ท่านแม่บิดาข้าอยู่ที่ใด

ท่านแม่บิดาข้าอยู่ที่ใด

l3oonm@

5.0
ความคิดเห็น
7.5K
ชม
28
บท

อวี่หรัน บุตรสาวของมาเฟีย เธอคือนายหญิงคนต่อไปที่จะขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากบิดา ในงานเลี้ยงเปิด เธอถูกลอบสังหารจากมือขวาของเธอเอง วิญญาณของอวี่หรันเข้าไปสวมร่างของ ถานอวี่หรัน

ท่านแม่บิดาข้าอยู่ที่ใด บทที่ 1 บทนำ

“คุณหนู ท่านพร้อมแล้วใช่ไหมครับ”

จางอวี่หรันเดินออกมาจากห้องรับรอง เพื่อเข้าไปในห้องประชุม ที่ตอนนี้ทุกคนในองค์กรอยู่ด้านในกันครบหมดแล้ว

คุณพ่อของเธอที่เป็นประธานองค์กร ล้างมือในอ่างทองคำ แล้วส่งเธอขึ้นนั่งตำแหน่งประธานแทน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม แต่เธอก็จัดการทำให้คนพวกนั้นปิดปากลงได้

องค์กรของคุณพ่อเธอเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศจีน ตัวเธอก็ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นนายหญิงเช่นวันนี้

ทั้งศิลปะการต่อสู้ที่แขนง ความโหดเหี้ยมที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก อวี่หรันจึงมีใบหน้าที่นิ่งเรียบ เย็นชาตลอดเวลา คนแรกที่เธอสังหารตอนนั้นเธอมีอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น

เธอเข้าไปเรียนรู้เรื่องการในองค์กร การค้า ธุรกิจทั้งด้านมืดและด้านสว่างของบิดาตั้งแต่อายุได้เพียงสิบหกปี เธอเป็นบุตรเพียงคนเดียวของตระกูล เรื่องทั้งหมดเธอไม่อาจหลีกหนีได้พ้น

เมื่อประตูห้องประชุมถูกเปิดออก แสงไฟก็สาดมาส่องที่ร่างของเธอ อวี่หรันในชุดเดรสยาวสีดำ ใบหน้างดงามราวกับนางจิ้งจอก แต่ความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอขับให้กลายเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อวี่หรันเดินไปตามพรมแดงอย่างไร้ความรู้สึก เหมือนเรื่องที่น่ายินดีของผู้อื่น เป็นสิ่งที่เธอไม่ได้ต้องการ

“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีกับฉันในวันนี้ หึ คุณหาน รอยยิ้มของคุณดูจอมปลอมเหลือเกิน คุณหวังอย่าทำหน้าเช่นนั้นสิคะ มันดูตลกเกินไป”

เสี่ยวตงต้องเดินเข้ามาขวางอวี่หรันที่กำลังพูดขอบคุณแขกบนเวที เพราะสิ่งที่เธอพูดมันไม่ตรงกับที่พวกเขาคุยกันไว้

“คุณหนู”

“ฉันพูดผิดหรอ นายดูสิ ใบหน้าของแต่ละคนช่างตลกเสียจริง”

อวี่หรันเงยหน้าขึ้นหัวเราะ ก่อนจะเดินลงจากเวที พร้อมทั้งหยิบขวดแชมเปญเดินออกจากงานไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแขกเหรื่อในงาน

บิดาของอวี่หรัน โบกมือ ให้ลูกน้องของเธอทั้งหมดที่กำลังจะตามเธอไปหยุดไม่ต้องตาม เพราะเขารู้ว่าบุตรสาวของเขาไม่ได้ยินดีกับตำแหน่งที่เธอได้ในวันนี้

อวี่หรันเธออยากชีวิตที่สงบสุข โดยไร้คนติดตามข้างกายดั่งเงาเช่นนี้

“คุณหนูจะไปที่ไหนครับ”

“ไม่ต้องฉันจะขับไปเอง บอกคุณพ่อ เสี่ยวตง ทำได้ดีมาก” อวี่หรันหัวเราะน้อยๆ ให้คนขับรถของเธอ ก่อนจะขึ้นไปนั่งแทนที่คนขับแล้วขับออกไปด้วยความเร็วสูง

เธอรู้ดีว่าเสี่ยวตงเป็นคนขององค์กรอื่น แฝงตัวเขามาอยู่ข้างกายเธอตั้งแต่เด็ก เพราะความที่เธอไว้ใจเรื่องเล็กใหญ่ทั้งคนของเธอเขาล้วนรับรู้ทั้งหมด

ก่อนที่เธอจะเดินทางมางานในวันนี้ เขาพูดกับเธอแปลกๆ แต่อวี่หรันเธอบังเอิญเห็นข้อความที่มือถือของเขา จึงได้รู้ว่าวันนี้เสี่ยวตงต้องกำจัดเธอให้ได้เท่านั้น

หากเขาไม่ทำพ่อแม่ของเขาจะถูกกำจัดแทนเธอ อวี่หรันหัวเราะน้อยๆ ให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกของเธอ

แม้จะมีพร้อมทุกอย่างแต่ก็ต้องแลกมากับการที่เธอต้องเสียสละความสุขในชีวิต ต้องเดินตามเส้นที่ตระกูลขีดเอาไว้

เสียงโทรศัพท์ของอวี่หรันดัง เป็นเสี่ยวตงที่โทรเข้ามาหาเธอ เพราะรู้จากคนขับรถว่าอวี่หรันขับออกไปเพียงผู้เดียว

“คุณหนู ท่านจอดรถเดี๋ยวนี้” เสี่ยวตงตะโกนเข้ามาอย่างร้อนร้น

“หึหึ เสี่ยวตง ฉันหวังว่าสิ่งที่นายเลือก จะเป็นทางที่ถูกต้อง”

“ไม่ ไม่ คุณหนู รถคันนั้นมีไว้ให้ผม ไม่ใช่ให้คุณ ได้โปรดจอดรถ”

“ฉันว่า น่าจะช้าเกินไปแล้ว”

สิ้นคำของอวี่หรัน รถคันงามก็ระเบิดขึ้น เสี่ยวตงตะโกนออกมาจนสุดเสียง เธอไม่ได้รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว

“จะ เจ็บ” อวี่หรันรู้สึกตัว ร่างกายของเธอปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ l3oonm@

ข้อมูลเพิ่มเติม
จองจำรักร้าย

จองจำรักร้าย

ผจญภัย

5.0

จินเยว่ ตำรวจสาว เธอได้รับภารกิจให้เข้าจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่สายข่าวได้แจ้งเข้ามาวันนี้จะมีการเจรจาซื้อขายครั้งใหญ่เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาให้จินเยว่ที่ตอนนี้เป็นถึงหัวหน้าสายสืบ พาลูกน้องไปสำรวจพื้นที่ก่อน อย่าเพิ่งเข้าปะทะเพราะเขาจะส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือ แต่ลูกน้องของจินเยว่เห็นโอกาสที่จะเข้าจับกุมได้แล้ว เลยไม่รอกองกำลังพิเศษที่กำลังเดินทางมาช่วยเหลือ ตอนแรกคิดว่าพ่อค้ายาเสพติดจะพาคนมาฝ่ายละไม่เกินยี่สิบคน แต่กลายเป็นว่าเธอโดนซ้อนแผนเสียแล้ว จะถอยก็ไม่ทัน จินเยว่เข้าช่วยลูกน้องจนเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างความเป็นกับความตาย สติของเธอเริ่มพร่ามัว เสียงเรียกที่ได้ยินแยกไม่ออกว่าเป็นใครเรียก แต่เธอจำได้ว่ากองกำลังพิเศษมาช่วยไม่ทัน ตอนที่เธอถูกยิงไม่ใช่ว่าจะโดนแค่นัดเดียวทางรอดย่อมไม่มี แต่ตอนนี้ใครกันที่เรียกเธอ หากเป็นหมอก็รักษาเลย ฉันขอนอนต่อก่อน แต่หากเป็นยมทูตรอสักครู่ฉันไม่ได้นอนเต็มตาเช่นนี้มาหลายคืนแล้ว "จินเยว่ ลูกรัก ตื่นเถิดลูก" "จินเยว่ อย่าเงียบเช่นนี้ เจ้าอย่าทำให้แม่กลัว"

ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี

ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี

โรแมนติก

5.0

หลิวเยว่ชิง สาวงามของเมืองหลวง บุตรสาวของท่านหมอหลวงหลิว ความงามของนางเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเรื่องความสามารถเรื่องการรักษานางก็เก่งไม่แพ้ผู้เป็นบิดา แต่เพราะด้วยที่นางเป็นสตรี นางจึงมิอาจเดินตามรอยเท้าของบิดาได้ ทำได้เพียงรักษาให้กับสตรีที่ต้องการความช่วยเหลือจากนาง นางยังคิดจะเปิดโรงหมอ เพื่อรักษาให้กับสตรีโดยเฉพาะ แต่เพราะคู่หมั้นของนาง กงหลี่เฉียงมิเห็นด้วย นางจึงได้เลิกล้มไปเสีย นางแต่งให้กงหลี่เฉียงท่ามกลางความเสียดายของบุรุษมากมายในเมืองหลวง งานมงคลของนางเป็นที่พูดถึงนานหลายเดือน เพราะสินเดิมที่บิดาจัดเตรียมให้ เรียกได้มามากมายจนไม่ต้องทำสิ่งใดอีกแล้ว นางใช้ชีวิตเป็นฮูหยินของกงหลี่เฉียง ดูแลจวน ทั้งยังดูแลแม่สามีที่เจ็บป่วยอยู่เสมอ จนมีแต่คนเอ่ยชมกงหลี่เฉียงที่ได้ภรรยาเช่นนางไปครอบครอง ในวันแต่งงาน เรื่องที่ไม่อาจไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องคำสาบานของกงหลี่เฉียง “ข้ากงหลี่เฉียง ขอสาบานต่อฟ้าดิน ว่าชีวิตนี้จะมีเพียง หลิวเยว่ชิงเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว” เรื่องนี้ยังสร้างความอิจฉาให้กับเหล่าสตรีในเมืองหลวงอยู่นานหลายเดือน หากบุรุษบ้านใดที่รับอนุเพิ่ม จะถูกเปรียบเทียบกับกงหลี่เฉียงในยามนั้นทันที แต่แล้วความสุขของนางก็อยู่ได้ไม่นาน หลังแต่งงานได้เพียงสองปี กงหลี่เฉียงที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่ง รององครักษ์เสื้อแพรมาหมาดๆ ก็พาญาติผู้น้องของเขา ตู้ซิงเยียน เข้าจวนในตำแหน่งฮูหยินรอง เรื่องนี้สร้างข่าวลือไปทั่วเมืองหลวง เพราะไม่คิดว่า กงหลี่เฉียงที่กล้าเอ่ยคำสาบานในวันงานแต่งเช่นนั้น จะกล้ารับสตรีเข้าจวนได้อีก “ท่านทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร” หลิวเยว่ชิงดวงตาแดงก่ำ มองกงหลี่เฉียงประคองตู้ซิงเยียนอยู่หน้าเรือนของนาง น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามของนาง บ่าวไพร่ที่รู้จักฮูหยินน้อยว่านางแสนดีเพียงใด ก็อดจะเห็นใจนางไม่ได้ “บุรุษใดเล่าในเมืองหลวงที่ไม่มีสามภรรยา สี่อนุ” กงหลี่เฉียงเอ่ยออกมาอย่างหน้าด้านๆ โดยที่ตัวเขาก็หลงลืมเรื่องคำสาบานในวันแต่งงานไปแล้ว “หึ เช่นนั้นรึ ท่านคงหลงลืมไปแล้วกระมังเรื่องคำสาบาน” “แล้วอย่างไรเล่า ชิงชิง เจ้าแต่งเข้าจวนข้ามาสองปี ท้องเจ้ายังมิได้เรื่อง หากข้ารับเยียนเออร์เข้าจวนจะผิดอันใดเล่า” “อ้อ เพราะเรื่องนี้อย่างนั้นรึ” นางยิ้มเยาะตนเอง เป็นนางที่คิดแทนผู้เป็นสามี ไหนจะเรื่องภายในจวน ที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดล้วนต้องควักมาจากสินเดิมของนาง ไหนจะเรื่องของอาการป่วยของแม่สามีที่แทบจะเรียกหานางทุกหนึ่งชั่วยาม นางและเขาจึงคิดตรงกันเรื่องที่ยังไม่อยากมีบุตร ทุกครั้งที่ร่วมรักกันนางจึงกินยาห้ามครรภ์มาตลอด แต่การที่หวังดีต่อเขาเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าหักหาญน้ำใจของนาง “หากท่านดึงดันจะรับนางเข้าจวน เช่นนั้นก็หย่าขาดจากข้าเสีย” “เพ้ย ไม่หย่า เจ้าอย่าได้ใจแคบนักเลย เยียนเออร์ย่อมเชื่อฟังเจ้าอย่างดี ไม่ดีหรือที่จะมีคนมาช่วยดูแลเรือนเพิ่มอีกคน” “วาจาของท่านช่างน่าขันนัก หากข้าไม่รับน้ำชาของนาง นางรึจะเข้ามาอยู่ในจวนได้” “หึ ต่อให้เจ้าไม่รับน้ำชาของนาง นางก็เข้ามาอยู่ในจวนได้ เพราะเยียนเออร์นางตั้งครรภ์แล้ว” คำพูดของกงหลี่เฉียง เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของเยว่ชิง นางเกือบจะล้มไปกองกับพื้น ยังดีที่สาวใช้ของนางเข้ามาประคองนางไว้เสียก่อน เขาให้นางกินยาห้ามครรภ์มาโดยตลอด แต่กลับพาญาติผู้น้องที่ตั้งครรภ์กลับเข้ามาในจวน นางจะทนฟังเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร “อาอิง เจ้าไปเก็บของข้าจะกลับจวนตระกูลหลิว” นางเอ่ยสั่งสาวใช้ที่ติดตามนางมาจากบ้านเดิม “หยุด!!! หากเจ้าจะไปก็กลายเป็นศพออกไปเสีย แต่งเข้าตระกูลกงแล้ว ถึงตายก็ต้องเป็นผีตระกูลกง” กงหลี่เฉียงตวาดออกมาเสียงดัง แต่ที่น่าขันที่สุดเห็นจะเป็นแม่สามีของนาง กลับลุกออกมาจากเรือนของนางได้ ทั้งๆ ที่ในแต่ละวันล้วนแต่นอนป่วยอยู่บนเตียง “ใช่แล้ว อาเฉียงพูดถูก หากเจ้าจะออกไปก็ต้องกลายเป็นวิญญาณเท่านั้น” นางเดินเข้าไปจับมือของซิงเยียนราวกับปลอบใจนางที่ได้รับความไม่ยุติธรรม "หึหึ ท่านแม่ ท่านหายป่วยแล้วรึเจ้าคะ” นางจ้องมองพวกเขาอย่างโกรธแค้น ไม่ว่ายาดีอันใดที่นางเพียรหามารักษา สมุนไพรราคาแพงนางก็ยอมจ่ายเงินซื้อ ก็ไม่อาจทำให้แม่สามีของนางลุกขึ้นมาจากเตียงได้ เห็นทีคงเป็นเพียงละครงิ้วบทหนึ่งเท่านั้น “ข้าเป็นอันใดอย่างงั้นรึ” นางมองเยว่ชิงด้วยใบหน้าที่ใสซื่อ ราวกับว่ากำลังถูกเยว่ชิงใส่ร้าย “ข้าเข้าใจแล้ว เป็นข้าที่โง่เขลามาตลอด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในจวนที่มาจากสินเดิมของข้า และเรื่องรักษาท่าน เพื่อให้หลี่เฉียงมีเวลาไปอยู่กับแม่นางตู้ หึหึ ตัวข้าช่างน่าขันนัก” ใบหน้าของสองแม่ลูกเบ้อย่างไม่น่ามอง เมื่อถูกเยว่ชิงเปิดโปงเรื่องที่พวกเขานำสินเดิมของนางมาใช้จ่าย นางหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ก่อนจะกระซิบสั่งสาวใช้ที่อยู่ข้างกาย “ฮูหยิน” นางเอ่ยเรียกเสียงสั่น “ไปเอามา” นางเอ่ยเสียงเบา พร้อมกับผลักสาวใช้เบาๆ อาอิงรู้ดีว่าคุณหนูของนางใจกล้าเพียงใด แต่ไม่คิดว่านางจะเลือกหนทางนี้ แต่ก็ยังไปทำตามคำสั่งอยู่ดี ทั้งสามไม่รู้ว่า สองนายบ่าวกระซิบกระซาบอันใดกัน ได้แต่มองอาอิงหมุนตัวกลับเข้าไปในเรือนอย่างสงสัย เมื่อนางกลับมาพร้อมมีดสั้นในมือ ทั้งสามก็มีใบหน้าที่ซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าจะทำอันใด” กงหลี่เฉียงดันตัวตู้ซิงเยียนไปไว้ด้านหลัง ยิ่งทำให้เยว่ชิงปวดใจมากกว่าเดิม บุรุษที่นางเลือกเองกับมือ กล้าทำร้ายจิตใจของนางมากถึงเพียงนี้ แต่เรื่องนี้จะโทษใครได้ หากเขาไม่เอาใจใส่นางตลอดหลายปีก่อนที่จะแต่งงาน นางจะเลือกเขาได้อย่างไร ทั้งหน้ากากบุรุษแสนดีที่เขาสวมไว้ ทำให้นางเชื่อหมดใจว่าเขารักนางมากจริงๆ เยว่ชิงเดินเข้าไปหาทั้งสามคนช้าๆ พร้อมทั้งกำมีดในมือแน่น “กง หลี่ เฉียง ท่านฟังคำข้าให้ดี” นางยิ้มเย็นออกมาอย่างน่ากลัว “เจ้า เจ้า อย่าได้คิดบ้าๆ เด็ดขาด” “ข้า หลิวเยว่ชิง ชาตินี้คิดผิดที่เลือกบุรุษเช่นท่านเป็นสามี หากมีชาติหน้าจริง ขออย่าได้พบเจอท่านอีก หากพบเจอก็ให้นึกรังเกียจราวกับพบเดรัจฉาน ข้าขอให้ท่านมิได้สิ่งใดหรือสมหวังเรื่องใดอีกเลย” เยว่ชิงใช้มีดสั้นในมือของนางปักเข้าที่หัวใจของนางทันที

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ผจญภัย

5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

รอยหยัก/宁安 หนิงอัน

“อันตัวข้า มีนามว่าไป๋ฟางเซียน” ปกติคนอื่นข้ามเวลาคงได้รับมิติ พลังวิเศษ ความเทพทรูต่าง ๆ แล้วนางเล่า ไม่เห็นเป็นเหมือนในนิยายที่เคยอ่านบ้าง เท่านั้นยังไม่พอ! นางยังเข้ามาอยู่ในร่างสาวงามอันดับหนึ่ง มีสถานะเป็นถึงภรรยาของท่านแม่ทัพ ที่สามีหาได้รักใคร่ชมชอบไม่ ออกจะเกลียดแสนเกลียดเสียด้วยซ้ำไป หนำซ้ำสามีหน้าตายผู้นั้นดันมีคนที่ตนพึงใจอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะเอาตัวรอดต่อไปในโลกที่ไม่รู้จักได้อย่างไร นอกจากจะต้องปรับตัวอย่างมากแล้ว นางต้องคิดหาวิธีรับมือกับบุรุษผู้เป็นสามีที่จ้องแต่จะกินหัวนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกด้วย! โอ สวรรค์ ท่านเกลียดชังอะไรข้านักหนา เหตุใดถึงให้ข้าเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ ชีวิตสงบสุขที่ใฝ่ฝัน คงได้จบสิ้นกันแล้ว แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ต้องเจอ ไม่สามารถหลีกหนีได้ นาง! ไป๋ฟางเซียนผู้นี้! จะขอร่วมลงประชันสนามอารมณ์กับเขาเอง! ให้มันรู้กันไปเลยว่า ภรรยาอย่างนาง จะเอาชนะสามีอย่างเขา... ไม่ได้!

รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+

รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+

อัญญาณี

ความพยาบาทของเธอ ทำให้ทุกคนต่างสะพรึงกลัว ยกเว้นเขา...รัฐรวินทร์ ที่จะใช้ความรักทั้งหมดสลายความพยาบาทในใจเกวลิน เขาคือทายาทตระกูลอัครธนากุล ตระกูลมหาเศรษฐีของเมืองไทย เธอคือหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่ไร้พิษสง แต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นลูกไก่ในกำมือ “เพี้ยะ!” ฝ่ามือเล็กฝาดลงไปบนแก้มรัฐรวินทร์เต็มแรง จนเกิดรอยฝ่ามือบนผิวแก้มเขา “เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ” เขาถามเสียงเข้ม แววตาลุกโชนด้วยความโกรธ “ก็ใช่น่ะสิ ก็คุณอยากปากหมาทำไม แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” เกวลินตอบด้วยทีท่าไม่เกรงกลัว ทว่าความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ ในใจเต้นรัวจากความกลัวชายตรงหน้าที่อาจบีบคอเธอตายได้ “สองครั้งแล้วนะ สองครั้งแล้วที่เธอตบหน้าฉัน เธอจำไม่ได้หรือว่า เธอตบหน้าฉันครั้งแรก เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอคงอยากจะกระอักเป็นครั้งที่สองใช่ไหม” เขาถามเสียงเหี้ยม แววตาไร้ซึ่งความปราณี “แค่นี้ฉันก็กระอักเลือดมากพอแล้ว จะโดนอีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร อีกอย่างคนอย่างคุณ มันก็หน้าตัวเมียอยู่แล้ว รังแกคนไม่มีทางสู้ เอาสิ เอาเลย ตบฉันเลย แตะฉันก็ได้ หรือว่าจะถีบฉัน ฉันก็ยินดี ฉันจะไม่ร้องขอชีวิตจากคุณ แต่ฉันจะจำทุกอย่างที่คุณทำกับฉัน แล้ววันหนึ่งฉันจะเอาคืนคุณอย่างสาสม” ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เกวลินพูดโดยปราศจากความเกรงกลังรัฐรวินทร์ ชายหนุ่มที่กุมชีวิตตนกับครอบครัวไว้ในอุ้งมือ อุ้งมือของคนที่ไม่เคยให้คำว่า เมตตาปราณีกับตน

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

Pinkygirl

ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!

ท่านแม่ทัพได้โปรดปล่อยข้าไป

ท่านแม่ทัพได้โปรดปล่อยข้าไป

pailinnaka591

เสิ่นชิงเวยคุณหนูตกอับที่มารับจ้างในจวนแม่ทัพใหญ่ นางถุกคนหลอกให้มาที่เรือนต้องห้าม เผยซ่างกวนที่ถูกวางยาคิดว่านางคือคนที่ศัตรูส่งมา จึงย่ำยีนางร่างเดิมตกใจจนหัวใจวาย วิญญาณเสิ่นเว่ยเว่ยจึงมาแทนที่ เด็กน้อยวัยห้าขวบตรงหน้ามีดวงตาสีอำพันเช่นเดียวกับเขา  มวยผมที่เกล้าไว้กลางศีรษะปักด้วยปิ่นไม้แกะสลักสวยงาม  ไม้ที่ใช้ก็เป็นไม้อย่างดี  แผ่นหลังตั้งตรงมิเกรงกลัวผู้ใด เผยซ่างกวนเพิ่งเคยเจอคนที่กล้าสบตาเขาเป็นคนที่สอง  คนแรกผู้หญิงสมควรตายคนนั้นเสิ่นชิงเวยและเด็กคนนี้  เหตุใดดวงตาคู่นี้คล้ายกับเขาเคยเห็น มองดูแล้วเป็นเด็กเฉลียวฉลาด แปลกเขามาไกลเป็นพันลี้กลับมาเจอเด็กที่ใบหน้าคล้ายเขาตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยนหากบอกเป็นบุตรชายของเขาก็คงมีคนเชื่อถือ เผยซ่างกวนย่อตัวลงแล้วเอ่ยถามเด็กน้อยตรงหน้า "เจ้าหนูบิดามารดาไปไหนเสียเล่า  เหตุใดมาเดินเพ่นพ่านบนเขา" "มารดาข้าไปเก็บลูกเกาลัดด้านนั้น  ส่วนบิดาแน่ใจว่าตายตั้งแต่ข้ายังไม่เกิดแล้วขอรับ" "ช่างน่าสงสาร  บิดาเจ้าเป็นอะไรจึงจากไปเล่า" "ท่านแม่บอกว่าเขาตายเพราะความโง่ขอรับ " เผยซ่างกวนถึงกับสะอึก  เป็นแม่หม้ายเลี้ยงลูกคนเดียวคงลำบากน่าดู  เพราะถูกชะตาจึงหยิบตั๋วเงินห้าสิบตำลึงส่งให้ "มารดาเลี้ยงบุตรคนเดียวล้วนไม่ง่าย  ข้าให้เจ้ารับไว้สิ" เสิ่นจ้าวหยวนมองกระดาษตรงหน้าแล้วมองหน้าท่านลุงตัวสูงจากนั้นก็ได้เสียงเรียกหาเขา "เสี่ยวหยวน  อยู่ที่ไหนแม่จะกลับแล้วนะ" พลันได้ยินเสียงมารดาเรียกหา  เสิ่นจ้าวหยวนจึงรีบตอบกลับไปก่อนจะหันมาเอ่ยกับเผยซ่างกวน " ท่านแม่ข้าอยู่ที่นี่ขอรับ  กำลังไปหาท่าน  มารดาข้าร้องเรียกแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ  " เด็กน้อยตะโกนกลับไปก่อนจะหันมาหาเผยซ่างกวนแล้วเอ่ยประโยคที่แม้แต่องครักษ์ยังตกใจ  ที่กล้ากล่าวเช่นนี้กับแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหลี่ "อีกไม่นานข้าก็มีท่านพ่อแล้ว ท่านลุงกู้เป็นคนดีที่สำคัญเขาชอบท่านแม่ของข้า  อีกอย่างบ้านข้ามิได้ขาดแคลนเงินทอง  ขอบคุณท่านลุงที่หวังดี  ข้าลาก่อนนะขอรับ" ขาคู่เล็กวิ่งไปทางลงเขา  มองเห็นสตรีที่กำลังสะพายตะกร้าเดินออกมาจากป่าอีกด้าน  ปากก็ตะโกนเรียกหาบุตรชาย  เผยซ่างกวนกำลังจะหันหลังกลับแต่เสียงช่างคุ้นเคยจึงหันกลับมามองดู  นางคือสตรีที่เขาไม่เคยลืมว่านางสร้างความอัปยศไว้ให้เขาเช่นไรคุณหนูตกอับตระกูลเสิ่นคนนั้น เสิ่น ชิง เวย  นางย่อตัวลงนั่งยองๆ  เก็บเศษหญ้าออกจากศีรษะเด็กน้อย  เสียงเล็กๆเรียกนางว่า  ท่านแม่  นี่มันหมายความว่าอะไรท่านแม่หรือ เสิ่นชิงเวยเงยหน้าขึ้นก็เห็นบุรุษคนนั้น  เผยซ่างกวน  คนที่พรากพรหมจรรย์ของนางไปทันทีที่นางลืมตามาอยู่ในโลกเส็งเคร็งนี่  จนให้กำเนิดเด็กน้อยคนนี้ "เสี่ยวหยวนรีบกลับบ้านเถอะ  แม่รู้สึกไม่ค่อยสบาย" เสิ่นชิงเวยจุงมือบุตรชายรีบลงเขา  แต่กลับหนีไม่พ้นบุรุษที่นางพยายามหนีจากเขามาหกปี "หาแทบพลิกแผ่นดินกลับไม่เจอ  บทไม่หาเจ้าก็มาอยู่ตรงหน้าข้าเสียได้คุณหนูเสิ่น" "นายท่านจำคนผิดแล้วกระมังเจ้าคะ  เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  รบกวนท่านหลีกทางด้วย  ข้ากับลูกต้องลงเขาแล้ว  กลางคืนอันตราย  ตะวันจะตกดินแล้วเจ้าค่ะ" มือหนาราวกับครีมเหล็กคว้าข้อมือบอบบางก่อนจะออกแรงบีบ  เอ่ยด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว "ข้าจะลืมสตรีแพศยาที่ปีนเตียงข้า  สร้างความอัปยศให้ข้าได้อย่างไรกัน  เสิ่น ชิง เวย" "นายท่านรบกวนท่านปล่อยข้าด้วย  ท่านอาจจะเคยเห็นคนใบหน้าคล้ายข้าจึงเข้าใจผิด" "แต่เด็กที่หน้าตาเหมือนข้าเช่นนี้  มิใช่พยานในคืนนั้นของเราหรือ  อืมท่าทางฉลาดไม่น้อย  เจ้าเลี้ยงได้ดีจริงๆ  แบบนี้ข้าจะได้ไม่เหนื่อยมากนัก" มือหนากำลังจะคว้าข้อมือบุตรชายนาง  เสิ่นชิงเวยปัดออกพร้อมกับเอาบุตรชายมาไว้ด้านหลังกกางแขนปกป้อง "ไสหัวไป  เผยซ่างกวน  อย่ามาแตะต้องบุตรชายข้า  เจ้าไม่มีสิทธิ์  เสี่ยวหยวนกลับบ้าน" เสิ่นชิงเวยอุ้มบุตรชายกลับบ้าน  ร่างอรชรอ้อนแอ้นนั้นอุ้มเด็กวัยห้าขวบลงเขาดูลำบากนัก  นางอยากหนีหรือเด็กคนนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกเขา  "หึ..ข้ายังอยู่ตรงนี้ทั้งคนคิดหาพ่อใหม่ให้บุตรชายข้าหรือแม่ตัวดีเสิ่นชิงเวยข้ามีเรื่องให้เจ้าชดใช้นับไม่ถ้วนเชียวล่ะ"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ท่านแม่บิดาข้าอยู่ที่ใด ท่านแม่บิดาข้าอยู่ที่ใด l3oonm@ โรแมนติก
“อวี่หรัน บุตรสาวของมาเฟีย เธอคือนายหญิงคนต่อไปที่จะขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากบิดา ในงานเลี้ยงเปิด เธอถูกลอบสังหารจากมือขวาของเธอเอง วิญญาณของอวี่หรันเข้าไปสวมร่างของ ถานอวี่หรัน”
1

บทที่ 1 บทนำ

09/05/2025

2

บทที่ 2 ข้ามมาก็คลอดลูกเลยหรือ

09/05/2025

3

บทที่ 3 อยากได้เปล แต่ได้การค้า

09/05/2025

4

บทที่ 4 ทดลองทำสบู่

09/05/2025

5

บทที่ 5 เข้าเมืองซื้อร้านค้า

09/05/2025

6

บทที่ 6 ซื้อทาส

09/05/2025

7

บทที่ 7 เปิดร้าน

09/05/2025

8

บทที่ 8 พบหน้าบิดามารดา

09/05/2025

9

บทที่ 9 ย้ายมาอยู่ในเมือง

09/05/2025

10

บทที่ 10 เจ้าเปลี่ยนไปมาก

09/05/2025

11

บทที่ 11 แบบสินค้าใหม่

09/05/2025

12

บทที่ 12 หวังเหว่ยกง

09/05/2025

13

บทที่ 13 ตระกูลหวัง

09/05/2025

14

บทที่ 14 เจ้าแน่ใจหรือว่านี่คือของกิน

09/05/2025

15

บทที่ 15 นางรู้ว่าเป็นเขา

09/05/2025

16

บทที่ 16 เจ้ายังเป็นภรรยาของข้า

09/05/2025

17

บทที่ 17 การจัดการของเหว่ยกง

09/05/2025

18

บทที่ 18 ความทรงจำหวนคืน

09/05/2025

19

บทที่ 19 ท่านทิ้งข้าไปอยู่ที่ใดมา

09/05/2025

20

บทที่ 20 ข้าอยากฟังเรื่องของเจ้า

09/05/2025

21

บทที่ 21 อร่อยกว่าที่ข้าเคยกิน

09/05/2025

22

บทที่ 22 เหล่ากง

09/05/2025

23

บทที่ 23 ภพหน้ามีจริงหรือไม่

09/05/2025

24

บทที่ 24 จบแล้วจริงหรือ

09/05/2025

25

บทที่ 25 ภาคพิเศษ1

09/05/2025

26

บทที่ 26 ภาคพิเศษ2

09/05/2025

27

บทที่ 27 ภาคพิเศษ 3

09/05/2025

28

บทที่ 28 ภาคพิเศษ 4

09/05/2025