ร้อนรักคุณภรรยาข้ามวัน

ร้อนรักคุณภรรยาข้ามวัน

สรีสามัญ ดวงดาหลา

5.0
ความคิดเห็น
178
ชม
12
บท

ชวนนักอ่านทุกท่านมาพบกับ “ร้อนรักคุณภรรยา (ข้ามวัน) ” นิยายเล่มเล็กฟินจิ้นกระจายกับพระเอกปากแจ๋วอย่างเฮียนนท์ กับ สุรางค์รัตน์นางเอกหน้าสวยจอมยั่วประสาทเขาได้กลายมาเป็นคุณภรรยาข้ามคืนของเขาเสียนี่ เมื่อโลกใบกว้าง เหวี่ยงคนขั้วเดียวกันให้มาพบกันเรื่องราวความรักร้อน ๆ จึงเกิดขึ้นโดยที่หญิงสาวไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวว่าไปตกหลุมรักผู้ชายปากร้าย หน้าหล่อ นิสัยกวนประสาท แถมขี้หึงเป็นบ้า ตรงไหนเช่นกัน มาติดตามเรื่องราวความหวานปนความแซ่บ ผ่านนิยายฟินจิกหมอนเรื่องนี้ “ร้อนรักคุณภรรยา (ข้ามวัน) ” กันได้แล้ว นิยายพาฝันเบา ๆ แต่ฟินเหมือนลอยตัวอยู่นอกจักรวาลทางช้างเผือก โปรยปราย เขาก้าวขึ้นมาบนรถข้างที่นั่งคนขับข้างหญิงสาว เรียวปาก บางเอ่ยเรียกหญิงสาวแกมสั่ง “คาดเข็มขัดสิ” ธนนนท์เอ่ยขึ้น “คาดก็ได้” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม สุรางค์รัตน์อด นึกโมโหในใจไม่ได้ ไวเพียงชั่วขณะความคิด ดวงหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยชายหนุ่มเผลอสบสายตากับหญิงสาวอย่างไม่ทันตั้งตัว อารามตกใจทำให้ธนนนท์เบือนหน้าหนีทันที “นายเป็นอะไร” สุรางค์รัตน์ที่เพิ่งอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์เอ่ย ถามเขาอย่างไม่เข้าใจ “ต่อไปนี้เรียกฉันว่าเฮียนนท์” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ย กำชับเธอด้วยใบหูแดงเรื่อ “ทำไมต้องให้เรียกเฮียด้วย” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามอย่างสงสัย “ก็ฉันอยากให้เธอเรียก” ธนนนท์เอ่ยขึ้น พลางยักคิ้วข้าง หนึ่งอย่างยั่วอารมณ์ของหญิงสาว “ก็ได้” สุรางค์รัตน์เอ่ยเสียงห้วนกว่าเดิม รถคันหรูแล่นทะยานออกไปแล้ว หากแต่เวลานี้สุรางค์รัตน์ ยังคงนั่งอารมณ์เสียข้างคนขับรถผู้หล่อเหลาราวเทพบุตร “เป็นอะไรนั่งหน้าบูด” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นขณะขับ รถยนต์คันหรูให้หญิงสาวนั่ง “เปล่า” สุรางค์รัตน์ตอบเขาเสียงเข้ม “เหรอ” ธนนท์เอ่ยถามอย่างเลียนเสียงของเธอ “ค่ะ” สุรางค์รัตน์กระแทกเสียงใส่ชายหนุ่ม “ถามดี ๆ ก็ตอบดี ๆ ซิครับ” ธนนนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียง ไม่พอใจหญิงสาวเล็กน้อย “ต่อไปนี้เธอต้องมาอยู่กับฉันที่บ้านใหม่” มาเฟียหน้าหล่อ เอ่ยขึ้น ท้ายประโยคชายหนุ่มแสร้งเอ่ยเสียงดุ

ร้อนรักคุณภรรยาข้ามวัน บทที่ 1 จับตัว

ชิงช้าสวรรค์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว ดวงตาคู่กลมโตของสุรางค์รัตน์เบิกกว้างยามเมื่อเห็นเครื่องจักรหมุนด้วยแรงของมือมนุษย์กำลังหมุนอย่างเชื่องช้า

“ออยดูอะไรอยู่ลูก” อมรเดช เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา

“เปล่าค่ะพ่อ…ออยว่าจะไปดูร้านกิ๊บติดผมค่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยบอกบิดาของตนเอง

“งั้นเดี๋ยวพ่อเดินไปเป็นเพื่อน” อมรเดชกล่าวพลางเดินจูงมือบุตรสาวไปยังร้านขายอุปกรณ์ทำผมที่สุรางค์รัตน์ชอบไป

“ได้มาเดินงานวัดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะออย” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพลางหันมามองบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง

เด็กสาวตากลมโตแป๋วในวันวานถูกกาลเวลาเปลี่ยนผ่านให้เป็นหญิงสาวอายุครบยี่สิบสองปีบริบูรณ์ ผู้เป็นพ่อได้แต่ปลื้มใจอยู่ไม่น้อยที่เขาสามารถเลี้ยงสุรางค์รัตน์ให้เติบใหญ่มาได้คนเดียว

ภรรยาของเขาจากไปตั้งแต่ลูกสาวของเขาเพิ่งเข้าโรงเรียนไปได้ไม่นาน แม้กระนั้นเขาจำได้ดี สุรางค์รัตน์มักถูกล้ออยู่เป็นประจำที่ไม่มีมารดาเหมือนคนอื่นเขา

สองข้างทางเป็นร้านค้าขายหอยทอดกลิ่นควันหอมคลุ้งของอาหารจานโปรดลอยมาแตะจมูกของอมรเดช

“ออยกินหอยทอดไหมลูก” อมรเดชเสนอ

“เอาสองห่อค่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้น

ไม่นานนักก็มีรถมาจอดข้างหลังของสองพ่อลูก รถยนต์สีดำคันหรูทว่าอมรเดชที่หันไปเห็นทะเบียนของรถยนต์คันนั้นพอดี ทำให้เขาตัดสินใจจับมือบุตรสาววิ่งหนีฝ่าฝูงชนเข้าไปทันที

อากัปกิริยาเมื่อครู่ทำให้ร่างสูงโปร่งที่ลอบมองกิริยาของสองพ่อลูกผ่านแว่นกันแดดสีดำยกยิ้มที่มุมปากบางอย่างสมใจ

“มันหนีไปแล้วครับนาย” เสียงเข้มของบุรุษหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างกังวลใจ

มือหนาของธนนนท์ยกขึ้นปรามลูกน้องด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เรียวปากบางขยับเป็นคำพูดสองคำ

“จับมัน” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น

สุรางค์รัตน์กวาดสายตาไปมองรอบด้านอย่างหวาดกลัว เวลานี้เธอและพ่อของเธอถูกโจรชั่วจับตัวมา

บรรยากาศในห้องค่อนข้างอับ หญิงสาวได้กลิ่นสีที่ทายังไม่เสร็จดีลอยปะทะจมูก บนฝ้าเพดานห้องมีโคมไฟเก่าคร่ำคร่าที่ปลายโคมไฟมีหยากไย่เกาะเสียจนรกรุงรัง

“ปล่อยผมนะ ผมไม่รู้เรื่อง” เสียงเข้มของอมรเดช ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างโวยวายขณะนั่งอยู่อีกฟากของฝาห้องเดียวกันกับสุรางค์รัตน์

หากสุรางค์รัตน์คาดคะเนไม่ผิดเธอเชื่อว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมหมวกคลุมหน้าที่จับพวกเธอมาคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลของบิดาของเธอเป็นแน่

“เอาตัวมันมา” เสียงเข้มดังขึ้นนอกห้องของที่หญิงสาวอยู่

ประตูบานใหญ่เปิดผาง ไม่นานนักกลุ่มชายสวมโม่งก็กรูกันเข้ามาจับชายวัยกลางคนและบุตรสาวของเขา

“คุณพ่อ” เสียงของหญิงสาวเอ่ยด้วยความหวาดกลัว เวลาในหัวใจของสุรางค์รัตน์หล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ความเย็นเหยียบแทรกผ่านหัวใจของเธอยามเมื่อได้ยินเสียงของบิดาเธอ

“ออย” อมรเดชเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวที่ร้องเรียกหาเขาด้วยความตกใจ

กลุ่มชายสวมโม่งสวมชุดสีดำสนิทจับสุรางค์รัตน์แยกออกจากอมรเดชได้สำเร็จ

“เดินไป” เสียงของชายในชุดสีดำสนิทเอ่ยขึ้นพลางดันหลังให้ชายวัยกลางคนเดินไปก่อน

ชายวัยกลางคนจำต้องเดินไปอย่างเสียไม่ได้ อีกใจของเขาเป็นห่วงบุตรสาวเพียงคนเดียวไม่น้อย

สุรางค์รัตน์เดินตามหลังบิดาอย่างห่าง ๆ ไปตามทางแคบเล็กอย่างจำนน ด้วยความหวาดกลัวในปืนของชายสวมโม่งที่จ่อด้านหลังของเธอ

“นั่งลง” เสียงเข้มเอ่ยบอกชายวัยกลางคนพลางหันมาทางสุรางค์รัตน์อย่างพยักพเยิดให้หญิงสาวรับรู้

หญิงสาวจำต้องนั่งลงอย่างเสียไม่ได้ สุรางค์รัตน์มองบรรยากาศรอบ ๆ ห้องอย่างตื่นตะลึง

โซฟาสีแดงขนสัตว์นุ่มฟูที่เธอกำลังนั่งอยู่นี้ หากหญิงสาวคะเนไม่ผิดนัก โซฟาตัวนี้น่าจะทำจากขนสัตว์ทั้งตัว ใครหนอช่างใจร้ายอำมหิตใจดำกับเหล่าสัตว์ที่แสนน่ารักได้มากถึงเพียงนี้

เธอชักอยากเห็นใบหน้าของคนสั่งซื้อเสียแล้วซิยังไม่ทันที่ สุรางค์รัตน์จะได้คิดอะไรต่อ ประตูบานใหญ่สลักลายวิจิตรพลันเปิดออกกว้างตามด้วยร่างสูงโปร่งที่สาวเท้าเข้ามาแล้วนั่งลงตรงหน้าอมรเดชเละสุรางค์รัตน์

สุรางค์รัตน์เงยหน้ามองไปรอบ ๆห้องที่ใหญ่โตโอ่งโถงด้วยอารมณ์สงสัยใคร่รู้ไปเสียหมด

“อะเเฮ่ม” ชายหนุ่มกระเเอมไอเพื่อเรียกสติของหญิงสาวตรงหน้าให้หันมาสบสายตาของเขา

หญิงสาวเบือนหน้ากลับมาทางเดิมพลันต้องตกใจสุดขีด ยามเมื่อเวลานี้ใบหน้าของเทพบุตรหนุ่มอยู่ใกล้เธอแค่คืบ

“ว้าย” สุรางค์รัตน์กรีดเสียงดังลั่นพลางถอยกรูดจนไปชิดพนักของโซฟาสีแดงหนานุ่มที่เธอนั่งอยู่

“นี่นะเหรอลูกสาวนาย” เสียงเข้มของชายหนุ่มหันมามองดวงหน้าหวานของหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์

“ฉันเป็นลูกสาวของเขาแล้วยังไงล่ะลุง” สุรางค์รัตน์เหลืออดในการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้าเธอ หญิงสาวเลิกคิ้วตามประสาคนเลือดร้อนอย่างยียวน

ตั้งแต่เกิดมาธนนนท์ไม่เคยเห็นสตรีคนไหนมีกิริยาหยาบกระด้างเช่นเธอมาก่อน แม้แต่เส้นผมของหญิงสาวยังยุ่งเหยิงฟูฟ่องเสียจนธนนนท์แอบถอนหายใจ

“เธอเรียกใครว่าลุงหะ” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียว

“หมาละมั้ง” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหวว

“ไหนหมา” ธนนนท์เหลืออด ชายหนุ่มเถียงหญิงสาวกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“ก็นายไง” หญิงสาวยกมือเท้าสะเอวพลางพยักเพยิกดวงหน้าง้ำไปทางชายหนุ่ม

ธนนนท์ ชายวัยกลางคนก้มลงมองตนเองอย่างไม่เชื่อสายตาว่าลูกสาวของลูกหนี้จะปากคอเราะร้ายได้มากมายขนาดนี้ เขากัดฟันกรอดอย่างลืมตัว

ดวงหน้าของหญิงสาวในเวลานี้ไร้ซึ่งการแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดเสมือนสตรีคนอื่น ๆ ที่เขาเคยได้เจอ

ธนนนท์ลอบมองริมฝีปากของหญิงสาวชวนหลงใหลอย่างกรุ่นไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด

“หนี้ที่คุณติดผมไว้ คุณยังไม่จ่ายผม” เสียงเข้มของชายหนุ่มตรงหน้ากดลงต่ำสุด ดวงตาของเขาทอดมองไปยังชายวัยกลางคนอย่างเหี้ยม

หญิงสาวอดรู้สึกถึงรังสีอำมหิตของเขาแผ่ซ่านออกมาไม่ได้ ทว่าเขาไม่ได้มีควันสีดำเหมือนในภาพยนตร์ สุรางค์รัตน์กลับจับ ออร่าของชายหนุ่มผู้นี้ได้

สีหน้าของหญิงสาวเมื่อครู่ไม่อาจทำให้เขาสงบลงได้เลย แววตาของสุรางค์รัตน์บ่งบอกว่าหวาดกลัวเขาถึงที่สุด

“ส่วนหนี้ที่ก่อเพิ่มก็ยังไม่ได้ชำระ” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติท้ายประโยคเขาเน้นเสียงต่ำกว่าเดิม

“ผมเคยให้เวลาคุณมานานแล้วนะอมรเดช” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางโบกมือขึ้นเป็นสัญญาณบางอย่าง

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าสุรางค์รัตน์ชวนให้อารมณ์ของหญิงสาวเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด หญิงสาวกระโดดพรวดเข้าขวางการกระทำของชายหนุ่มที่จะเดินมาถึงบิดาของเธอพอดิบพอดี

“หยุดถ้านายแตะต้องพ่อฉัน ฉันจะเรียกตำรวจ” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นอย่างไม่รอรี

ร่างสูงโปร่งเหลียวมองสตรีร่างเล็กที่เข้าขวางทางกระสุนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวในอิทธิพลของเขาเลยสักนิด

ปืนกระบอกหนึ่งถูกดึงขึ้นจากด้านหลังเล็งมายังศีรษะของ สุรางค์รัตน์อย่างรวดเร็ว บอดี้การ์ดของธนนนท์เล็งปืนหมายจะยิงทิ้ง

“ไม่ต้อง” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยเกรี้ยวกราดใส่บอดี้การ์ดหนุ่มที่ต้องการจะปลิดชีวิตหญิงสาวที่เข้าขวางทางการกระทำของเขา

“แต่นังนี่…” บอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีตกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าของธนนนท์

“ปล่อยเธอซะ” เสียงเข้มของธนนท์ดังขึ้นเป็นอีกหนึ่งคำรบใหญ่ ทั่วทั้งห้องโอ่งโถงเงียบกริบจนสุรางค์รัตน์ได้ยินเสียงของลมหายใจตนเอง

ปืนด้ามที่ถูกขึ้นนกเพื่อยิงปลดล็อคกระสุนให้ลูกระสุนร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า

เสียงของลูกกระสุนที่ร่วงหล่นทำให้หญิงสาวตัวสั่นอยู่ไม่น้อย ทว่าวินาทีนี้เธอยังต้องรักษาชีวิตครอบครัวของเธอเอาไว้

แม้จะมีบิดาที่ไม่เอาไหน แต่บิดาก็คือบิดา เช่นนั้นสุรางค์รัตน์จึงคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็วในสมองของหญิงสาวประมวลผลอย่างหนัก หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่างบิดาของเธอจะต้องแย่แน่ ๆ

“ฉันขอถาม” เรียวปากอวบอิ่มขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ว่ามา” เจ้าหนี้หนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึงสุดขีด เวลานี้เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับหญิงสาวเสียแล้ว

“พ่อฉันติดหนี้คุณอยู่เท่าไหร่” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามเขาในสิ่งที่ค้างคาใจหล่อนมานานแสนนาน

“ยี่สิบล้าน” เสียงเข้มของธนนท์เอ่ยชัดถ้อยชัดคำแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้มือเรียวบางของคนตัวเล็กสั่นระรัวไม่ได้

“ฉันต้องการแลกตัวฉันกับเงินยี่สิบล้าน” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นอย่างจนมุมในการกระทำบิดาของเธอ

“คุณหมายความว่าอย่างไร” ธนนท์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา เขาพยายามสงบสติอารมณ์ของเขาต่อหญิงสาวสวยตรงหน้า

“ในเมื่อคุณจับฉันมาด้วยนั่นหมายถึงฉันย่อมมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในการกระทำครั้งนี้ของพ่อฉันด้วย” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

“แต่คนก่อหนี้ไม่ใช่เธอ” ชายหนุ่มพูดราวกับว่าเขาเป็นเครื่องจักรยนต์ที่ไร้ชีวิตและจิตวิญญาณ

ดวงตาของสุรางค์รัตน์เปล่งประกายวาววับทอประกายกล้า ทว่าเวลานี้เธอยังต้องหาข้อเสนอที่คุ้มค่าเพื่อแลกบางสิ่งกับเขา

“ต่อให้คุณฆ่าพ่อฉันตาย คุณก็ไม่ได้เงินคืนอยู่ดี” สุรางค์รัตน์เอ่ยอย่างเหลืออด เรียวปากอวบอิ่มยังขยับเอ่ยประโยคต่อไป

“แต่ถ้าคุณเลือกฉันฉันก็ยังหาเงินให้คุณได้” หญิงสาวเอ่ยด้วยไพ่ใบสุดท้ายที่เธอมั่นใจว่าถือเหนือกว่า

ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายวิบวับ ยามเมื่อธนนนท์ได้ยินข้อเสนอสุดแสนจะแปลกประหลาดของหญิงสาว

‘ยัยนี่ ถ้าจะเพี้ยนแต่ก็อาจจะจริงของยัยนี่’ ธนนท์คิดในใจ

“ตกลง…แต่เธอจะต้องลงลายเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยการจดทะเบียนสมรสกับฉัน” ธนนนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจนเกือบจะตวาดหญิงสาวตรงหน้าของเขา

“ฉันตกลง” สุรางค์รัตน์เอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายอย่างสมใจ

“ปล่อยตัวพวกเขาได้” เสียงเข้มเกือบคำรามของชายหนุ่มทำให้ลูกน้องของเขาถอยกลับไปยืนตามเดิม

“ออยทำไมทำแบบนี้ล่ะลูก” บิดาของออยเอ่ยถามเสียงอ่อน

“ออยต้องถามพ่อมากกว่าเมื่อไหร่จะหยุดสร้างปัญหาให้ครอบครัวเราสักทีคะ พ่อไม่ต้องพูดแล้วค่ะ กลับบ้านค่ะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” สุรางค์รัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

มือเรียวขาวนวลละเอียดของหญิงสาวลากบิดาของตนเองออกจากห้องนั้นอย่างทุลักทุเล

ประตูบานกว้างปิดลงไปแล้ว หากแต่ชายหนุ่มยังกรุ่นด้วยอารมณ์โกรธเมื่อครู่อยู่

“เงินก็ไม่ได้แต่กลับได้จดทะเบียนสมรสแทน โธ่เว้ย” ธนนนท์เอ่ยขึ้นพลางปัดเอกสารหล่นกระจายเต็มพื้นห้อง

มือหนาของชายหนุ่มหยิบสัญญามากำไว้แน่นพลางเขวี้ยงทิ้งอย่างอารมณ์เสียแล้วทุบโต๊ะปังใหญ่สามครั้ง แววตาของฉายหนุ่มวาวโรจน์กว่าเดิมเป็นพันทวี

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ สรีสามัญ ดวงดาหลา

ข้อมูลเพิ่มเติม
จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม  1  บัลลังก์สราเนีย

จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 1 บัลลังก์สราเนีย

โรแมนติก

5.0

นิยายจอมใจฮิปปาเรียนี้จะถูกเรียกว่าหนังสือชุด #อาณาจักรฮิปปาเรีย ค่ะ โดยซีรีส์อาณาจักรฮิปปาเรียมีนิยายทั้งหมด 10 เล่ม ดังต่อไปนี้ 1.จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 1 บัลลังก์สราเนีย 2. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 2 ผจญภัยป่าดงดิบฮานาบี 3. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 2 เล่ม 1 กำเนิดรัชทายาทฮิปปาเรีย 4. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 2 เล่ม 2 นางบรรณาการแคว้นดิมาเรีย 5. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 3 เล่ม 1 ปราบกบฎบัลลังก์สราเนีย 6. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 3 เล่ม 1 ห้าเจ้าหญิงผู้นำทางปริศนา 7. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 4 เล่ม 1 หนึ่งเดียวในหทัย 8. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 4 เล่ม 2 อาณาจักรฮิปปาเรีย 9. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค พิเศษ เล่ม 1 เจ็ดขุนนางผู้พิทักษ์ 10. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค พิเศษ เล่ม 2 ราชอาณาจักรฮิปปาเรีย นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดจาก จินตนาการของ "ดวงดาหลา" เองค่ะ ดินแดนฮิปปาเรียเป็นดินแดนสมมติที่ผู้เขียนเฝ้าฝันถึง จอมใจฮิปปาเรีย มีสี่ภาค แต่ละภาคแบ่งเป็น 2 เล่มค่ะ รับรองค่ะว่า เข้มข้น หวานซึ้ง ตรึงใจทุกคนแน่นอนค่ะ เนื้อเรื่องจะสนุกขนาดไหน ขอเชิญนักอ่านทุกท่านเพลิดเพลินไปกับ จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 1 บัลลังก์สราเนียได้แล้ว ณ บัดนี้ Duangdala Talk ดวงดาหลากลับมาเเล้วค่ะ หลังจากติดภารกิจมานาน รี้ดทุกคนสามารถคอมเม้น หรือกดใจทั้ง 5 ให้ดวงดาหลาได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ #ดวงดาหลา ป.ล. นักอ่านท่านใด หรือ ใครอ่านเเล้วมารีวิว มาเม้นมาพูดคุยกันกับดวงดาหลา ได้น้า

วันดับนางริษยา

วันดับนางริษยา

โรแมนติก

5.0

ความจริงใดกันแน่ที่หลบซ่อนในเคหาสน์สถานแห่งนี้ หรือมันอาจจะเป็นกลลวงของใครบางคนที่กำลังมุ่งหมายจะทำลายพวกเขา เจ้าหล่อนจะทำเช่นไรในเกมล้างเกมผลาญชีวิตเช่นนี้ จุดเริ่มต้นความน่าสะพรึงกลัวของทุกสิ่งที่จารีย์ได้เจอนั้นมาจากคฤหาสน์หลังโตโอ่อ่าแห่งนี้ ภายนอกงดงามหากแต่ภายในกลับรกร้างราวกับไม่เคยมีใครอาศัยอยู่มาก่อน แรงแค้น แรงพยาบาท แรงอาฆาต ของสิ่งลี้ลับยังคงวนเวียนตามจองกรรมทวงถามความเป็นธรรมอย่างที่พวกมันรอคอยตลอดมา! +++ นรีกุลรับรู้ถึงอุณหภูมิที่กำลังทวีความคุกรุ่นในเรือนกายของหล่อน เรียวปากบางของเขาซอนไซ้ไปยังใบหูของนรีกุลจนหญิงสาวเผลอไผลร้องซี้ดปากด้วยความสุขใจ มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมปลดตะขอชุดที่นรีกุลสวมใส่อยู่ เขาแนบเรือนกายของหล่อนให้ผสานกับเขาอย่างลุ่มหลงในตัวของนรีกุล หญิงสาวปิดเปลือกตาของหล่อนลงอย่างพลั้งเผลอ ความหวามไหวแทรกไปทั่วอณูของนรีกุล ภรรยาของนัฐธวีร์ปิดเปลือกตาลงไปแล้ว หากแต่เวลานี้ดวงวิญญาณร้ายของกรวีร์ยังคงทำงานตามคำสั่งของเดรัจฉานต่อไป นิ้วเรียวของวิญญาณร้ายซอนไซ้เข้าไปยังปากถ้ำสวรรค์ของหญิงสาว นรีกุลบิดตัวแล้วครวญเสียงหวานจนนัฐธวีร์สะดุ้งเล็กน้อยทว่าความอ่อนเพลียจากการเดินทางในระยะเวลานานทำให้เขาฟุบหลับไป หนุ่มสาวสองคนหารู้ไม่ว่าเวลานี้ดวงวิญญาณของกรวีร์ได้เสพสมเรือนกายของนรีกุลอย่างอุกอาจ และดวงจิตของนัฐธวีร์ได้ถูกเรียกจิตไปโดยสัตว์ร้ายในคราบของสาวงามเสียแล้ว!

วันดับนางริษยา เล่ม 1

วันดับนางริษยา เล่ม 1

โรแมนติก

5.0

"วันดับนางริษยา" นิยายสยองขวัญกระตุกประสาท #ดวงดาหลา ที่จะพาเขย่าขวัญทุกคนให้กระเจิง เมื่อรักไม่อาจแบ่งใจนรีกุลจึงต้องแบกรับทั้ง นัฐธวีร์ คนเป็น และคนตายในคราเดียวกัน นรีกุลจะทำเช่นไรต่อไป...ความรัก แรงอาฆาตเปลวพยาบาทของพวกเขาจะเผาหญิงสาวให้ตายทั้งเป็นหรือไม่! มาร่วมค้นหาคำตอบในนิยายเล่มนี้กันค่ะ ++++++++++++ โปรปราย เวลานี้นรีกุลอดรู้สึกไม่ได้ว่าร่างกายของตนขยับไม่ได้อีกแล้วหากแต่ท้องของหล่อนกับปวดมากราวกับเป็นไส้ติ่งอักเสบ หญิงสาวพยายามดีดดิ้นให้รอดพ้นจากการเกาะกุมของวิญญาณร้ายที่เธอเชื่อว่าติดตามมา หญิงสาวเปิดตามองไปยังด้านบนก็พบว่าเธฮนอนใกล้คาน ไม่นานนักหญิงสาวก็ต้องหวีดร้องสุดเสียงอีกครั้ง ยามเมื่อเวลานี้มีวิญญาณร้ายนั่งอยู่บนคานสูงเหนือหัวของเธอ วิญญาณร้ายที่นั่งแกว่งขาไป,kอยู่นั้นราวกับว่าจะเห็นเธอ หญิงสาวรีบปิดเปลือกตาลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นเน่าโชยไปเข้าจมูกของหญิงสาวอย่างจัง จนเธอต้องลืมตาขึ้นมามอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าหล่อนทำให้หญิงสาวช็อคสุดขีดเมื่อเวลานี้ศีรษะของวิญญาณร้ายค่อยๆห้อยลงมาจรดยังจมูกของเธอ นรีกุลหวีดร้องอย่างดังลั่นพลางออกปากไล่อย่างตระหนกสุดขีด หญิงสาวพยายามยกมือขึ้นสวดอ้อนวอนแต่ก็ไร้ผล เธอกลับยกมือไม่ขึ้นราวกับว่าเธอถูกผีอำอย่างไรอย่างนั้น ยังไม่ทันธรรมดาหญิงสาวจะสวดมนต์จบเธอก็ได้ยินเสียงข้างหูพูดขึ้นมาว่า

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

Thacher
5.0

ในวันครบรอบแต่งงาน เหวินซือถูกเมียน้อยของสามีวางยาและไปมีอะไรกับคนแปลกหน้า เธอสูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่เมียน้อยคนนั้นกลับตั้งท้องลูกของสามี ภายใต้ความกดดันต่างๆ เหวินซื่อสูญรู้สึกสิ้นหวังและตัดสินใจหย่า แต่สามีของเธอกลับไม่แยแสโดยคิดว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อยู่ หลังจากการหย่ากัน เหวินซือกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและมีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่ตามจีบเธอ อดีตสามีไม่ยอมและขอคืนดีไปถึงที่ จากนั้นก็ว่า เธออยู่ในอ้อมแขนของคนใหญคนโตคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็พูดอย่างสงบว่า "ดูให้ดี นี่คือพี่สะใภ้ของนาย"

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

Louie Joanes
5.0

หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

สายเกินไปที่จะรั้งหัวใจภรรยาอัจฉริยะกลับคืนมา

สายเกินไปที่จะรั้งหัวใจภรรยาอัจฉริยะกลับคืนมา

Isabella
5.0

ฉันวางใบหย่าที่เซ็นชื่อแล้วไว้บนโต๊ะทำงานของฮั่วเจ๋อซู เพื่อจบสิ้นสถานะ "เมียแต่ง" ที่เหมือนคนรับใช้ตลอด 8 ปี แต่เขากลับพา "โจวโม่โม่" รักแรกของเขาเดินควงแขนเข้ามาในบ้านอย่างเปิดเผย เธาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขา ประกาศชัยชนะเย้ยหยันฉันที่กำลังยืนจัดโต๊ะอาหารราวกับเป็นส่วนเกิน ฮั่วเจ๋อซูไม่แม้แต่จะถามไถ่ความรู้สึกฉัน เขากลับตะคอกใส่เมื่อฉันขอตัวลา โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือฟางเส้นสุดท้าย ในวันที่ฉันลากกระเป๋าออกจากบ้าน อาการวิงเวียนศีรษะรุนแรงทำให้ฉันต้องแวะโรงพยาบาล และผลตรวจก็ตบหน้าฉันอย่างจัง... ฉันตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ วินาทีที่ฉันกำใบตรวจครรภ์ด้วยมือที่สั่นเทา ฮั่วเจ๋อซูกลับวิ่งผ่านหน้าฉันไปเพื่อประคองชู้รักที่แกล้งเจ็บท้อง โดยไม่ปรายตามองภรรยาที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความแค้น ฉันตัดสินใจขีดฆ่าชื่อพ่อออกจากชีวิตลูก เผาแหวนแต่งงานทิ้ง และบินหนีไปอเมริกาโดยไม่ทิ้งร่องรอย วันที่เขารู้ความจริงว่าฉันท้องและจากไป เขาแทบพลิกแผ่นดินหาอย่างคนบ้าคลั่ง แต่มันสายไปเสียแล้ว สามปีต่อมา ฉันกลับมาอีกครั้งในฐานะนักวิจัยระดับโลกผู้สง่างาม พร้อมกับเด็กชายตัวน้อยที่ถอดแบบใบหน้าเขามาทุกกระเบียดนิ้ว ฮั่วเจ๋อซูผู้ยิ่งใหญ่ยอมทิ้งศักดิ์ศรี คุกเข่าตากฝนหน้าโรงพยาบาลเพื่อขอโอกาสเป็นพ่อคน "ชีวิตของคุณไม่มีค่าพอสำหรับฉันหรอก ฮั่วเจ๋อซู" ฉันมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วปิดประตูรถใส่หน้าเขา ทิ้งให้เขาร่ำไห้อย่างน่าสมเพชกับบทเรียนราคาแพงที่ชื่อว่า "สายเกินไป"

ทางใหม่ เริ่มใหม่

ทางใหม่ เริ่มใหม่

Beckett Grey
4.8

ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ร้อนรักคุณภรรยาข้ามวัน ร้อนรักคุณภรรยาข้ามวัน สรีสามัญ ดวงดาหลา มหาเศรษฐี
“ชวนนักอ่านทุกท่านมาพบกับ “ร้อนรักคุณภรรยา (ข้ามวัน) ” นิยายเล่มเล็กฟินจิ้นกระจายกับพระเอกปากแจ๋วอย่างเฮียนนท์ กับ สุรางค์รัตน์นางเอกหน้าสวยจอมยั่วประสาทเขาได้กลายมาเป็นคุณภรรยาข้ามคืนของเขาเสียนี่ เมื่อโลกใบกว้าง เหวี่ยงคนขั้วเดียวกันให้มาพบกันเรื่องราวความรักร้อน ๆ จึงเกิดขึ้นโดยที่หญิงสาวไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวว่าไปตกหลุมรักผู้ชายปากร้าย หน้าหล่อ นิสัยกวนประสาท แถมขี้หึงเป็นบ้า ตรงไหนเช่นกัน มาติดตามเรื่องราวความหวานปนความแซ่บ ผ่านนิยายฟินจิกหมอนเรื่องนี้ “ร้อนรักคุณภรรยา (ข้ามวัน) ” กันได้แล้ว นิยายพาฝันเบา ๆ แต่ฟินเหมือนลอยตัวอยู่นอกจักรวาลทางช้างเผือก โปรยปราย เขาก้าวขึ้นมาบนรถข้างที่นั่งคนขับข้างหญิงสาว เรียวปาก บางเอ่ยเรียกหญิงสาวแกมสั่ง “คาดเข็มขัดสิ” ธนนนท์เอ่ยขึ้น “คาดก็ได้” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม สุรางค์รัตน์อด นึกโมโหในใจไม่ได้ ไวเพียงชั่วขณะความคิด ดวงหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยชายหนุ่มเผลอสบสายตากับหญิงสาวอย่างไม่ทันตั้งตัว อารามตกใจทำให้ธนนนท์เบือนหน้าหนีทันที “นายเป็นอะไร” สุรางค์รัตน์ที่เพิ่งอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์เอ่ย ถามเขาอย่างไม่เข้าใจ “ต่อไปนี้เรียกฉันว่าเฮียนนท์” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ย กำชับเธอด้วยใบหูแดงเรื่อ “ทำไมต้องให้เรียกเฮียด้วย” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามอย่างสงสัย “ก็ฉันอยากให้เธอเรียก” ธนนนท์เอ่ยขึ้น พลางยักคิ้วข้าง หนึ่งอย่างยั่วอารมณ์ของหญิงสาว “ก็ได้” สุรางค์รัตน์เอ่ยเสียงห้วนกว่าเดิม รถคันหรูแล่นทะยานออกไปแล้ว หากแต่เวลานี้สุรางค์รัตน์ ยังคงนั่งอารมณ์เสียข้างคนขับรถผู้หล่อเหลาราวเทพบุตร “เป็นอะไรนั่งหน้าบูด” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นขณะขับ รถยนต์คันหรูให้หญิงสาวนั่ง “เปล่า” สุรางค์รัตน์ตอบเขาเสียงเข้ม “เหรอ” ธนนท์เอ่ยถามอย่างเลียนเสียงของเธอ “ค่ะ” สุรางค์รัตน์กระแทกเสียงใส่ชายหนุ่ม “ถามดี ๆ ก็ตอบดี ๆ ซิครับ” ธนนนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียง ไม่พอใจหญิงสาวเล็กน้อย “ต่อไปนี้เธอต้องมาอยู่กับฉันที่บ้านใหม่” มาเฟียหน้าหล่อ เอ่ยขึ้น ท้ายประโยคชายหนุ่มแสร้งเอ่ยเสียงดุ”
1

บทที่ 1 จับตัว

12/08/2023

2

บทที่ 2 สัญญาทะเบียนสมรส

12/08/2023

3

บทที่ 3 ภรรยาของเฮียนนท์

12/08/2023

4

บทที่ 4 กินกันบ้านเพื่อน (1)

12/08/2023

5

บทที่ 5 กินกันบ้านเพื่อน (2)

12/08/2023

6

บทที่ 6 ร้านกาแฟเจ้าปัญหา

12/08/2023

7

บทที่ 7 กระเป๋าสตางค์หาย

12/08/2023

8

บทที่ 8 ใครแตะออยของเฮีย

12/08/2023

9

บทที่ 9 รับรักผมเถอะ

12/08/2023

10

บทที่ 10 ความสุขของเฮียนนท์

12/08/2023

11

บทที่ 11 ยกเลิกสัญญา

12/08/2023

12

บทที่ 12 ความในใจของสามี (ขี้หึง) คนนี้ (จบ )

12/08/2023