สวมรอยพลอยโจนรัก

สวมรอยพลอยโจนรัก

ศิรารัย

5.0
ความคิดเห็น
79.2K
ชม
62
บท

การปลอมตัวเป็นญาติผู้พี่ ทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจน รับงานกับเงื่อนไขพิเศษที่ไม่รู้มาก่อน ความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเร่งด่วน เธอจึงไม่ปฏิเสธและขอเพิ่ม จากความสาวบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ความเผอเรอทำให้เธอตั้งครรภ์ ที่มารู้ภายหลังการถูกจ้างออกจากงาน โดยหญิงสาวที่แต่งงานเป็นภรรยาเขา เธอตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่เขากลับตามมาจะพาเธอกลับไป เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนมีภรรยาแล้ว จึงขู่จะฟ้องร้องโดยไม่รู้ว่าเขาเป็นอิสระ จากพันธะการแต่งงานครั้งนั้นแล้ว

บทที่ 1 ได้งานทำ

“เฮ้ย!เอม แกจะลาออกจริงๆหรือ”

“แกจะลาออกทำไม”

“แกจะไปทำงานอะไร”

เพื่อนสนิทของเอมอุมาทั้งสามคนที่เติบโตมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้นจนกระทั่งเรียนจบวิทยาลัยเลขานุการกระทั่งจะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ต่างอยากได้คำตอบจากเพื่อนสาว แม้จะรู้ว่าเอมอุมามีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเป็นค่ารักษาญาติผู้พี่ที่ประสบอุบัติเหตุ แต่คาดไม่ถึงว่าเพื่อนจะตัดสินใจหยุดเรียนกลางคันอย่างนี้

“พี่อรต้องนอนโรงพยาบาลอีกนานหลายเดือน ค่าใช้จ่ายก็เยอะแยะ แค่ผ่าตัดครั้งแรกฉันแทบจะหมดตัวเลยนะ ที่สำคัญต้องหาเงินมารักษาพี่อรให้หาย และงานที่ฉันทำก็เป็นเหตุผลให้ฉันต้องออกจากการเรียน”

“งานอะไรที่แกจะเรียนหนังสือไปด้วยไม่ได้” มัทนายังงงจัดกับการตัดสินใจของเพื่อน

“นั่นสิ มาทำงานขายออนไลน์กับพวกเราไหมล่ะ” เขมนิจกับมาริสาทำงานขายของออนไลน์ประเภทเครื่องสำอางหลากหลายชนิด รายได้เดือนละหมื่นสองหมื่นพอช่วยลดภาระทางบ้าน

“ฉันต้องใช้เงินเป็นแสนเป็นล้านนะแก” เอมอุมาจาระไนเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้เพื่อนๆฟัง ทุกคนฟังแล้วก็ถอนใจเฮือก เพราะมองไม่เห็นทางจะช่วยเหลือ

“แล้วแกจะทำยังไง งานที่ทำได้ตามวุฒิการศึกษาเลขานุการระดับต้นที่แกมีก็น่าจะได้เดือนละหมื่นสองหมื่นได้กระมัง” มัทนานึกไม่ออกว่าจะหาเงินได้มากกว่าวุฒิที่มีได้อย่างไร

“นังเอมมันสวยนะ สวยมากด้วย ไปแคสติ้งเป็นนางแบบนักแสดงดีไหม” มาริสาเสนอ เพราะมีเพื่อนๆที่สวยน้อยกว่าเอมอุมายังสามารถเป็นดารานางแบบได้

“ไม่ใช่ว่าแคสติ้งวันนี้แล้วจะได้งานทันทีเมื่อไรล่ะ ที่รู้ๆต้องผ่านด่านค่ายโฆษณาค่ายผู้จัดละครกับช่องทีวีต่างๆอีกคงเป็นปีกระมัง” เขมนิจพอจะรู้ว่าการเข้าวงการบันเทิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

“ฉันเจออีเมล์พี่อรสมัครงานไว้ เขาให้เงินดี” เอมอุมาบอกเพื่อนๆ

“จริงเหรอ/เงินดีขนาดไหน/ที่ไหน” เพื่อนทั้งสามถามขึ้นพร้อมกัน

“นายจ้างทำงานอยู่กับบ้าน” เอมอุมาบอกเพื่อนๆก่อนเดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นมาส่งให้คนละขวดและขนมขบเคี้ยวที่เพื่อนๆชอบอีกสามสี่ถุงมาวางให้เลือกกินได้ตามใจชอบ

“เงินเดือนระดับพี่ออนก็ไม่น่าจะเกินสามสี่หมื่น แต่แกวุฒิไม่ถึงปริญญากับไม่มีประสบการณ์เขาจะให้เท่าพี่อรหรือ” มัทนาตั้งข้อสังเกตแล้วคว้าขนมที่ชอบมาเปิดกินตามเพื่อนอีกสองคน

“ทำงานเลขานุการกับแปลงานเขาให้เดือนละห้าถึงหกหมื่นบาท แต่...”

“แต่อะไร...” เพื่อนๆถามเป็นเสียงเดียวกัน

“เอ้อ...ไม่มีอะไร ถ้าเขารับฉันเข้าทำงานในนามพี่อรฉันจะขอเขาเพิ่มเป็นแปดหมื่นหรือหนึ่งแสน” คำพูดของเอมอุมาสร้างความประหลาดใจให้เพื่อนๆเกิดอาการปากอ้าตาค้าง

“เฮ้ย...หุบปาก เดี๋ยวยุงก็บินเข้าไปวางไข่หรอก” มาริสาตบปากเขมนิจที่อ้ากว้างกว่าใคร

“เขามีแต่แมลงวันบินย่ะ ยุงกับแมลงที่ไหนจะบินมาในนี้ บ้านติดมุ้งรวดยะ” เขมนิจค้อนใส่เพื่อน

“อาจจะหลงเข้ามาก็ได้” มาริสาไม่ยอมแพ้

“ถ้าแกสองคนจะคุยเรื่องยุงกับแมลงวันก็เชิญข้างนอก มีเยอะ” มัทนาตัดบทแล้วหันมาถามเอมอุมาต่อ

“ตัวเลขที่แกพูดนั่นมันเยอะนะ จะไปทำอะไรให้เขาถึงจะคุ้มเงินค่าจ้างแบบนั้น”

“นังเอมมันมีความสามารถด้านภาษามากกว่าพวกเรา งานแปลภาษานี่จุดขายได้ของมันเลยละ” เขมนิจที่อ่อนภาษามากกว่าเพื่อนๆเชื่อว่า ภาษาอังกฤษ ภาษา ภาษาจีน อิตาเลียน อาหรับ ที่เอมอุมาเลือกเรียนและเรียนได้คะแนะเป็นที่หนึ่งจะเป็นใบเบิกทางให้เพื่อนสาวได้งานและเงินเดือนตามที่ต้องการ

“เออ...ใช่...นังเอมมันเก่งภาษามากกว่าใคร ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันขยันเรียนภาษาตั้งมากมายไว้เพื่ออะไร งานดี เงินเดือนดี ก็น่าจะได้จากเรื่องเก่งภาษาของมันนี่แหละ” มาริสาสนับสนุน

“เฮ้ย...” มันทนานึกขึ้นได้ “แต่แกสมัครในนามพี่อร แล้วใบรับรองการเรียนการทำงานหรือภาษาต่างๆทำไงล่ะ หรือจะปลอมเอกสาร” มองหน้าเพื่อนสาว

“ไม่หรอก พี่อรเรียนภาษาอังกฤษกับภาษาจีนอย่างที่พวกเราเรียนอยู่แล้ว วันสัมภาษณ์งานฉันจะบอกเขาว่าเรียนภาษาเพิ่มมาอีกเท่านั้น” เอมอุมาเตรียมเรื่องเอกสารใบรับรองการเรียนภาษาเพิ่มเอาไว้แล้ว โดยเปลี่ยนจากชื่อตัวเองเป็นชื่อพินทุอรที่อาจจะเข้าข่ายการปลอมแปลงเอกสาร แต่งานนี้เป็นงานพิเศษที่เจ้าของงานแจ้งว่า...ต้องการการปฏิบัติได้จริงมากกว่าเอกสาร...เอมอุมาจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

“แต่ฉันยังสงสัยว่าแกจะทำอย่างไรให้เขาเชื่อว่า...แกเป็นพี่อร รูปร่างหน้าตาก็ต่างกันเยอะ” มาริสาสงสัย

“ฉันติดรูปตัวเองไปแทน” เอมอุมาบอกสิ่งที่ทำ

“หน้าอ่อนๆใสๆอย่างแกเนี่ยนะ เขาจะเชื่อหรือว่าแกอายุยี่สิบสี่ยี่สิบห้า เป็นฉันไม่เชื่อหรอก” มาริสาส่ายหน้ายืนยันคำพูด

“ฉันแต่งหน้าให้ดูมีอายุมากขึ้น” เอมอุมาสารภาพ

“เออ...ก็มันเพิ่งเรียนจบคลาสการแต่งหน้ามาก่อนพี่อรประสบอุบัติเดือนหนึ่งไง ทำไมจะทำไม่ได้ เสียดายที่ยังไม่ได้...แต่งหน้าเจ้าสาว...งานพิเศษที่มันวาดฝันไว้ ฉันยังจองคิวมันไว้เลยนะ” เขมนิจที่รู้ข่าวว่าเพื่อนสาวไปเรียนแต่งหน้าเจ้าสาวบอกจองไว้ตั้งแต่เอมอุมายังเรียนไม่จบคลาสเสียด้วยซ้ำ

“แกจองยังไง เจ้าบ่าวก็ยังหาไม่ได้” มาริสาว่า

“ฉันก็ให้นังเอมล็อกวันจากวันที่ฉันประกาศแต่งงานไว้ไงล่ะ ไม่เห็นจะยาก” เขมนิจหัวเราะชอบใจที่มาริสากับมัทนาส่งค้อนมาให้วงใหญ่

“เข้าใจละ แกจะใช้วิชาแต่งหน้าอำพรางตัว แต่แกทำงานอยู่กับเขาทุกวัน สักวันตัวจริงของแกก็ต้องโผล่ออกมา ถ้าเขาจับได้ว่าแกไม่ใช่พี่อร จะเป็นยังไง” มัทนาเริ่มไม่สบายใจ

“ฉันตั้งใจจะทำงานกับเขาแค่ช่วงเวลาที่พี่อรนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้นแหละ ไม่น่าจะเกินสามเดือน” เอมอุมาคำนวณเวลาไว้แล้ว

“เออๆ...ถ้าแกไม่ได้งานนี้ ฉันจะบอกพ่อให้ คนเก่งอย่างแกสตาร์ทเงินเดือนสองหมื่นตำแหน่งผู้ช่วยเลขาประธานบริษัทก็คงได้สบายๆ” มัทนาเสนองานที่บริษัทบิดาให้เอมอุมาไว้ก่อน

“ขอบใจ ฉันส่งงานแปลไปให้เขาดูแล้ว อีกไม่กี่วันก็ คงจะได้คำตอบ”

“ขอให้แกได้งานนี้นะ” เขมนิจอวยพร ตรงเข้ากอดเพื่อนรักที่เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี

“แกต้องโทรบอกพวกเราด้วยนะ” มาริสาเข้ากอดเพื่อนอีกคน และตามด้วยมัทนาก่อนจะลาจากแยกย้ายกันกลับบ้าน

“ฉันไปนะ ดูแลตัวเองด้วย หลังเลิกเรียนพวกเราจะแวะมาหาแกอีก”

“ขอบใจจ้ะ” เอมอุมาออกมาส่งเพื่อนถึงประตูรั้ว

หลังจากนั้นเอมอุมาได้พบเพื่อนทั้งสามอีกไม่กี่ครั้งก็ต้องจัดกระเป๋าเดินทางไปบ้านผู้ว่าจ้างโดยไม่ได้บอกเพื่อนทั้งสาม ตั้งใจว่าจะไลน์หรือโทรบอกเพื่อนทุกคนทีหลังว่า...ได้งานทำแล้ว...แต่คงไม่มีรายละเอียดของการทำงานบอกเล่าให้เพื่อนๆฟัง เนื่องจากงานที่เธอจะทำมีบางสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยแก่บุคคลที่สาม และเพื่อนๆทุกคนต้องคัดค้านในสิ่งที่ตนตัดสินใจ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ศิรารัย

ข้อมูลเพิ่มเติม
เล่ห์รักในรอยทราย

เล่ห์รักในรอยทราย

โรแมนติก

5.0

เธอเดินทางกลับจากเยี่ยมน้องชายกระทันหันจากการถูกเรียกตัวมาเข้าร่วมสัมมนาที่วิชาการพิเศษจากต่างประเทศมาให้ความรู้ แต่เข้านอนยังไม่ทันหลับดีก็มีวัตถุหนักอืึ้งล้มทับลงกลางตัว และจากที่นอนปิดไฟมืดเธอต้องตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่ามีผู้บุกรุกและคว้าปืนขึ้นมาป้องกันตัว แต่กลายกลับว่า...บุรุษผู้นั้นเป็นแขกพิเศษของโรงแรม...และจากวันนี้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง **************************************** เขาคือผู้บุกรุก ที่เธอคิดว่าเป็นโจรย่ามใจเข้ามาปล้นสวาท เธอคือสาวงาม ที่เขาคิดว่าเป็นของแถมเข้ามานอนรออยู่ในห้อง เขาคือจอมโอหัง ที่บังอาจกอดจูบเธอโดยไม่ไถ่ถามความสมัครใจ เธอคือสาวสวย ที่สามารถปลุกความรู้สึกด้านชาของหัวใจให้เต้นระทึก เขาวางแผน พาเธอมายังบ้านเมืองเพื่อพิสูจน์รักแท้ในหัวใจ เธอถูกลักพาตัว เพื่อฆ่าทิ้งกลางทะเลทราย มาลุ้นกันว่า...เจ้าชายคริสตินกับมินทราภา จะผ่านพ้นภัยร้ายน่าระทึกใจได้ครองรักกันหรือไม่... **************************

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

โรแมนติก

5.0

นิยายแนวทะเลทรายเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เชิญชวนให้อ่าน เพราะเป็นนิยายที่มีหลากหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวกัน นักเขียนได้พาผู้อ่านไปสัมผัสกับชีวิตนางเอกที่ต้องเผชิญภัยจากผู้ปองร้ายโดยมีพระสวามีคอยปกป้องด้วยความรักห่วงใยต่างจากนิยายแนวทะเลทรายอื่นๆที่ให้ความสุขใจกับผู้อ่านอีกรูปแบบหนึ่ง *****...มกุฎราชกุมารีพระธิดาสุลต่านองค์ประมุขแห่งสหราชอาณาจักรต้องเข้าพิธีอภิเษกโดยไม่รู้ตัวและเดินทางสู่พระราชวังของพระสวามีเพื่อลี้ภัยจากผู้ปองร้าย แต่กลับต้องมาเจอศึกรักจากความริษยาของเหล่านางห้ามในพระราชวังและแผนร้ายของพระญาติฝ่ายพระสวามีกับผู้ปองร้ายหมายชิงบัลลังก์ร่วมมือกันวางแผนปลิดชีวิต...ชีวิตรักของพระ-นางคู่นี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามด้วยกัน ...**** **********************

กลร้ายทรายเสน่หา

กลร้ายทรายเสน่หา

โรแมนติก

5.0

นิยายแนว...ทะเลทรายสวีต...ที่ยิ่งอ่านยิ่งสนุกของนักเขียนเล่มนี้ ได้พานางเอกไปผจญภัยร้ายท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุจากโจรทะเลทรายตัวปลอมและโจรทะเลทรายตัวจริงที่กักขฬะด้วยการเอาคืนของพระเอกที่ถูกนางเอกใส่ร้ายให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้รู้ความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำด้วยความเข้าใจผิด แต่การเดินทางที่ใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกของทั้งสองเปลี่ยนจากคู่กัดเป็นคู่ที่ถูกตาต้องใจกัน เกล็ดทรายอันร้อนระอุจากแสงแดดแผดเผาจึงกลายเป็นเกล็ดน้ำตาล ...***...“นายก็พูดได้สิ ลองมาเป็นฉันดูบ้าง จะได้รู้ว่าต้องกระตือรือร้นไปทำไม" เธอย้อนอย่างโมโห “เลิกอยากรู้อยากเห็นเสียที แล้วฟังฉัน ระหว่างพักอยู่ที่นี่ทุกคนต้องมีหน้าที่ หล่อนก็ต้องทำงานเหมือนกัน" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติที่เธอไม่ค่อยจะได้ยินนัก “นี่นายโจร ฉันไม่ใช่ลูกน้องหรือคนรับใช้ของนายนะ นายเป็นคนจับตัวฉันมา ก็ต้องเลี้ยงดูให้ฉันอยู่สุขสบาย จะมาใช้งานกินแรงกันไม่ได้นะ" เธอโวยลั่น “ฉันไม่สน ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องกิน อาหารมีไว้ให้คนที่ต้องออกแรงทำงานเท่านั้น" เขาข่มขวัญ คงคิดว่าเธอกลัวอดตายแล้วจะยอมทำตามทุกอย่างละสิ...ฝันไปเถอะ...เธอเชิดหน้าใส่ “แต่ไม่ใช่ฉัน ดูปากฉันนะ..." เธอชี้ที่ปากตัวเองอย่างที่น้องณัชชาลูกสาวพี่บ๊อบชอบทำ “ฉัน...ไม่...ทำงาน...อะไร...ทั้งนั้น..." เธอเน้นทุกถ้อยคำให้เขาฟังก่อนจะหันหลังเดินจากมาพร้อมไฟโกรธลุกท่วมตัว ...ตาบ๊องเอ๊ย...จิตสำนึกเข่นเขี้ยวเหมือนอยากจะเคี้ยวเขาให้แหลกคาปาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายร้องตามเขามาถึงจะต้องยอมทำทุกอย่างที่เขา...สั่ง...สั่ง...สั่ง... โดยเฉพาะการทำงานแลกข้าวน้ำประทังชีวิต...เขาสิต้องรับผิดชอบหาข้าวหาปลามาเลี้ยงดูให้อิ่มหนำสำราญ หากเขาต้องการใช้ประโยชน์จาก ตัวเธอ... “งานแรก..." เขาพูดต่ออย่างไม่สนใจ “หล่อนต้องซักเสื้อผ้าให้ฉัน งานอย่างที่สอง-ต้องทำความสะอาดกระโจมที่เราพักด้วยกันทุกเช้ากลางวันเย็น เก็บที่นอน ปูที่นอน กวาดพื้น ถูพื้น และปัดฝุ่นทำความสะอาดตากเครื่องนอนทุกชิ้นทุกวัน อย่างที่ สาม-ต้องนำอาหารมาเสิร์ฟให้ฉันทุกมื้อ เสร็จงานแล้วหล่อนจึงจะได้อาหารกิน ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้กิน เข้าใจไหม” มิลินยืนอ้าปากค้าง อยากจะกรี๊ดให้ลั่น เขามันจอมบงการสิ้นดี แล้วถือดีอย่างไรมาใช้งานเธอเยี่ยงนางทาสีประจำตัวแบบนี้ เธอยืนกำหมัดแน่น อยากจะแล่นเข้าข่วนหน้ารกเคราของเขาให้สาสมกับความโกรธที่ถูกโยนตำแหน่งทาสรับใช้ใส่แล้วเดินหนีไปซึ่งๆหน้า ...ตาบ้า...ตาบ๊อง...ตาบื้อ...ตา...ขี้เก๊ก...เธอก่นว่าเป็นชุด สุดจะทนพฤติการณ์แบบเจ้าใหญ่นายโต...สั่ง...สั่ง...สั่ง...โดยไม่ฟังเสียงใคร คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่มาจากไหนกัน...ฮึ...***... **************************************************** นิยายเรื่องนี้เป็นความคิดสร้างสรรค์ของนักเขียนอย่างแท้จริง สงวนลิขสิทธิ์โดย : ศิรารัย-ศิรารัยนิยายรัก ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์คอมพิวเตอร์และสิ่งพิมพ์ ห้ามลอกเลียนทุกส่วนของหนังสือเล่มนี้ ห้ามเผยแพร่-จำหน่าย-ดัดแปลง-ทำซ้ำ-จัดพิมพ์ หรือห้ามกระทำการใดๆทุกประการกับนิยายเรื่องนี้ ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน **************************************************

เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ

เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ

โรแมนติก

5.0

นิยายเรื่องนี้เป็นงานเขียนล่าสุดของศิรารัยที่สร้างเรื่องราวความรักจากปัจจุบันสู่อดีตและกลับมาจบสมบูรณ์ในยุคปัจจุบันที่อยากให้ผู้อ่านได้เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยอ่านนิยายไทย-ไทย ไทย-อาหรับ ไทย-จีน มาเป็นนิยายไทย-อินเดียดูบ้าง โดยสร้างคู่พระนางให้นางเอกเดินทางไปประเทศอินเดียและได้ไปพบพระเอกในอดีตเพื่อช่วยเหลือให้ได้ขึ้นครองราชย์ แต่ความรักของคนในโลกอดีตกับคนในโลกปัจจุบันจะสมหวังได้ก็เกินความเป็นจริงจึงต้องทำให้นางเอกมาสมหวังในความรักกับพระเอกในโลกปัจจุบันที่สืบเชื้อสายมาจากเขาผู้นั้น และนักเขียนเชื่อว่า...ถ้าเพื่อนนักอ่านเปิดใจอ่านนิยายเรื่องนี้ จะได้รับทั้งความสนุกสนานและความซาบซึ้งใจในความรักของคนในโลกอดีตและคนในโลกปัจจุบัน... ************************************* เพียงสบตาในอุราก็หวั่นไหว เลือดเนื้อกายร้อนรุมดังสุมไข้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งขัดเขินสะเทิ้นอายใยไพ ใจหนอใจทำไมสั่นไหวเช่นนี้เอย *************************************** ความรัก... ไม่ใช่นํ้าหมึกจากปลายปากกา ที่ผ่านวันเวลา ไม่นานก็เจือจาง ความรัก... ไม่ใช่นํ้าหอมที่กลิ่นจางหายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ความรัก... ไม่ใช่เสื้อผ้าอาภรณ์หรือข้าวของเครื่องใช้ ที่เก่า แล้วก็เปลี่ยนใหม่ ความรัก... ไม่ใช่อาหารที่กินหลายมื้อก็เบื่อหน่าย ฯลฯ ************************************** ''เธอเป็นใครถึงจะมาสอนสั่งว่าฉันกินอะไรได้หรือกินอะไรไม่ได้ เป็นแม่ครัวก็ควรทำหน้าที่แม่ครัวของเธอ ไม่ต้องมาวิจารณ์คนกิน ไป ไปทำอาหารที่ฉันต้องการมา ต่อไปไม่ต้องเอาผักหญ้าพวกนี้มาให้ฉันกินอีก” อาหารจานหนึ่งถูกโยนแตกเพล้งตรงหน้าผู้ที่ถูกเรียกว่า...แม่ครัว...สลัดผักธัญพืชและนํ้าสลัดที่วัสสิกาต้องใช้เวลาคำนวณแคลอรี่ว่าต้องมีผักธัญพืชมากน้อยเท่าไรและสรรหาผักสดๆใหม่ๆมาทำอย่างประณีตหกกระจายเกลื่อนอยู่ตรงหน้าเหมือนเศษขยะ ที่วัสสิกาแทบจะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความโมโห เพราะเจ้าชายจอมยโสไม่ได้ทำลายแค่อาหารจานสองจานแต่ได้ทำลายความตั้งใจดีของเธอจนหมดสิ้น “ตาหมีอ้วน" วัสสิการ้องว่าในใจ ความโกรธวิ่งจี๊ดขึ้นสมองวัสสิกาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต เธอไม่เคยโกรธใครมากมายอย่างนี้ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าโกรธทำไม่นักหนา แต่ตอบโต้ออกมาได้เพียงกรีดเสียงอยู่ในความนึกคิด..ตาหมีอ้วน ฉันอุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้กิน ยังจะมาว่ามาทำแบบนี้อีก...เพราะสิ่งที่เจ้าชายอาทิตยสุเรนทรากระทำ...โยนจานอาหารใส่หน้า...เป็นการทำร้ายจิตใจแบบที่ไม่เคยมีใครทำกับเธอมาก่อน วัสสิกาหมดความอดทนต่อผู้สูงศักดิ์ จึงโต้กลับทันควัน ฯลฯ ********************************

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด

ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด

ซีไซต์
5.0

หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์
4.8

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

จ้างรักลวงใจ

จ้างรักลวงใจ

รินธารา
5.0

ลีโอ ลีโอเนล โอลิเวอร์ อายุ21ปี ลูกเสี้ยวเยอรมันจีน เขาเป็นทายาทมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมาเก๊าและฮ่องกง แต่กลับต้องมาเรียนในเมืองไทยเพราะถูกคนของศัตรูปองร้าย เขาจึงต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงไว้ ตอนกลางวันเขาจะทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดอยู่ในมหาลัยเพื่อไม่ให้มีใครสนใจ แต่พอกลางคืนเขาก็กลายเป็นเสือที่จ้องขย้ำเหยื่อ แต่ยัยร้อยศพคิดอยากจะลองดีนัก เขาก็จะสนองให้ แพร นลิน ศรีสมบัติ อายุ 20 ปี ลูกสาวเจ้าโรงแรมในเมืองพัทยา เธอเป็นนักศึกษาปี2 เธอพบกับฝรั่งหน้าหล่อที่ย้ายมาเรียนกะทันหัน แต่นายนั่นกับไม่ยอมสนใจเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นเธอจึงต้องงัดสาระพัดวิธีที่จะทำให้เขามาสยบแทบเท้าเธอให้ได้ แต่แล้วสิ่งที่เขาฝากไว้คือทายาทตัวน้อยๆต่างหาก

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

Shelby Stonich
5.0

ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง “ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย” หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
สวมรอยพลอยโจนรัก
1

บทที่ 1 ได้งานทำ

02/03/2024

2

บทที่ 2 ที่ทำงาน

02/03/2024

3

บทที่ 3 เจ้านาย

03/03/2024

4

บทที่ 4 เงื่อนไขการทำงาน

03/03/2024

5

บทที่ 5 รับงานพิเศษ

03/03/2024

6

บทที่ 6 รักในอดีต

05/03/2024

7

บทที่ 7 เพื่อนเก่า

05/03/2024

8

บทที่ 8 แซ่บเพื่อนเก่า(18+)

05/03/2024

9

บทที่ 9 วันอำลา

05/03/2024

10

บทที่ 10 เริ่มกังวล

05/03/2024

11

บทที่ 11 อาหารเช้า

08/03/2024

12

บทที่ 12 เรื่องจูบ

08/03/2024

13

บทที่ 13 เรื่องจูบ(ต่อ)

08/03/2024

14

บทที่ 14 ขอจูบหน่อย

08/03/2024

15

บทที่ 15 ขอจูบหน่อย(ต่อ)

08/03/2024

16

บทที่ 16 ลูกไม้ใต้ต้น

08/03/2024

17

บทที่ 17 งานพิเศษ

08/03/2024

18

บทที่ 18 ช่วยเพื่อนเก่า

08/03/2024

19

บทที่ 19 อารมณ์ค้าง

08/03/2024

20

บทที่ 20 อดใจไม่ไหว(18+)

08/03/2024

21

บทที่ 21 ต่างคนต่างรู้

08/03/2024

22

บทที่ 22 ไม่ใช่คู่รัก

08/03/2024

23

บทที่ 23 บังเอิญเจอ

08/03/2024

24

บทที่ 24 บทเรียนแรก

08/03/2024

25

บทที่ 25 บทเรียนต่อมา

08/03/2024

26

บทที่ 26 ตอนจบของบทเรียน(18+)

08/03/2024

27

บทที่ 27 ความรื่นรมย์(18+)

08/03/2024

28

บทที่ 28 ห้ามไปค้างคืนที่อื่น

08/03/2024

29

บทที่ 29 บังเอิญมารับ

08/03/2024

30

บทที่ 30 ไม่มีอะไร

08/03/2024

31

บทที่ 31 เหตุจำยอม

08/03/2024

32

บทที่ 32 ขอผมนะ(18+)

08/03/2024

33

บทที่ 33 หนีร้อน(ใจ)

08/03/2024

34

บทที่ 34 เกาะงาม

08/03/2024

35

บทที่ 35 ชมสวนผลไม้

08/03/2024

36

บทที่ 36 แซ่บกันอีก(18+)

08/03/2024

37

บทที่ 37 ตกหมึก

08/03/2024

38

บทที่ 38 ตกหลุมเสน่หา(18+)

08/03/2024

39

บทที่ 39 ว่าที่เจ้าสาว

08/03/2024

40

บทที่ 40 คิดถึงจัง(18+)

08/03/2024