หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ

หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ

วรนิษฐา / Miss sexy

5.0
ความคิดเห็น
26.9K
ชม
64
บท

‘พรพระพาย’ คือสาวสวยวัยยังไม่แตะเลขสาม แต่ทว่าอาภัพเพราะต้องเป็นหม้ายถึงสองครั้ง แต่งงานครั้งแรกสามีเสียชีวิตตั้งแต่คืนส่งตัวเข้าหอ แต่งงานครั้งที่สอง (ว่าที่) สามีกลับไม่โผล่หน้ามางานแต่งงาน ‘กานต์’ คือชายหนุ่มหน้าโหดลุคเหมือนโจรป่า แต่ทว่าเขามาเพื่อทำลายกำแพงอันสูงลิ่วหวังพาคนที่รักให้หลุดพ้นคำว่า ‘หม้าย’ หากการแต่งงานครั้งที่สามเกิดขึ้น!! มันจะ…ล่ม! หรือจะ…รุ่ง! จะเป็นงานแต่งงานในฝันที่แสนจะโรแมนติก หรือจะวิวาห์เหาะเพื่อแก้เคล็ดล้างอาถรรพ์กันนะ

บทที่ 1 แต่งงานกันไม่ได้

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นรัวๆ ราวกับกระสุนที่ถูกยิงออกมาจากกระบอกปืน แม้เสียงของมันจะไม่ได้ทำร้ายใคร แต่มันก็บาดลึกเข้าไปในหัวใจที่กำลังบอบช้ำอย่างแสนสาหัสในตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้อง…ยิ้ม ให้เหมือนไม่มีอะไร

ไหนจะแสงแฟลชที่สาดส่องเข้ามากระทบกับร่างบางที่ยังอยู่ในชุดไทยบรมพิมานสีขาว ซึ่งมันกำลังไหวระริก บ่งบอกถึงความตกใจ เสียขวัญและเสียใจ ที่จู่ๆ เจ้าสาวอย่างเธอต้องกลายเป็นหม้ายขันหมากอย่างกะทันหัน ไม่ทันได้ตั้งตัวใดๆ ทั้งสิ้น

เพราะ…เจ้าบ่าวหนีหน้า ไม่ยอมมางานวิวาห์ ทั้งๆ ที่งานแต่งงานเช้านี้ รวมทั้งงานฉลองมงคลสมรสในค่ำวันเดียวกันก็ถูกตระเตรียมไว้พร้อมสรรพทุกอย่าง

“เจ้าบ่าวไม่มางานแต่งงานเหรอ เป็นไปได้ยังไง แล้วจะทำยังไงกันดี” นี่คือเสียงเอะอะโวยวายจากญาติทั้งฝ่ายเจ้าสาวเจ้าบ่าวดังลั่นห้องจัดงาน เมื่อรู้ว่าเจ้าบ่าวไม่โผล่มางานแต่ง

‘หม้ายขันหมาก ว่าที่เจ้าสาวอักษรย่อ พ. ทนความอับอายไม่ไหว กินยาหวังฆ่าตัวตาย’

‘เจ้าสาวตรอมใจ หนีไปโกนหัวบวชชี อักษรย่อ พ.’

และอีกสารพัดข่าวโคมลอยที่ถูกปล่อยออกไปทางโซเชียลต่างๆ แต่ละข่าวใส่สีตีไข่กันอย่างสนุก ข่าวไหนจริง ข่าวไหนเท็จก็ยากจะรู้ได้

มีเพียงเจ้าของอักษรย่อ พ. หรือชื่อจริงคือ พรพระพายเท่านั้นที่รู้ แม้เธอจะเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่เจอเรื่องแย่ๆ รวมทั้งข่าวแย่ๆ ถาโถมเข้ามาใส่ราวกับพายุแบบนี้ มันก็พลอยทำให้อ่อนแอจนน้ำตาเอ่อได้เหมือนกัน

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่หนีหน้า เพราะยิ่งหนีข่าวมันก็ยิ่งห่างไกลความเป็นจริง สิ่งที่เธอจัดการหลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว นั่นคือการมานั่งแถลงข่าว ทั้งๆ ที่ยังสวมชุดไทยบรมพิมานสีขาวมันนี่แหละ...พีคดี

“พายพร้อมแล้วค่ะ พี่ๆ อยากถามอะไรก็เชิญถามได้เลย” พรพระพายเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงปกติ พร้อมกับกวาดสายตามองนักข่าวทุกคนที่อยู่ตรงหน้า แล้วหวนคิดย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

ตอนนั้นเธอก็แค่พรพระพายหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง แต่พรหมลิขิตก็ชักพาให้เธอได้พบรักกับไฮโซหนุ่มสุดเพอร์เฟค แม้ตอนนั้นเธอจะยังเด็กเพราะอายุแค่สิบเจ็ดและเขาก็อายุมากกว่าเธอถึงสิบปี แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเรื่องความรัก คบหาดูใจกันมาห้าปีกระทั่งเมื่อรักสุกงอมและเธอก็เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เขาจึงได้เอ่ยปากขอเธอแต่งงาน แต่จะว่าไปหากพ่อกับแม่ของภาคินยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างมันอาจไม่เดินไปถึงวันวิวาห์ก็เป็นได้ นั่นเพราะรู้ว่าเธอแทบไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับเขาสักนิดเดียว

วันแต่งงานเป็นวันที่เธอนั้นมีความสุขมากที่สุด เป็นงานแต่งงานในฝันที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยถวิลหาและภาคินก็เข้าใจจึงเนรมิตทุกอย่างให้ แต่คืนส่งตัวเข้าหออยู่ๆ สามีตามกฎหมายของเธอก็เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล

นั่นคือปฐมบทแห่งความเป็น ‘หม้าย’ และอะไรหลายๆ อย่างมันก็เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของพรพระพาย จากหญิงสาวที่ใช้ชีวิตธรรมดาๆ ต้องก้าวเข้าสู่สังคมไฮโซตามนามสกุลของสามีที่ห้อยท้ายชื่อของเธออยู่อย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพื่อแสดงให้ภาคินเห็นว่าเธอกำลังมีความสุขกับทุกอย่างที่เขาทิ้งไว้ให้

“พี่คิน” พรพระพายเอ่ยเรียกอดีตสามีด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา เธอใช้เวลาเยียวยาทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเข้มแข็งถึงสามปีเต็ม แต่ความเป็นหม้ายที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและทรัพย์สมบัติที่ตกมาเป็นของเธอหลังจากสามีเสียชีวิต มันยิ่งทำให้เธอกลายเป็นหม้ายสาวเนื้อหอม มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ได้ขาด แต่เธอก็ไม่ลงเอยกับใครง่ายๆ กระทั่งเธอได้พบกับ…

ราเชน!

เขาคือรักครั้งใหม่ที่เข้ามาทำให้หัวใจเธอพองโต พรพระพายทดสอบราเชนอยู่นานว่าเขาจะมาไม้ไหน จะจริงใจหรือแค่ไก่กาหวังมาหลอกเหมือนผู้ชายคนอื่น แต่ในที่สุดราเชนก็เอาชนะใจเธอได้ รักที่คิดว่าใช่และตัดสินใจจะสละโสดอีกสักครั้งหลังคบหากันมาถึงสองปี พร้อมกับหวังสลัดคำว่าหม้ายทิ้งไปให้ไกล

สุดท้าย...เธอก็ทำไม่สำเร็จ ไม่รู้ว่าความเป็นหม้ายมันจะรักเธอไปไหน สลัดทิ้งก็ยังจะตามติดเป็นเงา แถมยังต้องเจ็บทั้งใจเสียทั้งหน้ากว่าครั้งแรกอีกต่างหาก เพราะครั้งนี้เจ้าบ่าวไม่ได้เสียชีวิตแต่เขาหนีหายเข้ากลีบเมฆ ไม่โผล่มาร่วมงานแต่งงานแม้แต่เงา มิหนำซ้ำยังไม่มีใครติดต่อเขาได้ทั้งนั้น มีเพียงจดหมายที่เขียนด้วยลายมือทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า แม้จะมีเพียงแค่ไม่กี่พยางค์ แต่มันกลับกรีดลึกลงในใจของพรพระพาย

‘เราคงแต่งงานกันไม่ได้...ลาก่อน’

“รู้สึกยังไงบ้างคะคุณพายที่เจ้าบ่าวยกเลิกงานแต่งงานเช้านี้” คำถามแบบไม่ถนอมน้ำใจคนฟังดังมาจากนักข่าวที่หวังแค่ได้ข่าวไปเขียนพาดหัวดังแว่วมาเข้าหูพรพระพายเข้าอย่างจัง

นั่นทำให้เธอสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ อันที่จริงตั้งแต่รู้เรื่อง เธอนั้นอยากมุดพื้นโรงแรมหนีความอายด้วยซ้ำไป แต่ที่ไม่ทำเพราะถือว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดที่ต้องหนีหน้าใครต่อใครแบบนั้น คนผิดคือผู้ชายโลเลเป็นไม้หลักปักขี้เลนนั่นต่างหาก

ไหนจะข่าวโคมลอยสารพัดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งแต่ละข่าวมันฉุดให้เธอดิ่งลงเหวได้ทั้งนั้น ไม่มีข่าวไหนที่เป็นเรื่องจริงหรือเขียนให้กำลังใจเธอเลย บวกกับนักข่าวที่ยังอยู่กันครบแทบจะทุกสำนักแบบนี้ พรพระพายจึงตั้งโต๊ะแถลงข่าวมันเสียเลย

แม้จะรู้ว่าคำถามบางคำถามมันจะตอกย้ำเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ นักข่าวบางคนก็ยังขุดคุ้ยไม่จบไม่สิ้น สู้ฟังจากปากเธอเองแบบให้มันม้วนเดียวจบ และหลังจากนี้ถ้าสำนักข่าวที่ไหนยังเล่นข่าวนี้อยู่ เธอจะฟ้องให้ถึงที่สุด

“เสียใจค่ะ เสียใจมาก” น้ำเสียงของพรพระพายสั่นเทา เจอเรื่องช็อกแบบนี้ใครไม่เสียใจก็บ้าแล้ว ดีหน่อยที่เธอจิตแข็ง ไม่อย่างนั้นคงสติหลุดได้อาละวาดเหมือนคนบ้าแน่ๆ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ วรนิษฐา / Miss sexy

ข้อมูลเพิ่มเติม
ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

มหาเศรษฐี

5.0

เธอคือ....นางโจร ส่วนเขาคือนายตำรวจ...มือหนึ่ง แต่พรหมลิขิตกลับชักพาให้นางโจรอย่างเธอปล้นความรักไปจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่าง...เขา +++++ “ผมบอกไปหรือยังว่าผมรักคุณ” “ยังค่ะ” มีนาเอ่ยตอบด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อคืนเหมือนเธอจะได้ยินเมฆาบอกรัก แต่มันก็แผ่วเบาเสียจนคิดว่าเธอคงฝันหรือไม่ก็เพ้อไปเองคนเดียว “โอเค...ผมรักคุณ” เมฆาบอกรักคนในอ้อมกอด มันคือคำว่ารักที่แสนเรียบง่ายแต่ทว่ากลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึก ทั้งจากคนพูดและคนที่ได้ยิน เพราะหากไม่แน่ใจว่ารักเมฆาหรือจะพูดคำนี้ออกมา “ผู้ชายเขาบอกรักกันง่ายๆ แบบนี้เหรอคะ” “ใครบอกว่าง่าย เมื่อคืนกว่าผมจะบอกรักคุณมีนด้วยภาษากายได้ก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเชียวนะ” “ทะลึ่ง” มีนามองค้อนมาให้ นั่นเพราะรู้ความหมายที่เมฆาเอ่ยว่าคืออะไร “ผมพูดเรื่องจริง” “แต่ฉันเป็นโจรที่เคยยกเค้าบ้านคุณนะคะ ถูกแจ้งจับอีก แบบนี้คุณยังจะรักฉันอย่างนั้นเหรอ” “มีกฎหมายข้อไหน ห้ามไม่ให้ตำรวจรักกับโจรบ้าง” “ก็...” คนฟังแย้งไม่ออก “ผมว่าความรักมันไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัว รักก็คือรัก” “แต่เราต่างกันเกินไป ฉันคิดว่า...” “โลกนี้ไม่มีคำว่าต่าง ต่อให้มีเราก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันก็ได้นี่ครับ ผมขอแค่โอกาส” “ฉัน...” “ผมรักคุณมีน ต่อให้จะนอนคิดนั่งคิดหรือตีลังกาคิดก็ยังรัก” เมฆาเอ่ยคำว่ารักให้คนในอ้อมกอดได้ยินและได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาอีกครั้ง “แล้วถ้าฉันปฏิเสธละคะ คุณจะว่ายังไง” “ผมคงเสียใจหนักมากแน่” เมฆาเสียใจจริงๆ แต่เขาคงไม่ถอดในจากเธอด้วยเรื่องแค่นี้แน่ แต่ทว่าคำพูดหลังจากนั้นของมีนากลับทำให้คนฟังยิ้มกว้างออกมา “แต่ฉันไม่อยากเห็นคุณเสียใจ” “งั้นก็รับรักผม ได้ไหม” “เฮ้อ! ไหนๆ ฉันก็ได้คุณแล้วก็คงต้องแมนๆ รับผิดชอบ ฉันรับรักคุณก็ได้อะ คุณจะได้ไม่ร้องไห้เสียใจเพราะฉัน” มีนาพูดติดตลก นั่นเพราะไม่อยากให้บรรยากาศตอนนี้อึดอัด คำพูดของเธอทำให้เมฆาถึงกับหัวเราะ ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นมาห่มคลุมโปงทั้งเธอและเขา แล้วเริ่มปฏิบัติการยืนยันว่าแท้จริงแล้วใครได้ใครกันแน่ และใครต้องรับผิดชอบใคร

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

มนุษย์หมาป่า

5.0

‘เขาเป็นแวมไพร์ที่ปฏิเสธการดื่มเลือด แต่กลับไม่ปฏิเสธหากจะได้กลืนกินเธอ’ ------------ “วันนี้นายริทเป็นอะไร ดูเหม่อๆ” “นั่นนะสิ” คนงานอีกคนเห็นด้วย ก่อนจะหยุดการสนทนาใดๆ แล้วตัดดอกไม้ต่ออย่างขะมักเขม้น ส่วนคนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้น ตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเช่นเดียวกัน กระทั่งได้ดอกไม้ครบตามจำนวน เชโรมจึงเดินไปยังรถที่ตอนนี้มีดอกไม้แสนสวยอยู่ท้ายกระบะเต็มไปหมด แต่จังหวะนั้น สายตาของเชโรมกลับมองไปเห็นกระต่ายสีขาวที่เขาเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากกรง จึงเดินไปอุ้มมันขึ้น ท่าทางเขาดูอ่อนโยนเสียจนมาศิตาที่ผ่านมาเห็น คิดว่าตัวเองตาฝาด จนต้องขยี้ตาแรงๆ สามสี่ครั้ง “ผู้ชายหน้าโหดกับกระต่ายสีขาว ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด สงสัยจะเลี้ยงกระต่ายไว้กินแน่ๆ” “เลี้ยงไว้ดูจ้ะ นายริทชอบกระต่ายสีขาว ตรงนู่นเป็นกรงกระต่าย มีหลายสิบตัว” คนงานสาวคนหนึ่งเอ่ยแย้งให้ผู้เป็นเจ้านาย “ชีวิตดูมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วขัดแย้งกับหน้าตาสุดๆ แวมไพร์ตนอื่นๆ มีแต่จะเลี้ยงกระต่ายไว้ดื่มเลือด นี่อะไร เลี้ยงไว้ดูเล่น โอ๊ย! พ่อมังสวิรัติ” มาศิตาบ่นคนเดียวอีกตามเคย ตามมาด้วยอีกประโยค “สอนแวมไพร์ให้ดื่มเลือด มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำปะวะเนี่ย ของมันเป็น มันอยู่ในสายเลือด จะให้เรามาสอนเขาทำไม หืม” คนข้างๆ ที่เผลอได้ยินทั้งสองประโยคนี้เข้า กลับมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด พอจะถามมาศิตาก็เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว “ใครเป็นแวมไพร์หว่า หรือเราจะหูฝาดไป” คนงานสาวที่เพิ่งจะเอ่ยแก้ต่างเรื่องกระต่ายให้เชโรมไปเมื่อครู่ถึงกับคิ้วขมวด พูดกับตัวเองตามมาศิตาไปอีกคน ------------------ “แต่ศิตาไม่ยอมให้พี่ริทตายเด็ดขาด เพราะศิตารักพี่ริท” เอ่ยจบก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรม จูบที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจากกันและกันมาโดยตลอด จูบที่ฝันว่าครั้งแรกมันต้องโรแมนติกและน่าจดจำ ไม่ใช่จูบที่ได้กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากเขาเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด เลือด! ใช่…เลือด คำๆ นี้ทำให้มาศิตานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอคือผู้พิทักษ์ เลือดของเธอแวมไพร์ที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นยังต้องการ แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้เชโรมชิงดื่มเลือดของเธอเสีย ไม่แน่ว่า หากเขาได้ดื่มเลือดมนุษย์จริงๆ เชโรมอาจมีพลังขึ้นมาก็เป็นได้ มาศิตาถอนจูบออก แล้วแสร้งโอบกอดเชโรม ก่อนจะกระซิบให้เขาฝังคมเขี้ยวลงไปบนลำคอเพื่อจะได้ดื่มเลือดเธอ แต่เหมือนเชโรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธกับแผนนี้ กระทั่งมาศิตาชิงลงมือก่อน เธอกัดริมฝีปากตัวเองสุดแรงจนเลือดไหล แม้จะเจ็บแต่ก็ยอมทน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรมอีกครั้ง ทันทีที่ได้สัมผัสเลือดของผู้พิทักษ์ นั่นทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของเลือดใดๆ มาก่อน พลันพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ “เจ้าทำอะไร” แดนเองก็ได้กลิ่นเลือดของมาศิตาเช่นเดียวกัน รวมทั้งจ้องมองความผิดปกติของเชโรมอย่างไม่กะพริบตา เลือดเพียงหนึ่งหยด กลับทำให้นัยน์ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพลิงในทันที ร่างกายที่เคยเจ็บปวดกลับค่อยๆ หาย และรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง “แววตาแบบนั้น เจ้าเป็นใครกัน หรือว่า…”

เล่ห์รักฉบับ CEO

เล่ห์รักฉบับ CEO

มหาเศรษฐี

5.0

จูบแรกก็เป็นของเขา จูบครั้งที่สอง สาม สี่ ก็ยังคงเป็นของเขา แบบนี้โสภิตาจะหนีจาก CEO หนุ่มที่เธอบังเอิญผ่านไปช่วยชีวิตเขาไว้ได้อย่างไร ++++++++++++++++ **โปรย 1 “เท่าที่ได้คุยกันฉันว่านายเชนคนนี้นิสัยก็ใช้ได้” “อึนๆ มึนๆ นี่เหรอใช้ได้” โสภิตาอยากจะบอกเหลือเกินว่าบางครั้งราเชนก็กวนตีนเธอ “อื้อ...นายเชนเขาให้ความพิเศษกับแกนะ ขนาดปลายังแกะก้างออกให้ นี่ถามจริงๆ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ” “ก็...” โสภิตาอ้ำๆ อึ้งๆ เธอนั้นไม่มีประสบการณ์เรื่องความรัก เรียกได้ว่าชั่วโมงบินน้อยมากๆ ใครมาดีหรือมาร้ายบางครั้งก็มองไม่ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง อาศัยเพียงแค่สัญชาตญาณของตัวเองซึ่งบางครั้งมันอาจผิดพลาด “หรือคิดมากเรื่องฐานะที่นายเชนมีน้อยกว่าแก” “ไม่ใช่เรื่องนั้น ถามว่าฉันรู้สึกดีกับเขาไหมก็...อื้ม บางครั้งเวลาฉันอยู่กับเขาแล้วเหมือนตัวเองเป็นง่อย จากที่ทำอะไรได้เองก็เริ่มอยากให้เขาทำให้ อยากให้เขาช่วย” นั่นคือความเปลี่ยนแปลงที่โสภิตารู้ตัวเองดี “ไม่แปลกหรอก เพราะผู้หญิงเราต่อให้แข็งแกร่งยังไงลึกๆ ในหัวใจก็อยากมีใครสักคนมาดูแล” “แกก็เป็นเหรอ” “เป็นสิ บางครั้งฉันยังงอแงให้บอสจับแมลงสาบเลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเห็นตอนไหนฉันกระโดดกระทืบตอนนั้น” คำพูดของรติชาทำให้โสภิตาหัวเราะออกมาเพราะนึกภาพออกทันที เวลานั้นปิลันธน์คงทั้งกลัวทั้งอยากกำจัดให้คนรักส่วนรติชาก็คงหัวเราะชอบใจแน่ๆ “นึกว่าฉันเป็นอยู่คนเดียว” “แกนะเข้มแข็งมากนะหวาน เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นหัวหน้าคนงาน รับผิดชอบเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย ที่ผ่านมาอาจเพราะแกยังไม่เจอใครที่สามารถฝากชีวิตเอาไว้ได้แกเลยไม่เปิดใจ แต่ถ้าตอนนี้แกเจอคนคนนั้นแล้วฉันแนะนำว่าแกควรฟังเสียงหัวใจของตัวเองให้มาก ว่าอยากอยู่แบบที่ผ่านๆ มาหรืออยากจับมือกับใครสักคนไปจนวันตาย” นั่นคือคำแนะนำจากใจของรติชาเพราะเธอเคยลังเลแบบนี้มาแล้ว หากเวลานั้นตัดสินใจผิดตอนนี้เธออาจโกนหัวบวชชีที่วัดป่าที่ไหนสักแห่ง “ฉันอยากจับมือใครสักคน” ++++++++++++++++ ***โปรย 2 “ฉันเกลียดที่สุดคือคนโกหก ที่ผ่านมาฉันรู้สึกดีกับนายเพราะเข้าใจมาตลอดมานั่นคือนาย แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใครกันแน่ นายจะโกหกอะไรฉันอีกไหม ฉันต้องโง่ไปอีกกี่ครั้ง” น้ำเสียงของโสภิตานั้นสั่นเครือ “ผมสัญญาว่าจะไม่โกหกอะไรคุณอีกแล้ว สาบานให้ตาย...” จังหวะที่ราเชนกำลังจะสาบานให้ตัวเองตาย โสภิตาก็ยกมือขึ้นมาปิดปากของเขาไว้เสียก่อน “ลองตายดูสิ ฉันจะลากตัวนายขึ้นมาแล้วสับๆ” ราเชนอึ้งกับประโยคที่ได้ยินก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าโสภิตาไม่ยอมให้เขาตายง่ายๆ สินะ “โอเคๆ ผมไม่ตายแล้วก็ได้ ยกโทษให้ผมเถอะนะคุณหวาน ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” “นายนี่มัน ทำฉันทั้งสุขทั้งทุกข์เหมือนคนเป็นไบโพลาร์แบบนี้ได้ยังไง รับผิดชอบสติฉันมาเลย” “ถ้าผมรับผิดชอบจริงๆ คุณหวานจะตอบตกลงไหมครับ” “อื้อ” “จริงๆ นะ” ราเชนถามย้ำ ส่วนคนที่ตามความเจ้าเล่ห์ของเขาไม่ทันก็ไม่ได้เอะใจอะไรแม้แต่น้อยเช่นกัน “จะรับผิดชอบอะไรว่ามา” “แต่งงานกันไหม”

รักร้อนซ่อนใจรัก

รักร้อนซ่อนใจรัก

โรแมนติก

5.0

เขาคือพระเอกดาวค้างฟ้า เล่นละครเรื่องไหนเรตติ้งพุ่งแรงเสมอ ในขณะที่เธอก็เป็นแค่เอ็กตร้าในกองถ่าย ที่เอ๋อๆ เด๋อๆ เพราะไม่ได้เป็นแฟนคลับของเขาเธอจึงไม่ได้แสดงออกว่าปลื้ม แต่ยิ่งเธอเฉยเขายิ่งสนใจ กระทั่งมีเหตุการณ์ให้ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกัน จูบแรกของทั้งคู่เกิดขึ้นก็เพราะงาน แต่หัวใจของเธอกลับถูกริมฝีปากนุ่มและแสนร้ายกาจของพระเอกกระชากจนหลุดลอยและมันมักจะลอยไปหาเขาโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน ของขวัญวันเกิดปีนี้ของเธอก็ยังเป็นจูบจากเขา จูบที่ทำให้ใจสาวหวั่นไหวและยากจะต้านทาน หัวใจเธอถูกเขาไล่ต้อนจนมุม ทางเดียวที่จะรับมือคือพุ่งเข้าชนแล้วเอาหัวใจเป็นเดิมพัน

หัวใจแพ้ทางรัก

หัวใจแพ้ทางรัก

โรแมนติก

5.0

ถึงอาดิน เรารู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้วนะคะ เป็นสิบปีที่มิลค์มีความสุขมาก ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักจนถึงวันนี้ ไม่มีวันไหนที่มิลค์จะหยุดรักอาดินได้เลย นอกจากจะหยุดรักไม่ได้แล้ว ยังรักมากขึ้นๆ ทุกๆ วัน สิบปีมานี้มิลค์ได้บอกรักอาดินไปหลายครั้ง ทุกๆ ครั้งที่บอกไปมิลค์มีความสุขมากค่ะ ถึงแม้อาดินจะไม่ตอบรับมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่มิลค์ก็ยังพยายามต่อ เพราะหวังว่าสักวันอาดินจะหันมามองเห็นความรักที่มิลค์มีให้และรับมันไป แต่ว่า...มันคงไม่มีวันนั้นแล้วจริงๆ มิลค์ขอโทษนะคะที่เอาแต่ใจ ที่ตามกวนใจอาดิน หลังจากนี้เราคงไม่ได้เจอกันสักพัก มิลค์ขอให้อาดินเจอคนที่ใช่ คนที่อาดินรัก ส่วนมิลค์จะขอเฝ้ามองอาดินอยู่ห่างๆ แทน ลาก่อนค่ะ มิลค์

พ่ายสวาท

พ่ายสวาท

มหาเศรษฐี

5.0

รักแรก! ย่อมร้อนแรง รักแรก! ย่อมเร่าร้อน รักแรก! ย่อมปรารถนา แต่เมื่อรักแรกพังทลาย! สิ่งที่หลงเหลือไว้คือบาดแผลแห่งน้ำตา จากวันผ่านเป็นเดือนกลายเป็นปี กระทั่งเขากับเธอได้หวนหลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง แต่ทว่าเวลานี้…. เขา…คือพี่เขย! ส่วนเธอ…คือน้องเมีย! ------------------------------------------------------- “หลงรักพี่เขยตัวเอง น่าสมเพชจริงๆ” ดารันส่ายหน้าให้ตัวเอง นั่นเพราะต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือตัวจะอยู่ห่างไกลกันสักเท่าไหร่ เธอก็ไม่อาจตัดใจจากโฮมได้สักครั้ง ครั้งแรกที่ได้พบกันคือวันแรกที่ชายหนุ่มย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังข้างๆ ส่วนเธอนั้นคือเพื่อนบ้านที่ย้ายเข้ามาอาศัยก่อนเพียงสองเดือน ในขณะที่ตอนนั้นดารินยังทำงานอยู่ต่างประเทศ แต่ก็มีกำหนดกลับในอีกไม่ช้า เพราะเป็นเพื่อนบ้านกันทำให้เธอกับโฮมค่อนข้างที่จะสนิทกันตามไปด้วย ทั้งๆ ที่บ้านหลังข้างๆ ซึ่งก็เป็นหนุ่มโสดเธอกลับไม่รู้สึกอยากสนิทสนมด้วยสักนิด ที่เป็นแบบนั้นเพราะเธอแอบชอบโฮมอยู่นั่นเอง ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเวลาอยู่ใกล้เขาทำให้เธออบอุ่นและปลอดภัย แม้เขาจะอายุมากกว่าเธอถึงสิบสามปีก็ตาม ซึ่งดารันใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการขอความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อหาโอกาสได้ใกล้ชิด ทั้งขอให้เขาสอนขับรถให้บ้างหรือแม้กระทั่งเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมท่อน้ำ ตัดหญ้าตัดต้นไม้ ล้างบ่อปลาเธอก็ไหว้วานเขาหมดทุกอย่าง นี่ถ้ายังเรียนอยู่คงให้โฮมมาช่วยติวหนังสือให้แน่ๆ แต่ติดที่ว่าเธอเพิ่งสอบวิชาสุดท้ายสำหรับการเป็นนิสิตปริญญาตรีไปหมาดๆ เธอกับเขาเข้านอกออกในบ้านของอีกฝ่ายได้ทุกเวลา ประหนึ่งนั่นคือบ้านอีกหลังของกันและกัน บางครั้งก็ทำอาหารมานั่งกินด้วยกันหรือแบ่งอาหารที่ต่างฝ่ายต่างทำให้กัน โดยส่งผ่านมาทางกำแพงข้างบ้าน จนมารู้ตัวอีกทีคือวันที่เธอขาดเขาไม่ได้เสียแล้ว กระทั่งวันหนึ่งเธอเปรยๆ ขึ้นว่าอยากทุบกำแพงทิ้ง แต่สุดท้ายคนที่ทุบมันคือดาริน พี่สาวของเธอ พี่สาวที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่และตอนที่ไม่อยู่!

หนังสือที่คุณอาจชอบ

หวนรัก คืนปรารถนา

หวนรัก คืนปรารถนา

pamika_1995
5.0

วายุ : นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้จมอยู่กับอดีต เขาเป็นชายหนุ่มผู้คลั่งรัก ทว่าทิฐิทำให้เผลอทำร้ายคนที่รักที่สุด อลิสา : ดาราสาวที่พลาดพลั้งอุ้มท้องลูกของนักธุรกิจหนุ่ม แต่เขากลับผลักไส ไม่รัก มิหนำซ้ำยังกลับไปหาคนรักเก่าอีกด้วย ..................... "นอนกับฉันแค่คืนเดียว กล้าดียังไงมาพูดว่าเป็นเมียฉัน! เพราะถ้าเเค่คืนเดียว ฉันคงมีเมียไปค่อนโลกแล้ว" "แล้วถ้าอลิซท้องล่ะคะ! ท้อง! หมายถึงกำลังมีเด็ก...ที่ตอนนี้กำลังเป็นก้อนเลือดนอนนิ่งอยู่ในนี้"มือบางลูบไล้หน้าท้องแบนราบอย่างยั่วเย้า ก่อนจะยกยิ้มอย่างเป็นต่อ "....." วายุ จ้องสบด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ฝ่าเท้าหนัก ค่อยๆ สาวเท้าเข้าหาเธออย่างคุกคาม "เหตุผลแค่นี้ พอที่จะเป็นเมียคุณได้หรือยัง! "เสียงหวานท้าทายเขา ใบหน้างามเชิดรั้นอย่างถือดี ก่อนที่ปากอิ่มจะเบ้ออกน้อยๆ ด้วยความเจ็บปวด เพราะปลายคางมนถูกบีบจนน้ำตาเล็ด "อย่าคิดจะใช้เด็กมาต่อรองกับฉัน! เพราะฉันไม่ใช่พระเอกที่จะยอมเเต่งงานกับเธอเพียงแค่ทำผู้หญิงท้อง...ฉันบอกเอาไว้ตรงนี้เลย ฉันจะรับผิดชอบแค่เด็ก..ที่อาศัยท้องเธอมาเกิดเท่านั้น! "เสียงเข้มกระซิบเหี้ยม ก่อนมือหนาอีกข้างจะยกขึ้นกดหน้าท้องแบนราบนั้นเบาๆ เพื่อเป็นการย้ำเตือน! "แต่ลูกของฉันต้องการมีทั้งพ่อและแม่! "มือบางสะบัดเขาออกอย่างถือดี ก่อนจะตะโกนลั่นใส่หน้าเขา "หึ...ถามจริงๆ อยากให้ลูกมีพ่อหรืออยากได้ผัวจนตัวสั่นกันแน่! " .................... "จำไว้นะคุณยุ! วันนี้คุณอาจจะยังไม่ต้องการพวกเรา...ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันไหนที่เราไม่ต้องการคุณบ้าง แม้แต่วิญญาณของพวกเราคุณก็จะไม่ได้เห็น! "อลิสาตะโกนลั่นใส่หน้าเขาอย่างสุดทน ใบหน้างามเต็มไปด้วยน้ำตาทั้งสองข้างแก้ม "ปากดี " "ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณ...พวกไร้ความรับผิดชอบ! " "อลิสา"เสียงเข้มกดต่ำ ใบหน้าคมขึงขัง อารมณ์ร้อนเริ่มเดือดพล่าน "เอากระโปรงไปใส่มั๊ยค่ะ บริจาคให้"เสียงหวานเอ่ยบอกเขา มือบางปาดน้ำตาก่อนจะยกยิ้มสมเพชส่งให้ "...." เพี๊ยะ! "หน้าตัวเมีย...คนสารเลว" "..." "อลิซเกลียดคุณที่สุด!"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

คุณนายฟู่ กรุณาเซ็นต์หย่า

คุณนายฟู่ กรุณาเซ็นต์หย่า

Harper
5.0

ความรักที่ซ่อนเร้นของสาวน้อยเริ่มต้นในวันที่ทั้งสองได้พบกันในการพบกันที่ถูกวางแผนมาอย่างยาวนาน ทว่าเด็กสาวที่ครอบครัวรับมาเลี้ยงกลับแย่งชิงครอบครัวและเด็กหนุ่มไปโดยไม่รู้สึกเกรงกลัว เมื่อโตขึ้น เธอใช้โอกาสการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์เพื่อแย่งชิงตำแหน่งภรรยาของชายคนนั้น ไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียว ฟู่เป่ยชวนกอดพี่สาวของเธอไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เธอทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน” ซูชิงเฉินรู้สึกปวดท้องเหมือนมีบางอย่างในร่างกายของเธอค่อยๆ เลือนหายไป เธอยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงแน่วแน่ “แน่นอน ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือ ถึงจะต้องตายก็ตาม” ไม่นานนัก ซูชิงเฉินก็เหมือนจะหายไปจริงๆ จากนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในยามค่ำคืน ฟู่เป่ยชวนมักจะได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับเขาว่า “ถ้าฉันไม่เคยรักเธอเลยก็คงจะดี” ห้าปีต่อมา ซูชิงเฉินกลับมาพร้อมกับเด็กคนหนึ่ง กลับมาในสายตาของคนทั่วไปอีกครั้ง ...

หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ

หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ

Crimson Syntax
5.0

ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ
1

บทที่ 1 แต่งงานกันไม่ได้

03/08/2022

2

บทที่ 2 เคลียร์ทุกอย่าง

03/08/2022

3

บทที่ 3 ก้าวเดินต่อไป

03/08/2022

4

บทที่ 4 จัดงานแถลงข่าว

03/08/2022

5

บทที่ 5 ความลับของเธอ

03/08/2022

6

บทที่ 6 จุดสนใจ

03/08/2022

7

บทที่ 7 ทำลายบรรยากาศ

03/08/2022

8

บทที่ 8 คนแปลกหน้าแต่กลับไม่แปลกใจ 1

03/08/2022

9

บทที่ 9 คนแปลกหน้าแต่กลับไม่แปลกใจ 2

03/08/2022

10

บทที่ 10 วันที่ทำร้ายจิตใจ

03/08/2022

11

บทที่ 11 เรื่องของเจ้านาย

03/08/2022

12

บทที่ 12 สาวน้อยนามว่า ‘ฟางข้าว’1

03/08/2022

13

บทที่ 13 สาวน้อยนามว่า ‘ฟางข้าว’2

03/08/2022

14

บทที่ 14 สาวน้อยนามว่า ‘ฟางข้าว’3

03/08/2022

15

บทที่ 15 เพื่อนเก่า 1

03/08/2022

16

บทที่ 16 เพื่อนเก่า 2

03/08/2022

17

บทที่ 17 เพื่อนเก่า 3

03/08/2022

18

บทที่ 18 ความสุขจนแทบไม่รู้จักเหนื่อย

03/08/2022

19

บทที่ 19 อีรุงตุงนัง

03/08/2022

20

บทที่ 20 ฟุ้งซ่านไปเรื่อย

03/08/2022

21

บทที่ 21 ตราบเท่าที่ต้องการ

03/08/2022

22

บทที่ 22 สร้างเนื้อสร้างตัว

03/08/2022

23

บทที่ 23 ไม่ต้องแบก

03/08/2022

24

บทที่ 24 ลูกถีบสลาตัน! 1

03/08/2022

25

บทที่ 25 ลูกถีบสลาตัน! 2

03/08/2022

26

บทที่ 26 ลูกถีบสลาตัน! 3

03/08/2022

27

บทที่ 27 คืนที่ดาวเต็มฟ้า 1

03/08/2022

28

บทที่ 28 คืนที่ดาวเต็มฟ้า 2

03/08/2022

29

บทที่ 29 คืนที่ดาวเต็มฟ้า 3

03/08/2022

30

บทที่ 30 คนที่ไม่อยากเจอแต่กลับได้เจอ 1

03/08/2022

31

บทที่ 31 คนที่ไม่อยากเจอแต่กลับได้เจอ 2

03/08/2022

32

บทที่ 32 คนที่ไม่อยากเจอแต่กลับได้เจอ 3

03/08/2022

33

บทที่ 33 เขาบอกว่าความรักมักจะมาทักทายเมื่อเราเผลอ…1

03/08/2022

34

บทที่ 34 เขาบอกว่าความรักมักจะมาทักทายเมื่อเราเผลอ…2

03/08/2022

35

บทที่ 35 กอดแรก 1

03/08/2022

36

บทที่ 36 กอดแรก 2

03/08/2022

37

บทที่ 37 กอดแรก 3

03/08/2022

38

บทที่ 38 กรรม 4G 1

03/08/2022

39

บทที่ 39 กรรม 4G 1.1

03/08/2022

40

บทที่ 40 กรรม 4G 2

03/08/2022