icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวมหาเศรษฐี

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd

คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd

STOCKHOLM SYNDROME คืออาการที่พวกเธอมีความรู้สึกที่ดีและเกิดความผูกพันกับคนที่เรียกว่าซาตานหลังจากที่ได้อยู่ด้วยกัน แม้ไม่เต็มใจในตอนแรก แต่เขาทำให้เธอค้นพบความต้องการแท้จริงที่ซ่อนอยู่ ซาตานพี่ใหญ่ เควิ้น ชอว์น [เคน] 27 ปี อาชีพค้าของเถื่อน ผู้ทรงอิทธิพล รุ่นที่สามของตระกูล ไม่เน้นพูด แต่เน้นคิด เน้นปฎิบัติ ไม่เน้นใช้ความรู้สึก... “อุตส่าห์พยายาม แต่ห่วยมาก เป็นได้แค่ผู้หญิงข้างทาง ไม่เทียบชั้นนางบำเรอเลยสักนิด...” หลิวหลิว วัย 19 ปี หัวขโมยที่ถูกจับส่งเข้าโรงเรียนประจำ !!!!! โอ้พระเจ้า ทำไมเขาถึง ถึง ถึง ดูดีเหลือเกิน หลิวหลิว มองตาค้างนิ่ง หัวใจวัยสาวเต้นแรง เธอตกหลุมรักเจ้าพ่อมาเฟียคนนั้นเพียงแค่เห็นหน้าครั้งแรก และเธอกำลังจะถูกเขาฆ่าทิ้งในอีกไม่นานนี้ ซาตานพี่รอง เคลย์ตัน ชอว์น [คิ้วท์] 25 ปี เจ้าของธุรกิจโรงแรมระดับห้าดาวและเจ็ดดาวหลายแห่ง นิสัยขี้เล่น ชอบหว่านเสน่ห์ แต่ซ่อนเร้นบุคลิครสนิยมทางเพศ “ถ้าสัมภเวสีหล่อขนาดนี้ สาวๆคงอยากตกนรกกันเยอะเลย คุณว่ามั้ยที่รัก” เมษา วัย 20 ปี เธอสวย เธอรวย เธอหยิ่ง มันผิดด้วยเหรอ ที่เธอไม่ต้องการมีผู้ชายคนสำคัญในชีวิต เพียงเพราะไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะเหมาะสมกับเธอเลย “เอามันกลับไป และฝากข้อความถึงเจ้าของดอกไม้ด้วยว่า...ไปขอส่วนบุญที่อื่น ” ซาตานน้องเล็ก มดแดง วัย 19 ปี ความรักต้องหอมหวาน ละมุนละไม ไม่ใช่เหรอ “คุณเค กลับไปเป็นคุณเคคนเดิมได้มั้ยคะ?” เค-วอลลิส ชอว์น [เค] 24 ปี นักแสดงชั้นนำควบตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์ที่อายุน้อยที่สุดในวงการ ‘รัก’ คือคำประกาศิตที่ตอกและจองจำเธอไว้กับเขาไปจวบจนลมหายใจสุดท้าย “มดแดง ฉันขอเตือนให้เธอรู้ไว้และจำให้ได้ ว่าฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร”
เจ้าบ่าวมัจจุราช

เจ้าบ่าวมัจจุราช

ด้วยพันธะสัญญาของบรรพบุรุษ ทำให้เขาต้องถูกเธอชี้นิ้วเลือกมาจากบรรดาพี่น้องทั้ง 5 คนและยัดเยียดหน้าที่สามีให้ ด้วยความรักที่มอบให้เขาตั้งแต่แรกเห็น ทำให้เธอยอมทำตามความต้องการของบรรพบุรุษด้วยความเต็มใจ เมื่อคนหนึ่งแสนจะเต็มใจ แต่อีกคนหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นรกบนดินจึงอุบัติขึ้น...! ดีเลียน ซาโกร่า กาซิยาส ทายาทลำดับที่ 1 ของซาโกร่า กาซิยาส ตระกูลชั้นสูงแห่งประเทศโมร็อกโก เขาหล่อลากดิน แต่ก็ร้ายกาจจนมัจจุราชในขุมนรกยังต้องยอมสยบ มินรญา แซคารี สาวน้อยแสนสวยที่หลงรักดีเลียนจนหมดหัวใจ รักทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกกว่าผู้ชายอย่าง ดีเลียน ซาโกร่า กาซิยาส ไม่มีทางเป็นเจ้าบ่าวแสนดีไปได้ นอกเสียจากเจ้าบ่าวมัจจุราชเพียงเท่านั้น “ร่านนักใช่ไหม...” มือหนากระชากเสื้อสูทออกจากตัวและเหวี่ยงทิ้งข้างหน้า จากนั้นก็เดินย่ำเสื้อสูทเนื้อดีมาหยุดตรงหน้าของหล่อนด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ กรามแกร่งของเขาขบกันแน่นจนสันปูดเบ่งแทบแตกละเอียด “ถ้าร่านนัก ฉันจะได้ดับความร่านของเธอให้” “พี่ดีเลียน... พี่หมายถึงอะไร...คะ...” คราวนี้เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมที่ถูกมือหนาสีแทนกระชากออกจากตัวไป ไม่นานแผงอกกว้างสีเดียวกับท่อนแขนที่รกเรื้อยไปด้วยเส้นขนสีเข้มก็ปรากฏแก่สายตา คนมองอ้าปากค้าง เนื้อตัวแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว “ฉันก็จะมอบความเป็นผัวให้กับเธอยังไงล่ะ จะได้เลิกไปลากผู้ชายคนอื่นมากินในบ้านสักที” “ไม่นะพี่ดีเลียน อย่าทำแบบนี้กับญะญ๋านะ” คนตัวโตหัวเราะร่วน นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มลุกโชนไปด้วยกองไฟ “ฉันทนมานานแล้ว ทนให้เธอเริงรักกับผู้ชายคนอื่น แต่ต่อจากนี้ไป เธอจะต้องเป็นของฉันคนเดียว เป็นของฉันคนเดียวจนกว่าฉันจะเขี่ยเธอออกไปจากชีวิต มินรญา...”
สามีที่ร้าย(รัก) [Blue Valentine's]

สามีที่ร้าย(รัก) [Blue Valentine's]

เมื่อความรักถูกหักหลัง วิวาห์หวาน กลายเป็นวิวาห์เพลิง ----------------------------- ดรณ์ เดชาโชติช่วง เขายอมถอดเขี้ยวเล็บเพียง เพราะรักและเลือกเจ้าสาวที่คิดว่าใช่ แต่กลับกลายเป็นคนโง่สายสายตาเธอ เมื่อรักจนล้นใจ ที่ได้กลับมาคือคำหลอกลวง เขาก็จำต้องร้าย เพื่อชดเชยกับความรักที่ให้ไป ยิ่งรักมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งร้ายคืนไปหลายร้อยเท่า เคยทุ่มเทให้มากเท่าไหร่ เขาก็จะเรียกคืนหลายร้อยเท่า * * * * * อาภาภัทร ดิษยากรกุล ชไนเดอร์ หญิงสาวผู้ตั้งสเปคสามีไว้สูงส่ง หนึ่งในหลายข้อนั้นคือ เขาต้องดูดีและมีเงิน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาผู้ชายสมบูรณ์แบบได้ แต่สุดท้ายเธอก็หาเขาจนเจอ แล้วเธอก็รักเขาหมดหัวใจ และมอบชีวิตไว้ในอุ้งมือเขา หลังงานวิวาห์ผ่านพ้นไป เขากลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และเมื่อหลังชนฝา เธอก็หมดปัญญาจะแก้ไข จำต้องก้มหน้ารับสภาพของวิวาห์เดือด * * * * *
วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นหักหน้าด้วยการประกาศแต่งงานกับชายคนอื่น ด้วยความคั่งแค้นที่ถูกหยามหน้า ทำให้เขาว่าจ้างเด็กสาววัยกำดัดที่ตนเองอุปการะเอาไว้มาแต่งงานด้วย เพื่อเอาคืนคนเคยรักให้กระอักเลือด เพราะบุญคุณล้นหัว ทำให้เฌอปรางต้องยอมลงชื่อในสัญญาจ้างแต่งงาน แทนที่ผู้หญิงคนนั้นที่เขารักมาก "เธออ่านสัญญาละเอียดหรือยัง" "หนูอ่านละเอียดแล้วค่ะ" "ถ้าอ่านละเอียดแล้ว เธอคงรู้ข้อห้ามทั้งสามข้อที่เธอต้องทำให้ได้แล้วใช่ไหม" "ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ" "งั้นลองบอกฉันมาสิ ว่าข้อห้ามมีอะไรบ้าง" หล่อนช้อนตาขึ้นมองผู้มีพระคุณด้วยสายตาที่ซ่อนความเศร้าเอาไว้แทบไม่มิด "ข้อแรก หนูไม่มีสิทธิ์ในตัวของคุณค่ะ" "ถูกต้อง" เขายิ้มอย่างพอใจ "แล้วข้อสองล่ะ" หล่อนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "ห้ามรักคุณค่ะ" เขายิ้มอย่างพอใจอีกแล้ว "แล้วข้อสามล่ะ" "ห้าม... เอ่อ... ห้ามปล่อยให้ท้องค่ะ เพราะถ้าท้อง คุณจะไม่รับผิดชอบ" "ถูกต้อง และฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากฝืนยิ้มออกไป "แล้วถ้าครบสัญญาหกเดือนแล้ว เอ่อ... หนูต้องไปจากที่นี่ไหมคะ" "ฉันคิดว่ามันจะดีสำหรับเรา หากไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก หรือเธอคิดว่าไง" ท่าทางของเขาเย็นชา ไร้หัวใจ ทำราวกับกำลังเจรจาธุรกิจไม่มีผิด "เอ่อ หนูแล้วแต่คุณค่ะ" เธอทำได้แค่ฝืนยิ้ม ซ่อนน้ำตา ให้กับผู้ชายที่ตรเองทั้งรักทั้งบูชาเท่านั้น แต่ใครจะรู้เล่าว่า เมื่อสัญญาจบสิ้นลง เธอได้เดินจากไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
รอยทรายพิศวาส

รอยทรายพิศวาส

เพราะผิดหวังในความรัก ทำให้ติลิชาตัดสินใจหลบไปพักใจในดินแดนทะเลทรายตามคำเชิญของผู้เป็นลุง โดยไม่รู้เลยว่าโชคชะตาจะนำพาให้เธอ เกี่ยวพันกับเพชรล้ำค่าของราชวงศ์มุกเคอร์จี ชีค ชารีฟ ชาฮ์ มุกเคอร์จี ไม่คิดว่าตนเองจะระงับความปรารถนาต่อหญิงสาวคนนั้นไม่ไหว จึงฉกฉวยเธอมาพร้อมเครื่องเพชร “น้ำตาจันทรา” “ทำไม? รังเกียนจข้านักรึ” ชีคชารีฟกระซิบถามชิดมุมปากของหญิงสาว “ใช่! ฉันเกลียดคุณ! ฉันเกลียด...อุ๊บ!!” ยังไม่ทันได้พูดให้จบประโยคเธอถูกปิดปากอีกครั้ง เขาบดขยี้เธออย่างรุนแรงไร้ความเมตตา ความร้อนแรงที่เขามอบให้แทบทำให้เธอไร้แรงทรงตัว พยายามดิ้นรนหาอิสรภาพ ทั้งที่อยากจะเห็นเธอทุกข์ทรมานและหวาดกลัว แต่เขากลับรู้สึกย่ำแย่เสียเอง
วิวาห์นอกหัวใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

วิวาห์นอกหัวใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

ชาร์ลี เฮนเดอร์สัน เลือกแต่งงานกับช้องนาง เพื่อซ่อนข่าวฉาวโฉ่ระหว่างตนเองกับน้องสาวบุญธรรม ในขณะที่เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น และยินดีแต่งงานกับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมอย่างเขา จนกระทั่งหล่อนบังเอิญพบเห็นฉากรักระหว่างเขากับน้องสาวบุญธรรมของเขาเข้า ทำให้เลือกที่จะหลีกหนี "ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ฉันสาบานว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องของคุณกับคุณไลลาเด็ดขาด ความลับนี้มันจะตายไปพร้อมกับฉันค่ะ" "เสียใจด้วย ฉันคงปล่อยเธอไปไม่ได้ เธอต้องเป๋นเจ้าสาวของฉัน" "ตะ แต่ก็เห็นได้ชัดๆ ว่าคุณรักอยู่กับคุณไลลา และไม่มีทางรักฉัน" หล่อนจ้องหน้าเขา และพูดแผ่วเบาแต่หนักแน่น "ฉันไม่พร้อมเป็นหุ่นเชิดของคุณค่ะ" "เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีก นอก แต่งงานกับฉัน และทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของฉัน" "ฉันทำไม่ได้หรอก คุณไปหาคนอื่นเถอะ ฉันเชื่อว่ามีผู้หญิงอีกมากมายที่อยากแต่งงานกับผู้ชายร่ำรวยเช่นคุณ" เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ความสูงที่มีกว่ามาก ทำให้หล่อนต้องแหงนขึ้นมองจนปวดต้นคอ "เธอพูดถูก ยังมีผู้หญิงอีกมากที่อยากเป็นเมีนฉัน แต่เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เห็นฉันจูบกับไลลาในห้องสมุด" "ก็ฉันบอกแล้วว่าจะไม่พูดความลับของคุณไง เชื่อฉันเถอะ" ศีรษะทุยส่ายไปมา "ผู้หญิงมักจะแกล้งทำเป็นลืมสัจจะ เวลาที่หิวเงินเสมอ" "ฉันไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกค่ะ" "ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น" เขามองหล่อนสายตาเย็นชา "กลับห้องพักไปซะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะประกาศต่อหน้านักข่าวทุกสำนัก ว่าฉันเลือกเธอเป็นเมีย" "แล้วถ้าฉันไม่ยอมตกลงละคะ" "ครอบครัวของเธอก็จะเดือดร้อน ไม่เชื่อก็ลองดู"
โซ่เสน่หาชีคทมิฬ

โซ่เสน่หาชีคทมิฬ

“ปากเธอทั้งหวานทั้งหอมเลย” ฟาฎิลปล่อยปากสาวให้เป็นอิสระเพื่อให้อนัญญาได้หายใจ ทั้งที่ไม่อยากทำสักเท่าไหร่ “คอยดูนะ ถ้าฉันขึ้นไปจากสระได้เมื่อไหร่ ฉันจะชกหน้าคุณ จะชกเป็นร้อยทีเลย” อนัญญาอยากทำตามปากว่าตอนนี้เลย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะหล่อนอยู่ในน้ำ กลัวจมน้ำก็กลัว อยากอัดหมัดใส่หน้าฟาฎิลก็อยากทำ และที่สำคัญหญิงสาวเขินอายที่ถูกชีคหนุ่มขโมยจูบแรกไปแบบไม่ทันตั้งตัว พวงแก้มขึ้นเลือดฝาดส่งผลให้ใบหน้าหล่อนชวนมองมากขึ้น “จูบหนึ่งครั้งถูกชกหนึ่งทีก็คุ้มนะ งั้นฉันต้องจูบเธอบ่อยๆ ซะแล้ว” ฟาฎิลพูดไปยิ้มไป “จะบ้าเหรอ ฉันไม่ให้คุณจูบหรอก ถ้าคุณจูบฉันอีกล่ะก็ฉันจะชกหน้าคุณให้ดั้งหักเลยคอยดู” หล่อนขู่ “แล้วก็จะกัดลิ้นคุณให้ขาดด้วย” “เธอไม่มีวันได้กัดลิ้นฉันหรอก” อนัญญาใจชื้นเพราะคิดว่าเขากลัวคำขู่ตน ทว่าคำพูดประโยคต่อมา ทำให้หล่อนถึงกับตกใจ “เพราะครั้งหน้าฉันจะจูบเธอแบบไม่สอดลิ้น”
ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

ปลัมน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ถูกแม่สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ที่จะกัน พลอยหยก ออกไปจากชีวิตน้องชายของเขา แต่หารู้ไม่ว่า พอถึงคราวของตัวเอง เขากลับกันเธอออกจากชีวิตตัวเองไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีเธอ ----------------------- “ปวดแผลจัง สงสัยต้องนอนพัก คุณล่ะทำอะไรตั้งหลายอย่างผมว่านอนพักก่อนดีกว่ามั้ย” เขาเอ่ยเมื่อพลอยหยกกลับจากเอาทุกอย่างไปล้างในทะเลเรียบร้อยแล้ว “ฉันยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่คุณนอนก็ดี เดินไกลกว่าทุกวันแล้วค่ะ” พลอยหยกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเดินมาคอยประคองให้เขานอนลงได้อย่างสะดวก โดยมีเสื้อชูชีพสองตัววางซ้อนกันเป็นหมอนให้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วเมื่อจ้องมองใบหน้าของเขาที่หล่อเหลากว่าทุกวัน ยิ่งเขาจ้องมองมาหาด้วยแล้วก็ยิ่งเกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก “คุณนอนพักก่อนดีกว่านะแกว จะได้มีแรงไว้สู้กับการสอยมะพร้าวไง” มือข้างขวาของเขารั้งเอวเธอเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แถมยังออกแรงกดบังคับให้เธอโน้มกายลงไปหาพื้นข้างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเจ็บแผลอยู่บ้างแขนข้างขวาของเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมาพอที่จะหยัดตัวให้นอนตะแคงไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าที่เขาเดาว่าคงจะแดงเพราะความอายที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นแน่ และเขาก็ช่วยให้ห้วงเวลาที่เธอคงจะอึดอัดนั้นสั้นลงด้วยการก้มลงไปหาริมฝีปากนุ่มช้าๆ มอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้เจ้าของริมฝีปากที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ อีกทั้งยังโอบกอดตัวเขาไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ใบหน้าสวยก็แหงนเงยขึ้นเพื่อให้เขาได้ดอมดมปลายคาง ลำคองามระหงอย่างสะดวก ก่อนจะกลับขึ้นไปดูดดื่มริมฝีปากอีกวาระ แขนข้างซ้ายที่เคยเจ็บบัดนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว และใช้มันยกสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด แถมมันยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถลกบราเซียออกจากสองบัวงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่ใคร่ถนัดนักเขาเลยเลื่อนมือขวาลงมาช่วยด้วยการถลกเสื้อยืดขึ้น โดยเจ้าของเสื้อคอยให้ความร่วมมือพยุงกายขึ้นจากพื้น แล้วแอ่นอกให้กับอุ้งปากอุ่นของเขาได้ลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน แม้ใจจะบอกตัวเองว่าต้องห้ามเขา แต่พลอยหยกก็ไม่อาจจะทำได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้เป็นสุขใจจนลืมทุกอย่างเพียงเพราะมีเขาอยู่แนบชิดขณะนี้ จนไม่อาจจะผลักไสเขาไปไหนได้นอกจากยินยอมพร้อมใจให้เขาได้เชยชมเพื่อชดเชยความสุขสมที่พึงมีด้วยกันนับตั้งแต่วันได้นอนแนบชิดกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปลัมน์ก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไม่มีแม้แต่ถุงยางอนามัยติดตัว และไม่แคร์ด้วยว่าเธอคืออดีตคนรักของหลานชาย ด้วยหัวใจไม่อาจจะหักห้ามความต้องการทั้งทางกายและทางใจได้อีกต่อไปแล้ว ผ่านมาหลายค่ำคืนที่เขามีสติล้วนแล้วแต่เป็นการกล้ำกลืนฝืนทนสุดๆ สำหรับเขาแล้ว แผงอกเปลือยทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันเนิ่นนานกว่าปลัมน์จะค่อยๆ เลื่อนมือขวาลงไปหาหน้าท้องแบนราบจนพานพบตะขอกางเกงยีนส์ เขาใช้เวลาปลดไม่นานพอๆ กับการรูปซิปออก แล้วส่งนิ้วเรียวเข้าไปลูบไล้ผิวกายนุ่มนวลนอกแพนตี้สีหวานที่ชวนให้หลงใหลจนเขาปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิงไปเลยขั้นที่เกินจะควบคุมได้อีกต่อไป ไม่แตกต่างจากพลอยหยกนักที่เป็นสุขใจเกินคณากับการมีเขามาแนบชิดอยู่อย่างนี้ สองฝ่ามือนุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างบึกบึนของเขาอย่างลืมตัว ริมฝีปากนุ่มก็จูบตอบเขาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ก็ตามที แต่การถูกเขามอบจุมพิตให้บ่อยครั้งก็คือเป็นความคุ้นเคยกับเขาในระดับหนึ่งแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับอุ้งปากอุ่นของเขาที่กำลังครอบครองปลายยอดชูช่อประหนึ่งรอให้เขามาเยี่ยมเยือนก็ไม่ปาน แผ่นหลังนุ่มแทบไม่ติดพื้นใบมะพร้าวเมื่อเธอเผลอแอ่นกายขึ้นเพื่อให้เขาได้ดูดดื่มอย่างสะดวก เธอรับรู้ได้ว่ากายเขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือบางเผลอออกแรงบีบตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเพราะความเจ็บร้าวไปทั่วกายจากความต้องการที่จะมีเขาเข้าครอบครอง “แกว! ตัวผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาแหบพร่าอยู่ใกล้ๆ หู ก่อนจะซอกไซ้ปลายจมูกไปกับซอกคอระหงแล้วเลื่อนลงไปหาอกอวบอิ่ม อ้อยอิ่งอยู่กับปลายยอดอีกข้างอย่างหลงใหลอีกครั้ง พลอยหยกรับรู้ถึงความต้องการของเขาได้ตรงสะโพกผายตึงเมื่อความแข็งแกร่งของเขาส่งสัญญาณมาหาโดยไม่ต้องบอกกล่าวทางวาจาเพราะด้วยภาษาทางกายแจ้งอย่างชัดเจนกว่าเรียบร้อยแล้ว “คุณปลัมน์คะ!” พลอยหยกส่งเสียงติดๆ ขัดๆ ไปหาเขา สองมือบางก็พยายามจะดันอกเขาออกอย่างยากลำบาก “แกว! อย่าห้ามผมเลยนะ เราต่างก็ต้องการกันและกัน อย่าสนใจอะไรอีกเลยนะ” เขาส่งน้ำเสียงอ้อนวอนมาให้ขณะพรมจูบไปตามผิวกายขาวและกำลังเลื่อนต่ำลง พลอยหยกต้องพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกวาบหวานเอาไว้และพยายามใช้สองแขนหยัดกายให้ลุกขึ้น “คุณปลัมน์คะ! ฟังสิคะ” “บนเกาะนี้มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยเราหรือเปล่า และไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องติดอยู่นี่ไปเป็นปีๆ ก็ได้ ถ้าถึงตอนนั้นเราก็คงไม่พ้นต้องทำเรื่องนี้ด้วยกันอยู่ดี แล้วจะให้ผมรออะไรอีกแกวคุณอยากให้ผมลงแดงตายเพราะต้องการคุณหรือไง” แต่ก็ถูกกายกำยำเขาทาบทับไว้ ส่วนมือขวาที่ใช้การได้ก็กำลังเลื่อนขอบกางเกงยีนส์ออกจากสะโพกผายตึง “แต่เสียงนั่นค่ะ คุณฟังสิคะ” แม้จะเป็นเสียงแห่งความช่วยเหลือกำลังมาถึง แต่ปลัมน์ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น และอยากฆ่าคนที่กำลังมาด้วย เพราะมันไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย “คุณหูฝาดไปเอง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรสักนิด” เขางับยอดบัวงามไว้ในอุ้งปากแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายและควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ “คุณปลัมน์คะ แต่เสียงนั่นใช่เสียงเครื่องบินหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินค่ะ คุณฟังสิคะ”
วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

เตยหอมเป็นแค่ผู้อาศัย ไม่ต่างจากกาฝากของครอบครัว หน้าที่ก็คือต้องทนรองมือรองเท้าให้กับเจนจิราลูกสาวของผู้มีพระคุณ และเมื่อผู้มีพระคุณต้องการให้หล่อนปลอมตัวเป็นเจ้าสาวเพื่อมอบพรหมจรรย์ให้กับเจ้าบ่าวในค่ำคืนแต่งงานแทนลูกสาวผู้สำส่อนของพวกตน หล่อนก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ หลังจากค่ำคืนอัปยศนั้นผ่านพ้นไป หล่อนก็ถูกส่งตัวไปจนไกลแสนไกล 4ปีผ่านไป... หล่อนจำใจต้องเดินทางกลับมาเมืองไทย เพื่อร่วมงานศพของเจนจิราที่ฆ่าตัวตาย และหล่อนก็ได้พบกับเขาอีกครั้ง อเล็กซิส โอคอนเนอร์ เขาคือพ่อของลูกสาว... แต่เขาจะไม่มีวันรู้ความลับนี้หรอก แม้ว่าลูกสาวจะถอดแบบมาจากเขาราวกับแกะก็ตาม "เอ่อ... คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ" เขายืนอยู่หลังบานประตูไม้ที่หล่อนเพิ่งเปิดออก "ฉันเอาต่างหูมาคืนเธอน่ะ" เขายื่นต่างหูข้างที่หล่อนพยายามหามาตลอดสี่ปี แต่ก็หาไม่เจอ ที่แท้มันตกหล่นอยู่ที่บ้านหลังนี้นี่เอง "ขอบคุณค่ะ" หล่อนยื่นมือสั่นๆ ไปรับ "ไม่ทราบว่าคุณเจอมันที่ไหนเหรอคะ" ริมฝีปากหยักสวยสีแดงสดของเขาคลี่เป็นรอยยิ้มดุร้ายแปลกตา "บนเตียง..." น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้สันหลังของหล่อนเย็นวาบ "ในคืนแต่งงานของฉันกับเจนจิรา เมื่อ 4ปีก่อน" "..."
เล่ห์สวาท สามีโดยพฤตินัย

เล่ห์สวาท สามีโดยพฤตินัย

เพราะความผิดพลาดในค่ำคืนนั้น ทำให้หล่อนต้องอยู่ใต้ร่างของเขาไปตลอดกาล หล่อนหน้าแดงก่ำ ก่อนจะถูกเขากระชากเข้าไปกอดรัดแน่นอีกครั้ง เต้าทรวงอกใหญ่คัพซีแนบชิดถูไถไปกับแผงอกกว้างที่รกปด้วยเส้นขน ยิ่งเขาส่ายตัวไปมา หล่อนก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเสียวสยิวยามที่เส้นขนหยิกครูดไปมากับหน้าอกอวบของตัวเอง “อ๊า...” “ชอบไหม” หล่อนไม่อาจจะตอบออกไปได้ว่าลุ่มหลงกับสัมผัสของเขามากแค่ไหน เพราะมันน่าอับอายเหลือเกิน ทำได้แค่เพียงอ่อนโอนผ่อนตามเขาเท่านั้น
หนี้รักจำเลยปรารถนา

หนี้รักจำเลยปรารถนา

เขา...คือรักแรกและเป็นรักเดียว แต่...ทว่ารักครั้งนี้กลับถูกขอให้เสียสละโดยพี่สาวฝาแฝด เธอ.....จะทำอย่างไร จะนิ่งเฉย....หรือจะปล่อยมือ --------- “พี่ติณมองซอให้ชัดๆ ว่าคนที่พี่เห็นตอนนี้คือใคร ซอหรือพี่พิณ” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยขึ้น ชื่อที่ได้ยินทำให้ติณณ์ผงะไปเล็กน้อย ทำไมธัญชยาถึงได้แทนตัวเองว่าเป็นณัฐชยาถึงสองครั้งแบบนี้ นั่นทำให้ชายหนุ่มเพ่งสายตามองคนตรงหน้าให้ชัดๆ แม้จะตกอยู่ในฤทธิ์ยา แต่ณัฐชยาก็มั่นใจว่าติณณ์สามารถแยกออกระหว่างเธอกับพี่สาวว่าใครเป็นใคร และก็จริง เพราะแววตาของติณณ์เปลี่ยนไป ชายหนุ่มถึงกับชะงัก เพราะเขามั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้คือณัฐชยาไม่ใช่ธัญชยาแน่นอน แม้สองคนจะเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันราวกับแกะ แต่ติณณ์คือหนึ่งคนที่แยกออกว่าคนไหนคือณัฐชยา คนไหนคือธัญชยา “ซอ!” น้ำเสียงที่เปล่งชื่อณัฐชยาออกมานั้นช่างเต็มไปด้วยความตกใจและแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเธอ “ผิดหวังเหรอคะที่เป็นซอ ไม่ใช่พี่พิณ” คำพูดประชดประชันถูกเอ่ยออกมาจากปากอิ่ม ดวงตาแดงก่ำเพราะความน้อยใจ ------------
สามีร้อนเสน่หา

สามีร้อนเสน่หา

แมทธิว ไครช์ตัน มหาเศรษฐีหนุ่มหล่อตามตื้อเด็กสาวกะโปโลอย่าง ชญาดา มานานเกือบสามปี แต่ให้ตายเถอะแม่คุณกลับเล่นตัวเหลือหลาย ก็ในเมื่อเขาทั้งหล่อ รวย และนิสัยเกือบดี แล้วแม่คุณจะอยากไปหาผู้ชายที่วิเศษกว่านี้ได้จากที่ไหนอีก แต่เอาเถอะในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้จักฟัง พ่อค้าความตายอย่างแมทธิวก็เลยแปลงกายเป็นจอมมารแสนร้ายพร่าผลาญพรหมจรรย์ของผู้หญิงที่ชอบเล่นตัวมันเสียเลย อยากจะรู้นักว่าไอ้ที่หวงๆ นั่นน่ะมันจะดีเลิศสักแค่ไหน อา...เมื่อชิมแล้วเธอช่างแสนวิเศษสมกับการรอคอยเสียจริง เพราะฉะนั้นชญาดาจึงมีแค่สองทางเลือกเท่านั้น คือหนึ่งยอมตกลงแต่งงานกับเขา สองต้องส่งส่วยให้กับไอ้คนหลงตัวเองอย่างแมทธิว ไครซ์ตัน ไม่ให้ขาด และอย่าได้เผลอชายตามองผู้ชายคนไหนเชียว ไม่อย่างนั้นพ่อจะถล่มด้วยอาวุธสงครามไม่ยั้ง! “อย่ามายุ่งกับฉันได้ไหมเล่า ฉันไม่ชอบคนแก่ เข้าใจไหม” “ผมยังไม่แก่แค่สามสิบสาม” “แต่ห่างกับฉันเป็นรอบ ฉันไม่สนคุณหรอก” “ลองเมกเลิฟกันสักยกไหมล่ะ ไอ้ที่ร้องปาวๆ ว่าไม่สนคนแก่น่ะ กลัวแต่จะกลืนน้ำลายตัวเองไม่ทัน” “คนอย่างฉันคำไหนคำนั้น ไม่เคยคิดจะกลืนน้ำลายตัวเอง” “ถ้าอย่างนั้นมากลืนน้ำลายของผมดูไหม รับรองว่าซาบซ่านกว่ากลืนน้ำลายตัวเองแน่ๆ” “คนบ้า หน้าทน โรคจิต!” “ถ้าคนอยากมีเซ็กส์เป็นโรคจิต ทั้งโลกนี้ก็คงจะมีแต่โรคจิตทั้งนั้นนั่นล่ะพรีม” แมทธิวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เขาทำท่าเหมือนจะประกบปากลงที่ปากนุ่มของเธอ รีบร้องห้ามเสียงหลง “ไม่เอานะ” “ยังไม่คิดจะ ‘เอา’ แค่จะจูบ” “โอ๊ย! ฉันไม่ไหวแล้วนะ!” เธอร้องออกมาอย่างเหลืออด ไม่รู้จะทำยังไงกับความยียวนของเจ้าพ่อค้าความตายดี “ยังไม่ใช่เวลาร้องประโยคนี้ ส่วนใหญ่ประโยคนี้เขาร้องเวลาใกล้จะ ‘ถึง’” “คุณแมทธิว!” “เรียกว่า ‘ผัว’ น่าจะฟังรื่นหูกว่านะ”
บ่วงสวาทเจ้าบ่าวทมิฬ

บ่วงสวาทเจ้าบ่าวทมิฬ

เฟื่องลดา นักเขียนอิสระตัวน้อยๆ มีความฝันอยากจะไปท่องเที่ยวรอบโลก ที่แรกที่เธอจะไปก็คือสเปน ซึ่งที่นี่ทำให้เธอได้พบกับ ลีโอนาร์ด ดีเอซ กอนซาเลซ นักธุรกิจหนุ่มฉายา นักล่าแห่งสเปน โดยบังเอิญและการพบกันครั้งนี้ทำให้เธอต้องติดบ่วงสวาทของเขาจนดิ้นไม่หลุด ************ “เขียนอะไร เกี่ยวกับผมรึเปล่า..” ลีโอนาร์ดเดินมานั่งบนพนักเท้าแขนแล้วโอบแขนแกร่งคร่อมร่างเล็กไว้กรายๆ เฟื่องลดาหน้าแดงค้อนเขานิดๆ “ฉันเขียนแต่อะไรดีๆ คุณมีอะไรดีๆ ให้เขียนล่ะคะ” “หึหึ จริงเหรอ ผมไม่มีอะไรดีๆ เลยเหรอ..” มือใหญ่ปัดปอยผมนุ่มที่เคลียแก้มนวลเบาๆ แล้วเกี่ยวผมทัดใบหูบางให้อย่างอ่อนโยน เฟื่องลดาใจเต้นแรงกับการกระทำของเขารู้สึกว่าเธอกับเขาเหมือนคู่รักไม่มีผิด “ก็เท่าที่เห็นยังไม่มีค่ะ” “ที่ผมทำให้คุณมีความสุขทุกครั้งนี่ยังไม่ใช่ข้อดีอีกเหรอ” “ลีโอ..” หญิงสาวหน้าแดงจัดหันมาทุบอกกว้างหนักๆ แล้วดันร่างแกร่งออกหมายจะหนีหน้าเขาเข้าห้อง
ล่ารักสาวร้อน

ล่ารักสาวร้อน

สาวสวยเปรียบดังลูกกวางน้อยหรือจะรอดพ้นสายตาเสือร้ายไปได้ เมื่อเขาต้องการเอนริโก้หรือจะยอมปล่อยให้หลุดมือ! เป็นเรื่องเอนริโก้ นักธุรกิจหนุ่มรูปงาม เจ้าของบริษัทผลิตเบียร์รายใหญ่ เขาหล่อรวย และเร่าร้อน จนสาวๆ ต่างพากันหลงใหล แต่ สาวน้อยลูกครึ่งไทยอังกฤษอย่าง ไปรญา กลับไม่ยอมเป็นทาสเงินตราและเสน่หาจากเขา เธอสวยหุ่นดี กว่าสาวโคโยตี้ในบาร์นั้น แต่เลือกเป็นแค่พนักงานทำความสะอาดอยู่หลังร้าน สาวสวยเปรียบดังลูกกวางน้อยหรือจะรอดพ้นสายตาเสือร้ายไปได้ เมื่อเขาต้องการเอนริโก้หรือจะยอมปล่อยให้หลุดมือ ปฏิบัติการ ล่ารักจึงบังเกิดขึ้น น้องปลายจะรอดเงื้อมมือเสือร้ายหิวสวาทอย่างเอนริโก้ได้หรือไม่ คำเตื่อน * เรื่องนี้แนวอิโรติก มีบางฉากบางตอนเลิฟซีนร้อนแรงจนเลือดพุ่ง หากไม่ใช่สายหื่นอาจจะน็อกกลางอากาศได้ ใครสายหื่นเชิญอ่านเลยจ้า อิอิ
กรงรักในมือซาตาน

กรงรักในมือซาตาน

'รัก' ของคนอื่นคือสิ่งหอมหวานเสมอ แต่กับเธอมันคือยาขมที่พะอืดพะอมกลืนไม่ลงคอเสียที... อยากมีความตายเป็นที่พึ่งพิงแต่ก็ไร้สิทธิ์เรียกร้อง ***** "อย่าคิดหนีไปจากที่นี่...ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" เสียงเหี้ยมของชายมาดขรึมอย่างอานัสเอ่ยขึ้นพร้อมชี้หน้าอย่างข่มขู่ "ท่านจะฆ่าก็ฆ่าเลย สิ้นลมหายใจฟาตินคนนี้จะได้หมดทุกข์ และไร้ความทรมาน! อึก ฮึก ฮึก" ฟาตินตะเบ็งเสียงกร้าวโดยไม่คิดกลัว เมื่อตั้งแต่ที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่ด้วยเม็ดเงินที่ถูกเขาซื้อมาย่ำยี มันทำให้หัวใจของเธอเจ็บช้ำระบม ร่างกายทุกข์ระทมขมขื่น แรงจะฝืนสู้ต่อแทบไม่มี ศักดิ์ศรีหดหายโดนทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำ "อย่าปากดีให้มาก...เธอมันก็แค่ผู้หญิงในฮาเร็มที่เราซื้อมาสนองตัณหาเท่านั้น...อย่าได้คิดมีสิทธิ์มาต่อรอง แม้กระทั่งความตาย!!" ร่างกายหนาปรี่ประชิดตัวฟาติน มือใหญ่บีบปากของเธอจนเจ็บร้าว ดวงตาคมแข็งกร้าวดุดัน จ้องมองหน้าที่แปดเปื้อนด้วยคราบน้ำตาอย่างเฉยชา แต่คนร่างเล็กที่โดนทำร้ายเจ็บปวดเจียนตาย ร่างกายที่บอบช้ำอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดเมื่อโดนสัมผัสด้วยแรงชายมากเป็นทวี "จะทรมานกันแบบนี้ไปถึงไหน!" "ตลอดชีวิต!"
เจ้าพ่อก่อรัก

เจ้าพ่อก่อรัก

“เป็นอะไรคะ...ไข้กลับมาหรือเปล่า” มือเล็กยื่นไปแตะหน้าผากของชายหนุ่มอย่างร้อนใจเพราะความเป็นห่วง แต่หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวก็ต้องไหววูบหล่นกับพื้นเมื่อมือหนาของอนรรฆปัดมือเล็กของเธอออก “กะ...เกิดอะไรขึ้นคะ” “เก่งนี่...ตีหน้าได้เนียนสนิท...คิดจะโกหกฉันไปอีกนานแค่ไหน” หัวใจดวงน้อยของกมิตตราไหววูบหล่นไปกองกับเท้าทั้งดวง “ทะ...ทำไมคุณเอียนพูดแบบนั้นคะ” ถามไปแล้วหญิงสาวก็ต้องกลั้นหายใจรอคำตอบของอีกฝ่าย ก่อนที่ซองสีน้ำตาลสำหรับใส่เอกสารจะถูกโยนมาตรงหน้าเธอ “นี่ใช่ไหม...สิ่งที่เธออยากได้” น้ำเสียงราบเรียบกับสายตาเย็นชาของอนรรฆมันทำให้กมิตตราแทบจะหายใจไม่ออก “มันซื้อเธอเท่าไร บอกฉันมาสิ...เผื่อฉันจะเสนอเงินในราคาที่สูงกว่ามัน ตัวเธอราคาเท่าไร...กมิตตรา เธอถึงได้ยอมทรยศความไว้ใจของฉัน” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกเขวี้ยงใส่หน้ากมิตตราอย่างแรงด้วยน้ำมือของอนรรฆ “อยากได้ไอ้เอกสารนี่มากใช่ไหม ได้...ถ้าเธออยากได้นักฉันก็จะให้...แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ” ความหวาดหวั่นของกมิตตราฉายชัดในดวงตาคู่ที่ฉ่ำด้วยหยาดน้ำตาอย่างเห็นได้ชัด “คะ...คุณทำอะไร ยะ...อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ” เสียงสั่นสะท้านถามออกมาเพียงแผ่วเบาเมื่อเห็นมือหนากระชากสาบเสื้อของตัวเองจนกระดุมหลุดหล่นกระจายลงบนพื้นไปคนละทิศละทาง ดวงตาวาวโรจน์พุ่งมองมาที่เธอ “ยะ...อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ แก้มขอร้อง” กมิตตรายกมือขึ้นไหว้อ้อนวอน “ไง ตัวสั่นระริกเลย...กลัวหรือว่าตื่นเต้นกันล่ะ” น้ำเสียงเยาะหยันของอนรรฆบีบเค้นหัวใจของเธออย่างแรง “คุณเอียนขา...แก้มขอโทษ อย่าโกรธแก้มเลยนะคะ แก้มจำเป็นจริง ๆ อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ แก้มกลัว...” เสียงสะอื้นวอนขอของกมิตตราไม่ได้ทำให้อนรรฆใจอ่อนลงแม้แต่น้อย “กลัว...กลัวอะไร เธอควรจะดีใจสิที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสสนองตัณหาของนายอนรรฆ เอียน แบรนดอน เจ้าพ่อธุรกิจคอมพิวเตอร์ ที่เธอยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพราะเงิน” “มะ...ไม่จริงนะคะ...พวกนั้นขู่แก้ม จะทำร้ายน้อง ๆ ของแก้ม...แก้มถึงต้องทำแบบนี้ แก้มไม่ได้อยากหลอกคุณเอียนนะคะ ไม่ได้อยากหลอกทุกคน” “หยุดพูดเถอะ...ฉันสะอิดสะเอียนกับคำพูดมารยาจอมปลอมของเธอจริง ๆ” ดวงตาวาวโรจน์ของอนรรฆลุกโชนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของกมิตตราพูดออกมาแบบนั้น อนรรฆมองผู้หญิงใต้ร่างอย่างสมเพช กมิตตราที่เคยหยิ่งในศักดิ์ศรี เงินไม่สามารถซื้อเธอได้ แม้จะเป็นแค่เด็กกำพร้าไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่ได้ร่ำรวย ผู้หญิงที่เขาชื่นชมคนนั้นหายไปไหน ทำไมถึงได้เหลือเพียงผู้หญิงโกหกหลอกลวง และซื้อได้ด้วยเงินคนนี้ ดวงตาแดงก่ำของอนรรฆมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างสมเพช “ถือเสียว่าฉันซื้อเธอด้วยใบประมูลนั่นละกัน...ราคามันเกือบพันล้านเลยนะ...ผู้หญิงอย่างเธอหาอีกกี่ชาติก็ไม่มีใครเป็นพ่อบุญทุ่มเท่าฉันหรอกกมิตตรา” พูดจบมือหนาทั้งสองข้างของอนรรฆก็ดึงสาบเสื้อของกมิตตราออกจากกันอย่างแรง เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านใน ในขณะที่หญิงสาวใต้ร่างดิ้นรนพร้อมกับวอนขอเขาอย่างน่าสงสาร แต่อนรรฆหาได้ฟังไม่ “จะดีดดิ้นเพิ่มราคาให้ตัวเองหรือยังไง เรียกมา...กมิตตรา ฉันทุ่มไม่อั้นอยู่แล้ว” แววตาหวาดกลัว เสียงร่ำไห้ มือบางที่ยกขึ้นไหว้วอนขออนรรฆ ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนลงแม้แต่น้อย แววตาเย็นชามุ่งร้ายมองมาที่เธอเขม็ง ในนั้นมีแต่ความโกรธและเกลียดชัง “คุณเอียน...อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ แก้มกลัวแล้ว แก้มขอร้อง” กมิตตราสะอื้นไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอ ตอนนี้อนรรฆเหมือนสัตว์ร้ายดี ๆ นี่เอง ไม่มีอะไรมาดลใจให้เขาเปลี่ยนใจได้ เสียงกมิตตรากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อใบหน้าคมเข้มก้มลงซุกไซ้กับซอกคอของเธอ โดยที่มือทั้งสองข้างของเขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอให้กางออกบนเตียงกว้าง ไม่ให้เธอดิ้นรนหนีรอดจากเขาไปได้ “อย่า...อย่านะ” เสียงกรีดร้องวอนขอของกมิตตราถูกปิดด้วยริมฝีปากหนาของอนรรฆที่บดขยี้อย่างไร้ความปรานี เพียงครู่เดียวกลีบปากบางของกมิตตราก็ช้ำบวมเจ่อ รสเค็มที่ลิ้นของเธอสัมผัสได้มันทำให้เธอรู้ว่านั่นคือเลือด ร่างบางพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดแต่มันกลับไม่ได้ผล หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวด หวาดกลัว ไหลรินจากหางตาไม่ขาดสาย
ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

เพราะรักเขาตั้งแต่แรกเห็น หล่อนจึงยินยอมแต่งงานกับเขา เพราะถูกบังคับเขาจึงเห็นหล่อนเป็นเศษธุลีดินไร้ค่า แม้เป็นเมียแต่ง หล่อนคิดว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะรักหล่อนตอบกลับมา ไม่มาก... ก็น้อย แต่ไม่นึกว่าเมื่อเขาหลอกให้หล่อนรักเขาสุดหัวใจ เขากลับขับไล่หล่อนออกมาจากชีวิตด้วยเหตุผลว่า เขาไม่รักหล่อน... "เธอเข้ามาในชีวิตฉันง่ายๆ ก็ช่วยออกไปง่ายๆ ด้วยเถอะ" ถ้อยคำเจ็บปวดทำร้ายที่ตามมาหลอกหลอน แม้ในยามที่หล่อนหลีกลี้จากเขามาได้นานเนิ่น ในวันที่หล่อนเข้มเเข็งและอยู่ได้โดยไม่มีเขา ลูกในท้องที่หล่อนปกปิดเขาเอาไว้ กำลังจะทำให้หล่อนกับเขาหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในวันที่หล่อนไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว ................................................................ “การแต่งงานของเราเกิดขึ้นเพราะฉันถูกบังคับ การที่ฉันไม่ได้รักเธอ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ” ธีภพ วิชญ์วิศิษฐ์ “ความรักของมนอาจจะดูไร้ค่าแต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสิ่งเดียวที่มนพอจะให้คุณธีร์ได้ ที่ผ่านมาคุณธีร์แสดงออกเสมอว่าคุณธีร์ไม่ต้องการและทิ้งขว้างมันมาตลอด มันก็ไม่ใช่ความผิดของมนที่สุดท้ายมนจะหมดรัก มนหวังว่าคุณธีร์จะเข้าใจ เหมือนที่มนเคยเข้าใจคุณธีร์” มนพัทธ์ สว่างโชติ