เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

หลงเวลา

5.0
ความคิดเห็น
2.6K
ชม
40
บท

ชาติภพก่อนพราวนารีเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ความจนทำให้เธอกับครอบครัวต้องพลัดพราก เธอย้ายถิ่นฐานบ่อยจนเพื่อนที่เคยสนิทสนมก็ห่างเหินกันไปเพราะยังอยู่ในยุคของจดหมายไม่มีโทรศัพท์ที่มองเห็นหน้ากันเช่นปัจจุบันนี้ พราวนารีหญิงสาวสู้ชีวิต พยายามใช้ชีวิตให้ดีแต่ก็ไม่เป็นดังหวัง การศึกษาที่วาดหวังก็ไม่อาจจะสำเร็จได้เพราะเธอตั้งครรภ์ก่อนที่จะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพียงหนึ่งเทอม ทั้งที่เป็นเด็กทุนและเด็กเรียนเก่งคนหนึ่ง อนาคตของเธอต้องจบลงกับการมีครอบครัวในวัยที่ไม่พร้อม เมื่อลูกเริ่มเติบโตเธอก็แยกทางกับสามีเพราะมีปัญหาเรื่องเงินทอง และสามีติดเพื่อนเพราะยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ครอบครัวของเธอจึงต้องพลัดพรากอีกครั้ง…. ชาติภพใหม่พราวนารี หญิงสาวผู้เกิดมาพร้อมกับความทรงจำในอดีตชาติ เพราะเรื่องราวในชาติภพก่อนทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เธอตั้งมั่นหลังจากสิ้นอายุขัยว่า หากเกิดมาในชาติภพใหม่เธอจะใช้ชีวิตให้ดีๆ พราวนารีเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะที่ดีกว่าชาติภพก่อนมากนัก ครอบครัวนี้ของเธออบอุ่น เป็นครอบครัวที่ใครๆในจังหวัดก็รู้จัก เพราะเป็นตระกูลเก่าแก่ เรื่องความร่ำรวยนั้นห่างไกลจากคำว่าจนไปหลายขุม เธอเลือกเรียนสาขาที่เธอถนัดและไม่สนใจอบายมุขหรือแม้แต่เพศตรงข้าม ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะไม่เดินตามรอยชาติภพก่อน ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้พราวนารีในทั้งสองภพสองชาติกันด้วยนะคะ มาลองดูว่าพราวนารีในชาติภพแรกนั้นใช้ชีวิตอย่างไร และเมื่อเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งแล้วเธอจะใช้ชีวิตอย่างไร

บทที่ 1 เด็กหญิงพราวนารี ดวงรักษ์

ปีพุทธศักราช 2520

พราวนารี เด็กหญิงผู้มีชื่อไพเราะเพราะพริ้งราวกับว่าเธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวของพวกผู้ดีมีสกุล แต่กลับกัน เธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน บิดาและมารดาของเธอเป็นเพียงชาวนาเท่านั้น แต่ทว่าการกำเนิดเกิดมาของเด็กหญิงในครั้งนี้กลับสร้างความยินดีให้กับครอบครัวยิ่งนัก เพราะถึงแม้จะจนแต่ถ้ามีบุตรสักคนไว้ส่งเสริม ฝากผีฝากไข้ในยามแก่ยามเฒ่าก็คงจะดีไม่น้อย

“อุแว๊…..อุแว๊……”

เสียงเด็กน้อยร้องจ้าอยู่ในผ้าอ้อมที่หมอตำแยเพิ่งจะทำคลอดให้ เนื่องจากบ้านของดำรงนั้นอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ถึงแม้การเดินทางจะสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ทว่าการให้คนแก่ที่เคยทำคลอดมาทำให้ก็น่าจะปลอดภัยเช่นกัน

“โอ๋ๆๆ ลูกพ่อไม่ร้องนะคะ แม่เค้าเจ็บแผลอยู่นะลูก” เสียงทุ้มของผู้เป็นบิดาปลอบโยนบุตรสาวที่อ้อมแขน

“อุแว๊….อุแว๊……”

เด็กหญิงพราวนารียังคงร้องไห้ไม่หยุด เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าเธอน่ะกำลังหิวโดยที่บิดาที่เพิ่งเคยมีลูกยังไม่เข้าใจนั่นเอง ปากน้อยๆ ขมุบขมิบเข้าหาอกหนั่นแน่นของบิดาเขาถึงเข้าใจว่าลูกหิวนม

“เมียพี่….ลูกของเราหิวนมแล้วจ้ะ”

เขาบอกภรรยาเสียงนุ่มพร้อมทั้งพาทารกน้อยไปใกล้กับมารดาที่นอนหมดเรี่ยวหมดแรงจากการเบ่งอยู่ สัญชาตญาณของความเป็นแม่รีบเปิดเต้าให้ลูกน้อยได้ดูดนมของเธอทันที ปากน้อยพอรับรู้ถึงแหล่งอาหารก็ไม่รอช้าอ้างับลงบนฐานถันสีชมพูของผู้เป็นมารดาทันที ครั้งแรกอารีรู้สึกไม่ชินกับการให้ลูกดูดนม แต่พอลูกดูดจนน้ำนมไหลออกมาคนเป็นแม่ก็น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม วันนี้เธอได้สัมผัสและรู้ซึ้งถึงความเป็นแม่แล้ว

ดำรงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ภรรยาสาว เขารู้ว่าเขาเป็นสามีที่ไม่เอาไหน แต่หลังจากนี้เขาจะเป็นพ่อที่ดีให้ลูกสาวคนเดียว สองสามีภรรยาตกลงกันเอาไว้ว่าจะมีทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้นด้วยฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน การที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนที่จะมีบุตรสาวคนนี้ เขากับภรรยาก็ต้องพูดคุยและตกลงกันอยู่นานจนได้ข้อสรุป

ห้าปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีในวัยห้าขวบเริ่มหัดอ่านหัดเขียน และมีแววในด้านภาษาต่างประเทศ เธอสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องภาษาได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าครอบครัวมีฐานะยากจน แพรวนารีตอนเป็นเด็กนั้นมักจะมีบุคลิกทโมนเหมือนกับเด็กผู้ชาย และเพื่อนที่เธอเล่นด้วยก็มีแต่พวกผู้ชาย ดำรงและอารี สองสามีภรรยามีอาชีพทำนา ทุกเช้าหลังจากส่งเด็กหญิงไปโรงเรียนอนุบาลที่อยู่ใกล้บ้านเสร็จ อารีจะเข้าไปช่วยสามีทำนา และกิจวัตรประจำวันของสองสามีภรรยาก็วนลูบเป็นแบบนี้ไปทุกวัน

“แม่จ๋า…… เพื่อนที่โรงเรียนมีขนมไปกินตอนเช้าทุกวันเลย หนูอยากมีไปกินเหมือนเพื่อนบ้าง”

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่อารีไปรับลูกสาวตัวน้อยกลับมาจากโรงเรียนเธอก็ได้ยินคำพูดของลูกที่ฟังแล้วจุกอก

“น้องพราวคะ ช่วงนี้ที่บ้านเราไม่ค่อยมีเงินใช้นะลูก พวกแมลงก็ลงข้าว พ่อเขาต้องซื้อยาฆ่าแมลงกับปุ๋ยมาบำรุงต้นข้าว เวลาเก็บเกี่ยวแล้วเราจะได้มีเงินมาซื้อกินซื้อใช้กันเยอะๆ ยังไงล่ะจ๊ะ”

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งฟังมารดาอธิบายตาแป๋ว เธอที่วัยเพียงห้าขวบยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ทว่าเธอก็รู้ดีว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท บิดามารดาของเธอต้องออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะกลับก็เกือบค่ำมืด

“น้องพราวเข้าใจค่ะ น้องพราวจะพยายามไม่มองเวลาที่เพื่อนกินขนมก็แล้วกันค่ะ”

ความไร้เดียงสาของบุตรสาวทำให้คนเป็นมารดาอดที่จะสงสารลูกน้อยไม่ได้ มีลูกคนเดียวแท้ๆ แต่กลับมอบความสุขให้ลูกไม่ได้เลย มือบางที่หยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานหนักมาตั้งแต่สมัยเป็นสาวๆ ยื่นไปลูบผมยาวสลวยของบุตรสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู

สามปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีเป็นนักดนตรีของโรงเรียนตั้งแต่ขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ในวัยแปดปีเด็กหญิงได้ไปร่วมแสดงดนตรีหลายต่อหลายงาน พรสวรรค์ที่เด็กหญิงตัวน้อยมีทำให้บิดาและมารดาภูมิใจในตัวเธอ

เด็กหญิงแพรวนารีเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่บิดาที่เคยแสนดีกลับติดเหล้าเพราะความเครียดจากการทำนาแล้วไม่ได้ผลผลิตตามที่ควร ทุกๆ เย็นเด็กหญิงตัวน้อยจะได้ยินคำด่าทอของบิดาที่มีต่อมารดาไม่ขาดปาก เธอรู้สึกไม่มีความสุข ยิ่งวันไหนที่บิดาลงไม้ลงมือกับมารดา วันนั้นจะเป็นวันที่เด็กหญิงร้องไห้เสียใจเป็นที่สุด

และแล้วเด็กหญิงพราวนารีในวัยแปดขวบต้องเศร้าเสียใจอีกครั้ง เพราะบิดามารดาตัดสินใจไปหางานทำที่กรุงเทพฯโดยจะฝากเธอไว้กับผู้เป็นอา น้องสาวของบิดา การจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ทำให้เด็กหญิงรู้สึกเศร้าสร้อย ก่อนมารดาจะไปเด็กหญิงจึงพยายามโน้มน้าวให้มารดาเปลี่ยนใจ

"แม่จ๋า... แม่ไม่ไปได้ไหมจ๊ะ" เด็กหญิงเอ่ยถามมารดาอีกครั้ง

"แม่ต้องไปหาเงินมาใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายาที่เราไปติดเขามาตอนทำนายังไงล่ะลูก ที่สำคัญแม่กับพ่อต้องไปหาเงินมาส่งหนูเรียนให้สูงๆ ยังไงล่ะจ๊ะ" นางอารีบอกกับบุตรสาว

"แล้วเมื่อไหร่แม่กับพ่อจะกลับมาอยู่กับหนูล่ะจ๊ะ" เด็กหญิงพราวนารีเอ่ยถามมารดา

"เมื่อครอบครัวเราไม่มีหนี้ และเมื่อพ่อกับแม่มีเงินมากพอที่จะเอามาลงทุนทำอะไรสักอย่างอยู่ที่บ้านเรายังไงล่ะลูก" ดำรงตอบบุตรสาวแทนภรรยาที่อ้ำอึ้งอยู่

"หนูต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และที่สำคัญอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ช่วยอาเขาทำงานบ้านบ้างนะลูก"

อารีอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวคนเดียวไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนเป็นอาจะรักหลานแต่ก็คงไม่มากไปกว่าลูกสาวที่อายุมากกว่าพราวนารีไปเพียงสองปี

"จ้ะแม่ หนูจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และจะช่วยอาทำงานบ้าน"

เด็กน้อยในวัยไร้เดียงสาตอบมารดาด้วยวาจาฉะฉาน

และจากวันนั้น ดำรงและอารีก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบุตรสาวอีกเลย เพราะงานที่ไปทำคืองานก่อสร้าง พอหัวถึงหมอนก็พากันหลับใหล เขาและเธอเลือกที่จะส่งเงินกลับมาให้ผู้เป็นน้องสาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของบุตรสาวที่ให้ไปอาศัยอยู่กับเธอแทน นานๆ ทีถึงจะโทรศัพท์มาหา

เด็กหญิงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของอามาอย่างราบรื่น แต่ก็มีบ้างบางครั้งบางคราที่เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม อย่างเช่นการทำงานบ้าน เธอช่วยผู้เป็นอาทั้งล้างจาน ทั้งกวาดบ้านถูบ้าน บางทีก็มีซักผ้าให้อีกด้วย แต่ทว่าพี่สาวซึ่งเป็นลูกสาวของอากลับไม่หยิบจับอะไรเลย บางทีเด็กหญิงก็รู้สึกน้อยใจจวบจนอายุได้เก้าขวบ

การอยู่กับครอบครัวของอาเริ่มไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน พี่สาวที่เป็นลูกสาวของอาเริ่มออกเที่ยวเตร่และติดเพื่อน บางทีเด็กหญิงวัยเก้าขวบจึงต้องติดตามผู้เป็นพี่ไปด้วย ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดในการต้องมาเห็นและรับรู้ในเรื่องที่เด็กไม่สมควรจะรู้ เธอจึงตัดสินใจโทรบอกบิดาและมารดา

ดำรงและอารีตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้เด็กหญิงพราวนารีในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า เด็กหญิงดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้หลีกหนีสถานการณ์ที่อึดอัดเต็มที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพี่สาวลูกของอาที่กำลังติดเพื่อนผู้ชายจนบางครั้งก็พาเธอไปด้วยแบบไม่เต็มใจ รวมไปถึงการที่ต้องแบกรับหน้าที่เกินวัยมันทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจมันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กอย่างเธอ

ความเสียใจเพียงอย่างเดียวของเด็กหญิงพราวนารีในการย้ายโรงเรียนนั่นก็คือเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเธอที่คบกันมาตั้งแต่วัยอนุบาล

"พราว พราวจะไปเรียนที่กรุงเทพฯจริงๆ น่ะเหรอ"

เด็กหญิงสุนารีเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เนื่องจากเมื่อก่อนบ้านทั้งสองอยู่ติดกัน จนกระทั่งบิดามารดาของเพื่อนสนิทพาไปอยู่ที่บ้านของอา ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้เจอกันนอกจากที่โรงเรียน

"จ้ะสุ พราวไปไม่นาน เดี๋ยวพราวก็กลับมา ไว้เรามาเป็นเพื่อนรักกันใหม่นะ" เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างไรก็เดียงสา

"ยัยพราวบ๊อง เราจะเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดไปนั่นแหละ"

เด็กหญิงสุนารียิ้มออกมา ซึ่งเด็กหญิงพราวนารีก็ยิ้มตอบเช่นกัน เด็กน้อยทั้งสองกอดลากันในวันสุดท้ายของภาคเรียน

คนเป็นอารู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะอนาคตของพราวนารีที่โรงเรียนแห่งนี้เธอเป็นเด็กกิจกรรม และเธอก็เป็นนักดนตรีของโรงเรียน แต่ในเมื่อหลานได้ตัดสินใจที่จะไปกับพี่ชายของเธอแล้ว เธอจึงไม่ห้ามอะไร เพราะเธอก็รู้ดีว่าเธอเองก็ไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ เหมือนกัน เพราะอาสาวก็มีอาชีพ ทำไร่ทำนาไม่ต่างจากบิดามารดาของพราวนารีในอดีต แต่ทว่าเธอทำมันได้ประสบความสำเร็จมากกว่า บวกกับมีที่นาเป็นของตนเองจึงไม่ต้องไปเช่าที่นาใครเหมือนกับครอบครัวของดำรง ผู้เป็นพี่ชาย

เด็กหญิงพราวนารีกราบลาผู้เป็นอาที่ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักอาศัยตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยลืมพระคุณและคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมีโอกาสได้กลับมาตอบแทนอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้เธออยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัด เธอไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จเด็กหญิงวัยเก้าขวบก็มุ่งสู่เมืองหลวงของไทยกับบิดามารดาเพื่อไปเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ห้าที่โรงเรียนใกล้ที่พักของบิดามารดา เด็กหญิงไม่รู้เลยว่าชีวิตวันข้างหน้าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่เธอคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องมีความสุขอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็เพราะได้อยู่กับคนที่เธอรัก

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ หลงเวลา

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

Apogean Spark
5.0

【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”

คุณสามีเป็นผู้พิการ

คุณสามีเป็นผู้พิการ

Devocean
4.9

"คุณต้องการเจ้าสาว ส่วนฉันก็ต้องการเจ้าบ่าว ทำไมเราไม่แต่งงานกันล่ะ?" ภายใต้เสียงเยาะเย้ยของทุกคน ถังเลี่ยน ซึ่งถูกคู่หมั้นของเธอทอดทิ้งในพิธีแต่งงาน กลับแต่งงานกับเจ้าบ่าวพิการข้างบ้านที่ถูกรังเกียจ ถังเลี่ยนคิดว่าอวิ๋นเซินเป็นชายหนุ่มที่น่าสงสาร และเธอสาบานว่าจะให้ความรักใคร่แก่เขาและตามใจเขาหลังแต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาแกล้งเป็นแบบนั้น... ก่อนแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "เธอต้องสนใจเงินของผมถึงยอมแต่งงานกับผม ผมจะหย่ากับเธอหลังจากที่ผมใช้ประโยชน์เธอเสร็จ" หลังแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "ภรรยาของผมต้องการหย่าทุกวัน แต่ผมไม่อยากหย่า ทำอย่างไรดีล่ะ"

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

Fiona Lynx
5.0

ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม

ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม

Gavin
5.0

"เธอรู้ตัวไหมว่าเธอทำให้ฉันต้องแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก!" เสียงเย็นชาของเขาบาดลึกเข้ามาในใจฉันเหมือนคมมีดที่กรีดแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง ในหัวยังคงปวดร้าว ภาพสุดท้ายที่จำได้คือความเจ็บปวดที่กัดกินจนฉันเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง แต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ในห้องนอนที่คุ้นเคย ห้องนอนที่เต็มไปด้วยความทรงจำทั้งสุขและทุกข์กับผู้ชายตรงหน้า ศรัณย์พรยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยทำให้ฉันหลงใหลบัดนี้กลับเป็นเหมือนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายให้ฉันได้สัมผัส เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันรู้จักอีกต่อไปแล้ว เขาเป็นเพียงเปลือกนอกที่เหลือไว้ให้ฉันเจ็บปวด ฉันมองศรัณย์พร เขายังคงหนุ่มแน่นและหล่อเหลาเหมือนเดิม อายุยี่สิบเจ็ดปีที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและพลังในการสร้างสรรค์ แต่แววตาของเขาที่มองมาที่ฉันมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและผิดหวัง ฉันจำได้ทุกอย่าง จำได้ถึงความเจ็บปวดที่ต้องทนอยู่กับความเย็นชาของเขาในชาติที่แล้ว จำได้ถึงคำพูดที่เขาใช้ทำร้ายจิตใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และจำได้ถึงวันที่ฉันจากไปอย่างโดดเดี่ยว

คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย

คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย

Gavin
5.0

สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าฉันกำลังจะตาย ไม่ใช่พายุหิมะ ไม่ใช่ความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงกระดูก แต่มันคือแววตาของคู่หมั้นของฉัน ตอนที่เขาบอกว่าเขายกผลงานทั้งชีวิตของฉัน ซึ่งเป็นหลักประกันเดียวที่จะทำให้เรารอดชีวิตไปให้ผู้หญิงคนอื่น “เค้กหนาวจะตายอยู่แล้ว” เขาพูดเหมือนกับว่าฉันกำลังไร้เหตุผล “คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญนี่ คุณรับมือได้อยู่แล้ว” จากนั้นเขาก็เอาโทรศัพท์ดาวเทียมของฉันไป ผลักฉันลงไปในหลุมหิมะที่ขุดไว้อย่างลวกๆ แล้วทิ้งฉันไว้ให้ตายตรงนั้น เค้ก แฟนใหม่ของเขาปรากฏตัวขึ้น เธอห่มผ้าห่มอัจฉริยะผืนที่เป็นประกายของฉันไว้อย่างอบอุ่น เธอยิ้มขณะที่ใช้ขวานน้ำแข็งของฉันเอง กรีดทำลายชุดของฉัน ซึ่งเป็นเกราะป้องกันพายุชั้นสุดท้าย “เลิกดราม่าสักที” เขาพูดกับฉัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจขณะที่ฉันนอนรอความตายอย่างหนาวเหน็บ พวกเขาคิดว่าได้เอาทุกอย่างไปจากฉันแล้ว พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะ แต่พวกเขาไม่รู้เรื่องสัญญาณฉุกเฉินลับที่ฉันเย็บซ่อนไว้ในแขนเสื้อ และด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มี ฉันได้เปิดใช้งานมัน

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม
1

บทที่ 1 เด็กหญิงพราวนารี ดวงรักษ์

16/09/2022

2

บทที่ 2 ชีวิตที่พลิกผัน

16/09/2022

3

บทที่ 3 จุดเปลี่ยนของชีวิต

16/09/2022

4

บทที่ 4 เป็นพ่อเป็นแม่ไม่ง่ายเลยสักนิด

16/09/2022

5

บทที่ 5 การพลัดพรากที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

16/09/2022

6

บทที่ 6 ชีวิตใหม่

16/09/2022

7

บทที่ 7 ครอบครัวในอดีตชาติ

16/09/2022

8

บทที่ 8 การพบกันครั้งแรก

16/09/2022

9

บทที่ 9 นักฟุตบอลคนนั้น

16/09/2022

10

บทที่ 10 ไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ

16/09/2022

11

บทที่ 11 ความตั้งใจในอนาคต

17/09/2022

12

บทที่ 12 อดีตคือบทเรียน

17/09/2022

13

บทที่ 13 หน้าที่ตอนนี้คือตั้งใจเรียน

17/09/2022

14

บทที่ 14 มีคนคอยปกป้อง

17/09/2022

15

บทที่ 15 ขอแค่ได้เป็นพี่ชายก็ยังดี

17/09/2022

16

บทที่ 16 วันสำคัญของพี่สาว

17/09/2022

17

บทที่ 17 ช่วงเวลาที่ถูกทดสอบ

17/09/2022

18

บทที่ 18 สองคนพัฒนา...อีกสองคนลาจากกัน

17/09/2022

19

บทที่ 19 ความสำเร็จในก้าวแรกของพราวนารี

17/09/2022

20

บทที่ 20 เยี่ยมเยือน

17/09/2022

21

บทที่ 21 ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

19/09/2022

22

บทที่ 22 มีแฟน(หลอกๆ)แล้ว

19/09/2022

23

บทที่ 23 ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

19/09/2022

24

บทที่ 24 มีแฟนในวัยเรียนไม่ใช่เรื่องแย่

20/09/2022

25

บทที่ 25 มัดมือชก

20/09/2022

26

บทที่ 26 อัปเดตเรื่องรัก

20/09/2022

27

บทที่ 27 พบปะครอบครัว

20/09/2022

28

บทที่ 28 บำเพ็ญประโยชน์

20/09/2022

29

บทที่ 29 น้องอยู่ปีสองส่วนพี่อยู่ปีสี่

20/09/2022

30

บทที่ 30 งานสีชมพู

20/09/2022

31

บทที่ 31 ดูแลบิดามารดาในอดีตชาติ

20/09/2022

32

บทที่ 32 หลานชายคนแรก

20/09/2022

33

บทที่ 33 ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

20/09/2022

34

บทที่ 34 นักศึกษาปริญญาโท

20/09/2022

35

บทที่ 35 บันไดขั้นต่อไปของชีวิต

20/09/2022

36

บทที่ 36 หมั้นหมายก่อนลาไกล

20/09/2022

37

บทที่ 37 จากกัน...แค่ชั่วคราว

20/09/2022

38

บทที่ 38 การจากลา...เพื่อมาพบกันอีก

20/09/2022

39

บทที่ 39 ชายหนุ่มที่มาจากประเทศไทย

20/09/2022

40

บทที่ 40 ชีวิตของฉันในชาติภพนี้นั้น...ดีกว่าเดิม

20/09/2022