Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
อ๋องตู้สะเทือนจวน

อ๋องตู้สะเทือนจวน

ณิการ์

5.0
ความคิดเห็น
3.1K
ชม
13
บท

"ท่านอ๋องตู้" ผู้เย็นชา จะพ่ายแพ้ให้กับสายน้อย "ชู่เอ๋อ" อย่างไรมาลุ้นกันนะคะ ว่าการแต่งงานทางการเมืองอำนาจของทัั้งคู่จะเปลี่ยนเป็นรักที่ตัดไม่ขาดได้รึไม่.... ----- “ท่านจะทำอะไรข้า?” ชู่เอ๋อเพิ่งหาน้ำเสียงตัวเองเจอ ส่วนตู้เหลียงเฉิงก็ผละมือที่จับคางมนออกแล้วเดินไปเก็บดาบกายในมือไว้ที่เก็บดาบข้างเตียงแล้วเดินกลับมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางช่างไร้เดียงสาตามที่อาจารย์ได้บอกไว้จริงๆ “อยากรู้เหรอว่าข้าจะทำอะไรเจ้าชายาของข้า” “ขะ...ข้าไม่อยากรู้แล้ว” นางขยับตัวถอยหนีทันทีเมื่อคนตรงหน้าได้เปลี่ยนมานั่งเบียดบนเตียง หึหึ “แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ชู่เอ๋อ ข้าอยากแสดงให้เจ้าดูว่าหน้าที่แท้จริงของชายานั้นต้องทำเยี่ยงไร” เขาเอ่ยพลางมือใหญ่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองออกช้าๆ “หม่อมฉันไม่อยากรู้แล้วท่านอ๋องตู้ หม่อมฉันง่วง อ่า...” นางพูดพร้อมยกมือปิดปากหาว เพราะรู้ถึงความหมายของคำพูดของตู้เหลียงเฉิง แม้นางจะซุกซน แต่ใช่ว่านางจะไม่รู้ว่าชายหญิงยามอยู่ด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง “แต่เรายังไม่ง่วงชู่เอ๋อ คืนนี้คือคืนของเรา ยังไงเสียเจ้าก็ต้องปรนนิบัติข้าในฐานะเมีย!” ท้ายประโยคตู้เหลียงเฉิงเอ่ยเน้นให้นางเข้าใจเป็นพิเศษ “ตะ...แต่หม่อมฉันยังไม่พร้อมท่านอ๋อง เป็นวันอื่นได้ไหมเจ้าคะ?” นางต่อรอง “ช่างเจรจาเหลือเกิน เจ้ารู้ไหมว่าการแต่งเข้าจวนของอ๋องตู้ต้องเจอกับอะไรบ้าง” “ก็เจอกับท่านอ๋องตู้” นางตอบซื่อ “นั่นก็ถูก และรู้อะไรไหมว่ายามกลางคืนเจ้าต้องเจอเพลงดาบของข้าที่ได้ร่ำเรียนสะสมมานานตลอดหลายปี” “ท่านจะฆ่าหม่อมฉัน?” “เปล่าชายาข้า ดาบของข้ามันไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าเจ้าให้สิ้นลม แต่มันมีไว้เพื่อให้ความสุขเจ้าต่างหากเล่าชู่เอ๋อ” เอ่ยจบความอ๋องหนุ่มก็จัดการกับอาภรณ์ของตัวเองเสร็จพอดีพร้อมกับขยับตัวเคลื่อนไหวเข้าหาคนที่ขยับตัวถอยห่างและกักร่างเล็กไว้ไม่ให้หนีรอดพ้นมือตัวเองไปได้ “ทะ...ท่านถอดเสื้อทำไมเจ้าคะ” “ไม่ถอดแล้วจะแสดงวรยุทธ์ให้เจ้าดูได้เช่นไรเล่าชายาข้า และเจ้าเองก็ต้องถอดเหมือนกัน ที่หัวเจ้าคงหนักมากแล้วชู่เอ๋อ” มือใหญ่จัดการปลดเครื่องประดับบนหัวของพระชายาออกพร้อมกับก้มต่ำมองลำคอระหงสวยงามแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอไปด้วย กลิ่นกายอ่อนๆ ของสตรีโชยเข้าจมูกจนรู้สึกซาบซ่านท่อนเนื้อมังกรที่อยู่กลางหว่างขา....

บทที่ 1 เพลงดาบราคะจวนอ๋องตู้

ณ จวนอ๋องตู้ เสียงครวญครางดังลอดออกมานอกประตูห้อง ทำให้ทหารเวรยามต่างพากันหันมายิ้มให้กันกรุ้มกริ่มด้วยรู้ดีว่าท่านอ๋องของพวกตนกำลังทำอะไรอยู่ ส่วนด้านในห้องกำลังเคลื่อนไหวโยกกับนางรำที่เพิ่งหิ้วมาจากโรงน้ำชาด้านนอก แม่นางเสี่ยวเล้งคือแม่นางที่เป็นที่โปรดปรานของอ๋องตู้ ยามศึกอ๋องตู้จะโหดเหี้ยม แต่ยามพักศึกจะโหดเหี้ยมยิ่งกว่ายิ่งเวลาอยู่บนเตียง และความโหดเหี้ยมของท่านนี่แหละที่ทำเหล่าสตรีหลงใหลจนอยากปรนนิบัติท่านอ๋องของพวกมัน

“อ่า...อื้ม” เสียงครางของทั้งคู่ที่กำลังประกอบร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเพลิงราคะรัญจวนเสน่หา ทั้งสองร้องครางต่ำสลับกันขึ้นลงพร้อมกับที่ร่างน้อยของแม่นางเสี่ยวเล้งขยับโยกไหวแอ่นเด้งเร่าตอบสนองท่านอ๋องของนางที่กำลังสอดเร่ากระแทกเนื้อกายอุ่นร้อนใหญ่โตราวเหล็กกล้าเข้าออกในความเป็นสตรีของนาง

“อ่า...อืม เจ้าช่างอ่อนหวานนักเสี่ยวเล้งของข้า อืม...เจ้าไม่เคยทำให้ข้าต้องผิดหวังเลยเสี่ยวเล้ง อืม...” ปากหนาครวญครางพึมพำพร้อมกับดูดเร่าสองเต้าอวบใหญ่ล้นมือของแม่นางเสี่ยวเล้งคนงามจากหออี้หรู

“อือ...ท่านอ๋องตู้ก็ไม่เคยทำให้เสี่ยวเล้งแห้งเหือดเช่นกันเจ้าค่ะ อ่า...อืม” หล่อนร้องครางบิดเร่ากายตอบสนองคนตัวโตที่คร่อมทับโยกไหวเหนือร่างด้วยชั้นเชิงแห่งเทพ

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

จังหวะเร่าร้อนของกายเนื้อเปลือยเปล่าดังกระทบกระทั่งกันทำให้ทหารเวรยามที่หน้าประตูได้แต่อมยิ้มบิดตัวเขินแทนเจ้าของห้อง ถึงจะเป็นแบบนี้เป็นประจำเวลาท่านอ๋องกลับจวนมักจะเรียกแม่นางเสี่ยวเล้งจากหออี้หรูมาให้ความสำราญยามเหนื่อยจากการฝึกซ้อมกองทัพที่ค่ายด่านนอกเมือง

“คุณหนู ท่านแม่ทัพให้มาตามคุณหนูไปพบเจ้าค่ะ” เสียงหลันหลงสาวใช้ประจำตัวคนสนิทที่มาด้วยกันกับนางเอ่ยบอกขณะที่เธอกำลังจะเดินออกนอกประตูของจวน

“ท่านพ่อเหรอหลันหลง”

น้ำเสียงสดใสของคุณหนูชู่เอ๋อ วัย 18 ปี เอ่ยถามสาวใช้คนสนิทตัวเองพร้อมกับยกยิ้มมุมปากส่งให้หลันหลงก่อนจะรีบสาวเท้าเร็วๆ แล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งออกทางประตูจวนไปทันที ส่วนหลันหลงก็ได้แต่วิ่งตาม ที่ชู่เอ๋อไม่ไปพบท่านพ่อตามที่สาวใช้มาบอกนั้นเพราะรู้ดีว่าท่านจะพูดคุยเรื่องอะไรกับตน เพราะหลายวันก่อนท่านก็คุยเรื่องจะให้นางออกเรือนไปกับลูกชายของตระกูลหวัง

“คุณหนู! คุณหนู!”

หลันหลงได้แต่ตะโกนร้องเรียกคุณหนูของตนไว้พร้อมสาวเท้าวิ่งตามไปติดๆ พร้อมกับทหารรับใช้ที่เฝ้าประตูหน้าจวนก็วิ่งตามไปด้วยเช่นกัน

“หลันหลงเจ้ากลับไปบอกท่านพ่อเถอะ ข้าไม่ไปพบท่านหรอก ท่านจะบังคับข้าออกเรือน ข้าไม่ยอม” ชู่เอ๋อวิ่งหนีโดยไม่สนใจสิ่งกีดขวางข้างหน้า นางเป็นบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพชู่เว่ย และแม่ของนางก็อายุสั้นจากไปตั้งแต่ที่นางยังแบเบาะหลังจากให้กำเนิดนาง ท่านก็สิ้นใจทันที

“คุณหนูระวัง!”

หลันหลงร้องบอกคุณหนูของตัวเองที่กำลังวิ่งอยู่ตรงหน้า เมื่ออยู่ๆ ก็มีกลุ่มคนชุดดำมากมายวิ่งไล่กันมาทางนี้ ส่วนชู่เอ๋อเมื่อได้ยินดังนั้นจะหลบก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อชายชุดดำกับกลุ่มคนที่ควบม้าไล่ตามมาได้มาถึงตัวแล้ว แต่จังหวะที่หยุดยกมือปิดหน้าตัวเองนั้น ร่างเปราะบางก็ลอยขึ้นเหนืออากาศแล้วมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อก้นกระแทกกับอานม้า

ตุ้บ!

ว้าย!

“จับพวกมันให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ฆ่ามันให้หมด” เสียงเหี้ยมดังขึ้นเหนือหัวของชู่เอ๋อพร้อมกับที่ม้ายังคงถูกควบไปข้างหน้า และอีกมือของเขากำบังเหียน ส่วนอีกมือกอดรัดเอวนางแน่นจนอึดอัด

“อือ...ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า!” ชู่เอ๋อเริ่มดิ้นเมื่อรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังโดนชายแปลกหน้าโอบกอดเอว

“หุบปากเจ้าซะ!”

เสียงเข้มตวาดตอบกลับพร้อมกับเขาหยุดม้าแล้วผลักนางลงจากหลังม้า ก่อนจะควบม้าไล่ตามพวกชายชุดดำไป ส่วนชู่เอ๋อก็ได้แต่เม้มปากแน่น โกรธชิงชังคนที่เพิ่งช่วยตัวเองไม่ให้โดยม้าวิ่งเหยียบตาย

“เจ้าคนชั่ว! เจ้าคนเลว!” นางได้แต่ตะโกนไล่ด่าตามหลังตามม้าอ้วนพีสีน้ำตาลที่เพิ่งได้นั่งก่อนหน้านี้ไป

“คุณหนู...คุณหนูเป็นอะไรไหมเจ้าคะ” หลันหลงวิ่งมาถึงก็จับตัวคุณหนูหมุนไปมาเพื่อสำรวจทันทีด้วยความเป็นห่วง

“ข้าไม่เป็นอะไรหรอกหลันหลง แต่ข้าโกรธผู้ชายคนนั้น กล้าดียังไงมาตวาดข้า” นางชี้ไปยังม้าที่วิ่งห่างไปไกลมากโข

“แต่ยังไงเขาก็ช่วยคุณหนูไว้นะเจ้าคะ” หลันหลงเอ่ย

“ถ้าเจ้าคนเลวนั่นไม่ควบขี่ม้าเข้ามาในตลาดแล้วข้าจะเจออันตรายไหมหลันหลง เจ้าดูสิ มองไปดูด้านหลังสิ พวกพ่อค้าต่างก็เสียหาย” ชู่เอ๋อเอ่ยอย่างมีอารมณ์

“คุณหนูกลับจวนเถอะขอรับ” ทหารสองนายที่วิ่งตามมาเอ่ยทันทีเมื่อตามมาถึง

“ข้าไม่กลับ!” ชู่เอ๋อตอบกลับอย่างคนดื้อ

“แต่ว่าท่านแม่ทัพรอคุณหนูอยู่นะเจ้าคะ” หลันหลงเอ่ย

“ข้าไม่กลับจนกว่าท่านพ่อจะไม่ไล่ให้ข้าไปออกเรือน ข้ายังไม่อยากออกเรือนได้ยินไหมหลันหลง” นางโต้สวนกลับ

“แต่...”

“ข้าไม่กลับ ถ้าข้ากลับ ท่านพ่อก็จะบังคับให้ข้าออกเรือนกับลูกเหล่าขุนนางพวกนั้น ข้าไม่กลับหลันหลง” พูดจบความทหารทั้งสองก็เข้าประชิดตัวนางทันที

“พวกเจ้า!” นางขืนตัวเองตวาดใส่ทหารทั้งสองด้วยสายตาแข็งกร้าว

“คุณหนูได้โปรดกลับกับเราเถอะขอรับ ท่านแม่ทัพบอกว่าช่วงนี้ห้ามให้คุณหนูออกจากจวน พวกเราจำเป็นต้องทำแบบนี้ขอรับ” หนึ่งในทหารเอ่ยตอบ

“กลับกับพวกเราเถอะคุณหนู หลันหลงรู้ว่าคุณหนูรู้สึกยังไง แต่ว่าการที่คุณหนูหนีมาแบบนี้ พวกเราทุกคนก็โดนท่านแม่ทัพโบยทุกที” หลันหลงเอ่ยขอความเห็นใจ

ชู่เอ๋อคิดตามคำพูดของสาวใช้แล้วก็พยักหน้า ตวัดสายตาสั่งทหารทั้งสองให้ปล่อยตัวเองพร้อมกับเอ่ย

“ก็ได้ ข้าจะกลับกับพวกเจ้า”

พูดจบทหารทั้งสองก็ยอมปล่อยตัวคุณหนูให้เดินกลับจวนเอง หลันหลงและทหารทั้งสองต่างพากันถอนหายใจออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งอกโล่งใจ หากกลับไปไม่มีคุณหนู พวกเขาต้องโดนท่านแม่ทัพโบยหลังแน่นอน

ตุ้บ!

สุดท้ายแล้วก็จับผู้ชายชุดดำพวกนั้นไม่ได้สักคน เพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวที่มาขวางทางวิ่งของม้า อ๋องตู้ หรือตู้เหลียงเฉิง วัย 25 ปี ถึงกับเดือดดาลฟาดทุบโต๊ะอ่านหนังสือตัวเองด้วยความเกรี้ยวกราดทันที และนาทีนั้นฟ่านตงก็เดินเข้ามารายงานความคืบหน้าของพวกคนร้ายที่กล้ามาป่วนในจวนของตนตอนกลางวันแสกๆ

“ว่ายังไงฟ่านตง”

“ทูลท่านอ๋องตู้ คนชุดดำพวกนั้นเราจับมาได้สองคน แต่พวกมันปลิดชีพตัวเองไปแล้วขอรับ”

“เฮอะ! เป็นอย่างที่คิดจริงๆ แล้วที่ตัวพวกมันมีเบาะแสอะไรอีกไหม มีอะไรเป็นร่องรอยของพวกคนชั่วไหม” อ๋องตู้เอ่ยถามฟ่านตงด้วยน้ำเสียงเหี้ยมกระด้าง

“ไม่ขอรับ พวกมันทำงานกันดีมาก ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรให้เราแกะเลยขอรับ”

“หึ! ดี! ให้มันได้แบบนี้ ข้าก็อยากรู้นักว่ามันจะเก่งในเงามืดได้อีกนานแค่ไหน พรุ่งนี้ข้าจะไปค่ายทหารด่านนอก” เขาสั่งเสียงเข้ม

“ขอรับท่านอ๋องตู้ ท่านอ๋องเหล่ากงกงมารอท่านอ๋องที่ห้องโถงขอรับ” ฟ่านตงเกือบลืมรายงานไปเลย

“อืม...ข้ารู้แล้ว เดี๋ยวข้าจะออกไปพบเหล่ากงกงตอนนี้แหละ บางทีเสด็จพ่ออาจมีงานให้ข้าทำ ส่วนเจ้าไปพาแม่นางเสี่ยวเล้งให้มารอข้าที่ห้อง” พูดจบตู้เหลียงเฉิงก็เดินออกจากห้องหนังสือตัวเองไปทันที ส่วนฟ่านตงก็เดินตามออกไปเพื่อไปทำงานของตนเองที่ได้รับมอบหมายเช่นกัน

เหล่ากงกงโค้งคำนับท่านอ๋องพร้อมกับเอ่ยถึงงานของตนที่ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้มาทันที

“ทูลท่านอ๋องตู้”

“ว่ามากงกง เสด็จพ่อมีรับสั่งอะไรถึงให้เจ้ามาหาเราถึงจวนนี่ได้?”

น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามพร้อมกับนั่งลงยังเก้าอี้และรินน้ำชาขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายทั้งๆ ที่ในอกนั้นร้อนรุ่มด้วยไฟโทสะที่โดนศัตรูลอบเข้ามาทำร้ายในจวนก่อนหน้านี้

“ฮ่องเต้ได้รับสั่งให้กระหม่อมมาทูลถามท่านอ๋องตู้เรื่องแต่งตั้งพระชายาพระเจ้าค่ะ” เหล่ากงกงเอ่ยบอกทันที

“ข้าได้ทูลเสด็จพ่อไปแล้วว่าข้ายังไม่อยากแต่งพระชายา แล้วทำไมเสด็จพ่อถึงต้องมาเร่งข้าด้วยเล่า” มือใหญ่กำถ้วยน้ำชาใบเล็กในมือแน่นด้วยความโกรธ แต่ก็ยังคงแสดงสีหน้าเรียบขรึมปกติ

“ข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อตอนนี้” ตู้เหลียงเฉิงเอ่ยต่อพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเร็วๆ ออกจากห้องโถงไปทันที ส่วนเหล่ากงกงก็ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยรู้ถึงอารมณ์ของท่านอ๋องดีว่าเป็นเช่นไร

แม่ทัพชู่เว่ยถูกเรียกเข้าวังหลวงมาพบฮ่องเต้โดยไม่รู้สาเหตุว่าด้วยเรื่องอันใดถึงได้เรียกพบด่วนเช่นนี้ และแถมได้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวอีกด้วยยิ่งทำให้แม่ทัพชู่เว่ยมึนงงไม่เข้าใจในความประสงค์ของฝ่าบาทตนเอง

“แม่ทัพชู่เว่ย เห็นทีว่าเรื่องนี้จะมีแต่เจ้าเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ เพื่อไม่ให้อ๋องตู้ถูกแย่งชิงตำแหน่ง เราจำเป็นต้องให้ลูกศิษย์ของเจ้าอภิเษกสมรส และพระชายาที่เราได้มองไว้และเหมาะสมเห็นทีจะมีแต่บุตรสาวของเจ้าเท่านั้นแม่ทัพชู่เว่ย เรารู้ว่าตอนนี้เจ้ากำลังหาคนที่คู่ควรกับบุตรสาวของเจ้า และทำไมจะเป็นอ๋องตู้บุตรชายของข้าไม่ได้เล่า”

“ฝ่าบาท!” แม่ทัพชู่เว่ยถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวคุกเข่ากับพื้นทันที

“ทำไมแม่ทัพชู่เว่ย อ๋องตู้ก็เป็นลูกศิษย์ของเจ้า และไยถึงไม่ยินดีเล่าที่อ๋องตู้จะเป็นเขยของเจ้า”

“ฝ่าบาท...ชู่เอ๋อบุตรสาวของกระหม่อมนั้นซุกซนยิ่งนัก ไม่มีความเป็นกุลสตรี เกรงว่าจะไม่เหมาะสมและคู่ควรกับอ๋องตู้พระเจ้าค่ะ” เขารีบตอบทันที

“บางทีชีวิตที่ตึงเครียดของอ๋องตู้อาจจะมีสีสันก็เป็นได้ เจ้าอย่าคิดมากไปเลย อีกอย่างไม่มีใครเหมาะสมกับอ๋องตู้ได้เท่าบุตรสาวของเจ้าแล้วแม่ทัพชู่เว่ย”

“พ่ะยะค่ะ” สุดท้ายแล้วแม่ทัพชู่เว่ยก็ต้องยอมรับ

“เราได้กำหนดวันอภิเษกของทั้งคู่ไว้แล้ว งานอภิเษกของทั้งคู่จะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า”

“ฝ่าบาท! ทำไมถึงเร็วขนาดนี้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเอ่ยถาม

“ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว เจ้าเองก็รู้สถานการณ์ดีมิใช่เหรอแม่ทัพชู่เว่ย”

“พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพชู่เว่ยเครียดทันทีเมื่อไม่รู้จะอธิบายกับชู่เอ๋อบุตรสาวอันเป็นที่รักอย่างไรดี พร้อมกับเสียงขันทีหน้าห้องทรงอักษรได้ร้องบอกว่าตู้เหลียงเฉิงได้มาถึงแล้ว และฝ่าบาทก็เอ่ยอนุญาตให้เข้ามา

“เสด็จพ่อ” ตู้เหลียงเฉิงทำความเคารพผู้เป็นบิดาพร้อมกับหันไปคำนับทำความเคารพอาจารย์ของตัวเองที่ลุกขึ้นยืนพอดีเช่นกัน แม้ว่าตัวเองจะเป็นถึงอ๋อง แต่แม่ทัพชู่เว่ยเป็นอาจารย์ของเขาตั้งแต่เด็ก เขาจึงให้ความเคารพท่านเสมอมา

“อาจารย์”

“เจ้ามาได้จังหวะพอดีอ๋องตู้” ฮ่องเต้เอ่ยกับบุตรชายตัวเองที่เพิ่งมาถึง

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ เรื่องที่เหล่ากงกงได้บอกกับลูกนั่นคือความจริงรึไม่พ่ะย่ะค่ะ” เขาทูลถามทันที

“อือ”

“แต่ลูกได้ทูลบอกเสด็จพ่อไปแล้วเมื่อครั้งก่อนว่าลูกยังไม่พร้อมจะรับพระชายาเข้าจวน แล้วไยเสด็จพ่อถึงได้เร่งลูกด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“อำนาจของเจ้าจะมั่นคงเมื่อเจ้ามีพระชายาและมีทายาทอ๋องตู้ และพระชายาของเจ้าก็เป็นบุตรสาวของอาจารย์เจ้า แน่นอนว่าอำนาจของเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าเดิมหากได้อภิเษกกับบุตรสาวของแม่ทัพชู่เว่ย” ฮ่องเต้เอ่ย ที่ทำทั้งหมดตอนนี้เพื่อความมั่นคงทางการเมืองและทหารของบุตรชายตัวเองเท่านั้น

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”

เมื่อเสด็จพ่อได้พูดเช่นนี้แล้ว เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้แล้ว แม้จะรู้ว่าอาจารย์ตัวเองมีบุตรสาว แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นนางสักครั้งว่ามีรูปร่างหน้าตาเช่นไร แต่อาจารย์ได้พูดถึงบ่อยๆ ว่าเป็นคนซุกซน

“ถ้างั้นเจ้าก็เตรียมตัวได้แล้ว อีกสามวันงานมงคลของเจ้าจะจัดขึ้นที่จวน แม่ทัพชู่เว่ยข้าฝากบุตรของข้าด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” แม่ทัพชู่เว่ยโค้งคำนับรับคำ แม้ว่าไม่ยินดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อนี่คือพระประสงค์ของฮ่องเต้

“เสด็จพ่อ ลูกขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” ตู้เหลียงเฉิงเอ่ยพร้อมกับโค้งตัวทำความเคารพพระบิดาตัวเองแล้วหันมาคำนับอาจารย์ก่อนจะเดินออกจากห้องทรงอักษร ส่วนแม่ทัพชู่เว่ยเองก็เช่นกัน

ทั้งสองเดินออกมาจากห้องทรงอักษรพร้อมกัน แม่ทัพชู่เว่ยมีสีหน้าตึงเครียดกังวลถึงเรื่องก่อนหน้านี้ ด้วยไม่รู้จะบอกชู่เอ๋อบุตรสาวที่รักยังไงดีถึงเรื่องอภิเษกครั้งนี้ และแถมยังแต่งเข้าจวนอ๋องตู้ด้วย แม้จะรู้จักตู้เหลียงเฉิงมาตั้งแต่เด็ก แต่การที่แต่งเข้าจวนอ๋องตู้นั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับดอกไม้งามของเขาที่เป็นดั่งดวงใจของเขา

“อาจารย์ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะดูแลลูกของอาจารย์เป็นอย่างดี” ตู้เหลียงเฉิงอ่านความคิดของอาจารย์ออกว่าท่านนั้นกังวลถึงเรื่องที่จะตามมา

“หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องตู้จะดูแลชู่เอ๋อได้ แต่ชู่เอ๋อนั้นซุกซนยิ่งนัก กลัวแต่จะทำให้ท่านลำบากในภายภาคหน้า” แม่ทัพชู่เว่ยเอ่ย

“นางจะซุกซนแค่ไหนกันเชียวท่านอาจารย์ ยังไงเสียนางก็ต้องแต่งเข้าจวนของศิษย์อยู่ดีมิใช่รึท่านอาจารย์” ตู้เหลียงเฉิงยกยิ้มขำเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำพูดของอาจารย์ยามเล่าถึงบุตรสาว

“หากเจอนางแล้วท่านอ๋องตู้จักขำมิออก” แม่ทัพชู่เว่ยเอ่ย

“ไม่มีหญิงใดจะซุกซนต่อหน้าข้า ท่านอาจารย์ก็รู้”

“แต่ไม่ใช่กับชู่เอ๋อบุตรสาวของกระหม่อมแน่นอนท่านอ๋อง” ชู่เว่ยยังยืนยัน

หึหึ

“ก็ต้องมาดูกันวันที่แต่งนางเข้าจวนแล้วแหละท่านอาจารย์” พูดจบตู้เหลียงเฉิงก็เดินจากไปทันที ส่วนแม่ทัพชู่เว่ยก็เดินไปอีกทาง

ณ ค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน จากที่ตั้งใจจะกลับค่ายทหารด่านนอกในตอนเช้าก็ต้องเลื่อนออกไป เพราะต้องอภิเษกสมรสแต่งตั้งพระชายาเข้าจวนเสียก่อน แต่นาทีนี้ตู้เหลียงเฉิงหาได้สนใจงานมงคลที่จะเกิดขึ้นไม่ เพราะเหนือร่างของเขากำลังมีสาวงามจากหออี้หรูมาปรนนิบัติตนเองบนเตียงนุ่มนิ่ม

“อ่า...อืม นั่นแหละ เจ้าทำดีมากเสี่ยวเล้ง อ่า...ดูดข้าแรงๆ อ่า...” เอวสอบหนาของตู้เหลียงเฉิงแอ่นเด้งรับขึ้นตอบสนองเรียวปากของสาวงามชื่อดังจากหออี้หรู พร้อมกับมือใหญ่ที่หยาบกร้านจากการทำศึกกดหัวทุยเล็กของแม่นางเคลื่อนไหวโยกเร่ากับกลางหว่างขาแข็งแรงตัวเอง

“อ่า...อืม ท่านอ๋องตู้ อ่า...ท่านช่างใหญ่เหลือเกินเจ้าค่ะ อ่า...อืม” ปากน้อยละเลียไล่ดูดคลอเคลียตั้งแต่โคนเนื้อมังกรร้อนของตู้เหลียงเฉิงขึ้นมาหาปลายปากของมังกรที่แข็งร้อนดุจเหล็กกล้าของท่านอ๋อง

“อ่า...เจ้าทำให้ข้าร้อนกายหนักเสี่ยวเล้ง อ่า...ครอบครองข้าสิ ขย่มข้าเสี่ยวเล้ง อ่า...”

มือใหญ่ดึงรั้งหัวทุยเล็กของนางยกขึ้นจากหว่างขาตัวเองและนางก็รีบจับมือใหญ่ที่จับรั้งจิกหัวตัวเองมาจูบหอม ก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นไปคร่อมทับใช้ความเป็นสตรีเพศที่อาบฉ่ำไปด้วยน้ำตัณหาตัวเองครอบครองกระแทกลงหาท่อนเนื้อมังกรของตู้เหลียงเฉิง

“อ่ะ...อ่า เจ้าช่างเป็นงานนักเสี่ยวเล้ง” ปากหนาร้องครางชื่นชมพร้อมกับแอ่นเด้งกระแทกเอวสอบขึ้นหาคนเหนือร่างที่กำลังเคลื่อนไหวโยกเร่าตอดรัดคลึงท่อนเนื้อมังกรตัวเองในตอนนี้

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

เสียงจังหวะครวญเพลงกระบี่บนเตียงได้เริ่มขึ้นด้วยไฟร้อนรุ่ม สองกายเปลือยเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อราคะที่ทั้งคู่กำลังผลัดกันรับผลัดกันตามในตอนนี้

“อ่า...อืม”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ณิการ์

ข้อมูลเพิ่มเติม
วิวาทรัก

วิวาทรัก

โรแมนติก

5.0

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนสองคนไม่เคยเจอกัน ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน แน่นอนว่าการคลุมถุงชนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคนแก่ทั้งสองที่ให้คำมั่นสัญญากัน พวกเขาที่เป็นหลานจึงจำต้องแต่งงานกัน "น่านน้ำ" หนุ่มเจ้าของไร่กาแฟ กับสาวมั่น "พิมพ์มาดา" ที่ต้องมาเจอกัน ทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังใครง่ายๆ ต่างคนต่างดื้อ และการคลุมถุงชนครั้งนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น แล้วเรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น หนี....ใช่ต้องหนีเท่านั้น....แต่หนีไปไงมาไงมา "รัก" กันได้ไง ที่สำคัญหนีไปหนีมามาเจอพ่อคน "เซ็กส์จัด" ใช่ค่ะว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเซ็กส์จัดจนต้องยอมแพ้....และเธอก็ชอบความหื่น ห่าม ถ่อย ของคนที่ชังหน้าแบบไม่รู้ตัว......และน่านน้ำก็หลงเจ้าสาวจอมดื้อแบบไม่ตั้งใจรักเช่นกัน...... ------------ “นายทำบ้าอะไรของนาย” “ลงโทษเมีย” น้ำคำห้วนๆ ตอบกลับทันควัน พร้อมกับจ้องหน้าสวยที่ตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในตัวเขาอยู่ในที แล้วเรื่องอะไรเขาต้องสนใจสายตาเกลียดชังที่หล่อนส่งมาให้ด้วยเล่า ในเมื่อพิมพ์มาดาเป็นของเขาและต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นายน่าน” เธอสั่งเสียงแข็งไม่ยอมเช่นกัน พร้อมดิ้นหนีจากแรงกดของบุรุษที่คร่อมเหนือตัวเองอยู่ในตอนนี้ เขาบังคับให้เธอพิงไปกับพนักโซฟาและตัวเขาก็คร่อมกักร่างเธอไว้ โดยมีสองมือใหญ่กดหัวไหล่เธอให้อิงพิงไปกับพนักเก้าอี้ สองมือทุบตีไปกับหน้าอกแกร่งแต่เหมือนกับว่าทุบกำแพงหินผาเจ็บมือเสียแรงเปล่า “ทำไมฉันต้องปล่อยด้วย เธอคิดยังไงถึงไปคบกับไอ้ปลัดธนูนั่นทั้งๆ ที่มีฉันเป็นผัวทั้งคน หรือฉันคนเดียวไม่พอฮึดา” โน้มหน้าลงไปเอ่ยข้างหูเธอพร้อมกับกัดดึงหูเธอแรงๆ ด้วยความโมโห “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะไอ้ซาดิสม์!” “ก็กัดให้เจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะกัดทำไมวะ บอกฉันมาไปถึงไหนต่อไหนกับมันแล้ว” เงียบ! ปากช่างเจรจาของสาวจอมพยศเม้มแน่นไม่ปริปากตอบเมื่อเขาถาม และนั่นยิ่งกระตุ้นไฟโทสะในอกของน่านน้ำไปใหญ่ “ฉันถามเธออยู่ทำไมไม่ตอบ” เขากระชากเสียงถามเธอดังกว่าเดิม และครั้งนี้ก็บีบหัวไหล่ของเธอที่กดไปกับพนักโซฟาด้วย “เจ็บนะเว้ย! นายมันบ้าไปแล้วนายน่าน นายมันคนซาดิสม์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ” ทุบตีแขนของเขาให้นำพามือที่บีบหัวไหล่ตัวเองออก ตอนนี้ดวงตาสวยสดใสได้อาบล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือจากหัวไหล่แต่เขากลับทำตรงกันข้ามคือบีบแรงกว่าเดิม “ฉันไม่ใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิงอย่างเธอหรอกนะดา อย่ามาบีบน้ำตาปัญญาอ่อนต่อหน้าฉัน” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้นพร้อมกับผละมือข้างขวามาบีบคางเล็กของเธอให้แหงนเงยเชิดหน้าขึ้นสบตาตนเอง แล้วเขาก็โน้มลงไปบดขยี้ปากอวบอิ่มสีระเรื่อที่เม้มแน่นของหล่อนจริงๆ ในเมื่อไม่ยอมพูดไม่ยอมตอบเขาก็ไม่คิดจะสนใจแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการทำให้พิมพ์มาดาจำ จำว่าร่างกายของหล่อนคือของเขา นายน่านน้ำไม่ใช่ของใครอื่นที่ไหน ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามแตะ เพราะเนี่ยคือสมบัติของเขา ถ้าเขาไม่ยกให้ใครหน้าไหนก็ห้ามพาหล่อนหนี “อ่ะ อื้อ.....

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

โรแมนติก

5.0

เขาเป็นหมอที่มีรักเดียวมาตลอดหลายสิบปี แอบเฝ้ามองน้องน้อยตั้งแต่แรกเกิด ส่วนน้องน้อยก็หาได้รักเขาแบบชู้สาวไม่ สำหรับจงกลนีแล้วเขาคืออาจารย์หมอหน้านิ่งหน้าเดียว ไร้อารมณ์ทางสีหน้า แม้แต่ยิ้มเขาก็ยิ้มไม่เป็น แต่ก็ตกใจเมื่อเขายิ้มให้ตัวเองคนเดียว จะบ้าเหรอเขาเป็นอาจารย์ของเธอ และเธอกก็เคารพเขามาตลอด จะให้รักได้ยังไงกัน ++++++ “เอ้า...ปากกา เซ็นเอกสารแล้วค่อยนอนต่อก็ได้” “ค่ะ” เธอรับปากกาที่เขายื่นให้พร้อมกับเซ็นชื่อตรงที่เขาชี้มือ “เรียบร้อย ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ” “ยังไงคะ?” ถามทั้งๆ ที่นั่งหลับ “ก็เราจดทะเบียนสมรส..

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

โรแมนติก

5.0

หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำทะเลเพื่อมาบอกเขาว่า "ท้อง" กับเขา นึกว่าเขาจะดีใจเธอคิดผิด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาหลังจากนั่นคือความใจร้ายของเขา ทำไมกัน ทำไมเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก --------------- “พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง” “พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง” “ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย “หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย” “ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี” “สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง” “อย่ามาขู่พี่” “ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง” “คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์ --------- “นี่มันอะไรกันไวน์” เมื่อปลายสายกดรับสาย เขาก็กระชากเสียงถามไปในสายทันที “อะไรคะ?” เธอถามเขาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจในความหมายของเขา “ก็หมายศาลไง ฟ้องหย่าเหรอ” “อ้อ...ค่ะ ก็พี่บอกไม่ยอมหย่าเอง ไวน์เลยต้องพึ่งศาล” “นี่เอาจริงเหรอ?” “แล้วไวน์บอกเหรอคะว่าพูดเล่น ถ้าไม่อยากให้ถึงศาลก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ไวน์สิคะ เรื่องจะได้จบๆ” “ไม่มีทาง! ยังไงพี่ก็ไม่หย่าหรอก ไม่รักพี่แล้วเหรอ?” เขาถามเธอในท้ายประโยคและหวังว่าเธอจะตอบกลับมาว่า ‘รัก’ แต่กลับตรงกันข้าม

เจ้าสาวบำเรอใจ

เจ้าสาวบำเรอใจ

โรแมนติก

5.0

เขาเกลียดเธอ แต่สุดท้าย "พรรธน์ยศ" ก็กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับ "จอมใจ" ที่อยู่เฉยๆ ก็ได้เป็นเจ้าสาวของคนปากร้ายอย่างเขา..... ................................ “หึ! ยัยโง่! ดึกป่านนี้ใครเขาหิวข้าวกันล่ะ” พรรธน์ยศรู้สึกตลกกับความไร้เดียงสาของภรรยาตัวเล็กของตนเอง “แล้วพี่แทคหิวอะไรคะ จะกินอะไร จอมจะได้หาให้ค่ะ” “ถ้าฉันบอกว่าหิวเธอล่ะตอนนี้” “ฮะ! เมื่อวานพี่แทคก็ได้ไปแล้วนี่คะ ยังจะเอาอะไรจากจอมอีก” หล่อนเบิกตาโตตกใจในความมืด เมื่อรู้ความหมายของคำพูดของพรรธน์ยศพร้อมขยับตัวถอยห่างจากเขาไปนอนติดอีกฝั่งของเตียง “แล้วจะพูดทำไมว่าหิวอะไรจะหาให้” เขาถามกลับเสียงแข็ง “กะ...ก็จอมคิดว่าพี่แทคจะหิวข้าว” “แล้วยังไง แค่เปลี่ยนจากข้าวมาเป็นเธอเท่านั้นเอง ถ้าให้ไม่ได้ก็บอก ฉันจะได้ไปหาเด็กๆ ข้างนอก” พูดจบเขาก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที “มะ...ไม่ได้นะ พี่แทคเป็นสามีจอม” จอมใจลุกขึ้นสวมกอดคนตัวโตจากด้านหลังรั้งไว้ทันทีเมื่อเขาจะออกไปข้างนอกหาผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ตน “ถ้ารู้ว่าฉันเป็นผัวและรู้ตัวว่าเป็นเมียก็สนองความต้องการฉันด้วย ก็บอกแล้วไงว่าฉันกินดุ เซ็กซ์จัด” เขาแกะมือเล็กที่ประสานอยู่หน้าท้องตัวเองออกแล้วหันหน้ากลับมาหาเธอในความมืดพร้อมผลักจอมใจให้ล้มลงไปกับเตียงตามด้วยเขาเคลื่อนตัวไปคร่อมทับเธออย่างรวดเร็ว

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

โรแมนติก

5.0

"อธิน" หรือที่ทุกคนเรียกว่า "มหาอธิน" อย่างเขาต้องมาเจอกับ "พเยีย" หรือ "น้องจุ๊บ" แน่นอนว่าอธินไม่ชอบน้องน้อย เขาคนที่บวชเรียนตั้งแต่ 7 ขวบ จนตอนนี้อายุ 38 ปี ตลอดระยะเวลาในวัยเด็กและวัยหนุ่มอยู่ในผ้าเหลืองตลอด 20 กว่าปี แต่วันนี้ต้องสลัดผ้าเหลืองทิ้งออกมาอยู่นอกวัดด้วยความจำเป็น...มหาอธินยึดมั่นในคำสอนของพระคุณเจ้าเสมอ เขาเป็นถึงพระมหา เป็นถึงพระนักเทสน์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของพระสงฆ์ แต่ในวันนี้แม่ของเขาก็พูดถึงเรื่องครอบครัวเรื่องแต่งงาน เขารีบปฏิเสธบอกท่านทันทีว่าตัวเขานั้นจะ "ถือพรหมจรรย์" ไปจนแก่เฒ่า.....และความเป็นชายพรหมจรรย์ของเขาก็ยั่วยวนพเยียเหลือเกิน เธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ทำตัวรื่นเริงไปกับผู้ชายที่หล่อถูกตา และแน่นอนว่าพรหมจรรย์ของเธอคือของเขาตั้งแต่แรกที่เจอกัน เธอคิดบาปตั้งแต่เห็นเขาในผ้าเหลือง และในวันนี้สวรรค์ก็เข้าข้างเธฮเมื่อเขาลาสิขา เขาต้องเป็นของเธอ..... --------- “ทำไมวันนี้พี่ต้อมมาแปลก เมารึเปล่าคะ ตอนอยู่ในบาร์แอบดื่มรึเปล่าคะ” เธอยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่านี่คือพี่มหาผู้เคร่งในศีลในธรรมที่รู้จัก “ไม่ได้ดื่ม” “เมากลิ่นบุหรี่รึเปล่าคะ” “ไม่ได้เมา” “แล้วทำไมวันนี้มาแปลกจังคะ” “ก็พี่อยากได้อีก” เขาบอกตรงๆ “ติดใจเหรอคะ” “อือ...ก็จุ๊บล่อลวงจนพี่ชอบไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็อยากได้อีก และอยากได้กับจุ๊บทุกวัน ให้ได้ไหมคืนนี้” “แต่พี่ต้อมใหญ่” “ครั้งก่อนเราก็เข้ากันได้ ที่พี่เรียนรู้มาร่างกายชายหญิงเรามันยืดหยุ่นตอบสนองกันและผู้หญิงขยายตัวได้ ไม่งั้นคลอดลูกไม่ได้หรอกว่าไหม นะ...ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้” เขาอ้อนเธอพร้อมถูไถปลายจมูกโด่งไปมากับพวงแก้มนวลเนียนอย่างออดอ้อน “แล้วไม่ถือพรหมจรรย์แล้วเหรอคะ” “จุ๊บยังคิดว่าพี่ยังเหลือพรหมจรรย์ให้เก็บรักษาอีกเหรอ ไปเถอะ ไปนอนด้วยกันนะ” “แต่จุ๊บเหนียวตัวอยากอาบน้ำก่อน” เธอตอบเขินๆ ก็นะ พอถูกเขารุกและอ้อนแบบนี้มันก็ทำให้เขินและใจสั่นไม่หยุด ก็คนมันรักมาตลอด พอเจอแบบนี้ใครจะปฏิเสธได้ และความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจก่อนหน้านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวาม เมื่อเขากัดงับปลายจมูกของเธอ “อือ” “มันเขี้ยวน่ะ อาบน้ำก็ดีนะ พี่เห็นเขาทำในอ่างอาบน้ำได้ด้วย งั้นเราลองกันไหม พี่ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” ว้าย! ยังไม่ทันได้ตอบ สิ้นเสียงทุ้มแหบพร่าเธอก็ถูกยกอุ้มเดินเร็วๆ ไปยังห้องน้ำทันที “พี่ต้อม” “ครับ” “เก็บกดเหรอคะ ถึงได้หื่นชัดเจนแบบนี้” “จะว่าแบบนั้นก็ได้ ก็คนมันไม่เคย พอได้ใช้งานแล้วมันก็ต้องการไม่หยุดเหมือนมันไม่อิ่มน่ะ มันหิวตลอดยิ่งเห็นจุ๊บยิ่งอยากได้ และตอนนี้อยากได้มากด้วยแหละ” “โอ๊ย...นี่จุ๊บว่าจุ๊บหื่นแล้วนะคะ แต่มาเจอพี่ต้อมที่กำลังถูกตัณหาครอบงำคนนี้ จุ๊บขอยอมแพ้ค่ะ และก็ปล่อยจุ๊บได้แล้วค่ะ จุ๊บจะได้ผสมน้ำในอ่างอาบน้ำ” เธอบอกสั่งเขาเมื่อเขาพาเดินมาหยุดที่ข้างอ่างอาบน้ำ “จุ๊บครอบงำต่างหากไม่ใช่ตัณหา” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละค่ะ ทำไมมาตบะแตกเอาตอนนี้ได้นะ” “ก็จุ๊บยั่ว” “ก็แค่ลองเล่นเฉยๆ ถ้าได้ก็คือกำไรค่ะ” “แล้วต่อไปนี้จะรับผิดชอบพี่ไหม” “จุ๊บควรเป็นคนถามมากกว่านะคะ” “ก็รับผิดชอบสิ” “แน่ใจเหรอคะว่าจะรับผิดชอบจุ๊บ” “แน่ใจสิ ว่าแต่จุ๊บเถอะ อยากให้พี่รับผิดชอบไหม และสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ไปที่อโคจรแบบนั้นอีก และห้ามแต่งตัวแบบนี้อีก แต่งแบบที่ไปทำงานกับพี่ทุกวันได้ไหม” “ลุคครูระเบียบนั่นเหรอคะ ไม่ไหวค่ะ งานกับชีวิตปกติของจุ๊บมันต่างกันค่ะ จุ๊บไม่สัญญาค่ะ” เธอรีบบอกจุดยืนของตัวเอง เธอจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาเด็ดขาด แค่ยกหัวใจและร่างกายให้นี่ก็ที่สุดแล้วนะ “แต่พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมองของของพี่” “เดี๋ยวนะ? จุ๊บยังไม่ใช่สิทธิ์ขาดของพี่ต้อมเลยนะคะ แล้วพูดมาได้ยังไงว่าจุ๊บเป็นของของพี่” “งั้นพรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสกัน จุ๊บจะได้เป็นของพี่”...... -------- ปล.ฝากพี่มหาต้อมกับน้องจุ๊บด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับความน่ารักของคู่นี้กันนะคะ *****นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ ไม่ได้ลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น เพราะในเรื่องพระเอกก็ลาสิขาออกมาแล้วค่ะ เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มู่หรงเยว่ชิง ท่านหญิงตำลึงทอง

มู่หรงเยว่ชิง ท่านหญิงตำลึงทอง

ปรียาดา
5.0

ความงกของนางทำเอาบุรุษทุกคนต้องถอยหนี แม้กระนั้นความงามทำให้คนมาติดพันนางมากมาย แต่นางเล่นเอาพวกเขาเหล่านั้นหมดตัวกันไปทุกครั้ง แล้วอย่างนี้จะมีบุรุษจวนไหนที่จะกล้าแต่งนางเข้าจวน ฉายาท่านหญิงตำลึงทองของนางไม่ใช่ได้มาเล่น ๆ “ข้าจะหาของมากมายมาให้เจ้า เมื่อนั้น เจ้าจะได้เข้าใจว่าในที่สุดแล้ว ของพวกนั้นก็หาได้มีราคาเทียบเท่ากับตัวเจ้า ที่ข้าทุ่มเททุกอย่างให้” ไป่ชางบอกพลางจ้องดวงตาดอกท้อสุกสกาวตรงหน้า มู่หรงเย่วชิงออกอาการเอียงอาย ก้มหน้าลงแล้วหันหนี สองมือจับอยู่ตรงสายชายอาภรณ์แล้วบิดไปมาระบายความเขิน ซึ่งดูได้ยากว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงการซ่อนความดีอกดีใจที่จะได้รับพระราชทานสิ่งของราคาแพงถึงขนาดนั้นกันแน่ “มันจะเป็นของมากมายเพียงใดกันนะ” นางรำพึงรำพัน “มากจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยทีเดียว” “หนึ่งหีบหรือเพคะ” “มากกว่านั้น” “หรืออาจจะเป็นสอง” “เจ้าพอใจเท่านั้นเองหรือ” “สตรีไม่ควรละโมบโลภมาก แม้บุรุษผู้นั้นจะนำมาเสนอให้ถึงที่ก็ตามที” นางช่างกล้าพูด! นี่เป็นความคิดของคนที่หลบซ่อนอยู่ องค์ชายชางทำหน้าไม่เห็นด้วย “ข้าไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น” “ยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเยว่ชิง ใช่หรือไม่เพคะ” นางแสร้งทำเป็นออกความเห็นแบบเด็ก ๆ อีกครั้ง ความฉลาดในการเอาตัวเองไปผูกกับบุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรทำให้หลี่อวี้ทั้งขำและเอ็นดูนางในคราวเดียวกัน และยิ่งขบขันมากขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าหลานโง่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเจอกับอะไร

บทรักมาเฟียร้าย

บทรักมาเฟียร้าย

จิรัฐติกาล
5.0

“ผู้หญิงคนนี้เป็นของมาร์โก ใครก็ห้ามมายุ่งอีกเด็ดขาด” เขาประกาศให้รับรู้ทั่วกัน แต่ถามว่าผู้หญิงของเขาตอนนี้มีสีหน้ายังไง ถามได้! เธอยังช็อกไม่หายปล่อยให้เขาจับจูงเข้าไปในห้องจนเหตุการณ์สงบแล้วเธอก็ยังไม่รู้ตัวเหมือนเดิม! พระเจ้านี่มันเรื่องบ้าอะไร! เธอกลายเป็นผู้หญิงของมาเฟียได้ยังไง เรื่องชักจะวุ่นวายเกินไปแล้ว เธอตามไม่ทันจริง... ตั้งสติไว้ยัยแอน เธอต้องตั้งสติ ตั้งสติบ้าอะไร เขาก็ประกาศอยู่ว่าเธอเป็นของเขา ไม่ ๆ ไม่ใช่ พวกเราแค่นอนด้วยกันคืนเดียว ยังไงก็แค่เรื่องเข้าใจผิด ยังไงเขาก็คงคิดจะขู่เล่น ๆ โธ่เอ้ยยัยโง่ เขาประกาศขนาดนั้น ลองไปสิเธอได้ถูกผูกติดกับเตียงแน่ ชาตินี้อย่าหวังจะไปไหนได้เลย เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าคนนั้นคือมาเฟียมาร์โก มาเฟียที่มีอิทธิพลสุดในเมืองนี้! เธอจะบ้าตายเพราะเถียงกับตัวเองนี่แหละ แถมยังต้องมานั่งเสียใจที่มาเจอคนที่น่ากลัวที่สุดในเมือง พระเจ้าแกล้งเธอเกินไปแล้ว แบบนี้เธอจะทำยังไงดี!!

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio
5.0

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

Charlton Buccafusco
5.0

ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเซ็นอย่างไม่ลังเลและออกจากตระกูลเหลิ่ง สามเดือนต่อมา ฉู่จินเหอปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ในเวลานั้น เธอเป็นประธานเบื้องหลังของ LX นักออกแบบลับที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และเจ้าของเหมืองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ทางตระกูลเหลิ่งคุกเข่าลงและขอร้องให้คืนดีและขอการให้อภัย ฉู่จินเหอแยู่ในโอบกอดของซีอีโอโจว ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในโลกธุรกิจอย่างมีความุข เธอเลิกคิ้วพลางเยาะเย้ย "ฉันในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณมาเกี่ยวข้องได้"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ