Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
5.0
ความคิดเห็น
8K
ชม
32
บท

“ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะคะ ถ้าไม่ปล่อยเรื่องนี้ก็จะไม่รู้แค่หนูคนเดียวแน่ แต่ถ้าคุณเตี่ยปล่อยหนู หนูก็จะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา หนูจะถือว่าหนูไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” “ได้ ถ้าหนูต้องการแบบนั้น แต่เรื่องที่หนูให้ฉันเลียจนเพลียถึงกับออกมากินข้าวเย็นไม่ได้ เรื่องนี้ก็คงไม่รู้แค่ฉันคนเดียวเหมือนกัน หนูคิดว่าคลิปที่หนูช่วยตัวเอง บีบนม เลียกางเกงในและยัด…” “หยุดค่ะ อย่าพูด!” ฝ่ามือเอื้อมปิดริมฝีปากของคุณเตี่ย ทว่าเขากลับแลบลิ้นออกมาเลียที่ฝ่ามือ จนหล่อนสะท้านแทบยืนไม่อยู่

บทที่ 1 EP.01

‘มิลิน’ สาวสวยหมดจดทั้งเนื้อตัว นั่งเหม่ออยู่ริมระเบียงห้องนอน เพราะเข้า 1 เดือนแล้วที่ ‘กวิน’ สามีวัยหนุ่มของหล่อนไปเกณฑ์ทหาร ปล่อยให้หล่อนนอนเฝ้าเรือนหอตามลำพัง

หากรู้ว่าสามีจะสมัครทหาร หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรหล่อนก็จะไม่ยอมแต่งงานกับเขาเด็ดขาด เพราะคิดว่าหลังจากแต่งงานจะได้ใช้ชีวิตหวานชื่นแบบผัวหนุ่มเมียสาว ได้หยอกเย้าและร่วมรักกันได้ตามแต่ใจต้องการ อยากไปเที่ยวไหนก็ได้ไป อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากทำอะไรก็ทำได้หมด ไม่ต้องคอยขออนุญาตพ่อแม่เหมือนตอนที่ยังเรียนอยู่อีกแล้ว เพราะว่าหล่อนแต่งงานแล้ว สิทธิ์ขาดในตัวหล่อนคือสามี

แต่เรื่องราวไม่เป็นอย่างที่หล่อนคิด เพราะกวินเกิดอยากกินอุดมการณ์ อยากลองใช้ชีวิตแบบชายไทยสู้ๆ ลุยๆ แทนที่จะทำเรื่องผ่อนผันและไปเรียนต่อปริญญาโทอย่างที่เคยคุยกันไว้ กวินกลับไปสมัครเป็นทหาร โดยไม่ถามความเห็นของหล่อนเลย สุดท้ายกลายเป็นหล่อนต้องมาอยู่โยงเฝ้าเรือนหอและนั่งเหงาอยู่แบบนี้ จากที่คิดว่าจะอิสระกลับกลายเป็นอยู่ในกรงที่แน่นหนากว่าเดิม

ลำพังถ้าอยู่บ้านตัวเองหล่อนยังได้ออดอ้อนพ่อแม่ได้ไปเที่ยวไหนมาไหนบ้าง แต่พอมาอยู่กับครอบครัวสามี จะกระดิกไปไหนก็มีสายตาพ่อแม่สามีและคนงานในบ้านจับตามอง เพราะนี่คือธุรกิจกงสี ครอบครัวสามีหล่อนทำร้านค้าส่งวัสดุทำขนมและบรรจุภัณฑ์ใส่ขนมที่ใหญ่ที่สุดในตัวอำเภอ หล่อนที่เป็นสะใภ้ก็กลายมาเป็นเครื่องจักรตัวหนึ่งของธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นหากหล่อนจะออกไปไหนก็ต้องบอกกล่าวให้พ่อแม่สามีรู้ก่อน หรืออีกนัยหนึ่งหล่อนควรขออนุญาต ในเมื่อสามีไม่อยู่คนที่หล่อนควรขออนุญาตก็ควรจะเป็นพ่อแม่สามี แต่ปัญหาก็คือหล่อนไม่กล้า เพราะกลัวว่าพ่อแม่สามีจะว่าหล่อนเอาแต่เที่ยวเตร่ไม่ยอมช่วยงาน เพราะงานที่ท่านมอบหมายให้ก็เป็นงานที่ต้องการความไว้วางใจเป็นอย่างสูง นั่นคืองานบัญชี

มองอีกมุมนี่คือพ่อแม่สามีเปิดใจ ไม่อย่างนั้นคงไม่มอบหมายงานที่สำคัญให้ แต่จะมองอีกมุม พ่อแม่สามีอาจต้องการทาสที่ไว้วางใจก็ได้ และนั่นคือหล่อน

“เฮ้อ!” คิดแล้วมิลินก็ได้แต่ถอนหายใจ หล่อนอยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน

ไฟสว่างวาบที่โทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนเก้าอี้ด้านข้าง ดวงตาสวยชำเลืองมองอย่างไม่สบอารมณ์ และดูจะอารมณ์บูดมากขึ้นเมื่อนั่นเป็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนสาวของหล่อน ใบหน้างามอ่อนเยาว์มีแววเง้างอน ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อเบะขึ้นอย่างระอา เพราะเรื่องยอดฮิตที่จะคุยกัน ก็ไม่พ้นลีลาเด็ดของผัวแต่ละคน

การแลกเปลี่ยนเรื่องราวประสบการณ์เสียวในกลุ่ม คือสิ่งที่หล่อนและเพื่อนตกลงกัน ไม่ว่าใครจะเสียวแบบไหนท่าไหน ดีหรือไม่ดียังไงก็ต้องมาบอกกล่าว มาแนะนำกัน ถ้าดีและมันส์ จะได้ไปทำตามกันบ้าง แต่ถ้าไม่เวิร์คก็จะได้ไม่ทำให้เสียเวลาเสียว

แต่หล่อนตอนนี้ล่ะ “เฮ้อ!” คิดแล้วก็ถอนหายใจหนักๆ อีกหลายครั้ง เพราะตอนนี้หล่อนจะมีเรื่องอะไรไปเล่า หล่อนไม่ได้เสียวมา 1 เดือนแล้ว ถ้าเล่าเรื่องเสียวกับนิ้วตัวเอง เพื่อนคงหัวเราะ แต่แสงไฟแสดงข้อความเข้าต่อเนื่องก็กระตุ้นให้หล่อนต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ

แม้กวินจะไม่อยู่แต่ความอยากของหล่อนไม่ได้ลดน้อยลง มันกลับอยากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะควบขี่ดุ้นใหญ่ให้คลายความกระสัน อยากบดเบียดเต่าไฮโซของหล่อนใส่ดุ้นแข็งๆ ของกวิน

คิดถึงวันที่ลักลอบได้เสียกันครั้งแรก กวินเป็นผู้ชายคนแรกของหล่อน ครั้งแรกนั้นหล่อนเจ็บมาก แม้กวินจะค่อยๆ ไป แต่หล่อนก็เจ็บอยู่ดี แต่พอกวินพาดุ้นใหญ่ใส่ร่องฉ่ำน้ำของหล่อนได้ เขาก็แทงไม่ยั้ง นั่นทำให้หล่อนเสียวจนกรีดร้องไม่หยุด และการเสร็จสมครั้งแรกที่ไม่ใช่จากนิ้วตัวเองก็มาเยือน เวลานั้นร่างกายของหล่อนเบาราวล่องลอยขึ้นสู่ที่สูง เหมือนร่างหล่อนลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะถูกกวินกระชากลงมาเพื่อเรียนรู้บทเรียนสุขเสียวครั้งใหม่

กวินทำให้หล่อนทุกท่วงท่าตามที่เพื่อนๆ บอกเล่า ไม่ว่าจะเป็นยกขาหล่อนแล้วสอดใส่จากด้านหน้า จับหล่อนคว่ำหน้าแล้วกระแทกใส่จากด้านหลัง ให้หล่อนตะแคงข้างและเสียบดุ้นเข้ามาเสย หรือที่หล่อนชอบที่สุดก็คือ เขานอนราบกับเตียง ให้หล่อนใช้ปากกับดุ้นของเขาจนแข็งโด่ ก่อนที่กวินจะบอกให้หล่อนนั่งลงบนตัวเขา จ่อดุ้นให้ตรงกับร่องเสียวและกลืนกินให้สุดดุ้น นั่นคือความเสียวสุดยอดจนหล่อนสั่นไปทั้งร่าง จากนั้นการควบขี่ม้าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น

หล่อนชอบอยู่ข้างบนเพราะเป็นท่วงท่าที่หล่อนพอใจ สามารถกำหนดจังหวะจะโคนได้เอง หล่อนอยากจะควบขี่เขาเนิบนาบเชื่องช้าและมองเขาครวญครางเรียกร้องให้หล่อน ‘เร็ว!’ หรือจะควบขี่สุดแรงเกิด หรืแเขาร่ำร้องให้หล่อน ‘ช้าก่อน!’ ทั้งหมดหล่อนทำได้ เพราะหล่อนเป็นผู้คุมเกม

ดูเหมือนว่า ‘เซ็กซ์’ ของหล่อนกับกวินเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทว่าสิ่งที่หล่อนต้องการยังไม่สุด เมื่อเรื่องเล่ากลุ่มเสียวของบรรดาผองเพื่อนมักคุยกันถึงเทคนิคการใช้ ‘ลิ้น’ ของผัวแต่ละคนมากกว่า เพราะ ‘ลิ้นสวรรค์’ คือสิ่งปรารถนาของผู้หญิงแต่ละคน

ว่ากันว่า... ถ้าผัวคนไหนลงลิ้นเลียเต่าน้อยหอยน้อยของเมีย นั่นย่อมแปลว่า ผัวคนนั้นรักเมียมาก

แล้วกวินล่ะรักหล่อนหรือเปล่า แม้กวินจะทำให้หล่อนเสร็จสมในทุกครั้งที่ได้ร่วม แต่เขาไม่เคยลงลิ้นให้หล่อนสักครั้ง เขาเล้าโลมหล่อนทั้งตัว ยกเว้นตรงนั้น เขาไม่เคยแตะสักนิด มันทำให้หล่อนค้าง เหมือนเสร็จแต่ไม่เสร็จ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ชนิตร์นันท์

ข้อมูลเพิ่มเติม
คนงานบ้านนายฝรั่ง

คนงานบ้านนายฝรั่ง

โรแมนติก

5.0

หากนาไม่แล้ง ข้าวไม่แห้งตาย ‘เดช’ ก็ไม่คิดจะหอบเอา ‘ฟ้า’ เมียรักเข้ามาทำงานในเมืองกรุง แต่ความจนทำให้เลือกไม่ได้ และงานดี เงินดี เจ้านายเห็นใจ ก็เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ทว่า... หากรู้ว่ามาแล้วจะต้องเสียเมียให้นายฝรั่ง เดชเลือกที่จะไม่มาเสียยังดีกว่า แต่... เสียแล้วคือเสียเลย สิ่งเดียวที่จะชดเชยความแค้นก็คือ ‘เมียนาย’ คุณผู้หญิงเร่าร้อน เร่งเร้า รุนแรง และมากครั้งเท่าที่ต้องการ เดชไม่รู้แล้วว่านั่นคือการแก้แค้นหรือรางวัล +++++ ‘เดช’ พา ‘ฟ้า’ เมียรักมาทำงานที่บ้านนายฝรั่ง แต่ ‘คริส’ นายฝรั่งกินเมียเขาไปแล้ว และยังเอาดุ้นยาวใหญ่มาล่อให้ฟ้าติดใจ จนฟ้ากินไม่อิ่มไม่พอ อยากได้อะไรที่เทียบเท่า เขาก็เลยแอบกิน ‘โรส’ เมียของนายฝรั่ง แก้แค้นให้สาสม แต่แค้นช่างแสนหวานและฉ่ำชุ่ม จนเขาต้องกินซ้ำๆ ยิ่งได้กินพร้อมๆ กับพี่โชค เขาก็ยิ่งเมามัน และแน่นอนว่าโรสชอบ ในขณะที่นายฝรั่งกระหยิ่มยิ้มที่ได้กินเมียเขา เดชกลับสุขและยิ้มกว้างยิ่งกว่า เพราะเขาได้กิน ‘คุณหนูแพทตี้’ คุณหนูช่างร่านร้อนไม่ต่างจากแม่ แน่นอนว่าเขาชวนพี่โชคมากินด้วย

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

โรแมนติก

5.0

#มาดามทรายกับชายเลี้ยงม้า เปิดประสบการณ์รักร้อนในฟาร์มม้ากันสักครั้ง หรือจะลองกลิ่นฟางแห้งบ่มแดดอุ่นๆ ในโรงนาก็ไม่เลวนะ +++++ เคิร์กรู้ว่าฉันชอบขี่ม้า เขาจึงสอนให้ฉันขี่ม้าจริงๆ หลังจากขี่เขาจนช่ำชองมาหลายครั้ง และฉันก็หัวไวสอนง่ายซะด้วย เพราะเมื่อฝึกหัดขี่ม้าจริงตอนเย็นเสร็จ พอตกกลางคืนฉันก็ซ้อมขี่กับม้าเทียมอย่างเคิร์กอยู่ทุกวัน ไม่ได้ว่างเว้น และก็มีบ้างเป็นบางวันที่ฉันทนไม่ไหวและเคิร์กก็อดไม่ได้ เมื่อฟางใหม่หอมกลิ่นแดดเร่งเร้าความกำหนัดของเราเหลือเกิน เคิร์กก็จะพาฉันไปซ้อมขี่กันที่คอกม้าในโรงนาซะหลายครั้ง และความตื่นเต้นก็ทำให้ฉันกับเคิร์กคึกคักกันมากเป็นพิเศษ ยามที่ฉันควบขี่เคิร์กอยู่ในโรงนา กลิ่นฟางแห้งที่รองรับร่างกายยิ่งใหญ่ของเขาอยู่นั้น เร้าใจจนฉันควบขี่เขาได้ไวกว่าที่เคยทำได้ บั้นเอวและช่วงบั้นท้ายทำหน้าที่โยกตัวไปข้างหน้าและโย้มาข้างหลัง ทว่าปากก็ร่ำร้องบอกถึงความเสียวซ่านที่ดุ้นบังเหียนกระทำกับร่องลึกลับของฉันอยู่ตลอดเวลา

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

Thacher
5.0

ในวันครบรอบแต่งงาน เหวินซือถูกเมียน้อยของสามีวางยาและไปมีอะไรกับคนแปลกหน้า เธอสูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่เมียน้อยคนนั้นกลับตั้งท้องลูกของสามี ภายใต้ความกดดันต่างๆ เหวินซื่อสูญรู้สึกสิ้นหวังและตัดสินใจหย่า แต่สามีของเธอกลับไม่แยแสโดยคิดว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อยู่ หลังจากการหย่ากัน เหวินซือกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและมีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่ตามจีบเธอ อดีตสามีไม่ยอมและขอคืนดีไปถึงที่ จากนั้นก็ว่า เธออยู่ในอ้อมแขนของคนใหญคนโตคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็พูดอย่างสงบว่า "ดูให้ดี นี่คือพี่สะใภ้ของนาย"

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

หวังฉีหลิน อายุ 25 ปีสาวเจ้าหน้าที่การเกษตรและพ่วงมาด้วยเจ้าของสวนสมุนไพรรายใหญ่ เสียชีวิตกระทันหันหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อนและเธอได้เก็บเอาก้อนหินสีรุ้งมาจากพระราชวังโปตาลามาได้เพียงสามเดือน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หากตายไปแล้วก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเองเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนกระทั่งมีอายุได้ 18ปี ถึงได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองตอนนี้เธอ ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพียงแต่เสียดายที่เธอยังไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเองเลย เฮ้อ ชีวิตคนเรานั้นมันแสนสั้น อายุ25 แฟนไม่เคยมี สามียังอยากได้ ไหนจะลูกๆที่ฝันอยากจะมีอีก คงต้องหยุดความหวังและความฝันเอาไว้เท่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด

ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด

ซีไซต์
5.0

หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ