เล่ห์บุรินทร์

เล่ห์บุรินทร์

SHASHAwriter

5.0
ความคิดเห็น
256.4K
ชม
156
บท

ครอบครัวของบุรินทร์เคยผ่านความล้มเหลวทางธุรกิจครั้งใหญ่ จนพ่อและแม่ของเขาต้องจากไปด้วยความสิ้นหวัง บุรินทร์มุ่งมั่น ต่อสู้ จนกลับมาผงาดได้อีกครั้ง แต่กลับถูกสกัดจนเกือบซวนเซ แล้วหญิงสาวที่เขาถูกตาถูกใจตั้งแต่แรกเจอ ที่ดูอย่างไรก็ไร้พิษสงอย่างสาริศาจะใช่หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ทำลายเขาอีกครั้งหรือไม่ เนื้อหาบางช่วงบางตอน “เข้าบ้านไปทำหน้าที่ภรรยาก่อน” ได้ยินอย่างนั้น สาริศาสะดุ้งตกใจ ขยับถอยหนีเขาทันที บุรินทร์หรี่ตามองท่าทีของเธอ *พร้อมหัวคิ้วขมวดเข้าหากันจนดูเกินจริงไปนิด ถามกลับสั้น ๆ ว่า “เป็นอะไร” “หน้าที่ภรรยา หน้าที่อะไรกันคะ” “เก็บกวาด เช็ดถูบ้าน เตรียมอาหารเย็น แล้วก็จัดเตรียมห้องหับไว้นอนคืนนี้ นี่เราคิดอะไรอยู่” “เปล่าสักหน่อย” พึมพำเดินตามหลังเขาเข้าบ้านไป อดบ่นอีกไม่ได้ “ไม่มีแม่บ้านคอยทำให้หรือยังไงนะ ไม่รวยจริงนี่นา” “พี่พูดสักคำหรือยังว่าพี่รวย”

บทที่ 1 1

เห็นมีช่องจอดว่างอยู่ บุรินทร์จึงพารถตรงไปจุดหมาย แต่แล้วกลับถูกอีกคันตัดหน้าเข้าไปจอดเสียก่อน ดีที่เขาเบรกทัน เลยไม่เฉี่ยวชนจนต้องเสียเวลา

ไม่ได้ติดใจเอาความเมื่อไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น พารถเคลื่อนตัวออกไปอีก ไกลจากที่หมายตาเมื่อครู่นี้ มีรถออกจากช่องจอดพอดี จึงหยุดรถลงที่ตรงนั้นแทน ดับเครื่องยนต์แล้วค่อยเปิดประตูรถลงไป

เขาเดินย้อนกลับทางเดิมเพื่อเข้าประตูของโรงแรม จึงได้เห็นว่าเจ้าของรถคันที่ตัดหน้าเป็นหญิงสาวร่างเล็ก แบบเดียวกับรถของเจ้าหล่อน ปราดเปรียว แลดูคล่องตัวดี กระนั้นก็พอมองออกว่ายังเด็กอยู่มากหากเทียบกับเขา ที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็จะย่างเข้าสามสิบเก้าปีแล้ว

หญิงสาวคนนั้นดูวุ่นวายอยู่กับรองเท้าที่ท้ายรถ ไม่สนใจใครทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ทุกครั้งหรือเปล่า หากว่าจอดรถที่ลับตาคนก็น่าห่วงเรื่องความปลอดภัยอยู่ไม่น้อย

ละสายตาไปยังทางเข้า พาตัวเองเดินไปเรื่อย ๆ หญิงคนเดิมเดินตัดหน้าเขาอีกครั้ง เธอหันมามองเขานิดเดียว เมื่อทำท่าว่าจะชนกันอีกรอบตรงประตู เลยผายมือให้เดินนำหน้าเข้าไปก่อน เห็นทำท่าพยักหน้าให้เบา ๆ เดินผ่านประตูเข้าไปแล้ว บุรินทร์จึงตั้งท่าจะเข้าไปบ้าง แต่มีคนโทรศัพท์มาพอดีจึงหยุดรับสาย แล้วสายตาของเขาก็มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวคนนั้นที่เดินฉับ ๆ เข้าไปด้านใน จนลับสายตาของเขาไปในที่สุด

“เลทเกือบสิบนาที”

สรสิชบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ กระนั้นยังคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้ เพราะคนที่ตนหมายตาอยากให้ได้พบกับบุตรสาวสักครั้ง ยังไม่เข้ามาในงานเลี้ยง

“ซินรีบสุดชีวิตแล้วค่ะ” อ้าปากจะบอกว่าการประชุมที่ให้ตนเข้าแทน ยืดเยื้อจนเลยเวลาไปเป็นชั่วโมง กว่าจะเสร็จสิ้นการประชุมก็ห้าโมงครึ่ง แล้วไหนยังต้องฝ่าการจราจรช่วงวิกฤตสุด ๆ ของวันเข้ามาที่โรงแรมย่านกลางเมืองนี่อีก สายสิบนาทียังถือว่าไวไปด้วยซ้ำ นี่เธอขับปาดหน้ารถคนอื่นมาแล้วกี่คัน บิดาจะรู้บ้างหรือเปล่า ขนาดที่จอดรถ หากไม่ปาดหน้าแย่งมาก็คงสายกว่านี้

พลันนั้นเองที่แววตาสีดำคมลึกของชายเจ้าของรถคันที่ถูกเธอปาดหน้าแย่งที่จอดมาก็ค่อย ๆ ผุดเข้ามาในหัว

หวังว่าคงจะไม่ได้มางานเดียวกันนี่หรอกนะ

“แต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว”

สรสิชมองบุตรสาวด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ วางแก้วลงกับถาดของบริกรที่ผ่านมาพอดี หันหลังให้คนอื่นในห้องจัดเลี้ยงเพื่อยืนบังบุตรสาว แล้วยื่นมือดึงสาบเสื้อตรงกระดุมเม็ดบนสุดด้วยเรี่ยวแรงพอประมาณ จนมันขาดออกจากรังดุมในทันที เม็ดหนึ่งกระเด็นตกไปที่พื้น อีกเม็ดยังคาอยู่ที่รังดุมของมัน จนเห็นเนินอกของเธอราง ๆ

สาริศาคิดไม่ถึงว่าบิดาจะทำกับตัวเองแบบนี้ ร้องเรียกท่านด้วยความตกใจ “คุณพ่อ!” พร้อมกับยกมือขึ้นกุมคอเสื้อตรงที่ถูกกระตุกจนกระดุมขาดออกจากกัน

สรสิชส่งเสียงขัดใจ ปัดมือเธอที่วุ่นวายกับคอเสื้อออก

และหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีก็ไม่กล้าเถียงอะไรท่านอีก ชีวิตนี้ของเธอ ตั้งแต่จำความได้ก็มีเพียงบิดา เธออาจเก่งกล้า ต่อล้อต่อเถียงกับคนอื่น แต่ไม่กล้าหือหรือดื้อรั้นกับบิดา ท่านสั่งอย่างไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น

“กุญแจรถอยู่ไหน”

สรสิชถามพร้อมกับยื่นมือออกมารอ เธอมองท่านด้วยอาการน้อยเนื้อต่ำใจ พร้อมความสงสัยที่แทรกเข้ามาแทนที่นิด ๆ ว่าจะเอาไปทำไม แต่ไม่ได้ถาม ทำเพียงล้วงหยิบกุญแจส่งให้เท่านั้น

“จอดตรงไหน” เสียงถามห้วนเล็กน้อยของสรสิชไม่ดังนัก

“ตรงหน้าประตูทางเข้านี่เลยค่ะ” ตอบไม่ทันจบประโยคดี ถูกตำหนิต่ออีก

“ยืนยืดไหล่ให้ดูเป็นสาวมั่นหน่อย ไม่ใช่งอตัวเป็นกุ้งสุกแบบนี้ เดี๋ยวจบงานพ่อต้องคุยกับครูแจมใหม่แล้ว ว่าสอนลูกยังไงถึงได้ไม่มีพัฒนาการเลย สอนเหมือนไม่ได้สอน หมดคอร์สพอดีใช่ไหม หมดแล้วก็ไม่ต้องไปมันแล้วนะ พ่อหมดเงินกับซินเท่าไรแล้วรู้ไหม”

ท่านบ่นไปถึงครูสอนบุคลิกภาพคนดังที่ส่งเธอไปเข้าคอร์สตั้งแต่เรียนจบออกมาช่วยงานที่บริษัท

สาริศาอยากช่วยบิดาทำงาน งานหนักแค่ไหน เธอไม่เคยบ่น

เธออยากเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่ง แต่ไม่ได้อยากเป็นสาวมาดมั่น ไฟแรง เปรี้ยว เฉี่ยว สวย สง่างาม อย่างที่บิดาต้องการให้เป็นเลยสักนิด แต่ดูเหมือนสรสิชจะมีความต้องการสวนทางกับบุตรสาว

คนเป็นพ่อมองด้วยสายตากดดันแกมผิดหวัง ก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ หันไปที่ทางเข้าห้องจัดเลี้ยง ใบหน้าเฉยฉาบรอยยิ้มในทันที ปากพูดกับเธอ แต่ตามองไปยังทางนั้น

“พี่เขาเดินมานู่นแล้ว ยิ้มด้วยเวลาที่พูดน่ะ ไม่ใช่ยิ้มโง่ ๆ ทำตัวให้มีเสน่ห์เข้าไว้ ตามองตอบบ้าง หลบตาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่หลบตาตลอดเวลาอย่างกับพวกผู้หญิงบ้าน ๆ”

สั่งเสร็จ สรสิชยกมือทักทายชายคนที่ว่านั้น สาริศาจึงหันไปมองตามบิดา พบชายร่างสูงสง่าดูโดดเด่นที่สุดในงานเลี้ยง เขากำลังตรงมาทางนี้ และเธอจะไม่รู้สึกร้อนไปหมดทั้งหน้าอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลย หากว่าชายคนนั้นจะไม่ใช่คนเดียวกันกับที่เธอแย่งที่จอดรถเมื่อครู่

อย่าเรียกว่าแย่งเลย อันที่จริงเธอก็แค่เหยียบคันเร่งเข้าไปจอดให้ไวกว่าเขาเท่านั้นเอง ก็ตรงนั้นมันไม่ได้มีป้ายกำกับว่าของใครนี่นา เอาเป็นว่าเลิกคิดเรื่องนั้นไปก่อนก็แล้วกัน มาแก้เหตุการณ์เฉพาะหน้านี่ดีกว่า ไม่รู้ว่าเขาจะเอาเรื่องเธอหรือเปล่า

“ทางนี้หมอก”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ SHASHAwriter

ข้อมูลเพิ่มเติม
เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

โรแมนติก

5.0

ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"

ห้องลับของคุณรัชญ์

ห้องลับของคุณรัชญ์

โรแมนติก

5.0

"ถอดชุดบนตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้!" "หนูทำไม่ได้..." ขวัญลดายังพูดไม่จบดีเลยว่าเธอถอดชุดที่ใส่บนตัวออกไม่ได้เพราะมันรัดมาก ๆ นี่ก็นัดกับออยลี่ ลูกของป้าเนืองไว้แล้วให้มาช่วยถอดชุด ไม่รู้น้องคนที่วานให้ช่วยเหลือจะหลับไปแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องฉีกมันออกแทนการถอด แต่เจ้าของห้องลับที่ใคร ๆ พูดปากต่อปากกันว่า ห้องนี้ใครเข้ามาแล้วต้องเสว ก็ปราดเข้ามาปล้ำถอดชุดของเธอออกจนหมด แต่เพราะชุดมันรัดมาก ๆ ดลวรัชญ์ลงมือถอดไปก็สบถไปพลางด้วยอาการหัวเสีย "แต่งตัวเชี่ยอะไรวะ รู้ไหมว่ามันรัดหน้าอก รัดโหนกจนเห็นเป็นเนินนูน นึกว่าลานจอดฮอ" พอชุดถูกถอดออกจนหมด ขวัญลดาค่อยหายใจได้ลึกขึ้นจากเดิม นึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แม้จะดูเป็นการช่วยที่ไม่ปกตินักก็ตามที "หนูรู้ค่ะ" "รู้แต่ก็ยังใส่" "คุณป้าบอกว่ามันมีชุดเดียว ชุดนี้เมื่อก่อนท่านตัดไว้ให้พี่โรส แต่คุณเล่นพาพี่โรสมานอน หนูก็เลย..." "หึง?" เสียงเข้มถามขัดคำตอบของเธอ ขวัญลดามองเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยังไม่รู้จักเลยว่า หึง อาการเป็นอย่างไร "ไม่ใช่ค่ะ หนูกำลังอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมต้องใส่ชุดนี้" "เธอหึง" คนชอบให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองอย่างดลวรัชญ์สรุปในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ พร้อมด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเกร็งมันไว้ให้เหยียดตรงดังเดิม "และเธอเบี่ยงประเด็นนะลดา" "แล้วแต่คุณเลยค่ะ" ขวัญลดาบอกอย่างยอมแพ้ ++++++ เนื้อหานิยายเน้นอ่านเพลิน ๆ ย่อยง่าย ๆ และจบดี แฮปปี้ค่ะ

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

โรแมนติก

5.0

คำโปรย ปริญญ์เคยบอกว่ารักเธอ แต่เมื่อมีเหตการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลิกรากันไป เขาย้อนกลับมาทำดีด้วย และขอเธอแต่งงาน หลังแต่งงานกับจินดาพรรณมาสี่ปี ปริญญ์เที่ยวคบหาผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เธออับอาย ... นี่น่ะหรือความรักของเขา ตัวอย่างเนื้อหา "เดี๋ยวดา เรื่องที่เราคุยกันไว้ ดาต้องทบทวนดี ๆ ก่อน..." "พรุ่งนี้เลยปิน พรุ่งนี้ไปเจอกันตามที่ตกลงไว้ได้เลย" ปริญญ์มองเธอนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะพูดอะไรได้สักคำหนึ่ง ก็ยากเย็นเต็มที "หรือไม่ ปินว่าเราลอง..." "อย่าเอาแต่พูดหลอกล่อกันแบบนี้อยู่อีกเลยปิน เราสองคนจบกันเท่านี้เถอะ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เราจะได้ไม่เกลียดกันมากไปกว่านี้ หรือปินอยากให้ดาเกลียด จนไม่ไปเผาผีกันเลย ก็ได้นะปิน" ได้ยินและได้รู้ถึงความคิดของจินดาพรรณแล้ว ในใจของปริญญ์ปวดแปลบ เสียดและเสียวไปทั้งทรวงอก เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิดได้ในตอนนั้นเองว่านี่เขาทำอะไรต่อมิอะไรลงไปนั้น มันแย่มาก จินดาพรรณถึงได้บอกว่าเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ปริญญ์รู้สึกได้ถึงก้อนขม ๆ ในคอ เขาฝืนที่จะกล้ำกลืนมันลงไป แล้วขยับเท้าเพื่อถอยหลังออกมา มาได้เพียงครึ่งก้าวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สายตาเจ็บปวดของเขายังคงมองไปยังจินดาพรรณ เปิดปากเพื่อจะพูดบางประโยคออกไป "แต่ดา...ปินระ...ปินรั" จินดาพรรณหมุนตัว เพื่อกลับเข้าห้อง เธอไม่อยากฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แต่กลับโดนดึงตัวเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่ได้ออกแรงดิ้น ทำเพียงปิดตาลง ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ข้างในลึก ๆ บอกตัวเองว่าอย่าได้ถลำตัวและหัวใจไปกับภาพลวงตาของปริญญ์ อย่าได้หลงคารมของเขาอีกเป็นอันขาด บทจะหวาน ปริญญ์ก็ทำให้เชื่อได้ทั้งนั้น และเขาก็ทำเพียงเพราะต้องการให้เธอหลงเชื่อ เขาหลอกเธอซ้ำ ๆ แล้วทิ่มแทงเธอให้ผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจ ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ปริญญ์สูดดมกลิ่นของภรรยาเข้าจมูกจนลึกสุดปอด ถูไถใบหน้าไปมาอย่างที่โหยหามาโดยตลอด พร้อมกับพึมพำที่ข้างหูของเธอ "ปินให้เวลาดาคิดอีกสามวัน ระหว่างนี้ถ้าดาเปลี่ยนใจ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าดายังคิดแบบเดิม วันนั้นเราค่อยไปเจอที่บริษัทตามที่คุยไว้ แต่ระหว่างนี้ ดาต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด" จินดาพรรณถอนลมหายใจของตัวเองออกยาว ๆ เธอนี่หรือใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ตลอดมามีแต่ปริญญ์ที่ทำแบบนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นค่อยเปิดตาขึ้น แล้วออกแรงดันตัวเองจากอ้อมกอดของเขา หันมามองที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า บอกออกไปตามอย่างที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ "ดาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีกแล้วล่ะปิน ถ้าปินว่างพอ พรุ่งนี้เราก็ไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยได้เลย" ****************************** แนวพระเอกโบ้ ไม่ได้นอกใจ จบดีและไม่มีใครตุยค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

สิงห์เกมสวาท

สิงห์เกมสวาท

Dakanda
5.0

กติกาคือ กอดได้แต่ห้ามรัก เมื่อหัวใจถลำรัก เธอควรฉีกกติกานั้นหรือถอยห่างจากกันดี “มนเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นที่ต้องได้รับการบำบัด” “ยังไง” สายตาคมไหวเหมือนจะยิ้มได้ ทำมนสิชาหน้าร้อนผ่าว ทั้งที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ กลับเหมือนมีเปลวแดดมาลูบแก้มให้ร้อนวูบวาบ สีหน้าและลักษณะการเอียงคอมองอย่างใคร่รู้ของหญิงสาวชวนให้หนุ่มทั้งแท่ง เลือดร้อนฉ่าใคร่ลงมือสาธิตการบำบัดเสียเดี๋ยวนี้ “อย่าทำหน้าแบบนั้น” “แบบไหน” เธอนิ่วหน้า งงจัดจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งมารยา กฤษฎิ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กวาดสายตายิ้มได้ ลูบไล้นวลแก้มละมุนที่เริ่มซับสีเรื่อ แล้ววกกลับมาสบตาคู่งาม “แบบที่กำลังมอง สนใจ ใคร่รู้ มันทำให้ผู้ชายเกิดอารมณ์ ไม่รู้หรือ” บ้าจริง! มนสิชาหน้าม้าน หลบตาวูบ เบี่ยงหน้าหนีจากใบหน้าคมเข้มอย่างรวดเร็ว ใจหวามไหว ทำลมหายใจติดขัด เสียงหัวเราะที่ดังจากลำคอหนาเบาๆ ยิ่งสร้างความอับอายแก่เธอ ตาคมหรี่หลุบทอดมองนวลแก้มปลั่ง เขารู้ว่าเธออายจริงๆ ไม่ใช่มารยาหญิงแบบผู้หญิงที่เคยเจอ แบบนี้แหละที่เขาสนใจ ขี้อายแต่อยากรู้ บางครั้งเข้าใจยากแต่...น่าเอาเป็นบ้า!

หงส์ขย่มมังกร(นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

หงส์ขย่มมังกร(นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

ซีไซต์
5.0

รูรักอันบริสุทธิ์เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกดูเหมือนว่าจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี ร่องของนางขมิบรัว สะโพกของนางยกขึ้นยังเด้งเข้าไปหาปากร้อน ฝ่าบาทเก่งกาจยังสามารถแยงลิ้นเข้าไปในรู อันซูเซี่ยถูกทาขี้ผึ้งหอมรอบปากทาง ขี้ผึ้งนี้นอกจากจะมีรสชาติดีส่งเสริมรสน้ำรักของนางแล้วยังมีคุณสมบัติอันวิเศษ แม้จะเป็นหญิงพรหมจรรย์ก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวด และเผลอทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บ อี้หลงดูดแบะขาของนางให้กว้างขึ้นแล้วรวบขึ้นไปให้ขาชี้ฟ้า จากนั้นมุดใบหน้าลงมาอย่างหลงใหล “หอมอร่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนดื่มสุราไม่เมามาย อ้า ข้าชอบยิ่ง หอยของฮองเฮาช่างใหญ่โต ดูโคกเนื้อโยนีแทบจะล้นริมฝีปากของข้า สีแดงเช่นนี้คงไม่เคยผ่านสิ่งใดมาก่อน บริสุทธิ์ยิ่งนัก ซี้ด” นางดิ้นเร่าอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนอกจากเชื่อฟังในคำของฝ่าบาท “อืม อร่อยยิ่งนัก อ้า ข้าไม่ไหวแล้วขอดูหน้าฮองเฮาของข้าหน่อยเถิด” ดูเหมือนว่าร่องรักของนางยังขมิบ นางไม่อยากให้เขาเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้นด้วยซ้ำ อยากถูกปลายลิ้นเลียเช่นนั้นจนกว่านางจะได้รับการปลดปล่อย “อ้า ฝ่าบาทเพคะ อย่าหยุดเพคะ อื้อ” นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ มี 2 เล่มจบ เป็นนิยายแบบพล็อตอ่อน เน้นฉากรักบนเตียงของตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับสายคลีนใส ๆ นะคะ หากใครไม่ชอบอ่าน NC เยอะ ๆ กรุณาเลื่อนผ่าน เพราะเรื่องนี้เน้น NC เป็นหลักค่ะ ซีไซต์ นักเขียน

หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม

หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม

Mia Caldwell
5.0

ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ