Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
เพ่ยอินเหยาข้านี่แหละยอดขุนพลสตรี เล่ม 1

เพ่ยอินเหยาข้านี่แหละยอดขุนพลสตรี เล่ม 1

สรีสามัญ ดวงดาหลา

5.0
ความคิดเห็น
174
ชม
10
บท

“เพ่ยอินเหยาข้านี่แหละยอดขุนพลสตรี เล่ม 1” นิยายรักจีนโบราณสายบู๊และบุ๋น ‘อินตูตู’ ขุนพลสตรีผู้มีศักดิ์เป็นแม่ทัพคุมค่ายพลทหารชาวฉินเพื่อออกรบในสมรภูมิทีเดิมพันด้วยชีวิตอย่างแคว้นฉี หากการมาแคว้นฉีไม่ได้มีเพียงแค่สงครามระหว่างแคว้นเท่านั้น ทว่าการมาครั้งนี้ของนางมาเพื่อแก้ปมปริศนาสตรีที่หายไปในแคว้นฉินด้วยต่างหาก สงครามระหว่างแคว้นฉินและฉีจะจบลงเช่นไร แล้วใครกันเป็นผู้บงการเกมที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต

บทที่ 1 บทนำ

ท้ายหมู่บ้านเซิงหยาง

“เอาของข้ามานี่นะ” เสียงเข้มของเพ่ยอินเหยาดังขึ้นพลางยื้อแย่งตุ๊กตาผ้ามาจากกลุ่มเด็กชายสามคนที่กำลังทำตัวเป็นอันธพาลครองเมือง

“นี่อินเหยา…เจ้าไม่มีวันสู้แรงข้าได้หรอก ยอมแพ้ข้าซะเถอะ” เสียงเข้มของเสี่ยววู่เอ่ยพลางโยนตุ๊กตาเพียงตัวเดียวของเพ่ยอินเหยาทิ้งอย่างไม่ไยดี

“ไม่…นี่ของข้า” เพ่ยอินเหยาเอ่ยพลางผลักเสี่ยววู่ออกไปจนล้มลงไปกระแทกกับแผงขายของอย่างแรง

ร่างยักษ์ของเสี่ยววู่กระแทกแผงขายผักอย่างจังจนผ้าเนื้อดีของเด็กหนุ่มตัวใหญ่ฉีกออกไปติดกับตะปูที่ตอกบนแผงขายของ

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของเด็กหนุ่มตัวใหญ่ทำให้โทสะของเสี่ยววู่เดือดดาลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ไหนแต่ไรมา…เขาไม่เคยเจอดรุณีนางใดที่ร้ายกาจเท่าเพ่ยอินเหยา สตรีที่อาจหาญมาต่อกรกับเสี่ยววู่ บุตรชายหัวหน้าหมู่บ้านเซิงที่ยิ่งใหญ่มาก่อน

ความไม่พอใจที่ฉายชัดผ่านแววตากลมโตของเพ่ยอินเหยายิ่งทำให้เสี่ยววู่หมดความอดทนราวกับฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้นลงทันใด

เสี่ยววู่เหลียวมองดูแขนเสื้อของเขาที่ขาดอย่างเกรี้ยวกราดกว่าเดิม ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงราวกับลูกมะเขือเทศสุกจัด

“เพ่ยอินเหยา…เจ้านี่บังอาจมาก” เสี่ยววู่กล่าวพลางลุกขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจในดรุณีวัยเยาว์ตรงหน้าที่มองพวกเขาอย่างไม่กระพริบตา

“เจ้านั่นแหละที่บังอาจ” เพ่ยอินเหยากล่าวอย่างไม่กลัวเกรงในอำนาจที่มีทั้งหมดของอีกฝ่าย

ยามนี้นางไม่ผิดนางย่อมมีสิทธิ์ที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวของนาง และชิงชิง ตุ๊กตาผ้าของนาง

อินเหยายืนสงบนิ่งท่ามกลางเด็กหนุ่มทั้งสามที่ย่างเท้าหมายจะทำร้ายนางอย่างไม่กลัวเกรงต่อบุรุษผู้ใด

แววตาของดรุณีวัยเยาว์สาดประกายวาววับราวกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อเพียงแค่รอเหยื่อให้ตายใจ…ไวเท่าธูปหมด ร่างของเสี่ยววู่ก็กระเด็นลงไปกองกับพื้นด้วยแรงทั้งหมดของเพ่ยอินเหยา

เสี่ยวชิง และ เสี่ยวฮ่าวที่เห็นลูกพี่ของตนเสี่ยววู่ลงไปนอนกองกับพื้นดินทำให้พวกเขารีบขอโทษเด็กสาวที่ยืนกำหมัดแน่น

“ข้าไม่คิดว่า…เจ้าจะมีพละกำลังมากมายถึงเพียงนี้” เสี่ยวฮ่าวกล่าวพลางเข้าไปสนทนากับอินเหยาอย่างประจบสอพลอ

“เจ้าทำให้เสี่ยววู่ลงไปกองกับพื้นได้อย่างไรอินเหยา” เสี่ยวชิงเอ่ยพลางเดินไปหยิบตุ๊กตาที่ถูกทิ้งขว้างลงกับพื้นอย่างไม่ไยดีส่งให้นาง

อินเหยารับตุ๊กตาชิงชิงที่ได้มาจากมือเล็กของเสี่ยวชิงอย่างรวดเร็ว

“ฝากไว้ก่อนเถอะเพ่ยอินเหยา” เสียงเข้มของเสี่ยววู่ตะโกนออกมาแล้วรีบสาวเท้าวิ่งหนีออกไปด้วยความหวาดกลัวในพละกำลังของดรุณี

“ข้าไม่ได้ทำอะไรมากหรอก…แค่โกรธนะ” เพ่ยอินเหยากล่าวพลางรับตุ๊กตามาจากเสี่ยวฮ่าวด้วยมือข้างขวา นางกำตุ๊กตาผ้าไว้แน่นราวกับว่าวัตถุชิ้นนี้จะหลุดลอยหายลับเข้ากลีบเมฆาเสี่ยนี่

“เสี่ยววู่เป็นคนเช่นนั้นมานานแล้ว…ข้าว่าลูกพี่อย่าใส่ใจเขาเลยจะหาเรื่องเดือดร้อนมาสู่ท่านเปล่า” เสี่ยวชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับว่ากลัวใครจะมาได้ยินเข้า

อินเหยาคิ้วกระตุกข้างขวาทันทีที่เสี่ยวชิงถือโอกาสเรียกนางว่าลูกพี่ ดวงหน้าของดรุณีวัยเยาว์หันขวับมาทางเสี่ยวชิง

“ข้าสองคนต้องขออภัยในความมีตาหามีแววไม่ด้วยขอรับ

“ทำไมเสี่ยววู่ถึงเป็นคนเช่นนั้นเล่า” เหยาเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาหากแต่หนักแน่นในคราเดียวกัน

แม้เพ่ยอินเหยาจะเคยได้ยินมาว่าสกุลวู่จะมีบุตรชายคนโตและคนเล็กแต่ก็ไม่คิดว่าเสี่ยววู่ หรือวู่อู่เจิ้น จะมีนิสัยร้ายกาจน่ารังเกียจเช่นนี้มาก่อน

“อินเหยาเจ้าเหม่ออันใด” สำเนียงคุ้นหูของบุรุษหนุ่มดังขึ้นใกล้สตรีผู้หนึ่งที่กำลังคุกเข่าเฝ้ามองเศษผ้าที่แหลกลาญอย่างไม่มีชิ้นดี

“ขออภัยท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าเพียงแต่ไตร่ตรองบางสิ่งอยู่เท่านั้น” เพ่ยอินเหยาเอ่ยกลับพลางหยิบเศษผ้าที่ขาดวิ่นขึ้นมาเพ่งดู

“เจ้าคิดเช่นไรอินเหยา” แม่ทัพจินหู่เอ่ยถามสตรีตรงหน้าที่กำลังเพ่งสายตาอ่านตัวอักขระที่เขียนขยุกขยิกอยู่

เศษผ้าขาดวิ่นที่อินเหยาตูตูถืออยู่มิอาจทำให้ใจของแม่ทัพใหญ่จินหู่สงบลงได้เลย โลหิตสีแดงฉานอาบอาภรณ์ไปครึ่งเสี้ยว

“ข้าน้อยเพียงแต่คิดว่านี่เป็นเศษอาภรณ์ของสตรีที่ถูกพวกมันจับมาสังหารอย่างโหดเหี้ยม” เพ่ยอินเหยาเอ่ยผ่านหมวกเกราะรบที่นางสวมใส่

แม่ทัพจินหู่ยกยิ้มขึ้นพลางมองดูทหารรับใช้ตนเองที่นับวันเริ่มฉายรอยความฉลาดมากกว่าเดิม เดิมทีเพ่ยอินเหยากับเซี่ยจินหู่เคยสาบานเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันมานาน

ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงวันที่แม่ทัพจินหู่ พยัฆค์ร้ายผู้หยิ่งทระนงจะตกหลุมรักตูตูไปเสียแล้ว

เพ่ยอินเหยาเป็นบุตรีของพ่อค้าคหบดีสหายรักของบิดาของแม่ทัพเซี่ยจินหู่ บิดาของเหยาเอ๋อร์ฝากฝังนางไว้กับบิดาของเขา ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดาของเขาตามใจนางเสียจนเขาอยากจะฟาดนางให้ขาลาย

แต่เยาว์วัยเหยาเอ๋อร์เป็นดรุณีอัปลักษณ์ แม้นางจะมีดวงหน้าหมดจดแต่กลับมีปานแดงที่ใหญ่มากข้างแก้มซ้ายของนางทำให้ถูกต่อว่าเป็นตัวอัปลักษณ์อยู่บ่อยครั้ง แม้เขาเองก็คิดเช่นนั้น

ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไปปานแดงที่แก้มซ้ายของดรุณีหายราวกับไม่เคยเกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับบิดาของเขาอย่างมาก

เพ่ยอินเหยากลายเป็นสตรีผู้งดงามที่สุดในจวนแม่ทัพเซี่ย

ดวงตาของนางสุกใสราวกับหยาดน้ำค้างยามรุ่ง ริมฝีปากหยักบางไร้ซึ่งการแต้มสีชาดแต่อย่างใด

เมื่ออยู่จวนอินเหยามักปล่อยผมของนางทิ้งตัวลงอย่างเป็นอิสระ หากมีแขกเหรื่อขุนนางใหญ่มาจวนเท่านั้น นางจึงค่อยทำตามธรรมเนียม

ฟิ้ว

ลูกดอกลูกหนึ่งพุ่งฝ่าวงล้อมของพวกเขา อินเหยาที่ได้สติก่อนจึงรีบดึงร่างกำยำของแม่ทัพเซี่ยให้หมอบลง

“ท่านแม่ทัพระวัง” อินเหยาตะโกนด้วยความตระหนกพลางรีบดึงร่างกำยำให้ก้มหมอบลงใกล้นาง

แม้ในระยะประชิดแม่ทัพเซี่ยกลับได้กลิ่นหอมอ่อนจางจากเรือนไหมที่ม้วนซ่อนใต้หมวกเกราะรบของนาง

ดวงตาคู่คมของเซี่ยจินหู่ลอบมองไปยังตูตูตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง ทว่าไม่ว่าแม่ทัพจินหู่ผู้นี้จักอุตสาหะมากเพียงใด หากแต่คงทำได้เพียงแต่มองเห็นนางอย่างไกล ๆ

“แม่ทัพเซี่ยท่านเป็นอันใดหรือไม่” อินตูตูเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมเมื่อเห็นแม่ทัพใหญ่นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์สงครามเมื่อครู่

เสียงของอินเหยาที่เอ่ยเรียกแม่ทัพจินหู่เมื่อครู่กลับดังก้องกว่าเดิม ยามเมื่อนางเห็นว่าแม่ทัพที่เป็นดั่งสหายของนางเอาแต่จับจ้องมองมายังอินเหยาอย่างตะลึงงัน

“ท่านแม่ทัพเซี่ย อินตูตู ทัพของเราถูกล้อมไว้หมดขอรับ” ทหารกล้าผู้หนึ่งกล่าว

แม่ทัพเซี่ยจินหู่ได้ยินก็พลันอดรู้สึกตกใจไม่ได้ ทว่าอินตูตูที่ได้สติเร็วกว่ารีบเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว

“ข้ากับท่านแม่ทัพขอปรึกษากันชั่วครู่” เพ่ยอินเหยากล่าวพลางรีบพยุงร่างกำยำสูงโปร่งของแม่ทัพจินหู่ให้ลุกขึ้น

“ขอรับอินตูตู” ทหารกล่าว

“เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไรเพ่ยอินเหยา” แม่ทัพจินหู่เอ่ยถามอินตูตูอย่างประเมินขุนพลสตรีเบื้องหน้า

“ข้าเห็นควรให้ตีบุกฝ่าวงล้อมออกไปทางด้านหน้า” อินตูตูเอ่ย

“ช้าก่อน ศัตรูอยู่ทางด้านหลังแต่เจ้าให้ไปตีด้านหน้าเช่นนั้นรึ” แม่ทัพจินหู่เอ่ยถามอย่างขับข้องใจ

“ท่านเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว ข้าเลือกวิธีนี้กลับถึงจวนท่านค่อยไต่ถามข้าก็ยังได้” ขุนพลสตรีเอ่ยพลางกระชับหมวกเกราะรบไว้แน่นกว่าเดิม

“เช่นนั้นตามเจ้าแล้วกัน” แม่ทัพจินหู่เอ่ยพลางกระชับอาวุธในมือแน่นพลางเร่งสาวเท้าออกมาเพื่อสั่งการ

“สั่งการตามนี้ให้ให้นำทัพบุกตีฝ่าไปด้านหน้าเท่านั้น พวกเจ้าเข้าใจที่ข้าเอ่ยหรือไม่สหาย” แม่ทัพเซี่ยจินหู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขึงขัง

“รับคำสั่งท่านแม่ทัพ”

รองเท้าของเพ่ยอินเหยาสืบไปด้านหน้าอย่างระแวดระวัง ขุนพลสตรีกระชับง้าวในมือแน่นแล้วจ้วงฟันลงไปยังกิ่งพฤกษาด้านหน้าอย่างระแวดระวัง

อ้ากกกกกก

เสียงเข้มของบุรุษหวีดร้องลั่นพลางล้มลงไปดีดดิ้นอย่างทุรนทุราย โลหิตสีแดงฉานไหลอาบเจิ่งนองไปทั่งพื้นสีขาวหิมะ

ไม่ทันที่ขุนพลสตรีจะกระชากง้าวออกจากศพเนื้อส่วนท้องของทหารฝ่ายศัตรู อาวุธเล่มคมก็พุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีวิตของนาง

เพ่ยอินเหยาไม่รอช้ารีบชักอาวุธง้าวคมของนางออกแล้วจ้วงแทงทหารฝ่ายศัตรูอีกคนจนขาดใจตายทันที

แม่ทัพจินหู่ไม่รอช้า ร่างสูงโปร่งกำยำรีบนำกำลังทหารออกปะทะกับกองกำลังฝ่ายศัตรูนับสิบทันที

ง้าวในมือของแม่ทัพจินหู่จ้วงแทงทหารนับสิบที่เข้ามาฟาดฟันอย่างไม่วางมือ

แม่ทัพจินหู่ได้ฉายาว่าพยัคฆ์ทองคำไร้พ่ายมาตั้งแต่เขาก้าวขึ้นมาตำแหน่งแม่ทัพใหญ่

ด้วยความเร็วที่ว่องไวผสมผสานกับกำลังของร่างกำยำทำให้เขากลายเป็นพยัคฆ์ทองคำที่ไร้เทียมทาน น่าเกรงขามเป็นที่หวาดหวั่นแก่ข้าศึก ด้วยเหตุนี้ทำให้ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยมากในการวางตำแหน่งเซี่ยจินหู่ไว้ใกล้พระหัตถ์ขององค์เอง

เซี่ยจินหู่หันไปมองอินตูตูด้วยความเป็นห่วง นางเพิ่งได้รับแต่งตั้งตำแหน่งตูตูได้ไม่นาน

แม้ไหวพริบของนางจะเป็นเลิศแต่การศึกไม่ได้ง่ายและจำเป็นต้องใช้กำลังเป็นอย่างเดียว

นับเป็นโชคดีที่อินตูตูฉลาดและมีไหวพริบปราดเปรื่องทันกลศึกมิเช่นนั้นพวกเขาคงพ่ายแก่ทัพแคว้นอื่นเสียแล้ว

เพ่ยอินเหยาใช้กลศึกอั้นตู้เฉินชางถึงตีนำทัพมาได้ นางรู้อย่างแน่ชัดว่าหากนำทัพฝ่าไปด้านหลังสหายและพี่น้องทหารคงเสียชีวิตมากกว่าสองคนเป็นแน่

ในสมรภูมิรบมิมีผู้ใดได้เปรียบจนกว่าจะมีผู้ใดเสียเปรียบ นี่เป็นคำพร่ำสอนของผู้เป็นบิดาของแม่ทัพเซี่ยจินหู่

ทหารนับร้อยเข้าโจมตีกองกำลังทหารของฝ่ายศัตรูจนแตกพ่ายและฝ่าวงล้อมออกมายังพื้นที่ใหม่ที่ห่างไกลออกไปแล้วถอยกลับไปตั้งรับในอีกแคว้นศัตรูได้อย่างแยบยล

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ สรีสามัญ ดวงดาหลา

ข้อมูลเพิ่มเติม
จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม  1  บัลลังก์สราเนีย

จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 1 บัลลังก์สราเนีย

โรแมนติก

5.0

นิยายจอมใจฮิปปาเรียนี้จะถูกเรียกว่าหนังสือชุด #อาณาจักรฮิปปาเรีย ค่ะ โดยซีรีส์อาณาจักรฮิปปาเรียมีนิยายทั้งหมด 10 เล่ม ดังต่อไปนี้ 1.จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 1 บัลลังก์สราเนีย 2. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 2 ผจญภัยป่าดงดิบฮานาบี 3. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 2 เล่ม 1 กำเนิดรัชทายาทฮิปปาเรีย 4. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 2 เล่ม 2 นางบรรณาการแคว้นดิมาเรีย 5. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 3 เล่ม 1 ปราบกบฎบัลลังก์สราเนีย 6. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 3 เล่ม 1 ห้าเจ้าหญิงผู้นำทางปริศนา 7. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 4 เล่ม 1 หนึ่งเดียวในหทัย 8. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 4 เล่ม 2 อาณาจักรฮิปปาเรีย 9. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค พิเศษ เล่ม 1 เจ็ดขุนนางผู้พิทักษ์ 10. จอมใจฮิปปาเรีย ภาค พิเศษ เล่ม 2 ราชอาณาจักรฮิปปาเรีย นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดจาก จินตนาการของ "ดวงดาหลา" เองค่ะ ดินแดนฮิปปาเรียเป็นดินแดนสมมติที่ผู้เขียนเฝ้าฝันถึง จอมใจฮิปปาเรีย มีสี่ภาค แต่ละภาคแบ่งเป็น 2 เล่มค่ะ รับรองค่ะว่า เข้มข้น หวานซึ้ง ตรึงใจทุกคนแน่นอนค่ะ เนื้อเรื่องจะสนุกขนาดไหน ขอเชิญนักอ่านทุกท่านเพลิดเพลินไปกับ จอมใจฮิปปาเรีย ภาค 1 เล่ม 1 บัลลังก์สราเนียได้แล้ว ณ บัดนี้ Duangdala Talk ดวงดาหลากลับมาเเล้วค่ะ หลังจากติดภารกิจมานาน รี้ดทุกคนสามารถคอมเม้น หรือกดใจทั้ง 5 ให้ดวงดาหลาได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ #ดวงดาหลา ป.ล. นักอ่านท่านใด หรือ ใครอ่านเเล้วมารีวิว มาเม้นมาพูดคุยกันกับดวงดาหลา ได้น้า

วันดับนางริษยา

วันดับนางริษยา

โรแมนติก

5.0

ความจริงใดกันแน่ที่หลบซ่อนในเคหาสน์สถานแห่งนี้ หรือมันอาจจะเป็นกลลวงของใครบางคนที่กำลังมุ่งหมายจะทำลายพวกเขา เจ้าหล่อนจะทำเช่นไรในเกมล้างเกมผลาญชีวิตเช่นนี้ จุดเริ่มต้นความน่าสะพรึงกลัวของทุกสิ่งที่จารีย์ได้เจอนั้นมาจากคฤหาสน์หลังโตโอ่อ่าแห่งนี้ ภายนอกงดงามหากแต่ภายในกลับรกร้างราวกับไม่เคยมีใครอาศัยอยู่มาก่อน แรงแค้น แรงพยาบาท แรงอาฆาต ของสิ่งลี้ลับยังคงวนเวียนตามจองกรรมทวงถามความเป็นธรรมอย่างที่พวกมันรอคอยตลอดมา! +++ นรีกุลรับรู้ถึงอุณหภูมิที่กำลังทวีความคุกรุ่นในเรือนกายของหล่อน เรียวปากบางของเขาซอนไซ้ไปยังใบหูของนรีกุลจนหญิงสาวเผลอไผลร้องซี้ดปากด้วยความสุขใจ มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมปลดตะขอชุดที่นรีกุลสวมใส่อยู่ เขาแนบเรือนกายของหล่อนให้ผสานกับเขาอย่างลุ่มหลงในตัวของนรีกุล หญิงสาวปิดเปลือกตาของหล่อนลงอย่างพลั้งเผลอ ความหวามไหวแทรกไปทั่วอณูของนรีกุล ภรรยาของนัฐธวีร์ปิดเปลือกตาลงไปแล้ว หากแต่เวลานี้ดวงวิญญาณร้ายของกรวีร์ยังคงทำงานตามคำสั่งของเดรัจฉานต่อไป นิ้วเรียวของวิญญาณร้ายซอนไซ้เข้าไปยังปากถ้ำสวรรค์ของหญิงสาว นรีกุลบิดตัวแล้วครวญเสียงหวานจนนัฐธวีร์สะดุ้งเล็กน้อยทว่าความอ่อนเพลียจากการเดินทางในระยะเวลานานทำให้เขาฟุบหลับไป หนุ่มสาวสองคนหารู้ไม่ว่าเวลานี้ดวงวิญญาณของกรวีร์ได้เสพสมเรือนกายของนรีกุลอย่างอุกอาจ และดวงจิตของนัฐธวีร์ได้ถูกเรียกจิตไปโดยสัตว์ร้ายในคราบของสาวงามเสียแล้ว!

วันดับนางริษยา เล่ม 1

วันดับนางริษยา เล่ม 1

โรแมนติก

5.0

"วันดับนางริษยา" นิยายสยองขวัญกระตุกประสาท #ดวงดาหลา ที่จะพาเขย่าขวัญทุกคนให้กระเจิง เมื่อรักไม่อาจแบ่งใจนรีกุลจึงต้องแบกรับทั้ง นัฐธวีร์ คนเป็น และคนตายในคราเดียวกัน นรีกุลจะทำเช่นไรต่อไป...ความรัก แรงอาฆาตเปลวพยาบาทของพวกเขาจะเผาหญิงสาวให้ตายทั้งเป็นหรือไม่! มาร่วมค้นหาคำตอบในนิยายเล่มนี้กันค่ะ ++++++++++++ โปรปราย เวลานี้นรีกุลอดรู้สึกไม่ได้ว่าร่างกายของตนขยับไม่ได้อีกแล้วหากแต่ท้องของหล่อนกับปวดมากราวกับเป็นไส้ติ่งอักเสบ หญิงสาวพยายามดีดดิ้นให้รอดพ้นจากการเกาะกุมของวิญญาณร้ายที่เธอเชื่อว่าติดตามมา หญิงสาวเปิดตามองไปยังด้านบนก็พบว่าเธฮนอนใกล้คาน ไม่นานนักหญิงสาวก็ต้องหวีดร้องสุดเสียงอีกครั้ง ยามเมื่อเวลานี้มีวิญญาณร้ายนั่งอยู่บนคานสูงเหนือหัวของเธอ วิญญาณร้ายที่นั่งแกว่งขาไป,kอยู่นั้นราวกับว่าจะเห็นเธอ หญิงสาวรีบปิดเปลือกตาลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นเน่าโชยไปเข้าจมูกของหญิงสาวอย่างจัง จนเธอต้องลืมตาขึ้นมามอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าหล่อนทำให้หญิงสาวช็อคสุดขีดเมื่อเวลานี้ศีรษะของวิญญาณร้ายค่อยๆห้อยลงมาจรดยังจมูกของเธอ นรีกุลหวีดร้องอย่างดังลั่นพลางออกปากไล่อย่างตระหนกสุดขีด หญิงสาวพยายามยกมือขึ้นสวดอ้อนวอนแต่ก็ไร้ผล เธอกลับยกมือไม่ขึ้นราวกับว่าเธอถูกผีอำอย่างไรอย่างนั้น ยังไม่ทันธรรมดาหญิงสาวจะสวดมนต์จบเธอก็ได้ยินเสียงข้างหูพูดขึ้นมาว่า

เสน่ห์ร้ายแม่ม่ายพราวนภา SET แม่ม่าย 2021

เสน่ห์ร้ายแม่ม่ายพราวนภา SET แม่ม่าย 2021

โรแมนติก

5.0

กรี๊ด” พราวนภาหวีดร้องสุดเสียงยามเมื่อเรือนร่างอรชรกำลังเสียหลัก พราวนภาหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว “คุณครับ...เป็นอะไรไหมครับ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เวลานี้พราวนภากำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา ธนพรั้งเอวอรชรมาใกล้ตัว พราวนภาลืมตาโพลง แม่ม่ายสาวใหญ่สังเกตเห็นหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายระยับ คิ้วเข้มจนเน้นให้ใบหน้าหล่อดูคมคาย ดวงหน้าคมคายอยู่ใกล้ใบหน้านวลผ่องแค่คืบ พราวนภาสัมผัสได้ถึงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัว “ฉันไม่เป็นไรค่ะ” พราวนภาเอ่ยขึ้นขณะยืนตัวตรง ม่ายสาวจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยกว่าเดิม “ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้” พราวนภาเอ่ยขณะสบสายตาชวนหวามใจของชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่เป็นไรครับ” ธนพเอ่ยขึ้นขณะลอบมองใบหน้าของสตรีตรงหน้าที่เว้นระยะห่างออกมา “ฉันสายแล้วยังไงก็ขอบคุณคุณมากค่ะ” พราวนภาเอ่ยขณะก้มเหลือบมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของตนเอง “ไม่เป็นไรครับ” ธนพเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างสุภาพ หญิงสาวเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปแล้ว หากแต่ธนพยังยืนอยู่ที่เดิม เหตุการณ์เมื่อครู่อดทำให้ใจของเขาสั่นระรัวไม่ได้ ดวงหน้านวลผ่องหมดจดไร้ไฝฝ้าทำให้เขาคาดคะเนไม่ถูกว่า สตรีคนนั้นมีอายุเท่าใดกันแน่ ++++ พราวนภาร้องครางเสียงหลงยามเมื่อมือหนาของธนูเอื้อมมาใกล้กับกระโปรงของเธอ ธนูถลกกระโปรงของพราวนภาขึ้นแล้วบรรจงใช้นิ้วเรียวสอดไปในช่องทางสวรรค์ นิ้วมือเรียวของธนูดั้นเข้าไปอย่างซุกซน พราวนภาสัมผัสได้ราวกับตนกำลังโผผินบินได้ดั่งใจหมาย พราวนภาครวญกระชั้นยามเมื่อธนูขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ แววตาคู่นั้นเบิกกว้างกว่าเดิม ยามเมื่อริมฝีปากบางบดขยี้จูบอย่างรุนแรง หญิงสาวรู้สึกราวกับนกผกผินได้ เมื่ออารมณ์ของเธอเตลิดจนกู่ไม่กลับ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

คนเราบางครั้งก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าตายแล้วไปไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะไม่มีใครสามารถมาตอบได้ว่าตายไปแล้วไปไหน หากจะรอคำตอบจากคนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาให้คำตอบที่กระจ่างชัด ชลดา หญิงสาวที่เลยวัยสาวมามากแล้วทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งตอนนี้เป็นเวลาพักเบรค ชลดาและเพื่อนๆก็มานั่งเมาท์มอยซอยเก้าที่โรงอาหารอันเป็นที่ประจำสำหรับพนักงานพักผ่อน เพื่อนของชลดาที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า "นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋ "ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร "แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ "จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ" "อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง" "อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า "ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นที่คุยกันที่โรงอาหารจะเป็นการคุยเล่นกันวันสุดท้ายของชลดา เพราะหลังจากเลิกงานกลับมาชลดาก็เสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับหอพักด้วยสาเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและมีการยิงกันเกิดขึ้นและชลดาคือผู้โชคร้ายที่ผ่านทางมาพอดี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนๆ เอ๋ได้แต่หวังว่า ชลดาคงไม่มาบอกกับเธอจริงๆหรอกใช่ไหมว่าตายแล้วไปไหน

โซ่รักเมียชัง

โซ่รักเมียชัง

ณิการ์
5.0

“ของขวัญในวัน ‘หย่า’ ค่ะคุณสงคราม” เธอส่งยื่นที่ทดสอบการตั้งครรภ์ให้สามีที่เป็นอดีตสามีอยู่ข้างตน สงครามขมวดคิ้วมองสิ่งที่แสนรักส่งมาให้ตนเองก่อนจะรับมันมา พอเห็นว่ามันคือที่ทดสอบการตั้งครรภ์ เขาก็โกรธมาก “เธอหลอกให้ฉัน ‘หย่า’ งั้นเหรอแสนรัก” เขากำที่ทดสอบการตั้งครรภ์แน่นด้วยความโกรธ อีกมือกำใบหย่าแน่นจนมันยับจะขาดคามือ “เป็นคุณสงครามที่ต้องการเองต่างหากค่ะ ขอตัวนะคะ ฉันจะแวะหาเพื่อนก่อนถึงจะกลับไปเก็บของที่บ้านของคุณค่ะ” ตอนนี้ใบหน้าของแสนรักไร้ความรู้สึกและการที่เธอมีสีหน้าไร้ความรู้สึกนี่แหละทำให้สงครามคว้าข้อมือเล็กกระชากดึงไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่ “กลับไปคุยกันที่บ้านเรื่อง ‘ลูก’ และเรื่อง ‘หย่า’ วันนี้ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน” แม้จะเซ็นใบหย่าไปแล้ว แต่เขาไม่มีทางปล่อยแสนรักที่อุ้มท้องลูกเขาออกไปจากกรงของเขาแน่นอน “ปล่อยฉันนะคุณสงคราม! ปล่อยฉัน! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วยค่ะ” แสนรักตะโกนร้องขอความช่วยเหลือคนที่เดินผ่านตนเองและเขา ทุกคนก็มองมาทางตนเอง แต่สงครามก็ตะโกนบอกคนที่จะเข้ามาช่วยไปว่า “เรื่องของผัวเมีย อย่ายุ่ง!” แล้วทุกคนก็หยุดเท้าที่จะเดินมาหาทั้งสองโดยอัตโนมัติ

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

Tripp Zakarison
5.0

อวิ๋นเจินอาศัยอยู่ในตระกูลอวิ๋นมาเป็นเวลา 20 ปี กลับพบว่าเธอเป็นลูกสาวปลอม พ่อแม่บุญธรรมของเธอวางยาเธอเพื่ออยากจะได้เงินมาลงทุน หลังจากที่อวิ๋นเจินรู้เรื่องนี้ เธอก็ถูกไล่กลับไปที่ชนบท จากนั้นเธอก็ค้นพบว่าตัวเองคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลเฉียวและมีชีวิตที่หรูหราสุด ๆ หลังจากกลับมา เธอได้รับความรักจากครอบครัวและมีชื่อเสียงโด่งดัง น้องสาวจอมปลอมใส่ร้ายอวิ๋นเจิน แต่เธอไม่คาดคิดว่าอวิ๋นเจินจะมีความสามารถต่างๆ เมื่อต้องเผชิญกับการยั่วยุ เธอได้แสดงความสามารถและทักษะต่างๆ มากมายเพื่อจัดการผู้รังแก มีข่าวลือกันว่าอวิ๋นเจินยังคงโสด และชายหนุ่มชื่อดังแห่งเมืองงก็ผลักเธอไปเข้ากำแพง "คุณนายกู้ ถึงตามราเปิดเผยตัวตนได้แล้วนะ"

ผู้บัญชาการรักซ้อนแค้น

ผู้บัญชาการรักซ้อนแค้น

Diena Beran
5.0

หลังจากแต่งงานกันสามปี เจียงหยุนถังพยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยชีวิตสามีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยไม่คาดคิด ว่าเขาได้ละทิ้งเธอเหมือนกับขยะ รับรักแรกของเขากลับประเทศและตามใจเธอทุกอย่าง เจียงหยุนถังที่ท้อใจตัดสินใจหย่า และทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเธอที่กลายเป็นภรรยาที่ถูกทอดทิ้งจากตระกูลเศรษฐี อย่างไรก็ตาม เธอกลับเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างกะทันหันเป็นหมอเทวดาที่พบเจอยาก "Lillian"แชมป์แข่งรถที่มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก และยังเป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลกอีกด้วย ชายร้ายหญิงชั่วคู่นั้นเยาะเย้ยเธอว่า เธอจะไม่มีวันหาคู่รักได้ใ แต่ไม่คาดคิดว่าลุงของอดีตสามีของเธอ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดทำกแงทัพกลับมาเพียงเพื่อขอแต่งงานกับเธอ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ