หวางเสี่ยวเหยา นางร้ายปลูกผัก
วผู้คน บัดนี้ปรากฏร่างของหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีและม้าอีกสองตัวที่กำลังเดินทางฝ่าเปลว
หยุดรอแม่นางหลันเยี่
มาสบตา “ไม่ล่ะ เห็นได้ชัดว่านางไม่อยากมากับข้า ขืนรอจะยิ่งชักช้า
มไม่เข้า “เหตุใดจึงต้องรีบ
้ายขึ้นในวันข้างหน้า ข
ก็ฉายแววพริบพราวขึ้นทันควัน “ท่านประมุขน้อยไม่ต้องกลัว ขอเพียงท่านอยู่
พูด แววตาและสีหน้าแสยะยิ้มหยาดเยิ้มของเขาก็ทำให้นางถึงกับขนล
ข้าน้อยได้ทำหน้าที่ปกป้องท่าน ให้ข้าน้อยได้ทำหน้าที่ทะนุถนอมท่านดุจดั่งบุปผา ให้ข้าน้อยได้ปรนิ
ะนิดๆ จนกระทั่งกลายเป็นการหันหลังให้กับหวังซูจิ้งอย่างสิ้นเชิง ‘อยู่ๆ ก็ถูกสารภาพรักเสียอย่างนั้น!
าว่าเรารอหลันเยี่
อล่ะขอรับเมื่อคร
นทางอีกคนก็ไม่เงียบเหงาดี อีกอย่า
เช่นนั้นท่านประมุขน้อยไปรอท
ก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ภยันตรายบางอย่างที่แฝงตัวอยู่หลังแมกไม้ใหญ่ทำให้ความเครียดขึงเข้ามาจู่โจม อยู่ๆ ห
ียมกันหรืออาจสูงส่งกว่าด้วยซ้ำกลับยังมีสีหน้าเรียบเฉย มิใช่ว่าเห็นเป็นเรื่องธรร
่ข้างทางก็ปรากฏตัว พวกเขากระโดดออกมาจากที่ซ่อนตัวพร้อมด้วยอาวุธในมือ หวางเสี่ยวเหยาเมื่อเห็นดาบเล่มยาวขึ้น
มา ห้าคนกระโดดเข้าไปหาหวังซูจิ้ง ส่วนอีกห้ากระโดดเข้ามาหานาง ความตกใจทำให้หวางเสี่ยวเหยาดึงสายบังเหียนไปโดยไม่รู้ตัว ม้
ียววาบลงไปถึงสันหลัง นางจะรับมือกับคนเหล่านี้ได้อย่างไร เมื่อคิดไปถึงวิธ
ิงสาวไว้แล้วตะโกนก้องด้วยน้ำเสียวเกรี้ยวกราด กระบี่เล่มยาวถูกชักขึ้นมาจากฝักแล้วช
ักจิ้งจอกราตรี วันนี้พวกเราจะมาจัดการสำนักฝึกยุทธ์ชั่วช้าที่อ้างตัวว่าเป็
ดำทั้งหมดก็พากันชะงัก เวลานี้ชายหนุ่มดูองอาจแล
ยวเข้มของเขาปลิวไสวและมีใบไม้ปลิดปลิวมาตามลม รอบกายของเขาดูสว่างไสวขึ้นอย่างผิดปกติราวกับมีประกายแดดเจิดจ้า อย
างนางร้ายที่บ้าผู้ชายเป็นกิจวัตรประจำวันแต่ก็หาใช่ว่านางจะต้องมีนิส
เจ้าต้องเส่เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย! ” ยิ่งพูดมากขึ้นเท่าใดก็ดูเหมือนว่าหวังซูจิ้งจ
ฉจกรรจ์เห็นแล้วขัดลูกตา หนึ่งในกลุ่มคนที่ยืนล้อมรอบม้าทั้ง
ดนนี้อย่างไรเล่า สำนักเย่วเหมินคือเสี้ยนห
ิงสาวที่มาด้วยกันทันที พอเห็นว่านางจับจ้องมาที่เขาหัวใจห้าวหาญของชายห
นทักทิศทุกทาง แม้นว่าเขาจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายที่มีมากกว่าได้ ครู่เดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็ถู
นัก! อย่าให้มั
ย! โ
ให้หนำใจห
ิ้งในคราบพระเอ
ยความหวาดเสียวใจ เกรงว่าใครสักคนจะฟาดดาบที่ถือไว้ใส่ชายหน
ด้ ไม่ทันไรโจรชุดดำก็เดินรี่เข้ามาเสียแล้ว พวกเขาเงื้ออาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ดาบเล่มใหญ่เหล่านั้นคงจะฟาดลงมาบนร่า
มื่อชายชุดดำทั้งสามคนเหวี่
จะมาตายตรง
พลังปราณนี้ทำให้ศัตรูที่รายล้อมอยู่กระเด็นกระดอนออกไปพร้อมกับอาวุธของพวกเขา ร่างของพวกเขาไปกระแทกกับต้นไม้ บางคนก็กระแทกเข้ากับก้อนหิน บ้างก็กระแทกกัน
งร่างนี้ได้! หากเป็นเช่นนั
นึ่งที่กำลังลุกขึ้นยืนและตั้งท่าจะพุ่งปราดเข้ามาอีก ทันใดนั้นพลังปราณที่มองไม่เห็นเป็น
่งอยู่บนหลังอาชาสีขาวด้วยความประหลาดใจ เหตุใดวันนี้นางจึงไม่ใช้วิชายุทธ์ที่ฝึกปรือมาแต่กลับระ
หิตออกมาคำโต ตามร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล อาภรณ์สีเขียวเข้มชะโลมไปด้วยเลือด ดูสภาพแล้วน่าเป็นห่วงยิ่งนัก หญิงสา
่ตัวละครนี้เป็นนางร้ายที่ไร้ความสมเหตุสมผล ทว่าคนที่มาเข้าร่างกลับรู้สึกสะใจ ยิ่งดีดพลังใส่เหล่าร้ายเท่าใดเสียงร้องโอดโอยก็ดังขึ
คนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างหัวเสีย จากนั้นคน
บึ้ม
ดเป็นม่านหมอกหนา พวกชายชุดดำจึงใช้โอกาสนี้พากันหลบหนีไป ทว่าเสียงที่ด
วิ่งเตลิดออกนอกเส้นทางโดยที่หวางเ
อาชาไนยพ่วงพีพาคนบนหลังวิ่งเข้าป่าไปแล้วเขาถึงตั้ง
านางลัดป่ามาอย่างทุลักทุเลจนกระทั่งมาโผล่ยังถนนอีกสายหนึ่ง เมื่อมันหายตื่นตกใจแล้วจึงวิ่งเหยาะๆ ไปตามเส้นทาง แล้วหญิงสาวก็พบว่
ยใจเฮือกใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องนภา “หลงทางไม่ว่าอย่าให้ฝนตกก็เป็นพอ” นางบ่นกับลมกับฟ้าพูดคุยงึมงำเพียงลำพัง “เจ้าม้า ข้า
ามทางเช่นเดิม เสียงบ่นของนางคงเข้
หลบกิ่งไม้ที่หวุดหวิดจะฟาดหน้านางหลายครั้ง ป่ารกด้านหลังนั้นม้าสามารถวิ่งผ่านไปได้ก็จริงทว่าม
ตัวกันอยู่ที่ริมสะพานข้ามแม่น้ำ และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังยืนล้อมชายคนหนึ่งเพื่อจะรุมทำร้าย บุรุษที่ตก
้องม้าให้วิ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว “หนีจากข้ามาได้ยังไม
กนก้องเพื่อบอกกลุ่มชายชุดดำ “
นอยู่ริมสะพานทั้งหมดก็