นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

อัญญาณี

5.0
ความคิดเห็น
26K
ชม
72
บท

นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย

นิยายรักฉบับสาวคลับ S บทที่ 1 1

1

คลับเอส สถานบันเทิงชื่อดังย่านพัฒน์พงศ์ที่มีลูกค้าทั้งชายและหญิงมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะที่นี่เป็นสถานบันเทิงครบวงจร แบ่งแยกเป็นสัดส่วนแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ส่วนผับจะอยู่ชั้นแรกของอาคาร ชั้นที่สองจะเป็นเล้าน์ ชั้นนี้เหมาะสำหรับสาวเปลี่ยว ขี้เหงา แม่ม่ายทั้งหย่าขาดกับสามีและสามีเสียชีวิต หรือแม้แต่สามีไม่ขยันทำการบ้าน ชั้นนี้จะมีหนุ่มโฮสต์หน้าตาดี หุ่นล่ำบึกไว้ให้เหล่าสตรีขี้เหงาเลือกซื้อบริการ ชั้นที่สามจะเป็นอาบอบนวดสวรรค์ของหนุ่มกลัดมันทั้งหลาย ชั้นที่สี่ถึงหกห้องจะเป็นห้องพักไว้สำหรับบริการลูกค้า

ในแต่ละวันคลับเอสต้อนรับลูกค้าทั้งหญิงและชายนับร้อยคน แต่ละคนต่างฐานะและอาชีพ มีรวยมีจนคละเคล้ากันไป นักการเมือง นักธุรกิจแวะเวียนมาใช้บริการไม่ขาดสาย เศรษฐีนีก็มีมาก เม็ดเงินที่เข้ามาในสถานบันเทิงแห่งนี้คืนหนึ่งสูงถึงคืนละครึ่งล้านบาท คลับเอสจึงเป็นที่จับตามองจากคู่แข่งทางธุรกิจในละแวกเดียวกัน ที่มักเข้ามาสืบดูความเคลื่อนไหวเนืองๆ

รถเบนซ์สปอร์ตแล่นมาจอดหน้าประตูอาคารสูงหกชั้น ก่อนที่เจ้าของรถจะก้าวลงมาด้วยมาดนางพญา เด็กรับรถประจำคลับเอสรีบวิ่งไปยังสตรีนางนั้น อำนวยความสะดวกนำรถไปเก็บไว้ให้อย่างเช่นเคย ดุจดารา ม่ายวัยสี่สิบสามปีเดินนวยนาดเข้าไปในคลับเอส และไม่ทันที่เธอจะก้าวผ่านประตู นงเยาว์พนักงานต้อนรับของคลับได้เดินมาทักทายด้วยรอยยิ้มและนอบน้อม

“สวัสดีค่ะคุณดุจ คืนนี้เหมือนเดิมไหมคะ” นงเยาว์ถามอย่างรู้ใจ

“ใช่ เหมือนเดิม” เสียงติดผยองตอบกลับ

“เชิญทางนี้ค่ะ” นงเยาว์ผายมือให้ดุจดารา ก่อนจะพาเดินไปยังลิฟต์โดยสาร พาเธอไปส่งยังชั้นสองของร้าน “ดิฉันจะไปตามเด็กมาให้นะคะ”

“ไม่ต้อง ไปเรียกคุณต้อมมาหาฉันก็พอ”

ดุจดาราหมายถึงมนตรี ผู้จัดการแผนกโฮสต์ ที่ดูแลชั้นนี้ทั้งชั้น รวมถึงหนุ่มหล่อ กล้ามใหญ่ ลีลาเด็ดทั้งหลาย

“ได้ค่ะคุณดุจ นงจะไปทำตามที่คุณดุจต้องการค่ะ”

นงเยาว์ทำตามลูกค้ารายใหญ่ ไม่นานเกินรอคนที่ดุจดาราต้องการพบก็เดินมาหาที่โต๊ะ

“สวัสดีครับคุณดุจ” มนตรีพนมมือไหว้นอบน้อม “วันนี้คุณดุจจะรับแบบไหนครับ”

“ฉันขอชุดเดิม แบบสปอย” ดุจดาราตอบ มนตรีได้ยินแค่นี้ก็เข้าใจความหมาย

“วันนี้มีเด็กใหม่เข้ามาคนหนึ่งครับ หน้าตาดีมากๆ เลย ผมอยากแนะนำให้คุณดุจรู้จักครับ” มนตรีนำเสนอเด็กในสังกัดคนใหม่

“พามาสิ” เธอไม่ปฏิเสธ มนตรีโค้งศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะไปตามเด็กใหม่มาพบลูกค้าพิเศษของคลับ

“คุณดุจครับมาแล้วครับ” ดุจดาราเงยหน้ามอง ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีที่ไม่สวมเสื้อ สวมแต่กางเกงรัดติ้ว เห็นกายแกร่งขึ้นเป็นลำด้วยรอยยิ้มพอใจ ผู้ชายคนนี้มีความหล่อเหลามาก มากกว่าหนุ่มโฮสต์คนอื่นๆ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนทำให้เธอครั่นเนื้อครั่นตัว ร้อนผ่าวได้อย่างเหลือเชื่อ

“ชื่ออะไร” ดุจดาราถามชายร่างบึกบึน ยกไวน์ขึ้นจิบ ทว่าสายตาไม่ละจากใบหน้าของเขา

“ชื่อเอกครับ” เอกบุรีตอบ

“ไม่ทราบว่าคุณดุจจะรับโฮสต์เพิ่มสักคนไหมครับ” ผู้จัดการโฮสต์ถาม

“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ดุจดาราตอบขณะที่ลุกขึ้นยืน “ฉันจะขึ้นไปรอที่ห้องนะ”

“ได้ครับ ผมจะให้เด็กพาไปนะครับ”

มนตรีเดินนำดุจดาราที่ช้อนตามองเอกบุรีด้วยประกายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา ซึ่งเอกบุรีก็ได้ส่งสายตาหวานฉ่ำกลับ วินาทีนั้นดุจดาราแทบอยากจะกระชากร่างเอกบุรีมากอดจูบ แต่เธอต้องไว้ลาย เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า นางก็จะได้สมหวังในอารมณ์

ดุจดาราที่ล่วงหน้ามาห้องพิเศษของคลับ เธอได้ตระเตรียมความพร้อมสำหรับเกมกามาด้วยการอาบน้ำ พอก้าวออกมาจากห้องน้ำก็พบว่า หนุ่มโฮสต์ทั้งสามที่เธอเลือกไว้ ตอนนี้กำลังนอนร่างเปลือยเปล่ารอเธอบนเตียง ดุจดารามองความเป็นชายของเอกบุรีด้วยความพอใจ หน้าร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว เธอยิ้มก่อนจะปลดผ้าขนหนูออกจากกาย แล้วก้าวขึ้นเตียงไปนอนบนที่นอน ไร้ซึ่งความเหนียมอายสักนิดเดียว มีแต่อาการครั่นเนื้อครั่นตัว ปรารถนาให้ชายทั้งสามแตะต้องสัมผัสร่างของตน

“คุณพี่จะเอาแบบไหนครับ” ยศถาม

“แบบสปอย ให้เอกสอดใส่”

ดุจดาราตอบ แบบสปอยหมายถึง หนุ่มโฮสต์ที่ซื้อมาจะปรนเปรอความสุขให้เธอด้วยการโอ้โลมทุกสัดส่วนของร่างกาย แต่จะมีเพียงคนเดียวที่เธอเลือกให้ครอบครองเรือนร่าง โยกโยนบนร่างกาย แล้ววันนี้เธอก็เลือกเอกบุรี ชายหนุ่มถูกใจตั้งแต่แรกเห็น

“ได้ครับ” ยศทำตามที่ลูกค้าวีไอพีต้องการ เขาประกบปากจูบดุจดารา แลกรัดปลายลิ้นอย่างช่ำชอง ซึ่งเธอเองก็โต้ตอบจุมพิตอย่างถึงใจ ในขณะที่ไม้ก้มหน้าอ้าปากงับยอดถันสีกุหลาบ มือเขาประคองบีบอกอวบอีกข้างไปด้วย หมุนปลายถันเล่นไปในที เธอถึงกับร่างสั่น เกิดเสียงครางเบาๆ ในลำคอ

และดูเหมือนว่าเสียงครางจะดังมากขึ้น เมื่อเอกบุรีแนบหน้าลงบนช่อดอกพิกุลที่ยังคงความสวยงาม ไม่บอบช้ำทั้งที่ผ่านการดอมดมมานับครั้งไม่ถ้วน อาจเป็นเพราะดุจดาราดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดี ทำให้เรือนร่างของเธอยังคงสวยสด สรีระงดงามไม่ต่างกับหญิงสาววัยสามสิบปี

เอกบุรีจูบแผ่วเบาบนช่อดอกไม้งาม ยื่นลิ้นออกจากปากไล้เลียไปตามรูปทรงขึ้นและลง ก่อนจะแทรกลิ้นตรงร่องหลืบสาว ตวัดลิ้นไปมา นิ้วมือซ้ายสะกิดจุดกระสัน นิ้วมือขวาค่อยๆ สอดเข้าไปในรวงผึ้งที่เวลานี้มีน้ำผึ้งเอ่อไหล ทำให้สะดวกในการขับเคลื่อนนิ้ว

“อ๊าาาาา...อืม”

ดุจดาราเบี่ยงหน้า เพื่อให้ตนเองได้ปล่อยเสียงครางอันแสนซาบซ่านผ่านปากได้อย่างสะดวก เพราะเวลานี้ความกระสันอันเกิดจากการเล้าดลมของสามหนุ่มกำลังทำให้เธอขาดใจ แต่ละคนเก่งกาจ รู้จุดของสตรี รู้ว่าทำอย่างไรให้เธอมีความสุขกับการปรนเปรอ

ยศไล่ปากไปตามผิวแก้ม มาหยุดทักทายใบหูของเธอ ห่อลิ้นก่อนจะสอดเข้าไปในส่วนรับฟัง กระดกลิ้นไปมาจนเกิดเสียง แล้วเสียงนั้นก็ทำให้ดุจดาราขนลุก ดวงตาหลับพริ้ม ปากเผยอคราง ยศสร้างความปั่นป่วนทางอารมณ์ให้เธอตรงบริเวณหูชั่วครู่ เขาได้ไต่ปากต่ำลงไปยังลำคอ บ่า และหัวไหล่ ไล่ไปตามลำแขนโดยใช้ปลายลิ้นสะบัดฉวัดเฉวียนไปด้วย ขนแขนขนขาดุจดาราลุกซู่ ร่างกายตอบสนองความใคร่ที่ถูกถ่ายเทเข้าไปในร่างกาย ยศดูดนิ้วเรียวสวยของเธอทีละนิ้ว ดูดเข้าดูดออก ใช้ฟันขบเล็บเบาๆ

อึดใจต่อมาเขาก็เลื่อนใบหน้าไปยังสีข้าง เม้มเพียงนิดให้เธอรู้สึกซ่านเสียว แต่ไม่ทิ้งร่องรอย กัดแผ่วเบาช่วงเอว ไล่ปากไปตามสะโพกงามงอน จูบต่อไปเรื่อยๆ ตามแนวขาจนถึงปลายเท้า แล้วทำเช่นเดียวกันกับนิ้วมือเธอ เขาดูดนิ้วเท้าเธอทีละนิ้ว ปลายลิ้นเน้นสะบัดกลางร่องนิ้วเท้า เธอเสียวซ่านถึงขั้นชักปลายเท้าหนี ทว่ายศจับเท้าดุจดาราไว้มั่น ไม่ให้เธอชักเท้าหนีได้ง่ายๆ

“อ๊าาาา...ดีจัง...อืม”

ดุจดาราครางพอใจ ไม้ยังคงเชยชมดอกบัวเบ่งบาน กอบกุมด้วยมือ บีบเคล้นหนักบ้างเบาบ้างสลับกัน ครอบครองยอดถันทั้งสองข้างเต้าอย่างเท่าเทียม

เอกบุรีก็ทำงานแข็งขัน ละเลงลิ้นแพรวพราวอยู่ตรงปากถ้ำ ประโลมเลียน้ำสวาทที่ไหลเอ่อไม่ขาดสาย สอดลิ้นกระหวัดเข้าไปภายใน ปาดซ้ายปาดขวาไปตามผนังถ้ำฉ่ำหวาน นิ้วมือใหญ่สะกิดเร็วๆ บนทับทิมสวาท เรียกเสียงครางครวญดังต่อเนื่อง เนื้อตัวเธอร้อนแล้วร้อนอีก ประหนึ่งอุณหภูมิในร่างกำลังถึงขีดสุด จวนเจียนจะระเบิดเต็มแก่

“โอ้วววว...วิเศษจัง...อืม...อา”

วันนี้อารมณ์สวาทดุจดารากระเจิดกระเจิง มากกว่าทุกครั้งที่มีชายหนุ่มกลัดมันแตะต้องกาย มันทำให้เธออยากให้ชายทั้งสามมีความสุขร่วมกันกับตน แค่คิด แค่จินตนาการ อารมณ์เธอก็พุ่งทะยาน ปรารถนาจะลองทำตามความคิดสักครั้ง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อัญญาณี

ข้อมูลเพิ่มเติม
สวาทรัก อสูรร้าย

สวาทรัก อสูรร้าย

มหาเศรษฐี

5.0

"คนอย่างเธอความเจ็บปวดแค่นี้มันยังน้อยเกินไป เธอต้องเจ็บเหมือนกับที่มินามิเจ็บ และต้องเจ็บยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า ฉันจะทำให้เธอตายอย่างช้าๆ แต่ทุกข์ทรมานแสนสาหัส เธอจะไม่ได้ยินหรือสัมผัสกับความอ่อนโยนเมตตาจากฉัน สิ่งที่ฉันจะมอบให้เธอมีเพียงความเกลียดชังเท่านั้น จำใส่กะโหลกไว้" เรียวเหวี่ยงร่างงามไปที่เตียงนอนอย่างแรง มือหนาจับที่ข้อเท้าของเธอไว้แน่นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังกระเถิบตัวหนี "หนีสิ หนีเลย ถ้าเธอหนี คนที่ตายเป็นคนแรกคือแม่ของเธอ ฉันจะให้แม่เธอตายเหมือนหมูเหมือนหมาข้างถนน เหมือนกับที่เธอฆ่าแม่ของฉัน" ดวงตาเขาเปล่งแสงแรงกล้าของความอาฆาต เมื่อนึกถึงข้อนี้อยากจะฆ่าหญิงสาวตรงหน้าให้ตายตามมารดาและคนที่เขารัก แต่ความตายอาจจะไม่ทำให้เขาสะใจ นอกจากกระกระทำต่อไปนี้ที่สะใจเขามากที่สุด ทรรศิกาหยุดดิ้นรนขัดขืน เขาจึงปล่อยข้อเท้าของเธอให้เป็นอิสระ จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าเธอ ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่เมื่อนึกถึงมารดา ทำให้เธอก้มหน้ารับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องที่คุณน่าจะสน

ชิงรัก

ชิงรัก

มหาเศรษฐี

5.0

ความอิจฉาน้องสาวต่างมารดาคือจุดเริ่มต้นของแผนการ “ชิงไอศูรย์” มาเป็นของตน เธอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมง่ายๆ คือวางยานอนหลับเขา พอตื่นขึ้นมาก็จะติ๋งต่างว่า เขากับเธอมีอะไรกัน ทว่าแผนเกิดผิดพลาด ยาที่ผสมในไวน์กลับเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ผลที่ออกมาคือ ไอศูรย์มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอจริงๆ ในที่สุด ชเนตตีได้แต่งงานกับเขาตามตั้งใจ ทว่าผลที่ออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ “เนยใส่อะไรในแก้วไวน์ของพี่ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีวันอยู่ในสภาพแบบนี้” เขาถามอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เสียงที่ถามเข้มห้วน ใบหน้ายังคงเรียบตึง สายตาถมึงทึงใส่ร่างอวบที่ย่นคอหนีน้ำเสียงแผดกร้าว “ตอบพี่มา” “ใส่อะไร เนยไม่รู้เรื่อง…ฮือ…พี่เจย์ทำผิดแล้วอย่ามาโทษว่าเนยวางยาพี่นะ…ฮือ” เธอยังคงปากแข็งต่อไป หลบสายตาแข็งกร้าวพัลวัน

ลิขิตรักพญามาร

ลิขิตรักพญามาร

มหาเศรษฐี

5.0

“ว้าย!!..” เธอร้องได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ปากของหยาดน้ำค้างจะถูกมือใหญ่ของใครบางคนปิดเอาไว้ ลำแขนอีกข้างรัดร่างน้อยไว้แน่น ก่อนจะลากไปที่พุ่มไม้รกข้างทาง “อย่าดิ้น อย่าร้อง ไม่งั้นจะจับปล้ำมันตรงนี้แหละ” เสียงที่พูดชิดเรียวหูสะอาด ทำให้เธอรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร..เหมันต์ วิเศษเดโช เขาดันร่างเล็กให้แผ่นหลังแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ขนาดสี่คนโอบ ใช้ลำแขนกักร่างบางเอาไว้ “ปล่อยนะ” หญิงสาวพูดเสียงเบาทว่าหนักแน่น เธอไม่กล้าพูดเสียงดังมาก เพราะกลัวว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้ยิน “ไปกล่อมพ่อหรือกล่อมลูกมาล่ะ ถึงได้อ้อยอิ่งเป็นชั่วโมงแบบนี้” น้ำเสียงของเหมันต์เขียวเหมือนกับใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธ “มันเรื่องของฉัน..คุณไม่เกี่ยว..เราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว คุณก็ได้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้วนี่ จะมาเอาอะไรกับฉันอีก ปล่อยนะ ฉันจะกลับที่พัก” หยาดน้ำค้างพยายามดิ้นรนหนีพันธนาการที่รัดร่างอยู่ แต่ทว่าลำแขนของเขานั้นหาได้คลายออกไม่ ยิ่งรัดแน่นมากกว่าเก่า เมื่อได้ยินวลีของเธอ “ทำไมผมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อน้ำค้างเป็นเมียของผม..เป็นเมีย หรือว่าจำไม่ได้ว่าเราสองคนมีความสุขกันมากแค่ไหน” เขาเท้าความหนหลังให้เธอได้ฟัง ฝ่ายหญิงนิ่งเงียบกับคำพูดของเขา เธอไม่เถียงว่ามีความสุขมากแค่ไหนเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับเรือนกายที่แสนแข็งแรงและอบอุ่น หากแต่ความทุกข์และความเสียใจที่เธอได้รับนั้นมันก็มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือว่าความทุกข์ เธอก็ไม่มีวันลืมเช่นกัน และไม่มีทางจะกลับไปจมกับความทุกข์อีกแล้ว “ฉันไม่ใช่เมียคุณ..ถ้าคุณคิดว่าการที่เรามีอะไรกันแล้วฉันจะเป็นเมียคุณ พี่ว่านก็ต้องเป็นสามีของฉันเหมือนกัน” หยาดน้ำค้างคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีที่เขาไม่มีทางมายุ่งเกี่ยวกับเธออีก อ้อมแขนที่รัดร่างนิ่มคลายออกโดยอัตโนมัติ หัวใจของคนที่ฟังเต้นเร็ว ดวงตาคมเข้มสีดำเรืองแสงในความมืดที่โรยตัวไปทั่วบริเวณ บ่งบอกอะไรหลายอย่างในแววตา เสียใจ ไม่คาดฝัน ไม่แน่ใจ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

มหาเศรษฐี

5.0

จะกี่หมัดก็ไม่หวั่น กี่ยกก็ไม่กลัว เธอจะ Knock Out ด้วยหัวใจติดปลายนวม ภัทรียายินดีสานต่อค่ายมวยและรับผิดชอบหนี้สินรุงรังต่อจากพ่อซึ่งเสียชีวิต แต่ ณ วันนี้หนี้สินสามปีที่ผัดผ่อนมาตลอดทำให้เธอมืดแปดด้าน ไม่ว่าความหวังแสนริบหรี่แค่ไหน เธอก็คว้าไว้อย่างไม่รอช้า ไม่เว้นแม้แต่การเป็นภรรยาหลอกๆ ต่อให้ต้องโดนแม่สามีดูถูกทุกขณะ น้องสาวสามีจ้องเหยียดชาติกำเนิดทุกครั้งที่เจอหน้า ภัทรียาก็ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เพราะเธอคือ... ‘มะปราง ลูกจ่าดาบ ศิษย์จอมทอง’ นักมวยสาวหุ่นกระชากใจหนุ่มๆ หากไม่เพราะกำลังจะถูกแม่จับคลุมถุงชน ธัชธรรมจึงต้องเลือกใช้วิธีสิ้นคิด จ้างนักมวยสาวหมัดหนักที่กำลังร้อนเงินมาเป็นภรรยากำมะลอ จดทะเบียนจริง อยู่ด้วยกันจริง...และทำท่าว่าจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน รออีกอย่างเดียวเท่านั้น... รอให้สะใภ้กำมะลอยอมเป็นภรรยาตัวจริงของเศรษฐีหนุ่มหล่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

7Leaders จ้างฟรีแลนซ์ให้ได้รัก เล่มที่ 1 ของซีรี่ย์

7Leaders จ้างฟรีแลนซ์ให้ได้รัก เล่มที่ 1 ของซีรี่ย์

ทะเลน้ำหมึก

ชีวิตการเป็นหมอศัลยกรรมทรวงอกทำให้ผมจริงจังกับการทำงานมาก รวมถึงยังมีงานร้านอาหารและไนท์คลับที่ทำร่วมกับพวกพี่น้องจากบ้านโอบกอดทั้งหกคน ชีวิตผมสะดวกสบายดี วันๆ ทำแต่งาน ไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นเท่าไหร่ ส่วนเรื่องผู้หญิงบอกเลยว่ายอมแพ้!! หาใครซักคนมาเป็นแฟนยากจริงๆ!! เหตุผลน่ะหรอ? เพราะผมบ้างานไงล่ะ!! ผู้หญิงรับไม่ได้ก็ทิ้งผมไป ตัวผมเองก็ไม่คิดจะสนใจหรือตามใครด้วยเหมือนกัน อยู่คนเดียวก็ชิวดี แต่แปลกที่ผมดันสนใจ 'แอร์' ผู้ช่วยพยาบาลคนใหม่ที่ผู้ชายทั้งแผนกพากันคลั่งไคล้ แถมยังบังเอิญเป็นแม่บ้านฟรีแลนซ์ที่ผมจ้างมาทำความสะอาด ด้านมืดของผมทำงานทันที ในหัวผมคิดแค่ว่าไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ แน่!! ถึงกับเสนอเงินเพื่อให้แอร์มาทำความสะอาดที่ห้องผมคนเดียว แต่ไม่ได้บอกนะว่าทำแค่ความสะอาด หึหึ .......... ผมก้มจูบริมฝีปากนุ่มแผ่วเบา ค่อยๆ เคลื่อนไหวขยับร่างกายช้าๆ แอร์กำผ้าห่มไว้แน่น ผมจับมือแอร์ให้กุมมือประสานกัน แอร์ครางเสียงในลำคอเบาๆ ผมดูดลิ้นนุ่มอย่างเพลิดเพลิน รู้สึกถึงการคลายตัวตรงจุดอ่อนบ้างแล้วเล็กน้อย เริ่มเพิ่มจังหวะเลื่อนจูบลงมาที่ซอกคอเนียนเนินอกอวบและจูบทั่วบริเวณด้านบน “เรียกชื่อฉันให้ฟังหน่อย” ผมกระซิบข้างหูแอร์ ดูดต้นคอเบาๆ ไม่ถึงกับทำให้เป็นรอยแดง แอร์ครางดังขึ้นเมื่อผมดูดต้นคอ ทำให้ผมยิ่งรู้สึกพอใจมาก “ “เสียงเล็กใสครางตามการเคลื่อนไหวของผม แต่ไม่ยอมเรียกชื่อผมตามที่ขอ ผมรู้สึกขัดใจนิดๆ ไม่รู้ทำไมถึงอยากฟังจากแอร์ขนาดนี้นะ ......... แอร์ยอมจำนนต่อผมเพื่อเหตุผลบางอย่างที่จำเป็นต้องทำ!! ส่วนผมได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการแล้ว แต่มันไม่พอ!! ผมมารู้ใจตัวเองทีหลังว่าไม่ได้ต้องการแบบนี้ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่มากกว่านี้และไม่มีที่สิ้นสุด!! ความโลภเข้าครอบงำ ผมเลยคิดหาวิธีทำให้แอร์ยอมตกลงเป็นแฟนกับผมให้ได้!! และเรื่องนี้แหละที่ยาก!!! เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแปลกปนไปด้วยความรู้สึกหวั่นไหวของธีระกับแอร์ ทั้งสองคนจะจัดการหัวใจตัวเองได้อย่างไร ติดตามอ่านนวนิยายเรื่อง '7 Leaders จ้างฟรีแลนซ์ให้ได้รัก'

กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)

กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)

เพลงมีนา

"กับดักรัก สุภาพบุรุษมาเฟีย" เป็นนิยายในเล่มสุดท้ายของชุด "มาเฟียที่รัก" ซึ่งออกมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 เล่มคือ "บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย" และ "เล่ห์วิวาห์ เจ้าชายมาเฟีย" “ณัชชา” เขาเรียกเธอเสียงแหบพร่า มือใหญ่สะกิดตะขอชุดชั้นในลูกไม้แสนหวานแล้วเลื่อนลูบไล้ยอดอกที่เป็นอิสระอย่างเบามือแต่แสนเย้ายวนจนร่างเล็กไม่อาจนั่งนิ่งบนตักของเขาได้ “ได้โปรดเถอะ” ชายหนุ่มจูบเธออีกครั้งพร้อมส่งลิ้นร้อนๆ ปรนเปรอเธอจนร่างกายเธออ่อนระทวย เมื่อร่างกายของเธอไม่ปฏิเสธสัมผัสของเขา ใบหน้าหวานแดงกล่ำด้วยความเขินอายและอารมณ์รัญจวนที่เขามอบให้ เธออยู่บนตักเขาและรู้สึกได้ถึงความปรารถนาของเขา “คุณสวยเหลือเกิน สวยเกินกว่าที่ผมคิดไว้มาก” “อันโตนิโอ...” เธอละล่ำละลักเรียกชื่อเขาเหมือนคนสำลักน้ำ “ทำใจให้สบายที่รักของผม” ทุกสิ่งที่เขาทำมันสร้างความรัญจวนให้เธออย่างแสนสาหัส ร่างกายเรียกร้องเขาอย่างที่ธรรมชาติสร้างให้เป็น แต่เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนแม้กระทั่งกับคนรักที่คบกันมาสองปี สิ่งที่รักและหวงแหนไว้ในคืนวันแต่งงานตอนนี้ได้มอบให้เขาอย่างเต็มใจ หากพรุ่งนี้เธอต้องจากเขาไปก็ไม่มีอะไรให้เธอรู้สึกผิดหรือเสียดายอีกแล้ว ร่างกายเธอเหมือนถูกแผดเผาด้วยความร้อนแรงของเขาและเฝ้ารอการเติมเต็มด้วยหัวใจ “ที่รักของผม” อันโตนิโอ ซิวีลิอาโน่ เคยคิดว่าหัวใจเขาคงเป็นก้อนหินไม่รับรู้หรือรู้สึกใดๆ อีก แต่เมื่อได้มาพบเธอ ‘ณัชชา’ เธอละลายกัดกร่อนหัวใจหินผาของเขาได้ ณ นาทีนี้เขารู้ชัดแล้วว่าไม่อาจปล่อยเธอไปจากเขาได้อีกไม่ว่าเขาจะมีคนรักหรือไม่ เขาก็จะยอมทำทุกวิถีทางที่จะรั้งเธอไว้ แม้จะเป็นวิธีที่เห็นแก่ตัวที่สุดก็ตามที

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

ยากที่จะเอาใจ

ยากที่จะเอาใจ

Charlotte

มีข่าวลือว่า ลูกเลี้ยงของตระกูลเสิ่นทำทุกอย่างเพื่อเข้าวงการแต่งงานกับตระกูลหลิน หลังจากถูกหลินอี้ฟานทิ้ง เธอก็เล็งไปที่หลินเหยียนเซิง แต่ไม่มีใครรู้ว่า ก่อนแต่งงาน เบ่ยหลินถูกหลินเหยียนเซิงวางแผนอย่างไร้ปรานี เมื่อเป็นคุณนายหลินในขณะตั้งครรภ์ เบ่ยหลินเพียงหวังว่าจะได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย แม้วันแต่งงานวันแรกหลังจากนั้น จะมีข่าวลือกับรักเก่าของเขาเป็นที่พูดถึงกันทั่วเมือง เธอก็ยังคงเฉยเมย และยังส่งข้อความไปเตือนให้เขาระวังเรื่องปิดม่านครั้งหน้า แต่คืนนั้น เบ่ยหลินก็ถูกเขาดักไว้ที่มุมกำแพง “ภรรยาที่รัก ผมผิดไปแล้ว...” หลังแต่งงาน หลินเหยียนเซิงถึงได้รู้ว่า ที่แท้เมียของเขานั้นยากที่จะเอาอกเอาใจขนาดไหน

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
นิยายรักฉบับสาวคลับ S นิยายรักฉบับสาวคลับ S อัญญาณี มหาเศรษฐี
“นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย”
1

บทที่ 1 1

03/06/2022

2

บทที่ 2 2

03/06/2022

3

บทที่ 3 3

03/06/2022

4

บทที่ 4 4

03/06/2022

5

บทที่ 5 5

03/06/2022

6

บทที่ 6 6

03/06/2022

7

บทที่ 7 7

03/06/2022

8

บทที่ 8 8

03/06/2022

9

บทที่ 9 9

03/06/2022

10

บทที่ 10 10

03/06/2022

11

บทที่ 11 11

03/06/2022

12

บทที่ 12 12

03/06/2022

13

บทที่ 13 13

03/06/2022

14

บทที่ 14 14

03/06/2022

15

บทที่ 15 15

03/06/2022

16

บทที่ 16 16

03/06/2022

17

บทที่ 17 17

03/06/2022

18

บทที่ 18 18

03/06/2022

19

บทที่ 19 19

03/06/2022

20

บทที่ 20 20

03/06/2022

21

บทที่ 21 21

03/06/2022

22

บทที่ 22 22

03/06/2022

23

บทที่ 23 23

03/06/2022

24

บทที่ 24 24

03/06/2022

25

บทที่ 25 25

03/06/2022

26

บทที่ 26 26

03/06/2022

27

บทที่ 27 27

03/06/2022

28

บทที่ 28 28

03/06/2022

29

บทที่ 29 29

03/06/2022

30

บทที่ 30 30

03/06/2022

31

บทที่ 31 31

03/06/2022

32

บทที่ 32 32

03/06/2022

33

บทที่ 33 33

03/06/2022

34

บทที่ 34 34

03/06/2022

35

บทที่ 35 35

03/06/2022

36

บทที่ 36 36

03/06/2022

37

บทที่ 37 37

03/06/2022

38

บทที่ 38 38

03/06/2022

39

บทที่ 39 39

03/06/2022

40

บทที่ 40 40

03/06/2022