Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
พ่ายรักเล่ห์มาเฟีย(1)

พ่ายรักเล่ห์มาเฟีย(1)

ผลิกา(เลอบัว)

4.9
ความคิดเห็น
140.1K
ชม
109
บท

“หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้ไอรดา อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา คิดเหรอว่าผมโง่จนดูไม่ออกว่าคุณกำลังเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่ประสา เพราะยังไงผมก็ไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่อยากได้สเปิร์มคนอื่นจนตัวสั่นอย่างคุณจะไม่สันทัดเรื่องพวกนี้ บางทีคุณอาจจะช่ำชองกว่าผมก็ได้ใครจะไปรู้ ทำไมไม่แสดงมันออกมาให้ผมดูล่ะ เผื่อว่าถ้าผมติดใจ อาจจะแบ่งสเปิร์มฝากไว้ในตัวคุณบ้างก็ได้” ใบหน้าแดงก่ำนัยน์ตาดุกร้าวของเขาบอกให้รู้ว่าตอนนี้เขากำลังไม่พอใจ ที่เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน ทั้งที่ร่างกายของเธอกำลังตอบสนองต่อสัมผัสของเขา และมันยิ่งทำให้เขาขัดใจมากยิ่งขึ้นเมื่อคิดว่าเธอเคยพลีกายให้ชายอื่นครอบครองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน “อ๊าย! ไอ้บ้า ไอ้ยักษ์ปากเสีย ฉันไม่ใช่พวกสำส่อนอย่างคุณนี่ ที่เอะอะก็จะพากันขึ้นเตียงอย่างเดียว” ไอรดายังพยายามผลักไสทุบตีเขาเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยๆ ถ้าเธอจะเสียตัวอีกเป็นครั้งที่สอง เขาก็ควรเจ็บตัวเป็นการตอบแทนบ้าง “จะบอกว่าคุณยังซิงว่างั้นสิ” จิโอวาโน่ยังคงไมเชื่อ และเมื่อเธอพยักหน้าหงึกหงักเขาจึงพูดต่อ “งั้นคงต้องให้ผมพิสูจน์หน่อยแล้วล่ะ ว่าลีลาของผมพอจะทำให้คุณเผยธาตุแท้ออกมาได้บ้างรึเปล่า” สรุปว่าเขายังไม่เชื่ออยู่ดี “กรี๊ด...! อุ๊บ!” เธอกรีดร้องได้แค่นั้น เมื่อเขาทาบทับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง และดูเหมือนครั้งนี้เขาจะพยายามหลอกล่อให้เธอตกหลุมพรางอย่างที่เขาว่าเอาไว้ด้วยสัมผัสหนักหน่วงและปลุกเร้าไปในคราวเดียวกัน หญิงที่ไม่ประสาอย่างเธอจึงได้แต่ครางอืออาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยกำลังสับสนมึนงงกับสัมผัสเรียกร้อง รุกเร้า โอ้โลมจากผู้ชายที่ชื่อจิโอวาโน่ และด้วยเสียงครางบวกกับการตอบสนองของเธอทำให้เขายิ้มมุมปากสมใจ คิดว่าคงถึงเวลาที่จะทำให้เธอดิ้นไม่หลุดยอมจำนนต่อหลักฐานว่าเธอมันก็แค่ผู้หญิงร่านรักและเคยผ่านผู้ชายมานับครั้งไม่ถ้วนเท่านั้นเอง “กรี๊ด...!” เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของไอรดา ทำให้จิโอวาโน่ถึงกับชะงักค้าง พลัน! หยุดการเคลื่อนทุกอย่างลง “นี่คุณยัง...”

บทที่ 1 01

“ฮือๆๆ คุณตา ทำไมคุณตาถึงปล่อยให้สุขภาพตัวเองย่ำแย่ขนาดนี้ล่ะคะ ไม่มีใครดูแลคุณตาเลยรึไง” คุณหนูไอรดา เอลล่า ชาร์ตัน ทายาทคนเดียวของตระกูลกำลังร่ำไห้ หลังจากที่รีบบินตรงมาจากรัสเซีย เพื่อเยี่ยมมคุณตาสุดที่รักเพียงคนเดียวที่เมืองไทย

“แค่กๆๆ อย่าไปว่าใครเลยหลาน คนแก่ก็อย่างนี้แหละ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้หรอก จะให้แข็งแรงเหมือนหนุ่มๆ สาวๆ คงเป็นไปไม่ได้ เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมชาติ” เทพ เดชดำรง ตระกูลใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทยพูดปลอบหลานสาวเพียงคนเดียว

“ไม่เอาค่ะคุณตา ไม่พูดอย่างนี้ รู้ไหมไอด้าใจไม่ดี คุณตาต้องอยู่กับไอด้านานๆ สิคะ ถ้าคุณตาทิ้งไอด้าไปอีกคน ไอด้าจะอยู่ยังไงล่ะ ฮือๆ หรือคุณตาไม่รัก ไม่อยากอยู่กับไอด้าแล้ว ถึงได้คิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว” ดู๊ดูแม่คุณช่างพูดมาได้ คนแก่ฟังแล้วอยากจะขำจริงๆ นี่แม่หลานสุดที่รัก คิดว่าเรื่องเป็นเรื่องตาย เป็นเรื่องของการเอาตัวรอดอย่างนั้นเหรอ ฮ่าๆ อยากจะบ้าตาย

“ใช่ว่าตาเองอยากจะตายซะเมื่อไหร่ล่ะ แต่ของแบบนี้มันห้ามกันได้ซะที่ไหน อีกอย่างตาเองก็ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มานานจนคุ้มแล้วนี่ แต่ก่อนตายตาอยากจะขออะไรจากหลานสักอย่าง ไม่รู้ว่าหลานจะทำให้ตาสมหวังได้รึเปล่า”

“อะไรคะ บอกไอด้ามาสิ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนไอด้าก็จะทำให้” คนเป็นหลานพูดด้วยสายตามุ่งมั่น

“ตามีไอด้าเป็นหลานเพียงคนเดียว กิจการทั้งหมดของตาก็จะต้องยกให้เราเป็นคนดูแลทั้งหมด แต่ตาก็รู้ว่าเราเองก็เหนื่อย ไหนจะต้องดูแลกิจการทั้งหมดของชาร์ตัน แทนดี่ดี๊ของเรา แล้วยังจะต้องมาดูแลกิจการในตระกูลเดชดำรงของตาอีก ซึ่งมันไม่ใช่น้อยๆ เลย ตากลัวว่าเราจะรับไม่ไหว” คุณตาเทพวัยเจ็ดสิบรู้สึกสงสารหลานสาวเพียงคนเดียวที่ต้องแบกภาระมากมายเช่นนี้ ซึ่งเธอต้องเข้ามาศึกษางานทุกอย่างของครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ทุกวันของเธอจึงมีแต่งานกับงานเท่านั้น

“โธ่ เรื่องนั้นคุณตาไม่ต้องห่วงนะคะ ไอด้าชินแล้ว ไอด้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อครอบครัวของเรานะคะ” ไอรดาพูดอย่างเต็มภาคภูมิ ทุกวันนี้เธอสามารถพูดได้เต็มปากว่า ความสามารถของเธอก็ดีไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกแน่ อาจจะเก่งกว่าบางคนด้วยซ้ำไป

“แต่ตาก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี บอกตรงๆ ถ้าตาย ตาก็คงตายตาไม่หลับ” คุณตาเทพพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ ที่ไอรดาเห็นแล้วใจคอไมดี

“ถ้างั้น คุณตาอยากให้ไอด้าทำยังไงคะ คุณตาถึงจะสบายใจ” ไอรดาบอกด้วยความกตัญญู

“ก่อนตาย ตาอยากเห็นหน้าเหลน ไอด้ามีเหลนให้ตาจะได้ไหม ตาจะได้วางใจว่ากิจการที่ตาสร้างมากับมือจะมีคนมาสืบทอดและสานต่อมันได้ ตาจะได้ไปอย่างหมดห่วง” เป็นเพราะอยากเห็นหลานสาวเป็นฝั่งเป็นฝามีคนคอยดูแลกับเขาสักที อีกทั้งกิจการของตัวเองก็จะได้มีคนสืบทอด คุณตาจึงบอกหลานสาวไปแบบนี้

“ห๊า! คุณตาอยากได้เหลนเนี่ยนะ แล้วจะให้ไอด้าไปหามาจากที่ไหนล่ะคะ ของแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ ตามกระบอกไม้ไผ่สักหน่อย” ไอรดาทำหน้าเหวอ ด้วยไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ทุกวันนี้ก็มีแต่งานและครอบครัวที่ต้องดูแลจึงไม่มีเวลาสนใจเรื่องแบบนั้น

“บ๊ะ! เรานี่พูดเป็นเล่นไปได้ เด็กที่ไหนจะเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่กันเล่า คงไม่ต้องให้ตาบอกหรอกนะว่าเขาทำกันยังไงน่ะ” คุณตาเทพเอ็ดเสียงดัง

“แหะๆ ไม่ต้องหรอกค่ะ เรื่องแบบนั้นน่ะไอด้าคิดว่าไอด้าน่าจะพอทำได้ แต่ติดอยู่เรื่องเดียวนี่ล่ะค่ะ” ไอรดาบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งคุณตาเองก็กำลังตั้งใจฟัง

“หืม! เรื่องอะไรล่ะ” คุณตาเทพถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหลานสาว

“ก็เรื่องที่ไอด้าไม่รู้ว่าไอด้าจะไปทำกับใครนี่ล่ะค่ะ เรื่องใหญ่เลย” คำพูดของเธอ ทำเอาคุณตาเทพแทบสำลักน้ำลายตัวเอง “แต่คุณตาไม่ต้องห่วงนะคะ ไอด้าจะพยายามควานหาคนๆ นั้นมาให้ได้ค่ะ” แววตาเด็ดเดี่ยวและท่าทางมุ่งมั่นของเธอ ทำเอาคนแก่แทบอยากจะถอนคำพูด ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดกันแน่ที่เอาเรื่องแบบนี้มาพูดกับแม่หลานสาวสุดที่รักคนนี้ แต่เรื่องแบบนี้เห็นทีคงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามพรหมลิขิตนั่นล่ะ

“มาเรีย รามาน อิล พวกนายว่าฉันควรจะไปหาผู้ชายที่ไหนมาทำพ่อของลูกดีอ่ะ” หลังจากที่แยกกันกับคุณตาเทพ จู่ๆ ไอรดาคุณหนูผู้น่ารักของทุกคนก็โพล่งถามออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับรัสเซีย

“เอ่อ คือ เอ่อ ผมว่าคุณหนูใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด เอ่อ ค่อยๆ หากันไปจะดีกว่านะครับ” ก็เรื่องแบบนี้จะให้รีบได้ไงล่ะ ไม่ใช่ผักใช่ปลาในตลาดสักหน่อย ที่อยากกินก็ไปซื้อเอาได้ ที่คุณหนูกำลังหาน่ะ มันพ่อของลูกนะ อิล หนึ่งในบอดี้การ์ดคนสนิทอดรู้สึกกระดากแทนไม่ได้

“นายก็เห็นแล้วนี่อิล ว่าคุณตาท่านคาดหวังกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แล้วฉันก็ไม่อยากให้ท่านต้องผิดหวังด้วย แบบนี้ยังจะให้ฉันใจเย็นอยู่อีกเหรอ ฉันไม่อยากเป็นหลานอกตัญญูนะ” อิลได้ฟังถึงกับหลับตาแน่นยังจนใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะยกเหตุผลนี้ขึ้นมา

“งั้นเอาอย่างนี้สิคะ คุณหนูลองกลับไปพิจารณาพวกที่เคยมีทีท่าว่าจะมาจีบคุณหนูดูสิคะ เผื่อจะมีสักคนที่ถูกใจ” มาเรียที่เป็นทั้งเลขาและเพื่อนคนสนิทลองเสนอความคิดดูบ้าง

“ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ” ไอรดาทำท่าโอดครวญ แค่คิดว่าต้องเจอกับผู้ชายพวกนั้นอีก เธอก็ทำใจไม่ได้แล้ว “แล้วถ้าลองแล้วยังไม่มีใครผ่านเกณฑ์เลยล่ะ” เธอจำเป็นต้องถาม เพราะดูจากแนวโน้มแล้วมีความเป็นไปได้สูง

“ความจริงเรื่องนี้ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้วุ่นวายเลยนี่ครับ สิ่งที่คุณหนูอยากได้คือลูกไม่ใช่สามี ไม่จำเป็นต้องแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยาก็ได้ ที่นี้เรื่องเกณฑ์อะไรนั่นก็ตัดทิ้งไปได้เลย เหลือก็แค่รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ที่ส่งผลโดยตรงกับเด็กที่จะเกิดมาก็พอ” รามานหนึ่งในคนสนิทอีกคนที่ความคิดค่อนข้างผ่าเหล่ากว่าใครเพื่อน เสนอขึ้นบ้าง แต่ดูเหมือนความคิดนี้จะไม่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างเอาซะเลย

“รามาน!” อิล และมาเรีย อุทานเสียงดัง ที่รามานเสนอความคิดพิลึกพิลั่นให้เจ้านายออกไปแบบนั้น

“ฉันพูดอะไรผิดเหรอ” ดูเหมือนรามานจะยังไม่รู้ตัว

“เออ นั่นสิ คุณตาบอกว่าอยากได้เหลน ไม่ได้บอกว่าอยากได้พ่อของเหลนสักหน่อยนี่เนอะ” และแล้วความคิดพิลึกพิลั่นที่ว่านั่นก็ดันถูกใจคุณหนูไอรดาเข้าจนได้

“คุณหนู!” เป็นอีกครั้งที่อิล และมาเรียอุทานเสียงดังพร้อมกัน เพราะไม่เห็นด้วยเอาซะเลย แต่ดูเหมือนคนที่เห็นด้วยอย่างไอรดาจะไม่ฟังเสียงทัดทานของใครอีกแล้วในตอนนี้

“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างล่ะ ดักฉุดแบบในหนังเลยดีไหม อย่างพวกดักทุบหัว ลากเข้าห้อง จากนั้นก็จับปล้ำเลยเป็นไง ดีนะเนี่ยที่ฉันเคยดูหนังแนวนี้มาบ้าง ไม่อย่างนั้นคงมืดแปดด้านเลย” ไอรดาทำหน้าภาคภูมิใจกับความคิดของตัวเองเป็นที่สุด ตรงกันข้ามกับคนสนิททั้งสาม ที่ตอนนี้กำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับวิธีหาสามีของเธอ

“คุณหนู” ทั้งสามจึงได้แต่ครางเสียงสั่น ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหนูของพวกเขาจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้

“แล้วครั้งเดียวจะท้องไหมล่ะ แล้วถ้าไม่ท้อง ฉันไม่ต้องขังผู้ชายคนนั้นเอาไว้แต่ในห้องแบบพวกผู้ชายบำเรออะไรทำนองนั้นเลยรึไง อ๊าย! นี่มันเรื่องจำเลยรักชัดๆ เลยนี่ ละครไทยเรื่องนี้ฉันชอบสุดๆ ยิ่งตอนที่พระเอกจับนางเอกไปขังเอาไว้นะเป็นตอนที่ชอบมากๆ เลย มันเป็นอะไรที่โรแมนติกที่สุดเลยอ่ะ” ไอรดาทำท่าเคลิ้มฝัน เมื่อพูดถึงฉากสุดปลื้มฉากนั้น ทำเอาทั้งสามเห็นแล้วผวาพากันถอยหลังพร้อมกันด้วยความกลัว อ๊าก! คุณหนูเป็นพวกโรคจิตไปแล้ว พระเอกทรมานนางเอกเนี่ยนะโรแมนติก แบบนี้มันซาดิสม์ชัดๆ รามานคิดด้วยความสยอง ที่สำคัญละครเรื่องนั้นมันก็ไม่เหมือนกับเรื่องที่เธอจะทำเลยนี่ เพราะเธอเป็นผู้หญิงนะ

“เอ่อ คุณหนูครับ เดี๋ยวนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากแล้วนะครับ เราให้หมอช่วยทำกิฟท์ให้ก็ได้ เอาแค่สเปิร์มของผู้ชาย แล้วคุณหนูก็ไม่ต้องลงมือปล้ำ หรือจับผู้ชายมากักขังให้เสียเวลา มันจะเป็นการเจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไปซะเปล่าๆ” รามานเสนอความคิดอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยังไม่วายล้อเล่นอีกจนได้

“เหรอ แล้วถ้าไม่ปล้ำ ฉันจะเอาสเปิร์มมาได้ยังไงล่ะ” รามานถึงกับอึ้ง เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป ใจคอจะให้เขาอธิบายจนละเอียดเลยรึยังไง ฮือ! กูอยากตาย กูกำลังตกอยู่ในสภาวะกดดันใช่ไหม รามานถึงกับครวญในใจ

“คุณหนู เรื่องทำกิฟท์อะไรนั่น เราเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายดีไหมคะ ลองวิธีแรกกันก่อน ถ้าไม่ได้ผล เราค่อยมาคิดกันดูอีกทีว่าจะเอายังไง เชื่อมาเรียนะคะ” และแล้วมาเรียก็มาช่วยรามานเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นรามานคงต้องเส้นเลือดในสมองแตกตาย เพราะตกอยู่ในสภาวะความกดดันแน่ๆ

“ก็ได้” ทุกคนถึงกับยิ้มออก เมื่อไอรดายอมเชื่อฟังง่ายๆ แต่ “ถ้างั้นกลับไปเนี่ย ช่วยหาจำเลยรักมาให้ฉันคัดตัวโดยด่วนเลยนะ” อ๊าก! ยังไม่จบ รามานมองคนพูดตาโต

และแล้ววันแรกของการปฏิบัติการตามล่าหาจำเลยรักก็เกิดขึ้น ท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคน

“เป็นเกียรติมากเลยครับที่คุณเอลล่าชวนผมออกมาทานข้าวด้วยกันวันนี้ ผมยินดีมากสำหรับมิตรภาพในวันนี้” โยชิ นักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่มาเรียเป็นคนจัดการนัดมาให้ กำลังเป็นปลื้มที่จู่ๆ ดอกฟ้าก็โน้มกิ่งลงมาหา ซึ่งมันตรงกันข้ามกับความคิดของไอรดาโดยสิ้นเชิง แต่ฉันกำลังเสียใจย่ะที่ให้มาเรียนัดนายมา

เมื่อไอรดาคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ดี เธอจึงหันไปปรึกษากับเหล่าบรรดาคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วยภาษาไทย เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงฟังไม่ออกเป็นแน่ ส่วนพวกเขาน่ะเหรอพูดได้คล่องราวกับภาษาบ้านเกิดนั่นแหละ ก็เรียนภาษาไทยมาพอๆ กับภาษารัสเซียตั้งแต่จำความได้แล้ว เพราะพวกเขาถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย

“นี่ จะให้ฉันนั่งกินข้าวกับคุณจระเข้สำลักน้ำนี่จริงๆ น่ะเหรอ สงสารฉันเถอะ ฉันกินไม่ลงอ่ะ หน้าว่าแย่แล้ว คำพูดยังเลี่ยนอีก ไม่ไหวๆ หรือจะเรียกเจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่ามาจับไปก็ได้นะ อย่าให้ฉันต้องกลายเป็นตะเภาทองเลย” ไอรดาทำหน้าเหมือนอยากจะร้องขึ้นมาจริงๆ เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากทั้งสามคน แต่

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ผลิกา(เลอบัว)

ข้อมูลเพิ่มเติม
I'm yours ยกหัวใจให้คลั่งรักยัยเลขา

I'm yours ยกหัวใจให้คลั่งรักยัยเลขา

มหาเศรษฐี

5.0

เพราะอดีตทำให้ผูกพัน แต่ปัจจุบันทำให้รักหมดใจ พริบพราวพนักงานบัญชีตัวเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จัก ต้องจับพลัดจับผลูกลายมาเลขาท่านประธานคนใหม่ ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะโชคชะตา หรือเพราะเขาเป็นคนกำหนดมาตั้งแต่แรกกันแน่ “ทำไมคุณถึงอยากให้ฉันมาอยู่ที่นี่คะ” “มันคงถึงเวลาแล้วมั้ง เวลาที่เธอควรกลับมาที่ที่เธอควรอยู่ เวลาที่ฉันจะทวงทุกอย่างของฉันคืน” เขาว่าพลางจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอให้หันมาประจันหน้ากัน “ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี หลายครั้งที่คุณไม่ยอมตอบคำถามฉัน หลายครั้งที่คุณเอาแต่พูดจากำกวม แล้วทุกครั้งคุณก็ทำให้ฉันสงสัย สุดท้ายฉันก็ยังไม่ได้คำตอบจากคุณ เฮ้อ! ใจคอคุณจะไม่ตอบอะไรฉันเลยใช่ไหมคะ” “ตอบสิ ฉันจะตอบทุกอย่างที่เธอสงสัยและอยากรู้ แต่…หลังจากที่เธอให้ในสิ่งที่ฉันต้องการแล้วเท่านั้น” เขาบอกพลางหยักยิ้มมุมปาก “แล้วคุณต้องการอะไร” “เธอไง” เขาโน้มลงมาบอกเสียงกระเส่า ทำเอาเธอถึงกับประหม่าจนต้องกัดเม้มริมฝีปากอย่างไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้ยังไงดี โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางของตัวเองกำลังปลุกเร้าบางอย่างในตัวเขาให้กระเจิดกระเจิง “ฉันชักอยากตอบเธอตอนนี้แล้วสิ เธออยากรู้อะไรพริบพราว” ใบหน้าเขาแดงก่ำ อีกทั้งเสียงทุ้มๆ ก็ยังแหบพร่า อา…! ดูเหมือนนี่จะเป็นสัญญาณอันตรายที่เธอควรหลบเลี่ยง แต่ให้ตายเถอะ! สองขาของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อน ราวกับถูกตรึงไว้ กระทั่งใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้และสัมผัสไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ จากนั้นก็เลื่อนขึ้นมาสัมผัสดวงตาทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน แล้วเลื่อนลงมาจูบที่จมูกอย่างอ้อยอิ่ง อา…! ร่างกายเขากำลังเรียกร้องรุนแรง จนหัวใจเขาไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

บุพเพรัก กับดักมาเฟีย

บุพเพรัก กับดักมาเฟีย

มหาเศรษฐี

5.0

***“เธอรู้อะไรไหมแก้วตา ความจริงฉันหวั่นไหวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอแล้ว แต่ฉันแค่ไม่อยากยอมรับ เพราะฉันยังไม่อยากมีครอบครัว คิดดูสิว่ามาเฟียเพลย์บอยอย่างฉัน จะต้องกลายเป็นผู้ชายกลัวเมีย ไม่อะ ฉันยอมรับไม่ได้ มันเสียเชิงชาย” ***ถึงเธอจะตบตาเขาว่าเป็นผู้ชาย แต่เชื่อเถอะว่าเขาจำเธอได้ตั้งแต่วันแรกที่เธอเหยียบเข้ามาในถิ่นเขาแล้ว ในเมื่อเข้ามาแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปง่ายๆ แล้วเธอจะได้รู้ว่าเขาเจ้าเล่ห์และเผด็จการกว่าที่เธอคิด ***เพราะความจำเป็นบีบบังคับ ทำให้แก้วมุกดาจำต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อขึ้นไปทำงานบนเรือสำราญลำหรู แต่ใครจะคิดว่าโลกจะกลมทำให้เธอได้พบกับผู้ชายร้ายกาจอย่างอเล็กซิสที่นี่ ที่สำคัญเขายังเป็นเจ้านายเธอด้วย ***อเล็กซิส มอนเตอโร เพลย์บอยและมหาเศรษฐีเจ้าเสน่ห์ ข้างกายเขาที่ไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง ทำให้เขาถูกขนานนามว่า “คาสโนวาตัวพ่อ” เพราะเพียงแค่ขยิบตา ผู้หญิงมากมายก็พร้อมจะกระโดดขึ้นเตียง คงมีแต่เธอนี่แหละที่ทำให้เขาต้องใช้เล่ห์เพทุบายถึงจะได้เชยชมความสดสาวแม่คุณ ***“ไอ้หื่น ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าฉันจะเลอะเลือนถึงขั้นข่มขืนคุณได้ ไม่อย่างนั้นฉันต้องรู้สึกอะไรบ้างสิ แต่นี่ฉันไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย ไม่เชื่อก็ดูนี่สิ อุ๊ย!” เธอเคยได้ยินมาว่าผู้หญิงที่เสียความบรสุทธิ์ครั้งแรกจะต้องรู้สึกผิดปกติอะไรบางอย่าง เธอจึงลองขยับตัวเพื่อพิสูจน์ กระทั่งรู้สึกร้าวระบมไปทั้งตัว ‘อย่าบอกนะว่าเราบ๊ะจ้ำบ๊ะกับอีตาหื่นนั่นแล้วจริงๆ ไม่! ฉันเสียตัวให้เขาแล้วจริงๆ’ เหมือนเธอจะอึ้งไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนโลกกำลังหยุดหมุน เหมือนมีคนเอาค้อนหนักๆ มาทุบที่หัวเข้าอย่างจัง ที่แรกก็คิดว่าเขาอำเพราะอยากแกล้งเธอเหมือนๆ กับในละครที่พระเอกอยากแก้แค้นนางเอกเลยจัดฉากให้ดูเหมือนว่าพวกเขาได้เสียกัน แต่ให้ตายสิ! ฉากที่เธอเจอกับตัวในวันนี้มันสมจริงยิ่งกว่านั้น เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะชัดเจนในความรู้สึกเธอ ‘ฉันเสียตัว ฉันเสียตัวแล้วจริงๆ ฉันเสียตัวให้กับผู้ชายคนนี้ ไม่.....’ ***“แล้วเมียไม่สงสารผัวบ้างเหรอ จะปล่อยให้ผัวนอนตัวแข็งแบบนี้ทั้งคืนจริงๆ อะเหรอ เมียก็เห็นว่าผัวไม่ได้แข็งแค่ตัว อย่างอื่นของผัวก็แข็ง สงสารผัวเถอะ ผัวขออีกแค่ประตูเดียวเอง ผัวจ๋ารักเมียจ๋านะ ผัวอยากมีลูกกับเมียจริงๆ”ให้ตายสิ เธอจะแพ้เสียงออดอ้อนกับคำว่ารักของผู้ชายคนนี้ทุกครั้งเลยรึไง

บทเรียนลับคลับชั้นสูง

บทเรียนลับคลับชั้นสูง

มหาเศรษฐี

5.0

ว่าแล้วเธอจำต้องยอมสวมบทเป็นนางทาสแต่งตัวให้นายท่านอย่างเขาด้วยความจำใจ แต่เธอก็มีวิธีที่จะไม่ต้องเห็นภาพบาดตานั่น ด้วยการปิดตามันดื้อๆ นี่แหละ รับรองไม่เห็นชัวร์ (เอ่อ! แต่ไอ้การปิดตาแบบนี้ ถึงมันจะไม่เห็นแต่มันก็ยังสัมผัสได้นี่) ยังไม่ทันขาดคำ ขณะที่เธอกำลังคุกเข่าเพื่อสวมอันเดอร์แวร์ให้เขาพร้อมกับปิดตาไปด้วย และไอ้การที่เธอกำลังปิดตานี่แหละที่ทำให้เธอทำอะไรไม่ค่อยสะดวก พยายามคลำโน่นคลำนี่เงอะงะไปหมด แน่นอนว่ามันอันตรายต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรของเขาด้วยเช่นกัน และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา เขาจึงพยายามเหวี่ยงตัวหลบมือเรียวของเธอ ในขณะที่เธอกลับพยายามไล่ตามจับมันอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอกำลังคลำหาอะไร แล้วเธอมาไล่จับของเขาเพื่ออะไรเนี่ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก เขากับเธอยังคงเล่นไล่จับกันอย่างเสียวไส้ ด้วยการขยับเอวซ้ายขวาซ้าย เอ้าซ้ายขวาซ้าย ‘ซึ่งกูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกูต้องมายืนส่ายเอวอยู่แบบนี้ด้วย ให้ตายเถอะกูอยากถ่ายภาพนี้เก็บไว้จริงๆ เลย แม่คุณจะได้รู้ว่า ตัวเองกำลังตามล่าอะไรอยู่’ แต่เมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ เขาจึงต้องส่ายเอวต่อไป เธอขยับมาทางซ้าย เขาจึงย้ายมาทางขวา เมื่อเธอไล่ตามมา เกือบจะคว้าได้แล้วเชียว เขารีบเบี่ยงตัวหลบ กลัวจะพบกับความเสียว ขยับเอวเพียงนิดเดียว เธอกลับเลี้ยวตามมาทัน (หมับ!!!) “ฮ่าๆๆ จับได้แล้ว” เธอหัวเราะชอบใจ เมื่อในที่สุดเธอก็คว้าหมับเข้ากับอะไรบางอย่างได้สำเร็จ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เมื่อไม่รู้ก็ต้องดูให้เห็นกับตา “กรี๊ด...! ลามกจกเปรต ทุเรศที่สุด เอามันออกไป เอาออกไปเดี๋ยวนี้นะ” เธอโวยลั่นกับบางอย่างที่อยู่ในมือ แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ มือเธอที่กำลังขยับส่ายไปส่ายมาราวกับจับปลาชะโดตัวโต ทำเอาคนถูกจับถึงกับต้องรีบขยับตามแทบไม่ทัน ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดติดมือเธอไป ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจว่าแม่คุณจะส่ายไปส่ายมาเพื่ออะไร ‘ไม่ใช่ปลาช่อนนะเว้ยเฮ้ย! แล้วมันก็ดิ้นไม่ได้ เอ๊ะ! หรือว่าได้วะ’ “นี่! แม่คุณ ช่วยตั้งสติแล้วก้มมองหน่อยเถอะ ว่าไอ้ที่อยู่ในมือคุณน่ะ ผมไปบังคับให้คุณจับมันรึเปล่า อูว! ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดขยับตั้งแต่ตอนนี้ล่ะก็ เกิดปลาที่อยู่ในมือคุณมันพ่นน้ำออกมาอย่าหาว่าผมไม่เตือน” คำเตือนของเขาทำเอาเธอถึงกับรีบปล่อยมือทันที อีโรติก

ลิขิตรักใต้ผืนทราย

ลิขิตรักใต้ผืนทราย

สมัยใหม่

4.7

ความวุ่นวายบังเกิดเมื่อเธอดันมีตาวิเศษ และเขาก็ดันมีหูทิพย์ คนนึงมองผ่านทะลุเสื้อผ้าไปเจอซิกแพ็ก ส่วนอีกคนก็ดันได้ยินความคิดหื่นๆ ชีคอัฟฟาน อับดุล ฮาหมัด คาริฟา เจ้าชายมาดนิ่ง นิ่งซะจนไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย ยกเว้นเธอ ไม่ยุ่งก็บ้าแล้ว ก็แหมทั้งหล่อล่ำกล้ามแน่นขนาดนั้น ใครจะไปอดใจไหว ถึงจะเป็นของหวงห้าม แต่ถ้าลวนลามทางความคิดก็คงไม่มีใครว่า พรสวรรค์ สาวแว่นสุดเนิร์ดที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ จริงๆ ก็ไม่ได้เนิร์ดหรอก แว่นที่ใส่ก็ใส่ไว้แค่พรางตาเฉยๆ ขืนไม่ใส่คงได้เป็นตากุ้งยิงทั้งปีทั้งชาติแน่ ไม่รู้ว่านี่เรียกว่าพรสวรรค์หรือฟ้ากลั่นแกล้งกันแน่ที่ประทานดวงตาที่สามารถมองผ่านทะลุเสื้อผ้าได้ นี่ถ้าไม่มีแว่นหนาๆ มาพลางไว้ล่ะก็ทั้งเมาคลีทั้งชีเปลือยนี่เดินกันให้ว่อน เห็นของผู้หญิงก็ดีหน่อย แต่เห็นของผู้ชายก็ดีกว่า เอ้อ! ไม่ใช่ๆ อืม! ใช่ก็ได้ เฮ้อ! ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าเธอเนิร์ดหรือไม่เนิร์ด “นี่ก็เหมือนจริง” ไม่พูดเปล่า แต่แม่คุณยังพิสูจน์ด้วยการจับหมับลงไป ยังผลให้เจ้าของกล้ามสะดุ้ง ก่อนจะต้องกัดกรามกรอด เมื่อมือนั้นเริ่มขยับลูบไล้ไปมา “นี่ก็เหมือนจริง” เสียงเธอสูงขึ้นด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่มือเรียวกลับเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามตามอย่างบุรุษเพศผู้ดูแลตัวเอง ก่อนจะบีบขยำมันด้วยความกระหายใคร่รู้ ในตอนนั้นเองที่ทำให้เธอเหมือนจะมีสติรู้ตัวขึ้นมา “บ้าบอ! เธอเป็นผู้หญิงนะพรสวรรค์ ไปลวนลามบีบขยำร่างกายผู้ชายเหมือนผู้หญิงหิวโซแบบนั้นได้ยังไง มันไม่งาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวรีบชักมือกลับราวกับต้องของร้อน “หืม! แต่นี่มันในความฝัน ฝันของฉัน...ฉันจะทำอะไรยังไงก็ได้ จะจับจะลูบยังไงก็ได้ จะขยำขยี้ยังไงก็ย่อมได้” หมับ! อีกครั้งที่กล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องของเขาถูกคุกคามด้วยมือของผู้หญิงหิวโซ เฮ้อ! กุลสตรีสามสิบวิจริงๆ ‘ให้ตายเถอะ! ยัยหื่นนี่ หื่นกว่าที่คิดซะอีก’ เขาคิดพลางครางฮือ เมื่อมือนั้นสร้างความปั่นป่วนให้เขามากขึ้นทุกที มากจนต้องสูดปากบรรเทาความเสียดเสียวที่กำลังหมุนเกลียวในช่องท้อง และบางครั้งก็ต้องกัดฟันสะกดกลั้นความหื่นกระหายภายในที่ใกล้จะปะทุออกมาเต็มที “หึๆ ก็แค่ความฝัน ไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเราสักหน่อย เพราะฉะนั้นเราจะย่ำยีผู้ชายคนนี้ยังไงก็ได้ ความฝันของเรา เราจะหื่นยังไงก็ได้” เธอย้ำอีกครั้ง พลางกดมือลงไปที่ขอบกางเกงของอีกฝ่ายอย่างย่ามใจ ครั้นพอจะเคลื่อนต่ำลงไปกว่านั้น ก็มีมือหนึ่งตะปบลงมาซะก่อน ยังผลให้คนทั้งคู่หันมาสบตากัน และดูเหมือนว่าคนที่ตกใจมากกว่าคือเธอ พรสวรรค์ทำหน้าเหลอหลาระคนตกใจ ทันใดนั้นเองเธอก็อุทานขึ้นมา

จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ

จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ

สมัยใหม่

5.0

ก็ในเมื่อเขาทั้งหล่อ ล่ำ อบอุ่น ใจดี แล้วยังมีนิสัยรวยอีกต่างหาก แล้วเรื่องอะไรเธอต้องปล่อยเขาไปด้วยล่ะ "คุณจะต้องเป็นของฉันคุณเจตต์" ทันทีที่มีนาหรือมัดหมี่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้เจตต์ หนุ่มหล่อสุดฮอตที่เปรียบเสมือนเกราะนิรภัยของเธอถูกสุนัขคาบไปรับประทาน ปฏิบัติการอ่อยจึงเริ่มขึ้น “แต่งงานกันไหม” จู่ๆ มีนาก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ถ้าไม่สบายก็กลับไปนอน ฉันจะทำงาน ไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กแก่แดดอย่างเธอ” “นี่…ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ เรียนจบ มีงานทำ แล้วฉันก็อยากแต่งงานจริงๆ ไม่ได้คิดเล่นๆ อย่างที่คุณว่าด้วย” “รู้ใช่ไหมว่ากิจกรรมระหว่างผัวเมีย มันมากกว่าแค่นอนมองตากันเฉยๆ ดีไม่ดีบางคืนอาจจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำ แล้วเด็กที่ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำอย่างเธอจะไหวเหรอ” “คำก็เด็กสองคำก็เด็ก ก็บอกแล้วไงว่าไม่เด็ก ถึงฉันจะไม่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าหรือผ่านโลกมาโชกโชนอย่างคุณ แต่ฉันก็ไม่ใช่กบที่หลบอยู่ในกะลา ถึงจะไม่รู้ว่ากิจกรรมอย่างว่าระหว่างผัวเมีย มันคืออะไร” “ไม่แต่ง จะไปไหนก็ไปไป ฉันจะทำงาน” เขาโบกมือไล่อีกครั้ง “ถ้าพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” “ตัวเท่าลูกหมาอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้” “ถึงฉันจะทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ฉัน…ก็อ่อยคุณได้แล้วกัน” “ไซส์อย่างกับหมากระเป๋า หุ่นก็เท่ากับเด็กอนุบาล อย่าว่าแต่จะอ่อยจะยั่ว ให้แก้ผ้าตรงหน้า ฉันยังคิดหนักเลย อย่างเธอน่ะถ้าจะยั่ว อย่างมากก็ทำได้แค่ยั่วโมโหเท่านั้นแหละ” “ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง งั้นก็อย่ามาร้องโอดครวญทีหลังแล้วกัน เพราะฉันเอาจริง จากนี้ไปฉันจะทั้งยั่วทั้งอ่อยให้คุณกระอัก จนคุณต้องรักฉันหัวปักหัวปำ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย ยังไงชาตินี้คุณก็ต้องเป็นผัว เอ๊ย! เป็นของฉัน คอยดู”

ยั่วรักมาเฟีย

ยั่วรักมาเฟีย

สมัยใหม่

4.5

“อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดเรื่องลามกอยู่ เธอนี่มันหื่นตัวแม่จริงๆ เดี๋ยวก็อ่อย เดี๋ยวก็ยั่ว ใจคอจะปล้ำฉันให้ได้เลยใช่ไหม” เขาว่าพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปลอบยิ้มอีกทาง แม้ว่าลึกๆ ในใจ ‘สุดที่รัก’ จะอยากเป็นเจ้าสาวของ ‘เลโอนาร์ด แบร์นาร์ด’ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งสเปนมากเพียงใด แต่เพราะมาดขรึมๆ กับหน้านิ่งๆ ของเขา มันเลยทำให้เธออยากรู้จริงๆ ว่าการหมั้นครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจของเขารึเปล่า ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน และเธอก็ไม่ได้ไร้เสน่ห์จนเกินเยียวยา เธอจึงต้องยั่ว ยั่วให้เขารู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีดีแค่ยั่วโมโห ถึงจะเป็นการยั่วระดับอนุบาลก็เถอะ แต่เชื่อเถอะว่าเธอจะทำให้เขาหวั่นไหวได้…มั้ง “หยุด ไม่ต้อง ฉันถอดเองได้” สุดที่รักบอกพลางรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองเร็วๆ ด้วยกลัวว่าเขาจะฉีกมันอีก “ทำอะไร” เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ก็มันเสียดาย คุณถอดเองทีไรมันกลายเป็นเศษผ้าทุกที เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ห้ามคุณถอดเสื้อผ้าฉันอีกเป็นอันขาด” สีหน้าจริงจังของเธอ ทำเอาเลโอนาร์ดถึงกับหลุดขำออกมา “เธอจะเป็นคนถอดเองทุกครั้งที่ฉันต้องการงั้นสิ” “อืม! เฮ้ย! ไม่ใช่ ถอดทุกครั้งที่คุณต้องการ ฉันก็แย่น่ะสิ” เธอรีบแก้ต่างเมื่อเผลอรับคำเขาไป “แล้วจะเอายังไง” “โอ๊ย! คนบ้านี่ฉันเจ็บนะ ก็ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รัก ไม่หึง ไม่หวง แล้วคุณจะมาสนใจอีกทำไมว่าฉันจะคบจะคุยกับใคร นอกเสียจากว่าทั้งหมดที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ คุณจะยอมรับว่าคุณรักฉัน ไม่งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ว่าฉันจะคุยกับใคร” “อืม!” เฮ้อ! จะฟังคำว่ารักจากผู้ชายคนนี้มันช่างยากซะจริง

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

คนเราบางครั้งก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าตายแล้วไปไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะไม่มีใครสามารถมาตอบได้ว่าตายไปแล้วไปไหน หากจะรอคำตอบจากคนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาให้คำตอบที่กระจ่างชัด ชลดา หญิงสาวที่เลยวัยสาวมามากแล้วทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งตอนนี้เป็นเวลาพักเบรค ชลดาและเพื่อนๆก็มานั่งเมาท์มอยซอยเก้าที่โรงอาหารอันเป็นที่ประจำสำหรับพนักงานพักผ่อน เพื่อนของชลดาที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า "นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋ "ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร "แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ "จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ" "อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง" "อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า "ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นที่คุยกันที่โรงอาหารจะเป็นการคุยเล่นกันวันสุดท้ายของชลดา เพราะหลังจากเลิกงานกลับมาชลดาก็เสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับหอพักด้วยสาเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและมีการยิงกันเกิดขึ้นและชลดาคือผู้โชคร้ายที่ผ่านทางมาพอดี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนๆ เอ๋ได้แต่หวังว่า ชลดาคงไม่มาบอกกับเธอจริงๆหรอกใช่ไหมว่าตายแล้วไปไหน

นางบำเรอกับจอมบงการ

นางบำเรอกับจอมบงการ

B.J.BEN
4.7

ธัญญ์... ชายหนุ่มที่เจ็บช้ำกับความรักเมื่อครั้งอดีต วิธาดา... หญิงสาวร้ายกาจที่แอบรักเขาหมดหัวใจ หญิงสาวมองสบตากับเขาในระยะกระชั้นชิด หัวใจบอบบางเรียกร้องให้เธอเปิดเผยความจริงในส่วนลึกของจิตใจ “ฉันรักนายนะธัญญ์ รักนายมานานแล้ว” หล่อนคิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเขาจะต้องทำหน้าตกใจ แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่เธอรู้สึกเจ็บปวด มีผู้ชายหลายคนอยากสานสัมพันธ์กับเธอ แต่เธอก็สลัดทิ้ง แต่เขา... คนที่เธอแอบรัก เขากลับมีใจให้น้องสาวของเธอ เขากลับไม่ต้องการความรักของเธอ เขากลับตกใจและมองเธอเหมือนตัวประหลาด “เธอพูดอะไรของเธอ” ธัญญ์ทั้งมึนงง ทั้งตกใจในคำพูดของหญิงสาว “พูดความจริง นายคงไม่เคยรู้มาก่อน นายเป็นผู้ชายคนแรกของฉัน คืนนั้น...” เธอพูดอย่างหมดเปลือก เขาจะดูถูกยังไงก็ช่าง แต่เธอเป็นคนพูดตรงๆ เธออยากให้เขารับรู้และเข้าใจ “แต่ฉันไม่ได้รักเธอ ไม่แม้แต่จะคิด”

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

Frannie Bettuzzi
5.0

คุณท่านเสียว คุณชายยอดเยี่ยมที่โด่งดังในเมือง B ได้แต่งงาน แต่มีข่าวลือว่าเจ้าสาวมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดและมีฐานะต่ำต้อย สามปีมานี้ เขาปฏิบัติกับเธออย่างเย็นชาและทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เจียงซิงซิงอดทนกับความเย็นชาอย่างเงียบ ๆ เธอยังคงรักเขาอย่างสุดหัวใจ เสียสละความนับถือตนเองและยอมละทิ้งตัวตนของเธอเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง สุดที่รักของเขากลับประเทศ เขได้สารภาพว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อช่วยชีวิตคนรักในใจของเขาเท่านั้น เจียงซิงซิงเสียใจและผิดหวังมาก เธอจึงเซ็นเอกสารหย่าและจากไปด้วยความเศร้าใจ สามปีต่อมา เจียงซิงซิงผู้สวยงามจนน่าทึ่งกลับมาอีกครั้ง ได้กลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่ดีที่สุดและเป็นยอดฝีมือด้านเปียโน อดีตสามีรู้สึกเสียใจ และกอดเธอแน่นท่ามกลางสายฝน เสียงของเขาสั่นเครือ "ที่รัก คุณเป็นของผม..."

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ