icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวสมัยใหม่

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน

ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน

"ปะป๊า" อยู่ดีๆ ก็มีเด็กที่หน้าเหมือนตัวเองมาเกาะแข้งเกาะขาแล้วเรียกว่าปะป๊า แล้วจะให้คีรินเข้าใจว่ายังไง "บอกฉันมาซิว่าแม่ของหนูคือใคร!" "แม่ของหนูคือหม่าม๊า" "..." .................. แสงดาว... คุณปกปิดอะไรเอาไว้" เขาย้ำเธออีกครั้งเพราะอยากได้ยินจากปากเธอเอง "ปกปิดอะไรคะ?" แสงดาวมองเขาด้วยสายตางุนงง ที่ผ่านมาก็คุยกันจนเข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอไม่เข้าใจว่าคีรินจะมาคาดคั้นเอาอะไรอีก "เรื่องเกี่ยวกับไคร่า มีอะไรที่คุณบอกผมไม่หมด" "ฉันพูดความจริงไปหมดแล้ว "ถ้าไม่พูด ผมจะลงโทษคุณ" เขาบอกพร้อมๆ กับสาวเท้าเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นคล้ายจะข่มขวัญ ลงโทษที่ว่านี่คงไม่ใช่กอดไว้แน่นแล้วปล้ำหอมแก้มให้จั๊กจี้เหมือนที่ทำกับลูกหรอกนะ หญิงสาวจินตนาการเล่นๆ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นใบหน้าคนที่อยู่ห่างจากตัวเองไม่ถึงคืบแล้วก็ต้องกะพริบตาปริบๆ เพราะดูท่าทางเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ "ลงโทษอะไร คุณไม่มีสิทธิ์นะ!" แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ท่าทางคุกคามของเขาก็ทำให้แสงดาวต้องถอยไปหลายก้าวจนหลังเธอชนฝา แล้วเขาก็ค้ำมือกับผนัง เพื่อกักกันเธอไว้ในวงแขน "ผมเป็นพ่อของไคร่า ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ลงโทษแม่จอมปากแข็งของแกล่ะ" ชายหนุ่มจดจ้องแสงดาวไม่วางตา... ดวงตาของคนตรงหน้าเหมือนกับดวงตาของเจ้าตัวน้อยที่เธอฟูมฟักตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยราวกับเป็นดวงตาคู่เดียวกัน แต่ก็นั่นล่ะ ถึงเขาจะเหมือนยัยหนูไคร่าของเธอทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรกับเธอตามอำเภอใจได้นี่นา... พรึ่บ... ยังไม่ทันที่เธอจะได้ห้ามปราม คีรินก็คว้าตัวเธอไปแนบชิดกับกายแกร่งแล้วก้มหน้าลงมาจูบปิดปากเธอเอาไว้ แม้เธอจะดิ้นขลุกขลักเพื่อถามว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม แต่เหมือนคนตัวโตจะไม่เปิดโอกาสให้ เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาโมโหแล้วลงโทษเธออย่างที่ว่าจริงๆ หรือว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้าง ริมฝีปากอุ่นที่บดขยี้ดูดดึงกลีบปากของเธอเอาไว้ไม่ให้พูดฟ้องว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า... แสงดาวค่อนข้างแน่ใจว่าคีรินหาเรื่องรังแกเธอชัดๆ ถึงจะเป็นพ่อของลูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอย่างนี้กับเธอได้นะ! หญิงสาวพยายามดันอกเขาแล้วเบี่ยงหน้าหนีการรุกล้ำที่เริ่มจะกลืนกินสติสตังของเธอไป แต่นอกจากจะไม่ทำให้เขาไหวติงแล้วเธอก็ยังเบี่ยงหน้าหนีไม่พ้นการปล้นจูบของคนตรงหน้าเลย บ้าจริง!
ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

เธอทำให้คนที่เขารักเจ็บปวด เขาจึงเอาคืนให้เธอเจ็บกว่าร้อยเท่า ในวันที่เขาแก้แค้นเธอสำเร็จจนเธอเจ็บปวดเจียนตาย เขากลับค้นพบว่าเขารักเธอ การเดินเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้งหนึ่งเพ่ื่อตามหาหัวใจตัวเองจึงเกิดขึ้น แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อเธอเจ็บแล้วจำเธอเลยไม่ให้โอกาสซ้ำยังเอาแต่จะหนีไปจากชีวิตเขา เพื่อให้ได้เธอกลับคืนมา เขาจึงต้องทำทุกทางและทุกอย่างเพื่อได้หัวใจเธอมาเป็นของเขาเหมือนเดิม hope and nink "อย่าลืมไปเล่าให้พี่ชายคุณฟังด้วยล่ะ ว่าความรู้สึกที่ถูกหลอกให้รักมันรู้สึกอย่างไง แล้วเรื่องที่กล่าวหาว่าอีฟทำ รับรู้เอาไว้ด้วยว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้" "ทำไมถึงปกป้องผู้หญิงคนนั้นขนาดนั้น" แล้วคำที่บอกว่าอยู่ข้างเธอ ที่ผ่านมาหมายความว่าอะไร... "ที่ผมปกป้องขนาดนั้นเพราะว่ารักอีฟ และไม่ยอมให้ใครมาทำลายอีฟได้ยังไงล่ะ" "รัก?" แล้วไม่ได้รักเธอหรอกหรือ เธอตั้งคำถามอย่างโง่งั่ง ไม่พยายามเข้าใจสิ่งที่เขาบอก แม้ส่วนลึกเริ่มจะเห็นเค้าลางว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างที่วิษุวัติทำมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว "ใช่" "..." เขาลุกขึ้นยืน แขนเล็กๆ ที่เกาะเเขนเขาไว้ร่วงผล็อย นลินวิภาเงยหน้าขึ้นมองเขา "แล้วความรู้สึกดีๆ ที่คุณแสดงออกกับฉันที่ผ่านมา" "มันแค่การเอาคืน..." เขาพึมพำ ก่อนจะก้มหน้ามองเธอ "ผมมาก็เพื่อแก้แค้นให้อีฟตอนนี้หน้าที่ของผมจบแล้วถือว่าเราจบกัน คุณไปเก็บของซะผมจะให้คนไปส่ง" เขาทำท่าจะเดินจากไป แต่นลินวิภาดึงชายเสื้อเขาไว้ ดวงหน้ายังสับสนและในใจพร่ำบอกว่ามันไม่ใช่ และเธอฉุดรั้งเขาไว้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลย จนมีแรงตึงที่มือและเขาหยุดชะงักนั่นล่ะ เธอถึงปริปากออกมา... "คุณเคยบอกฉันว่าไม่ต้องสนเรื่องอื่นว่าเราพบกันอย่างไง เพราะระหว่างเราเข้าใจกันก็พอ ฉันเข้าใจว่าคุณพูดออกมาจากใจจริงๆ เสียอีก" "มันคือคำโกหกคุณคงไม่คิดว่าผมจะรักคุณหรอกนะเพราะคนที่ผมรักมาตลอดคืออีฟ คนแบบที่ผมชอบคืออีฟเท่านั้น" ไม่ต้องมีมีดนับร้อยนับพันมาจ้วงแทง เพียงแค่สายตาคู่เดียวของเขาที่จ้องมองมาก็ทำให้เธอเหมือนถูกกระหน่ำแทงจากความจริงที่เขากำลังบอก เธอกับเอวิตาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และเธอไม่ใช่คนแบบที่เขาชอบ ทั้งหมดที่ผ่านมาคือการหลอกลวงเพื่อแก้แค้นให้เอวิตา คนที่เขารัก... "โฮป" "เรียกผมว่าวิษุวัติ... อย่าเรียกชื่อเล่น เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น "..." นลินวิภากะพริบตาปริบๆ มือร่วงผล็อยจากชายเสื้อเขาไปในทันที สิ่งที่เขาบอก เหมือนดึงเธอมาสู่โลกแห่งความจริงที่เธอไม่อาจหนี เขาบอกชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่สามารถหลอกตัวเองต่อไปได้อีกแล้ว... #ทินอีฟ "ยินดีด้วยนะครับคนไข้ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาแล้วครับ คนไข้ตั้งครรภ์ เดี๋ยวหมอจะส่งคนไข้ไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์นะครับ" คำพูดของนายแพทย์ประจำคลินิกทำให้เธอยิ้มออกหลังจากทนกับอาการเวียนหัวในช่วงเช้ามาหลายวันไม่ไหวเธอจึงไปตรวจให้รู้แน่ชัด ผลที่แพทย์บอกตอนที่อยู่คลินิกทำให้เธอมีความสุขมาตลอดบ่าย เพราะเธอกำลังตั้งครรภ์กับทิน...ผู้ชายที่เธอรัก วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ การได้รับข่าวดีเรื่องลูกจึงเปรียบประหนึ่งเป็นของขวัญ หญิงสาวรีบกลับมาที่เพนธ์เฮาส์และจัดเตรียมสถานที่รอพ่อของลูกกลับมาอย่างคาดหวังและตื่นเต้น เรื่องที่ตั้งครรภ์เธอยังไม่ปริปากบอกใครแม้แต่พี่เลี้ยงคนสนิทที่อยู่กับเธอตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะอยากให้ทินรู้เป็นคนแรก ทันทีที่เขาให้ของขวัญวันเกิดแก่เธอ เธอจะยื่นกระดาษอัลตราซาวน์ให้เขาแล้วบอกว่าเป็นของขวัญที่เธอมอบกลับคืนในฐานะที่เขารักและดูแลเธอมาตลอด แต่เมื่อประตูห้องเปิดก็เกิดเรื่องผิดแผนครั้งใหญ่เพราะทินเดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงสาวที่มีดวงหน้าสวยโฉบเฉี่ยวดูมั่นใจในตัวเอง ริมฝีปากสีแดงสดของผู้หญิงคนนั้นยิ้มและมองเอวิตาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก คนทั้งคู่ที่เข้ามาใหม่ไม่ได้สนใจบรรยากาศปาร์ตี้ ทินมีสีหน้าเคร่งขรึม แววตาของเขาไม่อ่อนโยนเหมือนทุกวัน มีเพียงเสียงทุ้มน่าฟังที่เหมือนเดิม "อีฟ ผมมีเรื่องจะบอก" "เรื่องอะไรคะ" เสียงของเธอแทบไม่หลุดจากปาก ความหวาดกลัวในสถานการณ์เกาะกุมหัวใจเธอ รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาครามครัน "ผมจะไม่อ้อมค้อมนะ ธุระที่ผมไปทำวันนี้คือไปจดทะเบียนกับนิ้ง" "..." ดวงตาของเอวิตาเบิกกว้าง "นิ้งท้องกับผม ท้องตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาคบกับคุณ มันอาจจะผิดต่อคุณแต่คุณคงเข้าใจว่าผมต้องรับผิดชอบลูกในท้องของนิ้งเป็นอันดับแรก..." "ทิน" เธอเรียกชื่อเขา น้ำตาเอ่อล้นปริ่มขอบตาที่ร้อนผะผ่าวในใจมีร้อยพันหมื่นถ้อยคำแต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ กระดาษอัลตราซาวน์ในมือถูกกำแน่น อย่าว่าแต่ยื่นมันให้เขาได้เห็น แค่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาและหายใจ เอวิตายังทำได้อย่างยากลำบากเหลือเกิน "ผมเสียใจนะอีฟ... แต่ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมเลือกนิ้ง" "ที่จริงฉันต้องรีบพาทินไปพบครอบครัว แต่ว่าเขาอยากแวะมาบอกเธอก่อนไม่อยากหายไปเลย" ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรก เอวิตาจับใจความไม่ได้เลยว่าคนตรงข้ามพูดอะไรกับเธอบ้างเพราะในหูมีแต่เสียงอื้ออึ้งน้ำตาก็ไหลจากตาจนไม่เห็นหน้าคนสองคนตรงหน้าเสียแล้ว... สติของเธอหลุดลอยไปตั้งแต่ที่ทินบอกว่าเขาแต่งงานกับผู้หญิงอื่น เรื่องที่เตรียมจะบอกในทีแรกจึงไม่หลุดจากปากและไม่ว่าเขาจะพูดอะไรอีกเธอก็ไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว จนเมื่อคำว่าลาก่อนแว่วเข้าหู และมีเสียงประตูปิด เธอถึงได้ทรุดลงไปนั่งกับพื้น เพราะหมดแรงที่จะยืน... หลังจากที่ร้องไห้จนไม่เหลืออะไรจะร้อง ในหัวไม่มีสติพอที่จะคิดอะไรอีก ภาพเลือนรางที่เห็นเขาเดินจูงมือออกไปกับผู้หญิงอื่นฉายวนซ้ำ เธอไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก เขาเดินจากไปง่ายดายราวกับไม่เคยรักกันเลย ความทุกข์ที่หนักหนาที่สุดที่เคยพานพบเกาะกินหัวใจจนเธอคิดว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้เรื่องราวเหล่านี้อีกแล้ว... เธออยากหนีไปให้พ้นจากความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวลที่กำลังถาโถมเธออยู่ในตอนนี้ "อีฟ" เสียงเรียกคุ้นหู เป็นเสียงเรียกที่เหมือนอยู่ไกลออกไป ภาพของเขาปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นไม่แจ่มชัด สาเหตุไม่ใช่เพราะหยาดน้ำตา หากแต่เป็นเพราะสติรับรู้ของเธอนั้นสุ
หย่าสามีชั่ว เพื่อชีวิตใหม่ของฉัน

หย่าสามีชั่ว เพื่อชีวิตใหม่ของฉัน

สามีฉันเย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่ลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ย้ายมาอยู่ด้วยกลับมองฉันด้วยสายตาโลมเลียทุกวัน คืนนั้นฉันต้องแกล้งหลับทั้งน้ำตา ปล่อยให้ชินวุฒิแอบย่องเข้ามาลูบไล้ขาอ่อนและเกือบจะข่มขืนฉัน แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าไม่ใช่ความหื่นกามของน้องชายสามี แต่มันคือสิ่งที่ฉันบังเอิญไปเห็นในคอมพิวเตอร์ของเขา โฟลเดอร์ลับที่เต็มไปด้วยคลิปวิดีโอ... คลิปที่ 'ภวัต' สามีผู้แสนดีของฉัน กำลังเริงรักกับผู้หญิงอื่นไม่ซ้ำหน้า! แถมข้างๆ จอคอมฯ ยังมีชุดชั้นในของฉันที่หายไปวางอยู่ วินาทีนั้นฉันแทบอาเจียน ความจริงกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง สามีก็มักมาก น้องชายสามีก็โรคจิตวิปริต ความรักและความไว้ใจพังทลายลงเหลือเพียงความขยะแขยง ฉันปาดน้ำตา ตัดสินใจเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความแค้น "พี่เมย์อยากดูคลิปพวกนั้นเหรอครับ?" ฉันยิ้มหวานให้ชินวุฒิ แสร้งทำเป็นหญิงสาวผู้หิวโหย เพื่อหลอกล่อเอาหลักฐานความระยำของพี่ชายเขามาไว้ในมือ ในวันที่ภวัตโกหกว่าไปประชุม ฉันตามไปถึงหน้าห้องโรงแรม 502 อัดเสียงครางระงมของเขากับชู้รักเก็บไว้เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้าย เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันวางใบหย่าไว้ข้างหัวเตียงที่เขานอนหลับอย่างสบายใจ แล้วเดินออกจากบ้านหลังนั้น... เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และส่งพวกเขาทุกคนลงนรก
จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ

จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ

ก็ในเมื่อเขาทั้งหล่อ ล่ำ อบอุ่น ใจดี แล้วยังมีนิสัยรวยอีกต่างหาก แล้วเรื่องอะไรเธอต้องปล่อยเขาไปด้วยล่ะ "คุณจะต้องเป็นของฉันคุณเจตต์" ทันทีที่มีนาหรือมัดหมี่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้เจตต์ หนุ่มหล่อสุดฮอตที่เปรียบเสมือนเกราะนิรภัยของเธอถูกสุนัขคาบไปรับประทาน ปฏิบัติการอ่อยจึงเริ่มขึ้น “แต่งงานกันไหม” จู่ๆ มีนาก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ถ้าไม่สบายก็กลับไปนอน ฉันจะทำงาน ไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กแก่แดดอย่างเธอ” “นี่…ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ เรียนจบ มีงานทำ แล้วฉันก็อยากแต่งงานจริงๆ ไม่ได้คิดเล่นๆ อย่างที่คุณว่าด้วย” “รู้ใช่ไหมว่ากิจกรรมระหว่างผัวเมีย มันมากกว่าแค่นอนมองตากันเฉยๆ ดีไม่ดีบางคืนอาจจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำ แล้วเด็กที่ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำอย่างเธอจะไหวเหรอ” “คำก็เด็กสองคำก็เด็ก ก็บอกแล้วไงว่าไม่เด็ก ถึงฉันจะไม่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าหรือผ่านโลกมาโชกโชนอย่างคุณ แต่ฉันก็ไม่ใช่กบที่หลบอยู่ในกะลา ถึงจะไม่รู้ว่ากิจกรรมอย่างว่าระหว่างผัวเมีย มันคืออะไร” “ไม่แต่ง จะไปไหนก็ไปไป ฉันจะทำงาน” เขาโบกมือไล่อีกครั้ง “ถ้าพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” “ตัวเท่าลูกหมาอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้” “ถึงฉันจะทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ฉัน…ก็อ่อยคุณได้แล้วกัน” “ไซส์อย่างกับหมากระเป๋า หุ่นก็เท่ากับเด็กอนุบาล อย่าว่าแต่จะอ่อยจะยั่ว ให้แก้ผ้าตรงหน้า ฉันยังคิดหนักเลย อย่างเธอน่ะถ้าจะยั่ว อย่างมากก็ทำได้แค่ยั่วโมโหเท่านั้นแหละ” “ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง งั้นก็อย่ามาร้องโอดครวญทีหลังแล้วกัน เพราะฉันเอาจริง จากนี้ไปฉันจะทั้งยั่วทั้งอ่อยให้คุณกระอัก จนคุณต้องรักฉันหัวปักหัวปำ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย ยังไงชาตินี้คุณก็ต้องเป็นผัว เอ๊ย! เป็นของฉัน คอยดู”
ลิขิตรักใต้ผืนทราย

ลิขิตรักใต้ผืนทราย

ความวุ่นวายบังเกิดเมื่อเธอดันมีตาวิเศษ และเขาก็ดันมีหูทิพย์ คนนึงมองผ่านทะลุเสื้อผ้าไปเจอซิกแพ็ก ส่วนอีกคนก็ดันได้ยินความคิดหื่นๆ ชีคอัฟฟาน อับดุล ฮาหมัด คาริฟา เจ้าชายมาดนิ่ง นิ่งซะจนไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย ยกเว้นเธอ ไม่ยุ่งก็บ้าแล้ว ก็แหมทั้งหล่อล่ำกล้ามแน่นขนาดนั้น ใครจะไปอดใจไหว ถึงจะเป็นของหวงห้าม แต่ถ้าลวนลามทางความคิดก็คงไม่มีใครว่า พรสวรรค์ สาวแว่นสุดเนิร์ดที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ จริงๆ ก็ไม่ได้เนิร์ดหรอก แว่นที่ใส่ก็ใส่ไว้แค่พรางตาเฉยๆ ขืนไม่ใส่คงได้เป็นตากุ้งยิงทั้งปีทั้งชาติแน่ ไม่รู้ว่านี่เรียกว่าพรสวรรค์หรือฟ้ากลั่นแกล้งกันแน่ที่ประทานดวงตาที่สามารถมองผ่านทะลุเสื้อผ้าได้ นี่ถ้าไม่มีแว่นหนาๆ มาพลางไว้ล่ะก็ทั้งเมาคลีทั้งชีเปลือยนี่เดินกันให้ว่อน เห็นของผู้หญิงก็ดีหน่อย แต่เห็นของผู้ชายก็ดีกว่า เอ้อ! ไม่ใช่ๆ อืม! ใช่ก็ได้ เฮ้อ! ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าเธอเนิร์ดหรือไม่เนิร์ด “นี่ก็เหมือนจริง” ไม่พูดเปล่า แต่แม่คุณยังพิสูจน์ด้วยการจับหมับลงไป ยังผลให้เจ้าของกล้ามสะดุ้ง ก่อนจะต้องกัดกรามกรอด เมื่อมือนั้นเริ่มขยับลูบไล้ไปมา “นี่ก็เหมือนจริง” เสียงเธอสูงขึ้นด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่มือเรียวกลับเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามตามอย่างบุรุษเพศผู้ดูแลตัวเอง ก่อนจะบีบขยำมันด้วยความกระหายใคร่รู้ ในตอนนั้นเองที่ทำให้เธอเหมือนจะมีสติรู้ตัวขึ้นมา “บ้าบอ! เธอเป็นผู้หญิงนะพรสวรรค์ ไปลวนลามบีบขยำร่างกายผู้ชายเหมือนผู้หญิงหิวโซแบบนั้นได้ยังไง มันไม่งาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวรีบชักมือกลับราวกับต้องของร้อน “หืม! แต่นี่มันในความฝัน ฝันของฉัน...ฉันจะทำอะไรยังไงก็ได้ จะจับจะลูบยังไงก็ได้ จะขยำขยี้ยังไงก็ย่อมได้” หมับ! อีกครั้งที่กล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องของเขาถูกคุกคามด้วยมือของผู้หญิงหิวโซ เฮ้อ! กุลสตรีสามสิบวิจริงๆ ‘ให้ตายเถอะ! ยัยหื่นนี่ หื่นกว่าที่คิดซะอีก’ เขาคิดพลางครางฮือ เมื่อมือนั้นสร้างความปั่นป่วนให้เขามากขึ้นทุกที มากจนต้องสูดปากบรรเทาความเสียดเสียวที่กำลังหมุนเกลียวในช่องท้อง และบางครั้งก็ต้องกัดฟันสะกดกลั้นความหื่นกระหายภายในที่ใกล้จะปะทุออกมาเต็มที “หึๆ ก็แค่ความฝัน ไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเราสักหน่อย เพราะฉะนั้นเราจะย่ำยีผู้ชายคนนี้ยังไงก็ได้ ความฝันของเรา เราจะหื่นยังไงก็ได้” เธอย้ำอีกครั้ง พลางกดมือลงไปที่ขอบกางเกงของอีกฝ่ายอย่างย่ามใจ ครั้นพอจะเคลื่อนต่ำลงไปกว่านั้น ก็มีมือหนึ่งตะปบลงมาซะก่อน ยังผลให้คนทั้งคู่หันมาสบตากัน และดูเหมือนว่าคนที่ตกใจมากกว่าคือเธอ พรสวรรค์ทำหน้าเหลอหลาระคนตกใจ ทันใดนั้นเองเธอก็อุทานขึ้นมา
เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]

เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]

ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
 เมียทาสสวาท [Forbidden Love]

เมียทาสสวาท [Forbidden Love]

พิรุณญาผู้ไม่มีที่พึ่งพา ต้องถูกเพชรกล้ารังแกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็จำต้องทนเพราะความกตัญญูที่มีต่อพ่อแม่เขา ทว่าความอดทนก็จำต้องหมดไปเมื่อเขาทำลายทุกอย่างที่เธอมีจนพังพินาศลง จึงต้องพาตัวเองหนีจากเขาไปและไม่คิดจะหวนกลับคืนมา ------------------------------------------------------------------- “โผล่หัวออกมาแล้วเหรอ! ไม่เห็นรึไงว่าฉันกลับมาแล้ว ทำไมไม่หาเบียร์เย็นๆ มาให้ ฉันเพิ่งจะกลับจากไปทำงานหาเงินมาให้เธอใช้นะ อย่าลืมสิว่าไอ้ที่ได้กินได้ใช้อย่างสบายๆ น่ะมันเป็นเงินของใคร” “เบียร์หมดค่ะ พี่เพ็ญกำลังไปซื้อ รบกวนคุณเพชรรอสักครู่นะคะ” “ฉันไม่รอ! ฉันจะเอาเดี๋ยวนี้ไปหามาให้ฉัน ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่” เพชรกล้าตะคอกใส่หน้าหญิงสาวทันที ขณะเดินเข้าไปหาใกล้ๆ แล้วจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเอาเรื่อง จนพิรุณญาต้องถอยออกห่างไปสองสามก้าว แล้วก็ทำใจดีสู้เสืออธิบายให้เขาฟังอีกครั้ง “อีกหน่อยพี่เพ็ญคงจะมาค่ะ ในตู้เย็นไม่มีเหลือแล้วจริงๆ” “ไม่มีเธอก็ออกไปหาซื้อมาสิ! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่รอ น้ำยาคนเป็นแม่บ้านใหญ่อย่างเธอทำได้แค่นี้เองเหรอ หรือจะเก็บแรงเอาไว้ทำอย่างอื่น หรือถ้าคนที่ยืนตรงหน้าเธอไม่ใช่คุณพ่อ เธอก็จะไม่สนใจดูแลอย่างนั้นใช่มั้ย” “คุณพูดอะไรของคุณฉันไม่เข้าใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอไปทำงานต่อนะคะ” พิรุณญาเริ่มไม่พอใจในน้ำคำของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็พยัยามจะหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้มีปัญหาเหมือนครั้งก่อนอีก เธอจึงหันหลังเดินกลับไปเข้าครัว แต่ก็ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ก็ถูกเพชรกล้าคว้าแขนเอาไว้ก่อน “ปล่อยนะคุณเพชร!” พิรุณญาพยัยามสบัดแขนออกจากมือเขา แต่ไม่อาจสู้แรงได้ “เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าฉันยังคุยธุระไม่เสร็จ เธอนี่มันเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันนะ ถึงได้ทำตัวไร้เดียงสาซะเหลือเกิน ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าที่ฉันพูดหมายความว่ายังไง อย่ามาเสแสร้งให้ฉันสมเพชเธอมากไปกว่านี้นักเลย เมื่อคืนไปออดอ้อนอะไรพ่อฉันล่ะ วันนี้แจ็คพ็อตถึงได้มาลงที่ฉันได้ ฉันล่ะเกลียดผู้หญิงขี้ฟ้องอย่างเธอจริงๆ เมื่อไหร่คนหน้าด้านหน้าทนอย่างเธอ จะไปจากชีวิตพวกฉันซักที เพราะในบ้านนี้มีแต่คนที่เกลียดเธอทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย ได้ยินมั้ยว่าฉันเกลียดเธอ เกลียด! เกลียด! เลียด!” สิ้นคำแขนที่มีแรงมหาศาลก็สบัดจนร่างผอมบาง จนถลาล้มหน้าผากฟาดกับเหลี่ยมตู้โชว์อย่างแรง “โอ๊ย!” พิรุณญาทันได้ร้องออกมาแค่นั้น ก็เกิดอาการมึนขึ้นมาจนต้องนั่งอยู่กับพื้นนิ่งๆ
ลวงรักพิศวาสร้าย

ลวงรักพิศวาสร้าย

“ผมไม่ทำร้ายคุณอีกหรอกน่าตาล ผมสัญญาแล้วนี่ว่าจะดูแลคุณ อย่าทำท่าตื่นกลัวผมจนตัวสั่นงกๆ อย่างนั้นสิ ผมไม่ชอบเลย... มันทำให้ผมอยากจูบคุณยังไงก็ไม่รู้” คำพูดที่ไม่ได้รู้สึกผิดแถมแสดงความร้ายกาจของเขาทำให้เธอตระหนกสุดๆ “ยะ อย่ามาหื่นใส่ฉันนะ” เธอบอกเสียงสั่น แทบทนฟังน้ำเสียงต่ำแหบพร่าของเขาไม่ไหว... “เปล่าหื่น... คุณก็รู้นี่ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เราเข้ากันได้ดีจะตายนี่... อย่าดื้อน่า ไปที่ห้องกับผมดีกว่า ซ้อมไว้เยอะๆ เผื่อว่าแต่งงานกันวันเข้าหอจะได้ไม่เขิน น่า คนดีไปกันเถอะ ผมสัญญาด้วยเกียรติของผมว่าจะไม่ทำให้คุณเจ็บ จะไม่บังคับคุณ ตกลงไหม” เขาไม่บังคับเธอแต่เขาจะปลุกเร้าอารมณ์จนเธอยินยอมด้วยน่ะสิ เธอเข้าใจกลไกของร่างกายมนุษย์ดีหรอกน่า ขนาดว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้เบาแรงนัก เธอยังรับรู้ได้ถึงความสุขแห่งรสสวาทจากการแนบชิดเขาได้... นี่ถ้าเขาทำกับเธอด้วยความอ่อนโยนและเต็มไปด้วยประสบการณ์ด้วยล่ะก็ ร่างกายเธอคงต้องคล้อยตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลี่ยงแน่ๆ
เด็กข้างบ้าน

เด็กข้างบ้าน

เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวไปหน่อย ! เมื่อบุพเพอาละวาดให้สาวใหญ่อย่าง “ เมษา ” ต้องย้ายไปอยู่ข้างห้องเช่า อันมีเสียงร่ำลือว่าเป็นเด็กเปรต มันทั้งหื่น ทั้งโรคจิต ทั้งซาดิสม์ วิตถาร แต่ความจริงจะเป็นอย่างไร เขาจะเลวร้ายดังปากชาวบ้านว่ากันไหม เธอจะเอาชีวิตรอดปลอดภัยได้หรือไม่ หรือจะเต็มอกเต็มใจตกเป็นเหยื่อ ของไอ้เด็กข้างบ้านร้าย ๆ อย่าง “ นายธันวา ”
ด้วยแรงแห่งปรารถนา

ด้วยแรงแห่งปรารถนา

“นาย... ฉันขอร้องล่ะนะ ช่วยทำให้ฉันท้องทีเถอะนะ นายไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นฉันรับผิดชอบเอง” สายไหมย่อตัวลงมากอดเขาเขาไว้แน่นหนาจนสะบัดไม่หลุด กันตชัยคิดหนัก ใช่ว่าเขาจะไม่ได้อยากทำ เรื่องทำให้คนท้องเขาถนัดแต่เรื่องความรับผิดชอบพร้อมห่วงที่จะตามมาทำให้เขาคิดไม่ตกเลย... เขาจะทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดมาแล้วจะไม่ดูดำดูดีทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นลูกนั้นก็คงไม่ได้แน่... ชายหนุ่มมองคนที่กอดเข่าเขาร่ำไห้อยู่ สงสารเธอก็สงสารอยู่หรอก ยิ่งเห็นหน้าอกหน้าใจเธอจากมุมสูงนี่ยิ่งเห็นใจใหญ่ เขามองใบหน้าเนียนที่เขาเพิ่งเห็นความสวยนั่นแล้วก็ต้องถอนหายใจ... “เอาก็เอา ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว... ฉันตกลงช่วยเธอก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต่อจากนี้ไปทุกอย่างที่เหลือให้ฉันตัดสินใจเอง เข้าใจมั้ย” เขาบอก สายไหมเงยหน้ามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอโผเข้ากอดเขาไว้แน่นด้วยความดีใจอย่างสุดกำลัง กันตชัยรู้ได้เลยว่าลาพักร้อนนี้ของเขาต้องไม่ใช่วันหยุดแน่อีกต่อไปแล้ว เพราะเขายังต้องทำงานเป็นพ่อพันธุ์ผลิตลูกกับเธอ... “ว่าแต่เธอมีรอบเดือนวันไหนเหรอ” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจจนเขาบอกว่าจะเอามาคำนวณวันไข่ตกเธอจึงยอมบอกเขาไป “จากวันนั้นมาวันนี้เป็นช่วงกลางไซเคิลของรอบเดือนพอดี งั้นไข่เธอก็ตกวันนี้น่ะสิ... ถ้าเราเริ่มวันนี้เธอจะพร้อมมั้ย” “ฉะ... ฉัน เอ่อ พร้อม ฉันพร้อม” เธอบอก กล้าๆ กลัวๆ แล้วจึงมั่นใจในตอนท้ายเมื่อคิดได้ว่ายิ่งท้องเร็วยิ่งดี “ฉันก็พร้อมเหมือนกันงั้นเราไปอาบน้ำกันเถอะนะ” เขาบอกสีหน้ากรุ้มกริ่ม พลางดึงมือเธอให้เดินตามมาที่ห้องน้ำของห้องนอนเธอ “ดะ เดี๋ยวค่ะ... คือฉันทำอะไรแบบนี้ไม่เป็นเลย มันจะเป็นอุปสรรคสำหรับการทำลูกของเรามั้ย ฉันหมายถึงเรื่องบนเตียง ฉันไม่เป็นเลย...” เธอบอกสีหน้ารู้สึกผิดมากที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่เขากลับแหงนหน้าหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ “ไม่เห็นต้องกลัวอะไร มีฉันซะอย่าง ของอย่างนี้สอนรอบเดียวก็รู้เรื่องแล้ว เผลอๆ แป๊บเดียวเธออาจจะเก่งกว่าฉันก็ได้นะ”
กับดักรักดวงใจชีค

กับดักรักดวงใจชีค

ชีคซาอิดถือจอกน้ำผึ้งหวานมานั่งที่ริมขอบเตียง เขาจะจ่อมันที่ปากของคนหลับอยู่ แต่ก็เปลี่ยนใจยกจอกนั้นมาดื่มแทนแล้วก้มลงมอบจุมพิตหวานให้หล่อน เพื่อถ่ายเทน้ำหวานเชื่อมในอุ้งปากป้อนหล่อน... ไอยวรินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับน้ำหวานๆ ในปาก ริมฝีปากหนาที่บดจูบอยู่บนนั้นไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้คลายจังหวะการหายใจ ทำให้หล่อนกลืนน้ำผึ้งหวานกลิ่นลาเวนเดอร์ลงคอ... แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะเคลิ้มกับรสจูบ ความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าหน้าอกของตัวเองกำลังถูกสัมผัสอย่างจาบจ้วงก็ทำให้หล่อนผลักเขาออกสุดกำลัง แม้ขนาดตอนที่เขาจะก้มลงมาจูบใหม่ หล่อนก็ยังสะบัดตบเขาหน้าหันถึงสองรอบ “พอมีแรงขึ้นมาก็เอาเรื่องทีเดียวนะ...” เขาคำรามใส่หล่อน “รู้ไหมว่าการที่เธอตบหน้าฉัน อาจจะทำให้เธอหัวขาดได้ง่ายๆ... อย่าเก่งกับฉันให้มาก ทำอะไรเท่าที่ควร” สิ้นคำพูดของเขา มือเล็กหากน้ำหนักมากก็ฟาดที่ปากของเขาจนเลือดซึมซิบๆ “ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก” เขาคำราม ก่อนจะช้อนอุ้มร่างหล่อน ไม่สนว่าหล่อนจะดิ้นพล่านสักแค่ไหน เขาจับหล่อนโยนลงสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำอยู่เต็มแลดูใสสะอาด ไอยวรินทร์โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำแล้วร้องด่าเขาเป็นพัลวัน และก็ต้องว่ายน้ำหนีเมื่อเขากระโดดตามลงมา... พอกระโดดพ้นไปเกาะที่อีกฝั่ง มือหนาก็รั้งสะโพกหล่อนเอาไว้ได้ ทำให้ปีนขึ้นสระจากไม่ได้และตกลงมาในสระอีกครั้ง
กล้วยไม้ล้อมตะวัน

กล้วยไม้ล้อมตะวัน

เมื่อคนแปลกหน้า นัยว่าเป็นเศรษฐีใหม่เข้ามาในเชียงราช เขากว้านซื้อบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินที่ตกทอดมาตั้งแต่ต้นตระกูลของ ณิชา ไป ทายาทที่เหลือเพียงคนเดียว แถมยังสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างเธอจะทำอย่างไรได้ นอกจากทำใจยอมรับ คิดจะหลีกทางให้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวที่สุด แต่นั่นไม่นับรวมถึงการถูกทำร้ายจิตใจ ดูหมิ่นเกียรติไม่เว้นวัน มันทำให้ณิชาสุดจะทน...จากที่คิดจะถอยอย่างสงบ จึงฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง คอยดูนะ เผลอเมื่อไหร่ ณิชาคนนี้จะตลบหลัง เอาทุกอย่างคืนมาให้หมด! ส่วน ไรวินทร์ คนอย่างเขาคงไม่เหมาะกับการปิดทองหลังพระจริงๆ สำหรับแม่คุณหนูตกอับอย่างณิชาคงเข้ากับสำนวนไทยที่ว่าทำคุณบูชาโทษแท้เชียว เมื่อเสียเงินไปก็มาก แต่เจ้าตัวยังทำตัวร้ายกาจไม่เลิก เขาก็หมดความอดทนได้เหมือนกัน แม่จอมวายร้าย งั้นมาลองดูกันสักตั้งไหม ว่างานนี้ใครจะอยู่หรือใครจะไป! .................... “ตกใจที่ฉันรู้ใช่ไหม จะบอกให้ว่าขณะที่คุณอวดตัวว่ารู้เรื่องของฉัน การเคลื่อนไหวของคุณ เรื่องของคุณก็ไม่เป็นความลับ สำหรับฉันเหมือนกัน ฉันรู้ว่าคุณเข้ามาเชียงราชทำไม เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐาน แต่ถ้าฉันหาได้เมื่อไหร่จะส่งให้ตำรวจ อย่าคิดจะมาสร้างเครือข่าย สร้างอิทธิพลในเมืองนี้ได้ สักวันคุณจะตกเป็นผู้ร้ายที่ถูกส่งตัวข้ามแดนกลับไปรับโทษ” คำขู่ดุเดือดจากคนร่างกลมกลึงอรชร มันทำให้ ไรวินทร์ นึกอยาก...สั่งสอนให้รู้จักเขาเสียเดี๋ยวนี้ ชายหนุ่มเดาะลิ้น ปรายตามองแม่แมวน้อยที่กำลังสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ นึกพอใจในความเก่งกล้าของ ณิชา อย่างถึงที่สุด มันช่างผิดกับภาพแรกที่เห็นลิบลับ... แล้วอยากรู้ต่อมาว่าภายใต้ผิวขาวนวลแลดูบอบบาง กับท่าทางนิ่มนวลนั้น หล่อนจะซ่อนไฟร้อนอยู่สักขนาดไหน ซีรีย์ชุด สิงห์หนุ่มแห่งเชียงราช
วิวาห์พันธนาการ

วิวาห์พันธนาการ

“คุณยังไม่ได้รู้เรื่องเลยกวินตรา... ผมต้องการทายาท คุณแต่งงานเพื่อมาทำหน้าที่นี้แต่คุณไม่ยอมทำ ไม่ยอมให้ผมแตะต้อง ผมไม่ชอบการบังคับใคร เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง” “แต่ว่าฉันไม่ได้ตกลงแต่งงานเพราะเรื่องทายาทนะคะ” “ผมถึงต้องตกลงกับคุณให้รู้เรื่องยังไงล่ะ... เราจะแต่งงานกัน ทำหน้าที่สามีภรรยากัน มีทายาทกัน” “เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว” กวินตราแทรกเสียงหลง เมื่อมันจะเลยเถิดไปกันใหญ่ “ เราแต่งงานกันแค่หลอกๆ อีกไม่นานก็จะเลิกกัน” “เราจะไม่เลิกกัน เราจะแต่งงานกันตลอดไป คุณก็รู้ว่าผมยังรักคนรักเก่าของผม ผมจะไม่แต่งงานกับใครอีกแล้วในชีวิตนี้ แต่ผมต้องแต่งงานกับคุณเพื่อช่วยคุณและก็ช่วยเจ้าชาย ดังนั้นผมจึงอยากให้คุณช่วยผมด้วยเรื่องการมีทายาท เพราะคงดูไม่จืดหรอกนะหากแต่งงานไปแล้วจะแยกห้องกันจนแก่ตายผมก็ไม่มีทายาทแล้วใครจะมาสืบทอดตำแหน่งชีคแห่งคอรีเยาะห์” เขาพูดรัวเร็วขึ้นมาจนหญิงสาวเถียงไม่ทัน จะเอ่ยแทรกก็เอ่ยไม่ได้ ซ้ำตอนที่เขาหยุดพูด เธอก็ไม่มีโอกาสได้พูด เพราะเขาถือโอกาสลุกขึ้นมาประคองดวงหน้าที่มีสีหน้างุนงงของเธอเอาไว้แล้วบดจูบลงมาเป็นอันยุติการตกลง เพื่อจะทำให้ข้อตกลงบรรลุผลและดูเหมือนเป็นการยินยอมทั้งสองฝ่าย... กวินตราดิ้นอึกอัก เธอยังไม่ได้คิด ไม่ได้ตัดสินใจ ไม่ได้ตกลง... แต่เขาก็ใช้วีการบังคับเธอ โดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธเลยสักนิดเดียว... นี่หรือคือคนไม่ชอบบังคับ กวินตราไม่เชื่อ...
ท่านประธานเจ้าขา

ท่านประธานเจ้าขา

โปรย ไตร... ชายหนุ่มสูง ใหญ่ หล่อ รวย กล้ามเป็นมัด น่าฟัดเป็นบ้า เจ้าขา... สาวสวยอวบอัด หัวโบราณผู้รักนวลสงวนตัว เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันในฐานะท่านประธานกับเลขา สำหรับเขา...เธอน่าเบื่อ ทำอะไรก็ขัดหูขัดตา แถมเถียงคำไม่ตกฟาก สำหรับเธอ...เขาทั้งเจ้าเล่ห์ เพลย์บอย มือไว ร้ายกาจ ปากหมา ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เสมือนน้ำมันกับไฟ จะฟาดฟันร้อนแรงสักเพียงใด...ไปลุ้นกัน ตัวอย่าง : คล้ายสติจะกลับมาเพียงเพราะสัมผัสสิ่งของต้องห้าม เธอทั้งดึงทั้งรั้งมันออกจนสำเร็จแล้วผลักไสเขาออก ก่อนจะเลื่อนตัวลงไปหลบยังอีกฝั่งของโต๊ะทำงานเขา สองมือ ลนลานดึงบราเซียลงมาปิดทรวงสล้างทั้งสองเต้าที่ยังคงมีน้ำลายเขาเปียกชุ่ม พยายามดึงเสื้อเชิ้ตที่กระดุมขาดเพราะโดนกระชากมาปกปิด “คุณมันทุเรศ ทุเรศ !” เธอตะโกนด่าปากคอสั่น เขาแย้มยิ้มยั่วโมโห พลางจัดเก็บขีปนาวุธอันยิ่งใหญ่ไว้ในกางเกงเรียบร้อย “ทุเรศตรงไหน ผมก็แค่ล้างมือให้คุณ” “ล้างมือบ้าอะไรของคุณ” “ก็มือของคุณสัมผัสไอ้ภพไง คุณเป็นเลขาของผม เป็นผู้หญิงของผม คุณไม่มีสิทธิ์จะไปแตะต้องตัวผู้ชายคนอื่น แล้วจำใส่กะลาหัวเอาไว้ด้วยว่าถ้าคุณขืนกล้าให้ผู้ชายคนอื่นโดยเฉพาะไอ้ภพเข้าใกล้ในรัศมีหนึ่งเมตร หรือเปิดประตูให้มันเข้าไปหาอีกล่ะก็ ผมจะเอาคุณมาล้างอีก ล้างชนิดที่ถึงอกถึงใจทั้งตัวเลยล่ะ” น้ำตาของเจ้าขาไหลออกมาราวทำนบแตก เธอเกลียด เกลียดผู้ชายคนนี้เหลือเกิน ทำไมเขาจึงเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ให้เกียรติคนอื่นแบบนี้ เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ! “ฉันขอลาออก!” เขายักไหล่ “ไปสิ อยากลาออกก็ไปเลย ไปฝ่ายบุคคลเลย” “ได้ ฉันลาออกแน่ ฉันทนคนลามกโรคจิตเอาแต่ใจอย่างคุณ ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” “เออ ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน แล้วอย่าลืมเอาเงินสิบล้านมาชดใช้ค่าเสียหายภายในไม่เกินหนึ่งเดือนตามสัญญาด้วยนะ” “คุณว่าอะไรนะ” “เงินสิบล้านไง ชดใช้ค่าเสียหาย” “ค่าเสียหายบ้าบออะไรของคุณสิบล้าน ฉันมาทำงานแค่สองอาทิตย์ บริษัทคุณมีแต่ได้กับได้ ฉันขอลาออก ไม่เอาเงินเดือนก็ได้” อีกฝ่ายยักไหล่ “ก็มันมีระบุไว้ในสัญญาที่คุณเซ็นวันแรกที่ทำงานกับผม” เธอเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ “อะไรนะ” “ไม่เชื่อก็อ่านดู” เขาเดินวนไปหยิบแฟ้มสัญญาการเข้าทำงานของเธอมาโยนโครมไปบนโต๊ะ เธอลนลานรีบหยิบมาแล้วเปิดมันออกก่อนจะพูดอย่างเกรี้ยวกราด “สัญญาของคุณมันมีตั้งเกือบยี่สิบหน้า ใครจะไปอ่านทั้งหมด แถมยังตัวเล็กขนาดนั้น แถมตอนนั้นคุณก็ยังเร่งให้ฉันเซ็น” “นั่นคือความสะเพร่าของคุณเอง โทษใครไม่ได้” เธอกวาดสายตาอ่านมันอย่างรวดเร็วจนถึงหน้าที่แปด มันมีวงเล็บอยู่ข้างท้ายแถมตัวหนังสือเล็กกว่าใครพวก รายละเอียดประมาณว่าถ้าหากพนักงานลาออกก่อนครบเวลาทดลองงานสามเดือน จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ทางบริษัทเป็นจำนวนเงินสิบล้านบาทในเวลาภายในหนึ่งเดือน “บ้า บ้าที่สุด สัญญาบ้าบออะไรแบบนี้ !” “สัญญาของท่านประธานไตรคนนี้แหละ” “ฉันเกลียดคุณ เกลียด !” ยิ่งเธอด่า ยิ่งโมโห เขายิ่งหัวเราะดังขึ้น ๆ ราวกับคนบ้า “เกลียดผมเข้า เกลียดให้มาก ๆ นะ สาวเฉิ่มหัวโบราณอย่างคุณน่าจะรู้นะว่ามีสุภาษิตคำพังงาได้กล่าวไว้ ว่าเกลียดอะไร ก็จะได้อย่างนั้น” “สุภาษิตคำพังเพย พังงานั่นมันชื่อจังหวัด !” แม้ว่าจะกำลังโมโห แต่ก็อดที่จะแก้ไขคำผิดให้เขาไม่ได้ เขายักไหล่ ทำหน้ายียวน “เออนั่นแหละ เกลียดอะไรได้อย่างนั้น คุณเป็นของผม และผมเป็นคนหวงของ อะไรที่เป็นของผม ไอ้หน้าหมาตัวไหนก็ห้ามแตะต้อง” เขาว่าพลางถอดเสื้อสูทที่สวมอยู่ออกแล้วโยนให้เธอ “สวมซะ ผมไม่อยากให้คนอื่นเห็นนมคุณ” แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เธอยืนอึ้งก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง หนีไม่ได้ ลาออกก็ไม่ได้ แถมทำอะไรเขาก็รู้หมดราวกับมีหูตาทิพย์ มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเธอนักหนาเจ้าขาเอ๋ย อีตาท่านประธานโรคจิต อีไตปลา อีหมาหวงก้าง !   *****************************************
ปมแค้นอสูรกายร้ายพ่ายนารี

ปมแค้นอสูรกายร้ายพ่ายนารี

นายอามันต์โด้ เดฟวารา มีชื่อไทยว่านักรบหนุ่ม นักธุรกิจเนื้อหอมลูกครึ่งไทยอังกฤษ อายุสามสิบปี สูงใหญ่หล่อล่ำเป็นที่หมายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ เมื่อเขาเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนทุกคนมักจะหลงใหลในเสน่ห์ของอาร์มันโด้ ที่มีความเป็นชายเนื้อแน่นกำยำกล้ามเป็นมัดๆ การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ เพราะปมในอดีต ที่ทำให้เขามีความรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายมาหลายสิบปี ซึ่งปมแค้นครั้งนี้ อาร์มันโด้จะไม่มีวันให้ครอบครัวของเธอนั้นมีความสุข อยู่บนกองเงินกองทองที่บิดาของเธอ เคยคดโกงตระกูลบิดาและมารดาของเขาไป จนบุพการีต้องฆ่าตัวตาย ก่อนจะทิ้งจดหมายผูกปมแค้นนี้เอาไว้ เพื่อรอวันให้ลูกชายได้ล้างแค้นทวงทุกอย่างคืนกลับมา นางสาวนารี กศิเทพพาณิชย์ อายุยี่สิบหกปี ลูกสาวคนเล็กของตระกูลกสิเทพพาณิชย์ ใครเล่าจะรู้ว่าเธอขมขื่นเพียงใด กับความทุกข์ตรม เมื่อบิดามารดารักลูกไม่เท่ากัน ทุกคนปฏิบัติกับเธอราวกับนารีเป็นทาสรับใช้ ทั้งที่เธอนั้นเป็นลูกในไส้ของแม่พิกุลกับพ่อศรเทพ แต่บิดากับมารดากลับรักลูกสาวคนรองกับพี่ชายคนโตมากกว่าเธอ ส่งเสียให้เรียน โรงเรียนดีๆ มหาวิทยาลัยดังๆ ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา ส่วนนารีนั้น ตั้งแต่ประถม มัธยม จวบจนเข้ามหาวิทยาลัย โชคดีแค่ไหนที่ไม่ได้กู้ทุนรัฐบาลเรียน แม้จะได้เข้าศึกษา แต่บิดามารดาก็ได้ส่งเสียให้เรียนแค่โรงเรียนของรัฐ จวบจนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยที่เรียนก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แต่นารีกลับเรียนจบด้วยการคว้าเอาเกรดนิยมอันดับหนึ่งมาครองจนได้ แต่นั่นกลับไม่ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวเลยแม้แต่น้อย วันเกิดของรวีพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากวันนี้ มีแขกคนสำคัญมาร่วมงานด้วย เขานั้นคืออาร์มันโด้นักธุรกิจหนุ่มที่รวีนั้นหมายมั่นปั้นมือจะเอาชายหนุ่มมาเป็นคู่นอนให้ได้ แขกที่มาร่วมงานต่างก็แต่งองค์ทรงเครื่องประชันโฉมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะเจ้าของวันเกิด ที่ใส่ชุดราตรีเกาะอกสีแดงโชว์เต้าขาวอวบ เปิดแผ่นหลังโชว์เนื้อหนังมังสา จนใครต่อใครต่างก็ชื่นชมในความงามและเซ็กซี่ของรวี