เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ]

เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ]

Wariphat

5.0
ความคิดเห็น
353
ชม
11
บท

"เมื่อวิศวกรสาวปากแจ๋วทะลุมิติมาเป็นหญิงรับใช้ แถมดันหวั่นไหวกับคุณชายสุดหล่อแห่งยุคจีนโบราณ!" งานนี้จากปากแจ๋ว จะกลายเป็นหวานเจี๊ยบหรือไม่?

บทที่ 1 เทพีแห่งการด่า

เสียงฮัมเพลงในห้องเซิร์ฟเวอร์อย่างสบายใจดังขึ้นหลังจากผ่านช่วงพักเที่ยงในบริษัทข้ามชาติซอฟต์แวร์สัญชาติจีน

ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เสียงเพราะใสแจ๋วนั่นเป็นของ 'รัชธิดา สิริธารา' หรือที่ทุกคนเรียกเธอว่า 'ผิง' สาวสวยหมวยน่ารัก

ที่สุดในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ สาวผมยาวสีดำขลับในวัยเพียง 26 ปี ทำงานเก่ง IQ สูง ได้โปรโมตเร็วกว่าเพื่อนวิศวะ

ซอฟต์แวร์ที่เป็นผู้ชายทุกคนในวัยเดียวกัน

"ไอผิง...นี่แกรีบกินข้าวแล้วรีบกลับมาทำงานเอาหน้าอีกแล้วใช่ไหมว่ะ?" ชายร่างสันทัดผิวเข้มชื่อ 'โจ' เอ่ยแซะ

"บ้า!...ฉันเก่งกว่าแกตั้งเยอะแถมทำงานก็เร็วกว่า...ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานเอาหน้าโว้ย!" เธอละจากหน้าจอ

คอมพิวเตอร์แล้วหันไปทำตาขวางใส่โจ

"เออ...อิผิงนี่...กูว่ามึงสวยนะเพราะทั้งทีมก็มีมึงเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวแต่ทำไม...มึงถึงยังไม่มีแฟนว่ะ?" ชายในชุด

ทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวล้วงกระเป๋ากางเกงพูดด้วยน้ำเสียงกวนตีน

"โห...พี่มานพ...ใครจะไปเอามัน...มันปากแจ๋วยิ่งกว่าอะไรดี" โจพูดเสริม

"ทำไม...การที่ฉันเก่งฉันปากแจ๋วมันไปหนักหัวใครไม่ทราบคะ?" สาวหมวยปากแดงหันไปจิ๊ปากใส่เพื่อนร่วมทีม

"นี่ทุกคน...เดี๋ยวบ่ายสองมีประชุมด่วนนะ" พี่หัวหน้าทีมชื่อ 'ศักดิ์' เดินเข้ามาแจ้งข่าวให้ทุกคนในทีมรู้

"ใกล้จะสิ้นปีแล้ว...หรือจะประกาศเรื่องโบนัส...หรือจะเรื่องโปรโมตคะพี่ศักดิ์?" ผิงทำหน้าสงสัยหันไปถามพี่

หัวหน้าทีมที่มีครอบครัวแล้ว

"พี่ก็ไม่แน่ใจนะ...รู้สึกจะคัดเลือกอะไรบางอย่างนี่แหละ..."

"โห...พี่...ถ้าเป็นเรื่องคัดเลือกเดี๋ยวไอผิงก็ได้ตัดหน้าพวกเราไปอีก...เหม็นว่ะ" มานพทำหน้าไม่พอใจ

"เอาน่าพี่มานพ...ใจเย็นๆ...อาจเป็นเรื่องอื่นก็ได้...ฮ่าๆ" โจตอบแซวอย่างที่ไม่อยากให้บรรยากาศในทีมไม่ดี

"ยังไงก็แล้วแต่...นายอาจจะอยากถามเรื่องความคืบหน้าเรื่องซอฟต์แวร์เกมตัวใหม่ที่ทีมของเรากับทีมของโชค

กำลังพัฒนาแข่งกันก็ได้ว่าของใครมีแนวโน้มจะสำเร็จมากกว่ากัน" พี่หัวหน้าทีมเอามือเท้าโต๊ะทำงานก่อนพูด

ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ครับผม...ยังไงพวกเราจะเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าประชุมครับพี่ศักดิ์" มานพทำมือตะเบ๊ะด้วยความมั่นใจ

"เอาหน้าให้มันน้อยๆ หน่อยพี่...ใครๆ ก็รู้ว่าโปรเจคนี้หนูรู้ดีกว่าใครและคนที่จะนำเสนอถ้านายถามถึงก็คือหนูอยู่ดี"

ผิงยิ้มกว้างพร้อมขยิบตาให้พี่มานพ

"เออๆ อย่าปากดีให้มาก...มีไรก็ต้องช่วยๆ กันดิวะ...เรามันทีมเดียวกันนี่...ฮ่าๆ" มานพหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่ทั้ง

สามต่างแยกย้ายไปจดจ่ออยู่กับงานหน้าโต๊ะคอมของตัวเอง

"อ่า...เมื่อยจัง" ผิงพึมพรำก่อนที่จะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เธอเหลือบตาดูนาฬิกาข้อมือซึ่งแสดงเวลา 13.45 น.

"ไปดื่มกาแฟแก้ง่วงสักหน่อยก่อนจะไปเข้าประชุมแล้วกัน" เธอตัดสินก่อนที่จะเดินผ่านโต๊ะของโจไป

"อ้าว...ไอผิงแกจะไปไหนวะ?" โจเกาหัวสงสัยเลยถามออกไป

"ไปที่ชอบๆ ...โอเค๊" เธอทำมือเป็นรูปโอเคสื่อว่าไม่ต้องมาเสือก

"ไอ้บ้านี่...ฉันอุตส่าห์ถามดีๆ" โจมองค้อนตามหลังผิงไป

กลิ่นกาแฟเอสเปสโซ่หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณเครื่องดื่มบริการตัวเองซึ่งเป็นสวัสดิการของพนักงาน ผิงค่อยๆ

ละเลียดจิบกาแฟอย่างช้าๆ เพราะมันยังร้อนอยู่พลางครุ่นคิดว่าอนาคตในสายงานที่เธอทำอยู่จะพาเธอไปได้ไกล

แค่ไหน เธอรู้ดีว่าเธอมีจุดแข็งที่ตรงไหนและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงคืออะไร...

"ผิง!" เสียงดังกังวานมาจากทางข้างหลังเธอ ทำให้เธอสะดุ้งแล้วหันไปตามเสียงที่เรียกชื่อเธอ

"มีอะไรโชค...เรียกซะฉันตกใจหมดเลย" ผิงหน้าตาตื่นไม่รู้ว่าเป็นเพราะกาแฟหรือเพราะเสียงเรียกเมื่อกี้กันแน่

"นายมีเรียกประชุมหนิ...ทีมเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมด้วยใช่ไหม?" โชคจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ

"อือ...ใช่...ทำไมหรอ?" ผิงทำหน้างงเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

"เปล่า...ฉันก็หวังแค่ว่าเธอจะไม่ยอมแพ้นะ..." โชคเดินเข้ามาใกล้แล้วก็ตบบ่าเธอเบาๆ พร้อมกระซิบว่า

"เพราะทีมของเธอ...ห่วยไง" แล้วก็เดินจากไป

ผิงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนได้สติหลังจากที่สมองประมวลคำด่าเสร็จ "ไอเ_ยโชคเอ้ย...ถึงแกจะชื่อโชคแต่วันนี้ฉันจะทำ

ให้แกสิ้นโชคแน่ๆ" เธอหน้าแดงก่ำพร้อมกำมือด้วยความโกรธ

"อิผิง...แกอยู่นี่เอง...ถึงเวลาเข้าประชุมแล้วนะโว้ย...รีบไปกันเร็ว" โจปาดเหงื่อพร้อมเข้ามาดึงแขนผิงไป

"โทษทีแก...เดี๋ยวฉันไปหยิบแฟ้มแล้วเจอกันที่ห้องประชุมนะ" ผิงบอกโจเสร็จก็รีบเดินไปเอาแฟ้มที่โต๊ะของเธอ

...

"เอาละดีมาก...ทุกคนมาครบกันหมดแล้วใช่ไหม?" ชายร่างอ้วนท่วมหัวล้านในชุดสูทสีดำนั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยถาม

เสียงดังฟังชัด

"ครับๆ/ค่ะ" เสียงตอบรับดังครับท่วมท้น เหลือเพียงเสียงค่ะเบาๆ จากสาวสวยหน้าหมวยเป็นเอกลักษณ์จนนายใหญ่

ต้องหันไปมองตามเสียงค่ะนั้น

"อืม...ใช่...ผมได้ยินมาว่ามีผู้หญิงเก่งคนหนึ่งในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์คือเธอเองสินะ..." เขาขยับแว่นเพื่อที่จะมอง

หน้าเธอให้ชัดๆ

"ค่ะนาย...ดิฉันชื่อรัชธิดาค่ะ" สาวผิวขาวหน้าตาจิ้มลิ้มตอบเสียงใส

"โอเค...งั้นผมเข้าเรื่องเลยนะ...คือบริษัทแม่ที่เมืองก่วงโจวต้องการให้ผมคัดเลือกพนักงานที่มีแววไปเรียนรู้งาน

ระบบซอฟต์แวร์เกมใหม่ล่าสุดจากที่นั่น..."

เสียงฮือฮาอื้ออึงดังขึ้นในห้องประชุมทุกคนต่างหันหน้าคุยกันด้วยความตื่นเต้น

"อ่ะเดี๋ยวฟังผมให้จบก่อน...คือมันเป็นโปรเจคที่ด่วนมากคือต้องบินไปภายในอีก 2 วันเลยและต้องอยู่เรียนรู้

งาน 1 เดือน ทางนู้นเสนอจะให้เงินเดือนเพิ่ม 3 เท่า แต่เขาขอคนที่ยังไม่มีครอบครัวไม่มีภาระอะไรแถมยังต้อง

ได้ภาษาจีนพื้นฐานด้วย..."

เสียงโหร้องโอดโอยดังระงม หลายคนมีสีหน้าผิดหวังเพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เพราะเผลอๆ ถ้าใคร

ได้ไปแล้วทำผลงานได้ดีการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นหัวหน้าฝ่ายก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

"ไหนใครคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบบ้าง...ยกมือขึ้น" นายใหญ่ทำท่ายกมือแล้วกวาดสายตาไปรอบห้อง

"ห้ะ...ไม่มีใครยกมือเลย...นี่พวกคุณไม่มีใครรู้พื้นฐานภาษาจีนเลยหรอ...แล้วสอบผ่านเข้ามาทำงานบริษัท

สัญชาติจีนนี่ได้ไง" ชายวัย 50 ที่นั่งหัวโต๊ะทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"โห่...นายครับ...ที่นั่งอยู่นี่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์กันทั้งนั้นนะครับ...ทำงานกับโค้ดไม่ได้พูดหรือสื่อสารกับคน

เลยครับ" พี่ศักดิ์หัวหน้าทีมเป็นหน่วยกล้าตายพูดอธิบายออกมา...ทุกคนที่นั่งฟังต่างพยักหน้าเห็นด้วยกันงึกๆ

"เดี๋ยวก่อนค่ะ..." สาวสวยหนึ่งเดียวในที่ประชุมพูดขัดขึ้น

"คุณมีอะไร...ไหนว่ามาสิ" นายใหญ่เอ่ยทัก ก่อนที่ดวงตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ผิงคนเดียว

"ดิฉันคิดว่าดิฉันมีคุณสมบัติครบค่ะนาย...ทั้งจากผลงานที่ผ่านมา...และตอนนี้ไม่มีภาระ...แถมดิฉันยังได้

ภาษาจีนพื้นฐานด้วยค่ะ" เธอเสยผมเชิดหน้าตอบแบบมั่นๆ

ชายทั้งห้องต่างทำตาโตอ้าปากค้าง... "ห้ะ...ยัยผิงนี่นะ" ชายจากทีมของโชคคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนหันไปซุบซิบ

กับโชคซึ่งตอนนี้มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"ทุกคนละว่าไง...แต่ก็คงช่วยไม่ได้งั้นผมคงต้องส่งคุณรัชธิดาไปคนเดียว" เขาพูดจบพร้อมเขียนชื่อรัชธิดาใส่ลง

ในเอกสารที่เตรียมมาก่อนที่จะส่งสัญญาณว่าเลิกประชุม

"โห่อะไรวะ...ไอส้มหล่นเอ้ย" โชคตะโกนไล่หลังผิงมาติดๆ

"ก็ใครเสือกไม่เตรียมตัวมาให้ดีละวะ ช่วยไม่ได้...ภาษาจีนพื้นฐานเอง...มันก็ควรต้องรู้ไว้นะไอ้น้อง" ผิงตอกกลับ

อย่างซะใจ

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" โชคชูนิ้วกลางแล้วรีบเดินจากไป

"ไอพวกแพ้แล้วพาลเอ้ย" ผิงขำคิกคัก

"ยินดีด้วยนะผิง...ยังไงก็อย่าลืมพี่ละ...มีข้อมูลอะไรดีๆ ก็กลับมาอัปเดตให้ด้วยนะ" พี่ศักดิ์ยิ้มหวานชมไม่ขาดปาก

"ค่า...พี่หัวหน้าทีม"

"อ่ะ น้องผิงคนสวยยังงี้ต้องมาเลี้ยงเหล้าพวกเราก่อนไปแล้วไหม" มานพแกล้งเร้าแหย่เธอ

"ใช่ๆ เลย ผิง...เลี้ยงพี่มานพกับเราด้วยเลย ฮ่าๆ" โจหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ

"ไปเลี้ยงกันเองสิ...ไอพวกบ้าผู้หญิง...ครั้งที่แล้วพอเหล้าเข้าปากก็ก่อเรื่องไว้จำไม่ได้หรอ?" ผิงทำหน้าดุ

พร้อมด่าไม่ยั้ง

"เออๆ ไปดีมาดีละกัน" โจแตะไหล่เบาๆ

ผิงรีบเคลียร์งานที่ค้างไว้ในคอมให้เสร็จก่อนส่งไฟล์ให้คนในทีมพร้อมบอกขั้นตอนวิธีลัดต่างๆ ไว้ให้

"อ่ะ...ฉันเคลียร์งานทุกอย่างเสร็จแล้ว...งั้นขอกลับบ้านไปเตรียมตัวไปจีนก่อนนะทุกคน" เธอพูดด้วยความดีใจที่

จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่บริษัทแม่ที่จีน

"บายๆ มึงโชคดีละ" โจพูดพร้อมยิ้ม

"โชคดีนะไอน้องหมวยของพี่" มานพขยิบตาให้

"ขอให้ได้สามีเป็นคนจีนนะ จะได้เป็นซ้อรวยๆ ที่นั่นไงไม่ต้องกลับมาทำงานละ ฮ่าๆ" พี่ศักดิ์พูดทีเล่นทีจริง

"โอ๊ยพี่ก็...ขอให้มีแฟนก่อนเถอะ" ผิงยิ้มเขินก่อนรีบเดินออกจากห้องมา

...

ที่ฉันโสดนี่เพราะฉันโสดด้วยความสามารถน้า...

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Wariphat

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

รักใหม่พันล้าน

รักใหม่พันล้าน

Hilarius Erikson
5.0

เสิ่นชิงชิว หลานสาวของเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมืองไห้ คบหาอยู่กับลู่จั๋วมาเป็นเวลาสามปีแล้ว แต่ความจริงใจของเธอกลับสูญเปล่า ลู่จั๋วปฏิบัติกับเธอเพียงในฐานะหญิงบ้านนอกคนหนึ่ง และทอดทิ้งเธอในวันแต่งงาน โดยไปหารักแรกของเขา หลังจากเลิกรากันอย่างเด็ดขาด เสิ่นชิงชิวก็กลับมามีสถานะเป็นสาวรวยอีกครั้ง ได้รับมรดกมูลค่าหลายร้อยพันล้าน และเริ่มต้นชีวิตที่รุ่งโรจน์ที่สุด แต่แล้วมักจะมีคนโผล่มาทไให้กับเธอหงุดหงิดอยู่เสมอ! ขณะที่เธอกำลังจัดการกับผู้ร้าย คุณชายฟู่ผู้มีอำนาจนั้นก็ปรบมือและโห่ร้องว่า "ที่รักของฉันสุดยอดมากจริงๆ"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

Apogean Spark
5.0

【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”

หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม

หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม

Mia Caldwell
5.0

ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ