลับไปยังประเทศบ้านเกิด...ก็ที่เมืองไทย

ตัวหล่อน เดือนพิลาส เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน พ่อของหล่อน มิสเตอร์ลุคส์ เป็นวิศวกรที่ถูกส่งไปทำงานที่เมืองไทยก่อนหล่อนจะเกิด แล้วพบแม่ที่เป็นนางพยาบาลเพราะมิสเตอร์ลุคส์มีเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลเรื่องไส้ติ่งอักเสบกะทันหันและแม่เป็นพยาบาลที่ดูแลพ่อตอนนั้นจนสานต่อเป็นความรักต่อกัน พ่อกับแม่แต่งงานกันเมื่อยี่สิบสามปีก่อน...โดยไม่ผ่านความเห็นชอบเต็มร้อยของยายหล่อน นางดวง เดชขาว...

นางดวงหรือยายดวงของหล่อนไม่ชอบฝรั่ง

...ไอ้เจ้ากุ๊กมันเป็นพวกต่างชาติ เป็นเมียฝาหรั่ง ดีตรงไหน...

ยายไม่เคยเรียกชื่อพ่อได้ถูกต้องสักหน...จากลุคส์เป็นกุ๊กเสมอ บางทีก็มีการต่อเติมว่า “เจ้ากุ๊กไก่”

พ่อรู้ตรงนั้นเหมือนกันแต่พ่อเป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขันมากมายทำให้พ่อมองยายเหมือนมองหญิงแก่ที่ตลก และยายก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย เพราะยายเท่าที่เดือนพิลาสรู้จักเป็นคนตลกมีเรื่องให้หัวเราะมากมาย...บางเรื่องหล่อนก็เข้าใจแบบไม่ลึกซึ้งแต่ก็ได้หัวเราะเสมอ

มีลุงหล่อน...ลุงวีระที่บอกว่า

...มีผัวฝาหรั่งน่ะเท่ออกนะ แม่ ทำตัวทันซาหมัยหน่อย ฝาหรั่งยังไงก็ไม่ใช่มะละกอ เสี่ยวบ้านเฮา...

ลุงอีกคนมีอารมณ์ขันร้ายกาจพอกันกับยาย...และลุงยังเป็นศิลปิน...แม่บอกว่า

...เกือบจะโดดเดี่ยวอยู่แล้ว แต่ดีว่าเอาจริงเอาจัง...

ลุงเคยเป็นครูสอนดนตรีในโรงเรียนมัธยมมาก่อนเพราะจบทางด้านนี้มา แต่ลุงฝันไปไกลกว่านั้น ลุงฝันจะมีวงดนตรีของตัวเอง...จากวงเล็กๆ ที่เดี๋ยวนี้แม่ก็บอกว่ายังเป็นวงเล็กๆ อยู่ ลุงก็สร้างความฝันได้ด้วยการทำวง “พิณเพลิน” ร้องเพลงหมอลำ ลูกทุ่ง...และล่าสุดหล่อนก็ได้ยินว่าลุงทำเพลงที่เรียกว่าเพลงขแมร์ด้วย..พวกร็อคขแมร์ที่กำลังเป็นวงโด่งดังทางเมืองไทย

ที่บ้านมีเทปเพลงจากเมืองไทยมากมาย แน่ละว่ามีเทปเพลงของบริษัทลุงรวมอยู่ด้วย

หนึ่งเพลงในอัลบั้มเพลงร็อคจากวงพิณเพลินคือเพลง “น้องนางบ้านนา”...มีอินทิรานักร้องสาวของวงเป็นนักร้อง...เดือนพิลาสจะร้องเพลงน้องนางบ้านนาหนึ่งในสองเพลงโชว์คืนนี้ อีกเพลง...เป็นเพลงชื่อ “ถามหาหัวใจ” เพลงแนวป๊อบของนักร้องดังอีกคนของเมืองไทย...เพลงของ พรีม หรือ พิมสิริ

หล่อนชอบเนื้อเพลงเพลงนั่นมากทีเดียว

คนเขียนเพลงเขียนเนื้อเพลงได้ดีมาก ๆ...

ตัวนักร้องสาวคนร้องก็สวย แต่เสียงก็ยังไม่ค่อยดีนัก...อาศัยว่าเพลงโดนใจเลยโด่งดังมาก...หล่อนมีเทปเพลงเพลงนี้หล่อนซื้อมาดู...ดูชื่อคนแต่งเพลง...เขาลงชื่อสั้นๆ ไว้เพียงว่า “สัตยา” ไม่มีนามสกุลต่อท้ายอะไรเลย...ไม่รู้แน่ว่าเป็นแค่นามปากกาหรือชื่อจริง แต่เพลงในอัลบั้ม พรีม...พิมพ์ใจ...ก็ปรากฏชื่อนี้แต่งเพลงด้วยกันรวมสี่เพลง

หล่อนชอบทุกเพลง...แต่เพลงที่เป็นชื่ออัลบั้มเป็นเพลงชอบสุดๆ

หล่อนจะร้องโชว์ในงานนี้สองเพลง...เตรียมเสื้อผ้ามาด้วยกันสองชุด...ชุดแรกหล่อนจะแต่งชุดผ้าซิ่นแค่เข่าและเสื้อแขนกระบอก...มีผ้าแถบคาดทับ...ชุดที่ยายส่งมาให้เมื่อตอนสงกรานต์ไปทำบุญที่วัดไทย หล่อนนุ่งผ้าซิ่นยาวไม่ถนัด

นัก และพอดีกับว่าชุดแบบนี้เป็นชุดทางอีสานแบบหนึ่ง...ก็หล่อนเป็นสาวอีสาน...แม่เป็นสาวอุบล...มาอยู่ไกลถึงนิวยอร์กก็ใช่ว่าจะทำให้หล่อนเปลี่ยนแปลงเป็นอื่น ยังนึกถึงความเป็นลูกไทย...แม้สัญชาติของหล่อนจะไม่ใช่แล้วก็ตามที หล่อนมีสัญชาติอเมริกันตามพ่อ และเพราะว่าหล่อนเกิดที่นี่ด้วย

ลูกแม่ดาวเรือง หลานยายดวง...จะเสียชื่อได้อย่างไรกัน

คืนนี้ร้องสองเพลง...จะร้องเพลง “น้องนางบ้านนา” นั่นก่อนแล้วค่อยร้องเพลง “ถามหาหัวใจ”...

หล่อนพร้อมแล้ว เดินเข้าทางหลังร้าน...เจอกับเพื่อนแม่...ลุงหมู...เจ้าของร้านนี้...ชายวัยแก่กว่าแม่สักห้าปีเห็นจะได้ ปีนี้แม่ดาวเรืองของหล่อนอายุสี่สิบห้า ลุงหมูก็ประมาณห้าสิบ เขาแต่งงานแล้ว มีภรรยาแต่ไม่มีลูก สนิทกับพ่อแม่หล่อนและพลอยมาถึงหล่อนด้วย...เพราะเขาเห็นหล่อนมาแต่เล็กๆ...เขามาปักหลักที่นิวยอร์กนานแล้วเช่นกัน ทำร้านอาหารจนเลื่องชื่อรวมทั้งเป็นที่ชุมนุมของผู้คนชาวไทย ทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นเอ๊าะๆ ที่ทั้งมาเรียนและมาทำงานที่นี่ หล่อนหอบหิ้วถุงใส่ชุดเสื้อผ้ามาด้วย

“มาช้าไปนิดค่ะ ลุงหมู เพราะแอนนี่มีงานเข้ามาด่วน”

ตอนนี้หล่อนกำลังฝึกงานอยู่กับสำนักงานแห่งหนึ่งทางด้านสถาปัตยกรรม และอาจจะทำงานที่นี่เลย หล่อนยังไม่ได้วางแผนไว้มากนัก...เพราะรับปากกับยายว่าซัมเมอร์ปีนี้หล่อนจะกลับเมืองไทยอีกหน...เรียนจบ...หมดช่วงการฝึกงาน หล่อนไม่ต้องรีบร้อนกลับมาก็ได้...ยายอยากให้หล่อนลองอยู่เมืองไทยนานๆ สักหน่อย

“คุยกับลูกค้ากว่าจะลงตัว”

งานที่หล่อนทำเกี่ยวกับลูกค้าที่มีเงิน...และที่สำคัญทุกคนพกพาความเป็นตัวของตัวเองมาเต็มเปี่ยม เดือนพิลาสไม่อยากเรียกสิ่งนั้นว่าเป็นการเอาแต่ใจตัวเอง เพราะโดยนิสัยหล่อนเป็นคนประนีประนอมและมองในแง่ดีเสมอๆ

ลุงหมูของหล่อนหัวเราะฮ่า ๆ “คนมันมีกะตังค์ แล้วมันก็อยากได้อะไรแบบที่เรียกว่าตามหลักการหรือความสวยงามมันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม”

“นั่นแหละใช่เลยค่ะ”

“ป้านิดเค้ารอให้แอนนี่ไปทำห้องน้ำใหม่ให้นะ”

“ห้องน้ำหรือคะ” หล่อนหัวเราะคิกคัก “ได้เลย...งานถนัด...จะเอาแบบไหนดีคะ...”

“เอาแบบอาบเหมือนกลับไปยืนอาบกลางแจ้งบ้านเรา”

หล่อนทำตาโต “ไหวหรือคะ ตอนอากาศหนาวๆ...ได้หนาวตายกันพอดี แต่แอนนี่พอทำให้ได้นะคะ...ห้องน้ำกลางแจ้ง...แต่มีข้อแม้ข้อเดียว”

“อะไร”

“อย่าไปทำกลางแจ้งจริงๆ...หลบๆ ไว้ชั้นบน...แล้วทำต่อออกไป...งานนี้แอนนี่รับอยู่แล้ว”

เพราะลุงหมูคงจะถวิลหาชีวิตเมืองไทยนั่นเอง...เหมือนแม่หล่อน...หลายหนที่หล่อนฟังแม่เล่าเรื่องอาบน้ำข้างบ้าน...ให้ตาย...เดือนพิลาสบอกตัวเอง...หล่อนนึกภาพนั้นไม่ออก

...บ้านเราก็มีห้องน้ำ แต่แม่เป็นคนต่างจังหวัดใช่ไหม ตัวบ้านมีอาณาบริเวณ มีบ่อน้ำใหญ่ๆ มีท่อน้ำแบบโยก ต้องดูจากภาพ...

แต่ดูจากภาพแล้วก็ยังดูไม่ออกอยู่นั่นเอง

“ไปไป๊ เดี๋ยวก็ได้คิวร้องเพลง”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อาริตา กันยามาส

ข้อมูลเพิ่มเติม
บ่วงเสน่หา

บ่วงเสน่หา

โรแมนติก

5.0

(นิยายทำละคร เกมเสน่หา) เพราะเย่อหยิ่ง ถือตัว และเหยียดทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า จึงทำให้ใครๆ ก็มองว่าเธอ "ร้ายกาจ" แต่ทว่า...นั่นเพราะเธอร้ายกาจจริงๆ หรือเพราะเธอสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา เพียงเพราะเธอกำลังเผชิญกับปัญหาบ้านแตก! และความรัก ความเป็นหนึ่งในครอบครัวถูกแย่งชิงจาก "เขา" ผู้เป็น "คนนอก" ครอบครัว เพราะเขาได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากครอบครัวของเธอมากกว่าเธอเสียอีก เธอจึงเกลียดเขาอย่างมากมาย และต้องกดเขาไว้ให้เป็นเพียง "เด็กในบ้าน" อย่าให้เขาเข้ามาชุบมือเปิบ ฮุบทุกอย่างในบ้านของเธอ และเมื่อเธอค้นพบว่า เขาหลงรักเธอ และหมายปองดอกฟ้าอย่างเธอ เธอจึงวางแผนขุดหลุมล่อ วาง บ่วงเสน่หา เพียงเพื่อให้เขาพบกับความผิดหวังและทุกข์ทรมาน โดยที่ไม่รู้เลยว่า เธอเองต่างหาก...ที่จะตกอยู่ในบ่วงเสน่หาที่วางไว้เอง!

สามีตีตรา

สามีตีตรา

โรแมนติก

5.0

กี่ครั้งกี่หน ก็แพ้ก็พ่าย ผู้ชายไม่เคยซื่อสัตย์ ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ รูปโฉม กะรัต เทพทัต ไม่อาจนำมาทระนงได้ กี่คราที่ต้องแก้มือใหม่ ถูกตราหน้า ประณามว่าสามผัว มิหนำซ้ำหนสุดท้าย เมื่อเขาตายจากไปมิได้จบกันแค่นั้น แต่ สายน้ำผึ้ง เพื่อนสนิท คบกันมา 12 ปี กลับกลายเป็นเพื่อนสนิท คิดคด อุ้มท้องเยาะเย้ยว่าเป็นเมียหลวง ส่วนเธอคือเมียน้อย กะรัต ผู้แสนฉลาดเลิศล้ำ เฝ้าตรวจสอบปัญหาชีวิตแล้วพลันคิดได้ เธอไม่เคยจับผู้ชายคนไหน ตีตรา ขึ้นทะเบียน เป็นสามีถูกต้องตามกฎหมาย ครานี้ เห็นทีจะต้องให้ถูกต้องครบถ้วนกระบวนความ พิศุทธิ์ หนุ่มผู้ดี ผู้เกิดมาเป็นอภิชาตบุตรเกินหน้าพ่อแม่ เธอพบว่าเขาเหมาะสมยิ่งอนิจจา... กะรัต เธอมองข้ามสิ่งสำคัญของการครองเรือน เธอลืมความรักแล้วเธอจะรู้ว่าหนนี้ ผู้ชายหรือเธอกันแน่ที่ผิด การตีตราด้วยทะเบียน มันเป็นยันต์ป้องกันชีวิตคู่แตกร้าวได้หรือไม่

หนังสือที่คุณอาจชอบ

หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน

หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน

Sebastian
5.0

ซ่งเซียงทำสิ่งที่น่าอายที่สุดในชีวิต คือการเป็น "เลขานุการส่วนตัว" ให้กับเหยียนลี่หานนานถึงห้าปี เธอมอบทุกสิ่งให้เขา แต่ผู้ชายที่น่ารังเกียจกลับบอกว่าเบื่อ แล้วส่งเธอไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลไม่มีใครสนใจ ชีวิตที่ถูกส่งไปอยู่ที่ห่างไกลนั้นไม่ง่าย แต่โชคดีที่เคราะห์ร้ายได้ผ่านพ้นไป เมื่อซ่งเซียงมาถึงระดับล่าง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปวดหลังปวดขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง เธอจึงอดทนทำงานหนักจนประสบความสำเร็จ มีหนุ่มน้อยมาไล่ตาม ผู้ใหญ่ใจดีมอบผลงานให้ พ่อที่ไม่เคยพบหน้าเป็นมหาเศรษฐีใกล้ตาย พยักหน้าก็ได้รับมรดก ชีวิตมีขึ้นมีลงอยู่เสมอ เหยียนลี่หานคนโชคร้ายแน่ๆ! ในงานเลี้ยงเหยียนลี่หานถือแก้วไวน์ มองไปที่อดีตเลขานุการที่ไม่ได้เจอหลายวันด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ยังคิดถึงฉันจนต้องมาที่งานเลี้ยงนี้ใช่ไหม?" ซ่งเซียงยิ้มเยาะ "คุณเหยียน ฉันไม่ได้เชิญคุณนะ" เหยียนลี่หานตอบ "เธอคิดอะไรอยู่?"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ