บ่วงรักเฑียรฆชาติ

บ่วงรักเฑียรฆชาติ

SHASHAwriter

5.0
ความคิดเห็น
283
ชม
27
บท

นาคี วีรัง อาฆาตุคุเนติ เสียงสาปนี้ดังก้องทั่วท้องนที ทั้งมหาสมุทร ท้องแม่น้ำ ลำคลอง บึง สระ หรือแอ่งน้ำเล็ก ๆ นั่นก็ยังได้รับผลจากคำสาปนี้ เนื่องด้วยเจ้าแห่งท้องนทีถูกลอบปลงชีพจากเมียรัก นางแทงกริชเล่มเล็กเอาชีวิตสวามี ก่อความอาฆาตพยาบาทและแคลงใจมาจนถึงภพชาติปัจจุบัน ปทุมมารู้สึกสะอิดสะเอียนพะอืดพะอมทุกครั้งที่ได้ยินตำนานเรื่องนี้ เธอไม่เชื่อตำนานนี้อย่างเด็ดขาด จนวันที่ย้ายไปเป็นแม่บ้านที่อาคารแห่งหนึ่ง ก็ทำให้เธอพบว่า ศาตราจารย์เธียร ชายคนนี้ทำให้เธอนึกถึงท่านพญานาคราชขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และเขาไม่ได้อบอุ่นอย่างที่คนอื่น ๆ เห็น ภายใต้บุคลิกเรียบเงียบขรึม เธอดูออกหรอกน่าว่าเขาน่ะเอาแต่ใจและชอบจับผิดเธออีกด้วย แล้วทำไมจะต้องคอบจับผิดแต่เธอก็ไม่รู้ อย่างกับว่าชาติก่อน เธอเคยทำร้ายเขาจนเจ็บปางตายอย่างนั้นแหละ

บทที่ 1 เริ่มเรื่อง

นาคี วีรัง อาฆาตุคุเนติ

เสียงสาปดังก้องทั้งนที ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทร แม่น้ำ ลำคลอง บึง สระ หรือแอ่งน้ำเล็ก ๆ ก็ด้วย และนั่นคือเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เกือบปลิดชีพชั่วกัปชั่วกัลป์ของเจ้าแห่งท้องนที จนทำให้พญาเฑียรฆชาติจมอยู่กับความแค้นมาตลอด

ว่ากันว่าคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรพร้อมกับน้ำล้นในแม่น้ำลำคลองสั่นสะเทือนเลือนลั่นเป็นนานแท้จริงมาจากในเมืองบาดาลนี่เอง เมื่อพญาเฑียรฆนาคราชถูกทิ่มแทงด้วยกริชเล่มเล็กหวังปลิดชีพจนชีพวางวายด้วยเมียชั่วช้า ที่กล้าคบชู้แล้วยังลอบขโมยดวงแก้วแห่งท้องบาดาลหวังให้ชู้รักและตนได้เป็นใหญ่ในเมืองบาดาล

ทุกครั้งที่ฟังตำนานนี้ปทุมมาจะรู้สึกพะอืดพะอมแล้วก็อยากจะร้องค้านออกไปว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องจริง เรื่องเล่าที่ว่านั้นดูปั้นแต่งจนเกินไป และเชิดชูท่านเทียน ๆ ชาติ ๆ อะไรนั่นมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นจะต้องหาทางฆ่าสามีอย่างท่านเทียน ๆ ชาติ ๆ อะไรด้วยล่ะ

เพียงเพราะอยากให้ตัวเองและชู้เป็นใหญ่ในเมืองบาดาลอย่างนั้นหรือ จะทำแบบนั้นไปทำไมก็ในเมื่อนางเองกำลังตั้งท้อง แล้วก็ยังถูกขังในตำหนัก นางไม่มีลูกสมุน ไม่มีพรรคพวก ไม่มีบริวารที่จงรักภักดีเลยไม่ใช่หรือ แล้วชู้ที่ว่านั่นใคร ไม่เห็นพูดถึงกัน แล้วจะขึ้นเป็นที่หนึ่งด้วยลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ลูกเดียว ที่ไม่รู้ว่าได้มาครอบครองแล้วจะเป็นที่หนึ่งจริงหรือเปล่า แค่นั้น อย่างนั้นเลยหรือ

ปทุมมาไม่เห็นด้วยเลย และเธอก็เคยได้ยินเรื่องราวนี้ในอีกมุมจากตาทองอยู่และปู่ทองดีของเธอมาแล้วด้วย ท่านเล่าตำนานนี้ให้ฟังบอกว่านี่ต่างหากที่เป็นเรื่องจริง

ครั้งนั้นมีมือที่สามคิดปลิดชีพท่านพญานาคราชอะไรนั่น และคนร้ายก็คือคนในเมืองบาดาลนั่นแหละ ที่นอกจากจะคิดฆ่าท่านพญานาคราชแล้วก็ยังคิดกำจัดผู้หญิงคนละตระกูลกับทางท่านพญานาคราชที่ท่านตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ เหตุเพราะคนในกลุ่มนั้นหวั่นใจ กลัวว่าหญิงผู้นั้นจะกลายมาเป็นอัครมเหสีของท่านพญานาคราชจึงรวมหัวกันคิดแผนร้ายด้วยการป้ายความผิดให้หญิงผู้นั้น

ได้ยินแล้วปทุมมาค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อยแล้วเธอก็อยากเชื่อเรื่องเล่าของตาและปู่มากกว่าตำนานที่คนอื่นเอามาบอกต่อกันมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเหตุผลอะไรไปค้านเพราะตาและปู่ของเธอเป็นเพียงชายแก่ สองคนที่ใช้ชีวิตทำสวนทำไร่ทำนาที่ต่างจังหวัดเท่านั้น

ถอนลมหายใจบอกตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องจะต้องเอามาขบคิดเลย แล้วลุกไปยังห้องเก็บของด้านหลังเพื่อเอารถเข็นเครื่องมือทำความสะอาดของตัวเองไปทำงานที่ชั้นล่างในช่วงบ่าย

ขนุนหนัง แม่บ้านรุ่นพี่ที่รับผิดชอบงานดูแลทำความสะอาดชั้นเดียวกันกับเธอยังคงจ้องมองคลิปเรื่องดังในตำนานอย่างตั้งอกตั้งใจ น่าจะเป็นเพราะเสียงเล่าใส่อารมณ์กระแทกกระทั้นนั่นเอง เธออยากถามว่าตอนเข้าอบรมแม่บ้านตั้งใจฟังขนาดนี้ไหมก็อมยิ้มไว้ไม่กล้าแซวกลัวอีกฝ่ายจะงอนเอา

พอหัวหน้าแม่บ้านเดินผ่านประตูมาทางนี้เจ้าตัวก็ลนลานรีบปิดคลิป รอจนทางนั้นเดินจากไปค่อยหันมาคุยกับเธอ

“เป็นพี่หน่อยไม่ได้นะบัวเอ๊ย พี่จะใช้มารยาของพี่บวกคูณกับเสน่ห์ร้อยล้านเล่มเกวียนของพี่ล่อลวงให้ผัวรักผัวหลง ลำพังผัวตัวนั่นก็ที่หนึ่งในเมืองบาดาลอยู่แล้ว ชู้เป็นแค่ลูกเมียน้อยของพ่อผัว ไปเอาทำไมกันวะ นังผู้หญิงคนนี้นี่ตาต่ำชะมัดเลย”

อ้อ ที่แท้ชายชู้ที่ถูกโยงเข้ามาเอี่ยวด้วยเป็นลูกของภรรยาอีกคนของนาคราชเทียน ๆ อะไรนี่เอง แบบนี้ละมั้งก็เลยแค้นกันไปมา ปทุมมาคิดตามเรื่องที่ขนุนหนังเล่า ก่อนจะได้ยินขนุนเรียกเสียงอ่อย ๆ “บัว”

เธอไม่ได้ขานรับแต่ถึงอย่างนั้นก็หันไปมองสบตาด้วย ขนุนหนังรีบลดเสียงลงแล้วเอ่ยว่า “วันอาทิตย์มาทำงานแทนพี่หน่อยนะ”

“ได้พี่” ปทุมมาตอบรับเสียงแข็งขัน วันหยุดค่าแรงสามเท่าท่องเอาไว้ ไม่ขยัน เหงื่อไม่ออก ไม่ได้เงินหรอกบัว เธอบอกตัวเองแบบนี้เสมอ

หัวหน้าแม่บ้านเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง ตรงมาหาเธอพร้อมเรียกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจึงรีบตอบรับแกกลับไปเพราะรู้ว่าถ้ามาลักษณะนี้คือมาสั่งงานอย่างแน่นอน

“บ่ายนี้ บัวขึ้นไปเก็บของที่มันเกะกะทางเดินแล้วก็พวกของที่ไม่ใช่แล้วตรงชั้นบนให้พี่หน่อยนะ”

“ชั้นบนไหนคะ”

“บนสุดนั่นแหละ”

“ชั้นที่ปิดเอาไว้ไม่ให้ขึ้นนั่นน่ะหรือคะ”

“ใช่จ้ะ เห็นทางงานบริหารเขาโทรมาว่าให้ขอจัดห้องทำงานใหม่ เขาจะเอาชั้นนั้นทั้งชั้นให้ท่านดอกเตอร์อะไรนี่แหละ ไม่ต้องรีบทำหรอก คุณแกก็ไม่รู้จะมาจริงหรือเปล่า ที่นี่ออกจะกันดาร ใครเขาอยากมากัน เหมือนพวกเราไง เมื่อตอนที่เราเพิ่งย้ายกันมา ที่คุย ๆ กันว่าจะมีผู้บริหารมาประจำที่นี่น่ะจำได้ไหม” คนพูดหยุดหน่อยหนึ่งเพื่อให้เธอกับขนุนหนังนึกตาม พอจะจำได้บ้างจึงพยักหน้าอือออตามแกไป แล้วคนเล่าจึงเล่าต่อ “นั่นแหละแล้วแกก็ไม่มา รอบนี้ก็คงอีหร็อบเดิม รับปากไปงั้น แล้วก็คงจะไม่มาอีก”

ขนุนหนังถามขัด เพราะหากว่าเธอขึ้นไปทำตามสั่ง ตนก็ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียวที่ชั้นล่างนี้น่ะสิ

“แล้วอย่างนั้นจะให้บัวมันขึ้นไปทำทำไมล่ะคะ”

“ก็ต้องไปหน่อย เดี๋ยวได้มาหาเรื่องว่าเราอีก ว่าไม่ใช่พนักงานประจำ เป็นOutsourceเดี๋ยวด๋าวก็ย้ายไปที่อื่นอย่างเราน่ะดื้อด้าน ไม่ทำตามคำสั่งของเขายังไงล่ะ”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวบัวขึ้นไปทำตอนนี้ค่ะ”

ส้มป่อยมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู “ดีจ้ะ”

ปทุมมารับคำสั่งแล้วจึงเข็นรถเข้าลิฟต์ตรงไปยังชั้นบนสุดที่ว่านั่นทันที

ร่างสูงใหญ่ลงจากรถหรูสีดำเป็นมันวาวทั้งคันที่มองผ่านเพียงผิวเผินคนจิตอ่อนบางคนมองเห็นว่ายานพาหนะคันนี้คล้ายมีเกล็ดประดับโดยรอบ

เขาพารถจอดลงที่ด้านหลังอาคารสำนักงานสาขาต่างจังหวัด ที่ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่เคยเป็นหน้าเป็นตาให้เครือเลยสักครั้ง แม้ไม่เคยทำกำไรให้กับ NAGARA Bev. แต่ก็ไม่เคยขาดทุน คณะทำงานและทีมผู้บริหารจึงยังไม่คิดที่จะยุบสาขานี้ จะว่าไปแล้วการตัดสินใจทั้งหมดว่าจะยุบที่ไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นความคิดของเขาแทบทั้งสิ้น

ชายหนุ่มพาตัวเองเดินเข้าประตูอาคารสำนักงานที่พนักงานรักษาความปลอดภัยหละหลวมไม่มีใครมายืนเฝ้าประตูนี้เลยสักคน ตรงเข้าลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตัวอาคาร

ครั้งนี้เขาเข้ามาโดยไม่ได้บอกกล่าวให้ใครรู้เพราะอยากมาดูว่าที่นี่เรียบร้อยดีอย่างที่พี่ชายของเขาบอกจริงหรือไม่และอีกเหตุผลที่เขามา คิดพร้อมหัวคิ้วขมวดเข้าหากันก่อนคลายออกช้า ๆ แรงกระตุ้นนั้นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทันทีที่กล่องเหล็กกลางเก่ากลางใหม่พาขึ้นไปยังชั้นบนสุดแล้วและเปิดออกกว้างให้เขาเดินออกไป ก็พบว่าข้าวของกองระเกะระกะอยู่ตรงทางเดินเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีเสียงกุก ๆ กัก ๆ ดังมาจากด้านในอีกด้วย

เธียรเดินเข้าไปจนสุดทาง มองเข้าไปด้านใน เห็นแม่บ้านร่างผอมแกนไม่สูงมากนักกำลังรื้อของที่บนโต๊ะของเขาอยู่

“ทำอะไร”

เสียงเข้มขรึมส่งออกไปถาม สายตาเรียบเฉียบคมมองจ้องหญิงคนนั้นนิ่ง และเมื่อเห็นเต็มสองตาว่ากำลังหยิบแท่นหินของวงศ์ตระกูลที่เขาไม่รู้ว่ามันมาอยู่ที่นี่เมื่อไร ก็สั่งเสียงเรียบแต่ก็ฟังแล้วเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีอยู่ไม่น้อยกับหญิงผู้นั้นอีกครั้ง

“วางของนั่นลง”

มือเล็กแบบเดียวกับรูปร่างรีบวางหินหนาใหญ่แท่งนั้นลงในทันทีเพราะเข้าใจว่าคงเป็นของเก่าเก็บมีราคาที่คงจะเป็นของของชายผู้นี้

ปทุมมายิ้มอย่างที่หัวหน้าสอนให้ยิ้มเวลาพบสีหน้าไม่พอใจของผู้บริหาร แล้วรีบบอกเขาเพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเธอเข้ามาโดยพลการหรือเข้าขโมยของของเขา

"ฉันเป็นแม่บ้านค่ะ กำลังเก็บของทำความสะอาดให้น่ะค่ะ”

“ใครอนุญาตให้ขึ้นมาบนนี้”

ปทุมมาคิดเล็กน้อยก่อนตอบไปว่า “งานบริหารค่ะ เขาให้ขึ้นมาทำความสะอาดรอผู้บริหารมา...” เธอยังตอบเขาไม่จบความดีเลยด้วยซ้ำ เสียงสั่งทรงอำนาจเอ่ยไล่อย่างสุภาพทว่ากดดันอยู่ไม่น้อย

“หากต้องการแม่บ้าน จะให้คนแจ้งไปอีกที”

ปทุมมามองของที่ยังเก็บไม่เรียบร้อยดีเลยด้วยซ้ำด้วยสายตาเสียดาย “ขอเก็บของตรงนี้ให้เสร็จก่อนได้ไหมคะ”

ไม่มีเสียงสั่งกำชับของเขาที่ฟังดูเข้มงวดเผด็จการน่าเกรงขามอย่างเมื่อครู่ มีเพียงแววตาเรียบนิ่งมองตอบกลับมาเท่านั้น ปทุมมามองตอบสายตาของเขาแล้วก็เลื่อนสายตาไปมองที่ของที่ยังเก็บไม่เสร็จเรียบร้อยอีกครั้ง เพราะเธอไม่เคยทำงานค้าง ๆ คา ๆ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าชายคนนี้เป็นใครมาจากไหน แต่การขึ้นมาบนชั้นนี้ได้ก็คงเป็นคนของบริษัทที่สำคัญคนหนึ่งละมัง ว่าแล้วก็รีบเก็บเช็ดซ้ำอีกทีเท่าที่พอทำได้ ค่อยลากรถเข็นออกไปที่ด้านนอกห้อง รีบเข็นรถตรงเข้าลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่างอย่างเดิม หัวหน้าของปทุมมาวางสายลงพอดี เห็นเธอลงมาไวก็มุ่นคิ้วสงสัย

“เสร็จแล้วหรือ ทำไมไวจัง”

“ใครก็ไม่รู้ขึ้นไปชั้นผู้บริหารค่ะ เขาบอกให้บัวลงมา ไม่ให้ไปยุ่มย่ามบนนั้น”

“ใครจะขึ้นไปบนนั้นได้นอกจากผู้บริหาร นี่อย่าบอกนะว่ามาแล้วน่ะ”

ปทุมมามองแล้วยิ้มอย่างไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไรดีเพราะเธอไม่รู้ว่าหัวหน้ากำลังพูดถึงใคร แล้วใครหรืออะไรที่ว่านั่นน่ะมาแล้วจริงไหม แต่ก็น่าจะเป็นชายหนุ่มหน้าขรึมเข้มคนนั้นที่ชั้นบนของผู้บริหารเป็นแน่ที่อีกฝ่ายกล่าวถึง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ SHASHAwriter

ข้อมูลเพิ่มเติม
เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

โรแมนติก

5.0

ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"

ห้องลับของคุณรัชญ์

ห้องลับของคุณรัชญ์

โรแมนติก

5.0

"ถอดชุดบนตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้!" "หนูทำไม่ได้..." ขวัญลดายังพูดไม่จบดีเลยว่าเธอถอดชุดที่ใส่บนตัวออกไม่ได้เพราะมันรัดมาก ๆ นี่ก็นัดกับออยลี่ ลูกของป้าเนืองไว้แล้วให้มาช่วยถอดชุด ไม่รู้น้องคนที่วานให้ช่วยเหลือจะหลับไปแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องฉีกมันออกแทนการถอด แต่เจ้าของห้องลับที่ใคร ๆ พูดปากต่อปากกันว่า ห้องนี้ใครเข้ามาแล้วต้องเสว ก็ปราดเข้ามาปล้ำถอดชุดของเธอออกจนหมด แต่เพราะชุดมันรัดมาก ๆ ดลวรัชญ์ลงมือถอดไปก็สบถไปพลางด้วยอาการหัวเสีย "แต่งตัวเชี่ยอะไรวะ รู้ไหมว่ามันรัดหน้าอก รัดโหนกจนเห็นเป็นเนินนูน นึกว่าลานจอดฮอ" พอชุดถูกถอดออกจนหมด ขวัญลดาค่อยหายใจได้ลึกขึ้นจากเดิม นึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แม้จะดูเป็นการช่วยที่ไม่ปกตินักก็ตามที "หนูรู้ค่ะ" "รู้แต่ก็ยังใส่" "คุณป้าบอกว่ามันมีชุดเดียว ชุดนี้เมื่อก่อนท่านตัดไว้ให้พี่โรส แต่คุณเล่นพาพี่โรสมานอน หนูก็เลย..." "หึง?" เสียงเข้มถามขัดคำตอบของเธอ ขวัญลดามองเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยังไม่รู้จักเลยว่า หึง อาการเป็นอย่างไร "ไม่ใช่ค่ะ หนูกำลังอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมต้องใส่ชุดนี้" "เธอหึง" คนชอบให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองอย่างดลวรัชญ์สรุปในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ พร้อมด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเกร็งมันไว้ให้เหยียดตรงดังเดิม "และเธอเบี่ยงประเด็นนะลดา" "แล้วแต่คุณเลยค่ะ" ขวัญลดาบอกอย่างยอมแพ้ ++++++ เนื้อหานิยายเน้นอ่านเพลิน ๆ ย่อยง่าย ๆ และจบดี แฮปปี้ค่ะ

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

โรแมนติก

5.0

คำโปรย ปริญญ์เคยบอกว่ารักเธอ แต่เมื่อมีเหตการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลิกรากันไป เขาย้อนกลับมาทำดีด้วย และขอเธอแต่งงาน หลังแต่งงานกับจินดาพรรณมาสี่ปี ปริญญ์เที่ยวคบหาผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เธออับอาย ... นี่น่ะหรือความรักของเขา ตัวอย่างเนื้อหา "เดี๋ยวดา เรื่องที่เราคุยกันไว้ ดาต้องทบทวนดี ๆ ก่อน..." "พรุ่งนี้เลยปิน พรุ่งนี้ไปเจอกันตามที่ตกลงไว้ได้เลย" ปริญญ์มองเธอนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะพูดอะไรได้สักคำหนึ่ง ก็ยากเย็นเต็มที "หรือไม่ ปินว่าเราลอง..." "อย่าเอาแต่พูดหลอกล่อกันแบบนี้อยู่อีกเลยปิน เราสองคนจบกันเท่านี้เถอะ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เราจะได้ไม่เกลียดกันมากไปกว่านี้ หรือปินอยากให้ดาเกลียด จนไม่ไปเผาผีกันเลย ก็ได้นะปิน" ได้ยินและได้รู้ถึงความคิดของจินดาพรรณแล้ว ในใจของปริญญ์ปวดแปลบ เสียดและเสียวไปทั้งทรวงอก เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิดได้ในตอนนั้นเองว่านี่เขาทำอะไรต่อมิอะไรลงไปนั้น มันแย่มาก จินดาพรรณถึงได้บอกว่าเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ปริญญ์รู้สึกได้ถึงก้อนขม ๆ ในคอ เขาฝืนที่จะกล้ำกลืนมันลงไป แล้วขยับเท้าเพื่อถอยหลังออกมา มาได้เพียงครึ่งก้าวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สายตาเจ็บปวดของเขายังคงมองไปยังจินดาพรรณ เปิดปากเพื่อจะพูดบางประโยคออกไป "แต่ดา...ปินระ...ปินรั" จินดาพรรณหมุนตัว เพื่อกลับเข้าห้อง เธอไม่อยากฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แต่กลับโดนดึงตัวเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่ได้ออกแรงดิ้น ทำเพียงปิดตาลง ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ข้างในลึก ๆ บอกตัวเองว่าอย่าได้ถลำตัวและหัวใจไปกับภาพลวงตาของปริญญ์ อย่าได้หลงคารมของเขาอีกเป็นอันขาด บทจะหวาน ปริญญ์ก็ทำให้เชื่อได้ทั้งนั้น และเขาก็ทำเพียงเพราะต้องการให้เธอหลงเชื่อ เขาหลอกเธอซ้ำ ๆ แล้วทิ่มแทงเธอให้ผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจ ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ปริญญ์สูดดมกลิ่นของภรรยาเข้าจมูกจนลึกสุดปอด ถูไถใบหน้าไปมาอย่างที่โหยหามาโดยตลอด พร้อมกับพึมพำที่ข้างหูของเธอ "ปินให้เวลาดาคิดอีกสามวัน ระหว่างนี้ถ้าดาเปลี่ยนใจ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าดายังคิดแบบเดิม วันนั้นเราค่อยไปเจอที่บริษัทตามที่คุยไว้ แต่ระหว่างนี้ ดาต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด" จินดาพรรณถอนลมหายใจของตัวเองออกยาว ๆ เธอนี่หรือใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ตลอดมามีแต่ปริญญ์ที่ทำแบบนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นค่อยเปิดตาขึ้น แล้วออกแรงดันตัวเองจากอ้อมกอดของเขา หันมามองที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า บอกออกไปตามอย่างที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ "ดาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีกแล้วล่ะปิน ถ้าปินว่างพอ พรุ่งนี้เราก็ไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยได้เลย" ****************************** แนวพระเอกโบ้ ไม่ได้นอกใจ จบดีและไม่มีใครตุยค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มหาเศรษฐีเพลย์บอยคลั่งรัก

มหาเศรษฐีเพลย์บอยคลั่งรัก

เนื้อนวล
5.0

เขาปรามาสว่าหล่อนทั้งเฉิ่ม ทั้งเชย ทั้งจืดชืด ไม่มีทางยอมให้หล่อนขึ้นเตียงด้วยเด็ดขาด แต่สุดท้ายแล้วกลับเป็นเขาเองที่ต้องกลืนน้ำลาย และคลั่งรักหล่อนจนโงหัวไม่ขึ้น “เจอคุณก็ดีแล้ว... ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณพอดีเลยค่ะ” คนที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงนุ่มรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที ใบหน้าหล่อจัดเปื้อนรอยยิ้ม และมองร่างอวบอัดของพลับพลึงด้วยความหิวกระหายไม่ปิดบัง “เอาไว้คุยกันที่หลังเถอะครับ” แล้วเจ้าของคำพูดกระเส่าก็ยื่นสองแขนออกมาข้างหน้า “มาหาผมสิ พลับพลึง” หล่อนส่ายหน้าไปมา ความน้อยใจยังคงเต้นเร่าอยู่ในความรู้สึก “ฉันจะกลับบ้านพรุ่งนี้ค่ะ” คิ้วเข้มของดีแลนขมวดพันกันยุ่ง ก่อนที่เขาจะกระโดดลงจากเตียงอย่างคล่องแคล่วและเดินมาหยุดตรงหน้าของหล่อน “คุณทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก” “ทำไมฉันจะทำไม่ได้คะ ในเมื่อฉันไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริงของคุณสักหน่อย น้องหยาดต่างหากที่คือตัวจริง” “เราคุยกันแล้วนี่ พลับพลึง” หล่อนเชิดหน้าสูง ดวงตามีหยาดน้ำตา “ปล่อยฉันไปตามทางของตัวเองเถอะค่ะ” “ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้นแหละ พลับพลึง” เขารวบร่างอรชรเข้ามากอดเอาไว้หลวมๆ “ลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเป็นเมียของผมแล้ว” คำพูดของเขามีผลทำให้กึ่งกลางลำตัวสาวร้อนรุ่ม แต่กระนั้นความน้อยใจก็ยังคงมีอำนาจมากกว่า “มันก็แค่เรื่องผิดพลาดในชีวิตของคุณเท่านั้นแหละค่ะ ลืมมันไปซะเถอะนะคะ” “ก็บอกแล้วไงว่าผมลืมไม่ได้ คุณเป็นเมียผม”

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

Fiona Lynx
5.0

ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+

ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+

ซีไซต์
5.0

องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้

มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

Tepui Frost
5.0

ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ