หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

เฌอเลียร์

5.0
ความคิดเห็น
5.6K
ชม
24
บท

เรื่องราวของสโรชา... เจ้าของชื่อความหมายดอกไม้บริสุทธิ์ ทว่ามีอาชีพคาวโลกีย์ คืนฝนตก เพ้นท์เฮ้าส์หรู และแขกหล่อ ลีลาร้อน อันตราย ... ความรัก ... ความใคร่ มาดูกันว่าเส้นทางของเบอร์หนึ่งค็อกเทลเล้าจ์กฤตจะเป็นเช่นไร +++++++++++ “ถ้าคุณอยากเอาลูกไปก็เชิญ แต่ฉันกับแม่ไม่ไป” สโรชาโกหกเพื่อประวิงเวลา ... เธอไม่มีทางให้ลูกกับเขาหรอก “ไม่ห่วงลูกเลยหรือยังไง” เซอร์เกขมวดคิ้ว มองเธอพินิจ “คุณคงบอกว่าตัวเองดูแลแกได้ดีกว่าฉันใช่ไหมล่ะ งั้นก็เอาไปเลย ฉันจะได้กลับมาใช้ชีวิตเดิมๆ ได้สักที” ความไม่พอใจแล่นริ้วขึ้น ใบหน้าคมสันเปลี่ยนเป็นทะมึงถึง เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์ ยื่นหน้าเข้าใกล้ “คุณเป็นแม่ประเภทไหนกันนี่ ไม่ห่วงลูกเลย” “ฉันแค่ต้องการอิสระ เอาชีวิตเดิมๆ ก่อนเจอคุณกลับคืนมา” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เพราะคำพูดจากปากตรงข้ามกับใจ “แล้วคุณจะทำอะไรต่อ จะทำงานเป็นโสเภณีเหมือนเดิมหรือยังไง” ตาเขาวาวโรจน์ ราวเพลิงสีน้ำเงินพร้อมเผาเธอให้มอดไหม้ “มันเรื่องของฉัน!” ดวงหน้างามเชิดขึ้นสู้ “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นโสเภณีของผมคนเดียวเถอะ!” ริมฝีปากร้อนฉกวูบมาปิดกลีบกุหลาบงาม สโรชาดิ้นรนปิดเรียวปากป้องกัน แต่เขาไวกว่ายกมือใหญ่บีบแก้มบังคับให้เผยอ ลิ้นอุ่นแทรกเข้าลิ้มชิมความหวานของเจ้าของร้าน ... ที่ดูท่าว่าจะหวานกว่าขนม ลิ้นสากลงลึกไซ้ควานเข้าภายใน ไล้ไปตามไรฟันสะอาด หยอกเอินก่อนถอดถอนออกมา สโรชาที่ร้างพิศวาสมานาน ระทวยด้วยรสจุมพิต ร่างโอนอ่อนคล้ายขี้ผึ้งราวละลายลงกับพื้น มือที่ควรปัดป้องคนจาบจ้วง กลับบีบแน่นที่ต้นแขนแกร่ง เพื่อเป็นหลักพยุงกายไม่ให้ล้ม “เราเข้ากันได้ดีขนาดนี้ แล้วคุณยังจะกลับไปขายร่างกายให้คนอื่นนอกจากผมอีกเหรอ” เขาถอนหน้าห่างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รอยยิ้มพึงใจระบายชัด สโรชาได้สติตื่นจากฝัน “ออกไปเลยนะ คุณออกไปจากที่นี่” ให้ตายสิ! เขายังเชี่ยวชาญเหมือนเดิม แค่จูบเดียวทำเธอเตลิดไปไกล “ไม่! คุณอยู่ที่ไหน ผมจะอยู่ด้วย ยังไงก็ตามลูกผมต้องมีพ่อแม่ครบ” ++++++++++++++++++++++++

บทที่ 1 1

ท้องฟ้าคืนนี้เต็มไปด้วยเมฆอุ้มน้ำเทาเข้มเกือบดำ ฝนยังไม่หยุดตั้งแต่เย็น ... ตกยาวนานราววันสุดท้ายก่อนจะสิ้นโลก สายละอองสีเงินโปรยเกาะหน้าต่างรถ อากาศภายในเย็นเฉียบ

คนขับแท็กซี่กดเปลี่ยนคลื่นวิทยุแก้เบื่อ ... ฝนตก รถติด เป็นธรรมดาของกรุงเทพฯ โชคดีที่ได้ค่าจ้างเหมาแบบไม่ต้องกดมิเตอร์ มิเช่นนั้นเขาไม่ยอมเสียเวลาติดแหง็กอยู่ในเมืองเช่นนี้หรอก

สโรชาดูเวลาในโทรศัพท์มือถือ... เกือบสองทุ่มแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด การจราจรแบบนี้เธอไปสายไปแน่

“จอดตรงเซเว่นข้างหน้าก็ได้ นี่ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ”

คนขับรับเงินหน้าบาน ใจคิดว่าดีเหมือนกันที่ได้เงินเร็ว จะได้ออกจากถนนเส้นรถติดมหาโหดนี้เสียที สโรชาใช้กระเป๋าคลัชบังหน้าป้องกันเครื่องสำอางโดนน้ำเลือน

เมื่อก้าวผ่านเข้าประตูเลื่อนอัตโนมัติ คนยืนหลบฝนบริเวณใต้กันสาดร้านสะดวกซื้อเหลียวมองเธอเป็นตาเดียว ของที่สโรชาต้องการหาไม่ยากเลย อยู่ในช่องเหล็กโปร่งสีขาวข้างประตู

“ไม่ต้องใส่ถุง เดี๋ยวพี่ใช้เลย”

สาวเซเว่นรุ่นน้องหลุดจากอาการมองหน้าลูกค้าอย่างตะลึง รีบยิงบาร์โค้ดร่มพับให้ในทันใด

“ใครวะ สวยชะมัด ดาราหรือเปล่า”

เสียงในร้านดังไล่หลังคนเปิดประตูออกไป สโรชากางร่มเดินฝ่าสายฝนไปช้าๆ รองเท้าส้นสูงหนังสานเป็นเส้นอวดเท้าเปลือยขาวผ่อง แม้อาจเป็นอุปสรรคในการเดินไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากสำหรับคนใส่ทุกวัน

ที่ต้องระวังคือไม่ให้ปลีน่องกลมกลึง ขาเรียว ซึ่งโผล่พ้นปลายเสื้อโค้ทเสมอเข่า โดนน้ำกระเซ็นจากล้อรถวิ่งบนถนน

เสื้อตัวนี้มิดชิด ใส่สบาย ดูราคาแพงเพราะมัณฑลีเพื่อนเธอซื้อมาฝากไกลจากอังกฤษตอนไปฮันนีมูน ... ไม่เหมาะกับสโรชาและไม่เหมาะกับสภาพร้อนชื้นของเมืองไทยเลย

... ที่ต้องใส่คืนนี้เพราะเธอมีงานและคนมาพบไม่ใช่คนไทย กฤตโทร.ให้ไปพบแขกที่โรงแรมห้าดาว จึงต้องแต่งตัวดีหน่อย

“ฉันมาพบมิสเตอร์อิคนาเซวิชห้อง... ค่ะ”

พนักงานต้อนรับสาวหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มให้ ตาเก็บภาพรายระเอียดผู้มาพบแขกห้องเพ้นท์เฮ้าส์อย่างรวดเร็ว

“แจ้งเขานะคะว่าฉันเป็นคนของคุณกฤต เอ่อ... มิสเตอร์อิคนาเซวิชรู้จักในนามคริสค่ะ ฉันชื่อสโรชา”

“สักครู่นะคะ เดี๋ยวเรียนท่านให้”

เธอกดโทรศัพท์ยกหูโทร.ไปยังห้องที่ว่าทันที แขกนามสกุลรัสเซียแต่สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน รวยมากเพราะเล่นเหมาห้องโรงแรมทั้งชั้น

“คุณรออยู่ล็อบบี้นะคะ สักครู่คนของท่านจะลงมารับ”

พนักงานผายมือไปทางโซฟาหนานุ่มน่าสบาย สโรชาเดินไปนั่ง โดยมีสายตาหลังเคาน์เตอร์จับจ้องตลอด นึกชมในใจ ... ผู้หญิงคนนี้สวย ผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกยาวถึงกลางหลัง ตาคมกริบ จมูกโด่ง ริมฝีปากหนาอิ่มเคลือบลิปสติกสีชมพู ผิวขาว รูปร่างดีหุ่นระหง

เธอเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเล็กเพียงใบเดียว แม้ไม่ได้แต่งตัวยั่วยวน แต่คนทำงานโรงแรมมากประสบการณ์ก็พอเดาจุดประสงค์การมาถูก ... ราคาเธอคงแพงตามกำลังเงินแขกเพ้นท์เฮ้าท์

ผู้ลงมารับสโรชาเป็นหนุ่มต่างชาติตาสีเทาผมเกรียน สวมสูทแต่ไม่ผูกไทด์ สำเนียงอังกฤษแปร่งหูบ่งบอกว่าไม่ใช่เจ้าของภาษา

เขาพาเธอขึ้นลิฟท์ ไปหยุดลง ณ ชั้นๆ หนึ่ง ประตูไม้หนาหนักเปิดออก เผยให้เห็นเพ้นท์เฮ้าหรูหรา มีทั้งห้องทำงาน ห้องรับแขก เธอเดินตามหลังเขาผ่านบรรดาหนุ่มต่างชาติคนอื่นที่ยืนเฝ้าเป็นจุดๆ ในบริเวณห้อง

นับดูจำนวนคนน่าจะประมาณห้า ... บอดี้การ์ดเยอะจริง แขกคราวนี้เป็นมหาเศรษฐี ทำมาค้าขายอะไรนะ แล้วเธออยากรู้ไปทำไมหนอ หมดธุระคืนนี้ เธอกับเขาก็จะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน ... เหมือนอย่างแขกคนที่แล้วๆ มา

หนุ่มสำเนียงแปร่งบอกให้เธอนั่งรอเจ้านายบนเก้าอี้ข้างโคมไฟใหญ่ในห้องนอน แล้วก็ลับหายไปข้างนอก ปล่อยเธออยู่ลำพัง

สโรชานึกขำๆ ว่าคงไม่ล็อคประตูขังหรอกนะ เธอถอดเสื้อคลุมออกกางไว้บนพนักพิงโซฟา จากนั้นเดินไปสำรวจตัวเองในห้องน้ำ

ทรงผมดีอยู่ เครื่องสำอางก็ยังโอเค ชุดที่ใส่มาเป็นแซกสั้นคล้องคอเข้ารูปสีเขียวมะนาว ขับสีผิวและรูปร่างให้กลมกลึง สโรชาสวยทั้งจากตัวเองคิดและจากคำชมของคนอื่น แม้ชะตาชีวิตจะผกผันให้หัวหกก้นขวิดอย่างไร ก็ได้ความสวยนี่แหละช่วยชีวิต ... แต่มันมีราคามากเหลือเกินที่เธอต้องจ่าย

สโรชาส่ายศีรษะสลัดความคิดเศร้าหมองออกไปเสีย โทษว่าเป็นด้วยอากาศชวนหดหู่ ... ทำจิตตก เธอมาให้ความบันเทิง ขืนเศร้างานก็กร่อย เสียชื่อเบอร์หนึ่งค็อกเทลเลาจน์กฤตหมด เขาอุตส่าห์ไว้ใจให้รับงานนี้ เพราะสโรชาพูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดี สมกับเคยเรียนโรงเรียนคอนแวนต์ แต่ไม่จบมอหกด้วยปัญหาครอบครัว

เธอกลับมานั่งรอแขก พลางพิจารณารอบห้อง ไล่มาตั้งแต่แชนเดอร์เลียร์คริสตัลระยิบระยับบนเพดาน รูปภาพวาดดอกไม้ไทยใส่กรอบติดผนัง ม่านหน้าต่างหนาสีเทาเข้มซึ่งแหวกออก

แต่ละด้านผูกด้วยเชือกดิ้นทองอันใหญ่ละอองฝนจับพราวบนกระจกด้านนอก เตียงหนาปูผ้าขาวสะอาดไว้ตึง ปลายเตียงมีม้านั่งยาวสีเทาควันบุหรี่

ประตูกั้นระหว่างห้องนอนกับภายนอกที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดทำหน้าได้ดีเกินคาด ... สโรชาไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาเลย ทุกสิ่งเงียบสงบ ผ่อนคลาย เธอเอนหลัง คิดเรื่อยเปื่อย หลังจากรับแขกคนนี้กฤตให้พักสามวัน เธอจะไปเยี่ยมแม่

สโรชาคิดอีกหลายเรื่อง เห็นว่าชักรอนาน หยิบมือถือขึ้นดู ชั่วโมงหนึ่งแล้ว แขกยังไม่มา เธอไม่เร่งร้อนไปทวงถาม คิดว่าอย่างไรเสียคืนนี้ไม่ได้ไปต่อที่ไหน จึงเล่นมือถือรอ สักพักก็เบื่อเก็บกลับใส่กระเป๋า

เอนหลังพิง วางแขนบนเก้าอี้นุ่ม หน้าแหงนมองแชนเดอร์เลียร์หรูหรา จ้องความพราวพร่างระคนเสียงขับกลอมเบาๆ จากสายฝน

กลิ่นสะอาดของแพรพรรณซักใหม่ ดอกไม้สดในแจกันหอมบางเบา ราวใครมาแอบแต้มน้ำหอมไว้ อากาศในห้องเย็น ... การได้อยู่ตามลำพัง ในสถานที่ปลอดภัย ปล่อยใจไปเรื่อย ทุกอย่างชวนสบายจนสโรชาหลับตาผ่อนคลาย

... เนิ่นนานเกินไปหน่อยกระทั่งเผลอผล็อยหลับไป

อลัน ซาโกเยฟ ยังไม่ทันได้ปิดประตูเพนท์เฮ้าส์สนิท เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ตาเหลือบดูเจ้านายร่างสูงซึ่งยืนห่างออกไปนิด อย่างเกรงใจ พอล้วงออกมาดูชื่อปรากฏบนหน้าจอทำเอาลำบากใจยิ่งกว่า

“พี่เซอร์เกล่ะ” ปลายสายไม่ทักอะไรทั้งนั้น ยิงคำถามเข้าตรงประเด็น

“เพิ่งกลับมาครับ ท่านกำลังพักผ่อนอยู่” คนเขาพาดพิง กำลังยื่นโค้ทกันฝนให้ลูกน้องไปแขวนที่เสากลมข้างผนัง

“เจรจาธุรกิจเสร็จแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” ความกระตือรือร้นชัดเจนในน้ำเสียง

“เอ่อ...” อลันลังเลตอบคำถาม

“ใครโทร.มา ญามิลลาเหรอ” เจ้านายมุ่งสายตามายังเขา อลันพยักหน้า แล้วโทรศัพท์ก็โดนแย่งไปจากมือ

“มิลลา นี่เธอมีเบอร์โทรศัพท์ลูกน้องพี่ทุกคนหรือยังไงนะฮึ! ถึงโทร.ตามอยู่ได้” เซอร์เกกลั้วหัวเราะขณะคุย

“อลันดีกว่าพี่ตั้งเยอะที่ยอมรับสาย ว่าแต่การเจรจาธุรกิจเป็นยังไงบ้างคะ เราได้สัมปทานคาสิโนที่พม่าไหม”

คนมีโทรศัพท์แนบหูเดินไปที่ห้องทำงาน มือหนึ่งเขียนโน้ต แล้วฉีกยื่นให้ลูกน้องคนสนิท อลันรับไปทำตามอย่างว่องไว

“เธออยากรู้ไปทำไม”

“อะไรกัน การที่ฉันแต่งงานไปนี่ทำให้ต้องตัดขาดกับกิจการของครอบครัวเลยหรือไง” ญามิลลาเริ่มไม่พอใจ

“เปล่าหรอก พี่อยากรออะไรให้เป็นทางการมากกว่านี้”

“แสดงว่าเจรจาสำเร็จ”

น้องสาวรื่นเริง เซอร์เกไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ... แต่กำลังรอว่าปลายสายจะพูดอะไรต่อ

“งั้นพี่อย่าลืมใช้บริษัทบอริสมาก่อสร้างคาสิโนนะ” ... เขาเดาถูกจริงๆ

“เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ อย่างเป็นทางการ”

เพราะอย่างนี้แหละเซอร์เกจึงไม่อยากรับสาย น้องสาวผู้รักสามีมากเกินควร ช่วยเหลือกิจการทุกอย่าง จนกลายเป็นแทรกแซงงานของเขา

“ค่ะ แล้วฉันจะรอ” ญามิลลาฉลาดพอไม่รุกต่อ แม้ใจเต้นร่าอยากคาดคั้นเอาคำตอบกับพี่ชาย

“พี่เซอร์เกอย่าลืมนะ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน” คนโทร.มาไกลทิ้งท้าย เขายื่นโทรศัพท์คืนเจ้าของ เหยียดยิ้มให้

“ผมขอโทษ...” เจ้านายโบกมือเป็นเชิงห้ามลูกน้อง

“อย่าคิดมาก ญามิลลาเชื่อฟังฉัน แต่เอาแต่ใจมากกับคนอื่น ถ้านายไม่รับสาย เขาก็ต้องหาทางอื่นติดต่อฉันให้ได้ในคืนนี้”

เซอร์เกรู้ข้อเสียน้องสาวดี เธอชอบเอาชนะ ... ซึ่งก็เป็นนิสัยเขาเองเหมือนกัน

“เธอแค่อยากช่วยคุณบอริส”

เอ่ยชื่อนั้นแล้วอลันก็ก้มหน้า ... เมื่อดวงสีน้ำเงินคมกริบหรี่มองอย่างไม่พอใจ

“บางทีก็สงสัยนะอลัน ว่าญามิลลามีสายเลือดเดียวกับฉันจริงๆ หรือเปล่า ทำไมถึงไปรักคนอย่างบอริสได้”

น้องเขยผู้อ่อนแอและไม่ได้เรื่อง บริหารบริษัทก่อสร้างของครอบครัวได้แบบทรงๆ ทรุดๆ แต่กระนั้นน้องสาวเขาก็รักเหลือเกิน

อลันไม่ตอบ เขาพอเข้าใจ ญามิลลาเติบโตมาในครอบครัวผู้ชายเป็นใหญ่ เซอร์เก อิคนาเซวิช ก็เก่งกาจ กุมอำนาจบริหารบริษัทครอบครัวทั้งหมด ทุกคนต้องทำตามคำสั่งเขา เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ฉันใด คนนิสัยแบบเดียวกันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ฉันนั้น

ญามิลลาจึงรู้สึกอึดอัด กระทั่งมาเจอกับบอริส คนอ่อนแอที่เป็นลูกไล่ให้หล่อนควบคุม ญามิลลาจึงไม่ลังเลใจเลยที่จะแต่งงานกับเขา

“รักคนพาชีวิตเราพังนี่มันดีตรงไหน มีความสุขกันยังไง”

เซอร์เกพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะหาคำตอบจริงจัง

“ไม่ต้องรักก็มีความสุขได้ครับ” อลันพยักหน้าไปทางห้องนอน อย่างมีความหมาย

“รูมเซอร์วิสพร้อม คนในห้องก็คงพร้อมแล้วเหมือนกัน”

นั่นละเซอร์เกจึงคิดขึ้นได้ว่า คืนนี้มีของขวัญฉลองความสำเร็จรออยู่ ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากดังเสือร้ายกำลังหมายขย้ำเหยื่อ ประตูห้องเปิดออกพร้อมไอเย็นลอยระเรื่อยกระทบกาย ดวงตาคมกวาดไปสะดุดชุดสีเขียวมะนาวบนเก้าอี้

ร่างขาวสล้างดังกระเบื้องเคลือบเนื้อดีอิงคอกับพนักพิงหลับตานิ่ง เจ้าของเพ้นท์เฮ้าท์แทบลืมหายใจ ก้าวไปพินิจภาพปรากฏตรงหน้าใกล้ๆ ผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนเคลียหน้านวล แพขนตายาวทาบผิวเนียนดังผีเสื้อหลุบปีก ริมฝีปากชมพูบางราวกลีบกุหลาบ

หนุ่มรัสเซียภาวนา ... เปิดตาหน่อยเถิด เขาจะได้รู้ว่าเธอเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อจริงหรือรูปสลักนางฟ้าจำแลงมา พลันสิ่งวาดไว้ก็เป็นดังหวัง ... คนบนเก้าอี้ขยับตัว

สโรชารู้สึกถึงสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนรินรดระข้างแก้ม ตากระพริบถี่ๆ ไล่ความง่วงงุน

“ขอโทษที่ผมปลุกเจ้าหญิงนิทราให้ตื่น”

ดวงตาสีน้ำเงินทอประกายยั่วล้อ รอยยิ้มสว่างสดใส มือใหญ่ขาวสะอาดจับปอยผมเธอลูบเล่น

“ทำไมผู้หญิงชอบทำสีผมกันนักนะ อยากเห็นสีผมจริงๆ ของคุณจัง”

สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกันเอ่ยชัด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจอกลิ่นไอฝนลอยมาจางๆ

“ผมฉันสีดำค่ะ ธรรมดาเหมือนคนทั่วไปในประเทศนี้ คุณต่างหากที่มีผมสีทองสวย”

สโรชาคลี่ยิ้มตอบ นัยน์ตาดำสุกใส มีประกายแสงดาว เขาคงเป็นมิสเตอร์อิคนาเซวิช หนุ่มหล่อ ผมทอง ผู้นั่งวางก้นหมิ่นเหม่กับพนักพิง ค้อมตัวลงมาเพื่อพินิจเธอ

“นั่นสินะ คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่เรามี หญ้าบ้านคนอื่นเขียวกว่าบ้านตัวเองเสมอ”

เขาคารมดีไม่เบา ยกสุภาษิตมาอ้าง ตายังมอง ซึ่งสโรชานิ่งให้เขามองอย่างเต็มที่ เพราะเธอมั่นในใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวมี และภูมิใจกับมัน

“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องรอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีเสมอ”

เธอชอบแขกต่างชาติ โดยเฉพาะหนุ่มตะวันตกเพราะอย่างนี้แหละ ใส่ใจและให้เกียรติ ไม่มองว่าอาชีพอย่างเธอต่ำชั้นกว่าตน ... คำขอโทษ ... ขอบคุณ มีครบหมด

“มาดื่มแชมเปญกัน คืนนี้ผมรู้สึกโชคดีจัง ได้ดื่มเหล้าอร่อยกับคนสวย”

เขาเดินไปเปิดประตูห้องนอน อลันเข็นรถรูมเซอร์วิสเข้ามาแล้วหันหลังกลับปิดประตูอย่างรู้งาน มีขวดแชมเปญแช่เย็นอยู่ในถัง

“ฉลองความสำเร็จกันหน่อย”

เซอร์เกเขย่า ใช้นิ้วโป้งดันจุกก๊อก ฟองน้ำขาวพร่างพรายออกจากขวดเหมือนในภาพยนตร์ เขาหยิบแก้วมารินให้เธอ ชนดังกริ๊ง แล้วจิบแชมเปญรสนุ่มเบาที่ระยิบยับบนริมฝีปาก ราวมีหมู่ดาวมาสัมผัส เขาเป็นลูกค้าอารมณ์ดีที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่สโรชาเจอมา

“โอ ... แย่จัง ลืมแนะนำตัว ผมเซอร์เก อิคนาเซวิช” เจ้าของชื่อยื่นมือให้

“สโรชาค่ะ เรียกฉันว่าโลตัสก็ได้” เธอยื่นมือสัมผัสตอบ เขากระชับไว้นานกว่าจะยอมปล่อย

“ชื่อเล่นจริงๆ ของคุณล่ะ คนไทยมีชื่อเล่นนี่ คริสเคยเล่าให้ฟัง”

เซอร์เกพาดพิงถึงเจ้านาย ... แสดงว่ารู้จักกันมานาน อย่างน้อยก็นานกว่าสโรชาจะมาเป็นสาวในค็อกเทลเลาจน์กฤต

“บัวค่ะ โลตัสคือความหมายชื่อฉันในภาษาอังกฤษ”

“บัว...”

เซอร์เกพึมพำเรียกชื่อเล่นภาษาไทยเธอด้วยสำเนียงฝรั่งเศส แล้วมองดวงหน้า ตาคม จมูกโด่ง ผิวแก้มเนียน ริมฝีปากอิ่ม เรื่อยมาถึงลำคอระหง ไหล่ผายกลมกลึง หน้าอกตึง เอวคอด มือเธอที่เพิ่งละสัมผัสไปก็นุ่มนิ่ม

“คุณสวยสมชื่อดอกไม้นะ”

เขาคิดว่าเป็นคำชม แต่คนฟังจุกในอก ชื่อเธอคือดอกไม้บริสุทธิ์ เติบโตจากโคลนตม ชาติกำเนิดแม้ต่ำต้อย ทว่าแข็งแกร่ง ทนทาน ไม่ตกเป็นอาหารปูปลาใต้บาดาล เติบใหญ่ชูช่องามสล้าง เลอค่าจนคนนำบูชาศาสนา ทว่าสโรชาคนนี้กลับมาทำอาชีพคาวโลกีย์

“คุณอารมณ์ดีจริง ฉลองความสำเร็จเรื่องงานเหรอคะ”

เธอเปลี่ยนเรื่อง ก่อนความเศร้าเข้าครอบคลุมมากกว่านี้

“ใช่ งานที่ผมหวัง”

เซอร์เกกระดกแชมเปญที่เหลือในแก้ว ... สุขใจในความสำเร็จแม้ต้องเสียเงินให้นายพลไทยตัวกลางเจรจามากโขก็ตาม

“คืนนี้เป็นคืนที่ดี”

เซอร์เกมาทีหลังคู่แข่ง แต่ด้วยเงินหนาและเส้นสายแข็งแกร่ง จึงชิงตัดหน้าเจรจาผลประโยชน์จนได้สัมปทานคาสิโนพม่าไว้ในมือ ... เสียเวลาดินเนอร์ กำหนดการรวนไปหลายชั่วโมงแต่ก็คุ้ม

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ เฌอเลียร์

ข้อมูลเพิ่มเติม
พรางกุหลาบ

พรางกุหลาบ

โรแมนติก

5.0

ตั้งแต่ฉันได้กุหลาบสีม่วงมาอย่างบังเอิญ ฉันก็เริ่มฝันถึง อัศวินชุดดำ แม่มดในกระท่อม แมวดำ ความตายสีเพลิง ...และดวงตาสีฟ้าปริศนาที่ทำใจเต้นแรงคู่นั้น ++++++++++++++++++++++++ เราสบตากัน ดวงดาวสีฟ้าที่ฉันเคยใฝ่ฝัน ดวงดาวที่ฉันอยากเอื้อมให้ถึง "เจ้าเป็นเพื่อนที่ข้าไว้ใจที่สุด" เขาโกหกฉัน เหมือนที่ฉันก็โกหกเขา ตลอดมาฉันไม่เคยคิดว่าเขาเป็นเพียงเพื่อน ผู้คุมปลดโซ่ ทหารเข้ามาล้อมรอบตัวฉัน ผลักขึ้นสู่บันได ที่มีอีกคนยืนอยู่พร้อมขดเชือกหนา ร้อยรัดมัดร่างกายฉันไว้อย่างแน่นหนา ชายอ้วนเตี้ยพล่ามอะไรอีกแล้ว ฉันไม่ได้ยินเพราะเสียงร้องไห้ระงมของหลายคนบนเสาต้นข้าง ๆ บ้างก็ก่นด่า บ้างตะโกนบอกตนไม่ผิด ดวงดาวสีฟ้ายังส่องแสง ขณะในตาฉันกำลังเลือนรางด้วยน้ำสีแดง กลุ่มเส้นไหมสีทองซบลงที่ไหล่เขา ทันใดนั้นดวงดาวสีฟ้าก็กะพริบ หลุบมองเธอในชุดขาว "ประหารแม่มด" ท่านอาจารย์ที่รับเลี้ยงฉันเคยพูดไว้ หากแผลใดทำเราเจ็บมาก ถึงที่สุดแล้วมันจะชา กระทั่งไม่รู้สึกอะไรอีก "ไม่มีแผลใดที่ไม่มีวันหาย" ฉันยิ้ม นึกเยาะเย้ย อาจารย์โกหกเสียแล้ว ตอนนี้ฉันเจ็บมาก เจ็บปวดเหลือเกิน ทำไมยังไม่ชาอีกล่ะ +++++++++++++++++++++++++ ขอให้อ่านสนุก เฌอเลียร์

สามีมาเฟียคนนี้เป็นของคุณนะ

สามีมาเฟียคนนี้เป็นของคุณนะ

โรแมนติก

5.0

ชารีญา เปรียบเสมือนเจ้าสาวที่กลัวฝน เธอหนีงานแต่งมาด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง ทว่าเมื่อหลบซ่อนอยู่ในโรงแรมเธอกลับได้มาพบกับเขา มาเฟียร้ายจอมไร้อารมณ์ เดเมียน จัสติน วินด์ทรอฟ ไม่มีอารมณ์ใครและปรารถนาต่อผู้หญิงคนไหนมาก่อน กระทั่งได้มาพบเธอ ผู้หญิงที่มีดวงตาที่เป็นประกายและช่วยปลุกไฟสวาทของเขาให้ตื่นขึ้นมา ค่ำคืนพลาดพลั้งของทั้งคู่ก่อเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อวันใหม่มาเยือน เธอคนนั้นก็หนีจากไป จนทำให้เขาต้องใช้ทุกวิธีเพื่อตามเธอกลับมา เขายอมกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ มากด้วยแผนการ ยินยอมเป็นมาเฟียที่ชั่วร้ายในสายตาของเธอคนนั้น เพียงเพื่อกักขังเธอไว้ให้อยู่เคียงข้างเขาตลอดไป สถานที่ที่เธอคนนั้นละอยู่ได้บนโลกใบนี้มีเพียงข้างกายเขาเท่านั้น!

ภริยา(ไม่)รักของนายหัว

ภริยา(ไม่)รักของนายหัว

โรแมนติก

5.0

วัชรมัยเคยทิ้งไผท ทิ้งลูก แล้ววันนี้กลับมาร้องขอความเป็นแม่อีกครั้ง ไผทจะไม่มีวันให้อภัย! ++++++++++++++++++++++++++ “ฉันไม่รังเกียจหรอกนะ ถ้าเธอจะเคยนอนกับผู้ชายคนอื่น แต่ต้องไม่ใช่ตอนอยู่กับฉัน” ขายาว ๆ ย่างสุขุมเข้ามา หญิงสาวทำตัวลีบเล็ก กระทั่งหลังติดแนบหัวเตียง “ฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร!” “พี่ป้อ...” เอ่ยยังไม่ทันจบ ริมฝีปากซีดก็ถูกประกบด้วยอวัยวะชนิดเดี๋ยวกัน “อื้อ...” ไร้ซึ่งความอ่อนหวาน มีแต่การบังคับดุดัน ไผทดูดดึงริมฝีปากบางจนฮ้อเลือด “เห็นเธอป่วย ว่าจะใจดีให้พักเสียหน่อย แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถอดเสื้อผ้าออก ฉันจะเช็คของ!” เมื่อจุมพิตอย่างไม่เต็มใจจบลง เสียงทุ้มต่ำดังแหวกเสียงหรีดเรไรข้างนอก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศหนาวเหน็บชวนขนลุก ไผทแสยะยิ้มร้ายกาจให้คนบนเตียง “ทำสิ ไม่งั้นก็ไสหัวไปออกจากบ้านฉัน ออกไปจากชีวิตลูก” วัชรมัยกลืนทุกความรู้สึกกลับไปในอก มือสั่นถอดเสื้อผ้าออก “จะได้อยู่กับลูก...จะได้อยู่กับปราบ” เสียงในสมองดังก้องสะกดจิตตนเอง เพื่อได้อยู่กับลูก ต่อให้ต้องลงนรกขุมไหนเธอก็จะทน! +++++++++++++++++++++++++++++

อย่าเข้ามาค่ะ! ความรัก

อย่าเข้ามาค่ะ! ความรัก

โรแมนติก

5.0

อย่าเข้ามาค่ะ! ความรัก ++++++++++++++++++ เมื่อคนอกหักมาวันไนต์แสตนด์กัน จากที่คิดว่าแค่วันไนต์ กลายเป็นมีภาคสอง หัวใจที่บอบซ้ำสองดวง จะเปลี่ยนไปอย่าไร ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเข็ดกับความรัก ++++++++++++++++++++ "ลูกพี่ลูกน้องของคุณทำว่าที่สาวเจ้าของคุณท้องอย่างนั้นหรือคะ" สีหน้าของฤดีรัตน์ตกใจมาก ๆ เจ็บหัวใจแทนเขาเลย "ครับผม แต่ยังดีที่ยังไม่ได้ร่อนการ์ดเชิญ มันโคตรรู้สึกแย่เลยนะ สามเดือนมาแล้วนะ ทุกอย่างก็ยังไม่ดีขึ้นเลย รู้สึกเจ็บอยู่ข้างในเนี่ย" "ฉันเข้าใจคุณเลยค่ะ เพราะของฉันมากกว่าสามเดือน" "แล้วผมจะเป็นอย่างคุณไหม" "ไม่มั้งคะ เพราะคุณดูมีสติมากกว่าฉันเสียอีกค่ะ แค่หาคนใหม่" ชนิษฐากรอกหูเธอทุกวันเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ทำไม่ได้ แต่เอาคำปรึกษาของเพื่อนมาบอกเขา "หาคนใหม่ยังไง" คิ้วเรียวเลิกขึ้น "หนามยอกให้เอาหนามบ่งยังไงล่ะคะ" ฤดีรัตน์ทำเป็นยกมือป้องปากกระซิบ "ไม่เข้าใจครับ" "คุณก็แค่หาผู้หญิงคนใหม่ ไม่จำเป็นต้องคบก็ได้ค่ะ แค่มาคั่นกลางให้เรารู้สึกดีขึ้น" เธอยักไหล่ แสร้งทำเป็นช่ำชองเรื่องการหาคนใหม่มาดามใจ "แล้วทำไมคุณไม่ทำ" "ก็ฉันยังไม่ได้เจอคนที่ชอบนี่คะ อย่างน้อยก็ต้องชอบก่อน" "ถ้างั้นทฤษฎีนี้ก็ไม่ได้ผลนะ ที่จริงไม่ต้องชอบกันก็ได้มั้ง แค่รู้สึกไม่รังเกียจก็พอ" เขายกเบียร์ขึ้นจิบ ฉุนนิด ๆ ที่ต้องมาฟังทฤษฎีเพ้อเจ้อ "คุณรังเกียจฉันไหม" ฤดีรัตน์หรี่ตาปรือ "ถ้ารังเกียจผมจะให้คุณนั่งโต๊ะเดียวกันเหรอ" "ถ้าอย่างนั้นคืนนี้" หมอคชาจ้องหน้าเธอ "คืนนี้นอนกับฉันได้ไหมคะ วันไนท์สแตนด์ ไม่ผูกมัด ไม่ผูกพัน" +++++++++++++++++++++ มีตัวละครต่อเนื่องจากเรื่อง รักอย่า...หย่ารัก นะคะ อ่านแยกกันได้ค่ะ ไม่งง ขอให้อ่านสนุก เฌอเลียร์

รักหย่า...อย่ารัก

รักหย่า...อย่ารัก

โรแมนติก

5.0

ชนิษฐารักคณิศร แต่เขารักอีกคน อ้อมกอดเขามีให้เธอ แต่ในใจเขาคิดถึงใคร ทำดีสักเท่าไร สุดท้ายคณิสรมองชนิษฐาเป็นเพียงเครื่องมือผลิตลูก การแต่งงานอันหลอกลวงต้องจบลง ถึงเวลาแล้ว ที่เธอจะหย่า! +++++++++++++++++++++++++++++ ชนิษฐาช็อกกับภาพตรงหน้า "ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นได้คนผลิตลูก แม่วัวยังไงล่ะคะดิน แต่สำหรับหวาย หวายคือนางในดวงใจของดิน อ้า อะ อะ อะ..." คงจะเป็นสามีของชนิษฐาด้วยที่เด้งเอวตอบกลับการกระทำของสุธาวี เคล้ง... ข้าวของในมือของชนิษฐาร่วงหล่น คณิศรยกหัวขึ้นมาด้วยความตกใจ สายตาของเขาสบต้องสายตากับชนิษฐา ที่ในเวลานี้น้ำตาที่ไหลลงมากลบม่านตา ยืนปากคอสั่น สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวของชนิษฐาในตอนนี้ คือหนีไปให้ไกลแสนไกล เธอวิ่งออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ตรงไปที่รถของเธอ แล้วขับออกไป คณิศรผลักตัวของสุธาวี "ออกไป พอได้แล้วหวาย หยุดเถอะ คุณกำลังทำให้ชีวิตผมพัง" "หวายทำพังเหรอคะ พังเหรอคะ ดิน... เราสองคนกำลังมีความสุขด้วยกันต่างหาก ดินยอมรับความจริงเถอะค่ะว่าคุณน่ะขาดหวายไม่ได้" ++++++++++++++++++++++++++++++ ติ๊ง... ติ๊ง... มีข้อความเข้า และทุกวันนี้จะเป็นข้อความจากสินเป็นส่วนใหญ่ คณิศรหยิบมือถือขึ้นมา เมื่อเปิดเข้าไปดู รูปที่บาดตาบาดใจ บาดหัวใจ ผู้ชายคนนั้นเปิดประตูให้กับชนิษฐา เธอหันมายิ้มให้เขา และขึ้นไปนั่ง คณิศรถึงกับทิ้งมือถือ และหลับตาลงทันที เขาเศร้าหม่นในหัวใจมาก ทำไมเป็นแบบนี้ มันจะลงเอยแบบนี้ไม่ได้ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หนังสือที่คุณอาจชอบ

สิงห์เกมสวาท

สิงห์เกมสวาท

Dakanda
5.0

กติกาคือ กอดได้แต่ห้ามรัก เมื่อหัวใจถลำรัก เธอควรฉีกกติกานั้นหรือถอยห่างจากกันดี “มนเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นที่ต้องได้รับการบำบัด” “ยังไง” สายตาคมไหวเหมือนจะยิ้มได้ ทำมนสิชาหน้าร้อนผ่าว ทั้งที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ กลับเหมือนมีเปลวแดดมาลูบแก้มให้ร้อนวูบวาบ สีหน้าและลักษณะการเอียงคอมองอย่างใคร่รู้ของหญิงสาวชวนให้หนุ่มทั้งแท่ง เลือดร้อนฉ่าใคร่ลงมือสาธิตการบำบัดเสียเดี๋ยวนี้ “อย่าทำหน้าแบบนั้น” “แบบไหน” เธอนิ่วหน้า งงจัดจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งมารยา กฤษฎิ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กวาดสายตายิ้มได้ ลูบไล้นวลแก้มละมุนที่เริ่มซับสีเรื่อ แล้ววกกลับมาสบตาคู่งาม “แบบที่กำลังมอง สนใจ ใคร่รู้ มันทำให้ผู้ชายเกิดอารมณ์ ไม่รู้หรือ” บ้าจริง! มนสิชาหน้าม้าน หลบตาวูบ เบี่ยงหน้าหนีจากใบหน้าคมเข้มอย่างรวดเร็ว ใจหวามไหว ทำลมหายใจติดขัด เสียงหัวเราะที่ดังจากลำคอหนาเบาๆ ยิ่งสร้างความอับอายแก่เธอ ตาคมหรี่หลุบทอดมองนวลแก้มปลั่ง เขารู้ว่าเธออายจริงๆ ไม่ใช่มารยาหญิงแบบผู้หญิงที่เคยเจอ แบบนี้แหละที่เขาสนใจ ขี้อายแต่อยากรู้ บางครั้งเข้าใจยากแต่...น่าเอาเป็นบ้า!

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

Pinkygirl
4.8

ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!

มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

Tepui Frost
5.0

ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ