เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ]

เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ]

Wariphat

5.0
ความคิดเห็น
362
ชม
11
บท

"เมื่อวิศวกรสาวปากแจ๋วทะลุมิติมาเป็นหญิงรับใช้ แถมดันหวั่นไหวกับคุณชายสุดหล่อแห่งยุคจีนโบราณ!" งานนี้จากปากแจ๋ว จะกลายเป็นหวานเจี๊ยบหรือไม่?

เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ] บทที่ 1 เทพีแห่งการด่า

เสียงฮัมเพลงในห้องเซิร์ฟเวอร์อย่างสบายใจดังขึ้นหลังจากผ่านช่วงพักเที่ยงในบริษัทข้ามชาติซอฟต์แวร์สัญชาติจีน

ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เสียงเพราะใสแจ๋วนั่นเป็นของ 'รัชธิดา สิริธารา' หรือที่ทุกคนเรียกเธอว่า 'ผิง' สาวสวยหมวยน่ารัก

ที่สุดในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ สาวผมยาวสีดำขลับในวัยเพียง 26 ปี ทำงานเก่ง IQ สูง ได้โปรโมตเร็วกว่าเพื่อนวิศวะ

ซอฟต์แวร์ที่เป็นผู้ชายทุกคนในวัยเดียวกัน

"ไอผิง...นี่แกรีบกินข้าวแล้วรีบกลับมาทำงานเอาหน้าอีกแล้วใช่ไหมว่ะ?" ชายร่างสันทัดผิวเข้มชื่อ 'โจ' เอ่ยแซะ

"บ้า!...ฉันเก่งกว่าแกตั้งเยอะแถมทำงานก็เร็วกว่า...ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานเอาหน้าโว้ย!" เธอละจากหน้าจอ

คอมพิวเตอร์แล้วหันไปทำตาขวางใส่โจ

"เออ...อิผิงนี่...กูว่ามึงสวยนะเพราะทั้งทีมก็มีมึงเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวแต่ทำไม...มึงถึงยังไม่มีแฟนว่ะ?" ชายในชุด

ทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวล้วงกระเป๋ากางเกงพูดด้วยน้ำเสียงกวนตีน

"โห...พี่มานพ...ใครจะไปเอามัน...มันปากแจ๋วยิ่งกว่าอะไรดี" โจพูดเสริม

"ทำไม...การที่ฉันเก่งฉันปากแจ๋วมันไปหนักหัวใครไม่ทราบคะ?" สาวหมวยปากแดงหันไปจิ๊ปากใส่เพื่อนร่วมทีม

"นี่ทุกคน...เดี๋ยวบ่ายสองมีประชุมด่วนนะ" พี่หัวหน้าทีมชื่อ 'ศักดิ์' เดินเข้ามาแจ้งข่าวให้ทุกคนในทีมรู้

"ใกล้จะสิ้นปีแล้ว...หรือจะประกาศเรื่องโบนัส...หรือจะเรื่องโปรโมตคะพี่ศักดิ์?" ผิงทำหน้าสงสัยหันไปถามพี่

หัวหน้าทีมที่มีครอบครัวแล้ว

"พี่ก็ไม่แน่ใจนะ...รู้สึกจะคัดเลือกอะไรบางอย่างนี่แหละ..."

"โห...พี่...ถ้าเป็นเรื่องคัดเลือกเดี๋ยวไอผิงก็ได้ตัดหน้าพวกเราไปอีก...เหม็นว่ะ" มานพทำหน้าไม่พอใจ

"เอาน่าพี่มานพ...ใจเย็นๆ...อาจเป็นเรื่องอื่นก็ได้...ฮ่าๆ" โจตอบแซวอย่างที่ไม่อยากให้บรรยากาศในทีมไม่ดี

"ยังไงก็แล้วแต่...นายอาจจะอยากถามเรื่องความคืบหน้าเรื่องซอฟต์แวร์เกมตัวใหม่ที่ทีมของเรากับทีมของโชค

กำลังพัฒนาแข่งกันก็ได้ว่าของใครมีแนวโน้มจะสำเร็จมากกว่ากัน" พี่หัวหน้าทีมเอามือเท้าโต๊ะทำงานก่อนพูด

ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ครับผม...ยังไงพวกเราจะเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าประชุมครับพี่ศักดิ์" มานพทำมือตะเบ๊ะด้วยความมั่นใจ

"เอาหน้าให้มันน้อยๆ หน่อยพี่...ใครๆ ก็รู้ว่าโปรเจคนี้หนูรู้ดีกว่าใครและคนที่จะนำเสนอถ้านายถามถึงก็คือหนูอยู่ดี"

ผิงยิ้มกว้างพร้อมขยิบตาให้พี่มานพ

"เออๆ อย่าปากดีให้มาก...มีไรก็ต้องช่วยๆ กันดิวะ...เรามันทีมเดียวกันนี่...ฮ่าๆ" มานพหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่ทั้ง

สามต่างแยกย้ายไปจดจ่ออยู่กับงานหน้าโต๊ะคอมของตัวเอง

"อ่า...เมื่อยจัง" ผิงพึมพรำก่อนที่จะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เธอเหลือบตาดูนาฬิกาข้อมือซึ่งแสดงเวลา 13.45 น.

"ไปดื่มกาแฟแก้ง่วงสักหน่อยก่อนจะไปเข้าประชุมแล้วกัน" เธอตัดสินก่อนที่จะเดินผ่านโต๊ะของโจไป

"อ้าว...ไอผิงแกจะไปไหนวะ?" โจเกาหัวสงสัยเลยถามออกไป

"ไปที่ชอบๆ ...โอเค๊" เธอทำมือเป็นรูปโอเคสื่อว่าไม่ต้องมาเสือก

"ไอ้บ้านี่...ฉันอุตส่าห์ถามดีๆ" โจมองค้อนตามหลังผิงไป

กลิ่นกาแฟเอสเปสโซ่หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณเครื่องดื่มบริการตัวเองซึ่งเป็นสวัสดิการของพนักงาน ผิงค่อยๆ

ละเลียดจิบกาแฟอย่างช้าๆ เพราะมันยังร้อนอยู่พลางครุ่นคิดว่าอนาคตในสายงานที่เธอทำอยู่จะพาเธอไปได้ไกล

แค่ไหน เธอรู้ดีว่าเธอมีจุดแข็งที่ตรงไหนและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงคืออะไร...

"ผิง!" เสียงดังกังวานมาจากทางข้างหลังเธอ ทำให้เธอสะดุ้งแล้วหันไปตามเสียงที่เรียกชื่อเธอ

"มีอะไรโชค...เรียกซะฉันตกใจหมดเลย" ผิงหน้าตาตื่นไม่รู้ว่าเป็นเพราะกาแฟหรือเพราะเสียงเรียกเมื่อกี้กันแน่

"นายมีเรียกประชุมหนิ...ทีมเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมด้วยใช่ไหม?" โชคจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ

"อือ...ใช่...ทำไมหรอ?" ผิงทำหน้างงเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

"เปล่า...ฉันก็หวังแค่ว่าเธอจะไม่ยอมแพ้นะ..." โชคเดินเข้ามาใกล้แล้วก็ตบบ่าเธอเบาๆ พร้อมกระซิบว่า

"เพราะทีมของเธอ...ห่วยไง" แล้วก็เดินจากไป

ผิงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนได้สติหลังจากที่สมองประมวลคำด่าเสร็จ "ไอเ_ยโชคเอ้ย...ถึงแกจะชื่อโชคแต่วันนี้ฉันจะทำ

ให้แกสิ้นโชคแน่ๆ" เธอหน้าแดงก่ำพร้อมกำมือด้วยความโกรธ

"อิผิง...แกอยู่นี่เอง...ถึงเวลาเข้าประชุมแล้วนะโว้ย...รีบไปกันเร็ว" โจปาดเหงื่อพร้อมเข้ามาดึงแขนผิงไป

"โทษทีแก...เดี๋ยวฉันไปหยิบแฟ้มแล้วเจอกันที่ห้องประชุมนะ" ผิงบอกโจเสร็จก็รีบเดินไปเอาแฟ้มที่โต๊ะของเธอ

...

"เอาละดีมาก...ทุกคนมาครบกันหมดแล้วใช่ไหม?" ชายร่างอ้วนท่วมหัวล้านในชุดสูทสีดำนั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยถาม

เสียงดังฟังชัด

"ครับๆ/ค่ะ" เสียงตอบรับดังครับท่วมท้น เหลือเพียงเสียงค่ะเบาๆ จากสาวสวยหน้าหมวยเป็นเอกลักษณ์จนนายใหญ่

ต้องหันไปมองตามเสียงค่ะนั้น

"อืม...ใช่...ผมได้ยินมาว่ามีผู้หญิงเก่งคนหนึ่งในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์คือเธอเองสินะ..." เขาขยับแว่นเพื่อที่จะมอง

หน้าเธอให้ชัดๆ

"ค่ะนาย...ดิฉันชื่อรัชธิดาค่ะ" สาวผิวขาวหน้าตาจิ้มลิ้มตอบเสียงใส

"โอเค...งั้นผมเข้าเรื่องเลยนะ...คือบริษัทแม่ที่เมืองก่วงโจวต้องการให้ผมคัดเลือกพนักงานที่มีแววไปเรียนรู้งาน

ระบบซอฟต์แวร์เกมใหม่ล่าสุดจากที่นั่น..."

เสียงฮือฮาอื้ออึงดังขึ้นในห้องประชุมทุกคนต่างหันหน้าคุยกันด้วยความตื่นเต้น

"อ่ะเดี๋ยวฟังผมให้จบก่อน...คือมันเป็นโปรเจคที่ด่วนมากคือต้องบินไปภายในอีก 2 วันเลยและต้องอยู่เรียนรู้

งาน 1 เดือน ทางนู้นเสนอจะให้เงินเดือนเพิ่ม 3 เท่า แต่เขาขอคนที่ยังไม่มีครอบครัวไม่มีภาระอะไรแถมยังต้อง

ได้ภาษาจีนพื้นฐานด้วย..."

เสียงโหร้องโอดโอยดังระงม หลายคนมีสีหน้าผิดหวังเพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เพราะเผลอๆ ถ้าใคร

ได้ไปแล้วทำผลงานได้ดีการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นหัวหน้าฝ่ายก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

"ไหนใครคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบบ้าง...ยกมือขึ้น" นายใหญ่ทำท่ายกมือแล้วกวาดสายตาไปรอบห้อง

"ห้ะ...ไม่มีใครยกมือเลย...นี่พวกคุณไม่มีใครรู้พื้นฐานภาษาจีนเลยหรอ...แล้วสอบผ่านเข้ามาทำงานบริษัท

สัญชาติจีนนี่ได้ไง" ชายวัย 50 ที่นั่งหัวโต๊ะทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"โห่...นายครับ...ที่นั่งอยู่นี่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์กันทั้งนั้นนะครับ...ทำงานกับโค้ดไม่ได้พูดหรือสื่อสารกับคน

เลยครับ" พี่ศักดิ์หัวหน้าทีมเป็นหน่วยกล้าตายพูดอธิบายออกมา...ทุกคนที่นั่งฟังต่างพยักหน้าเห็นด้วยกันงึกๆ

"เดี๋ยวก่อนค่ะ..." สาวสวยหนึ่งเดียวในที่ประชุมพูดขัดขึ้น

"คุณมีอะไร...ไหนว่ามาสิ" นายใหญ่เอ่ยทัก ก่อนที่ดวงตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ผิงคนเดียว

"ดิฉันคิดว่าดิฉันมีคุณสมบัติครบค่ะนาย...ทั้งจากผลงานที่ผ่านมา...และตอนนี้ไม่มีภาระ...แถมดิฉันยังได้

ภาษาจีนพื้นฐานด้วยค่ะ" เธอเสยผมเชิดหน้าตอบแบบมั่นๆ

ชายทั้งห้องต่างทำตาโตอ้าปากค้าง... "ห้ะ...ยัยผิงนี่นะ" ชายจากทีมของโชคคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนหันไปซุบซิบ

กับโชคซึ่งตอนนี้มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"ทุกคนละว่าไง...แต่ก็คงช่วยไม่ได้งั้นผมคงต้องส่งคุณรัชธิดาไปคนเดียว" เขาพูดจบพร้อมเขียนชื่อรัชธิดาใส่ลง

ในเอกสารที่เตรียมมาก่อนที่จะส่งสัญญาณว่าเลิกประชุม

"โห่อะไรวะ...ไอส้มหล่นเอ้ย" โชคตะโกนไล่หลังผิงมาติดๆ

"ก็ใครเสือกไม่เตรียมตัวมาให้ดีละวะ ช่วยไม่ได้...ภาษาจีนพื้นฐานเอง...มันก็ควรต้องรู้ไว้นะไอ้น้อง" ผิงตอกกลับ

อย่างซะใจ

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" โชคชูนิ้วกลางแล้วรีบเดินจากไป

"ไอพวกแพ้แล้วพาลเอ้ย" ผิงขำคิกคัก

"ยินดีด้วยนะผิง...ยังไงก็อย่าลืมพี่ละ...มีข้อมูลอะไรดีๆ ก็กลับมาอัปเดตให้ด้วยนะ" พี่ศักดิ์ยิ้มหวานชมไม่ขาดปาก

"ค่า...พี่หัวหน้าทีม"

"อ่ะ น้องผิงคนสวยยังงี้ต้องมาเลี้ยงเหล้าพวกเราก่อนไปแล้วไหม" มานพแกล้งเร้าแหย่เธอ

"ใช่ๆ เลย ผิง...เลี้ยงพี่มานพกับเราด้วยเลย ฮ่าๆ" โจหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ

"ไปเลี้ยงกันเองสิ...ไอพวกบ้าผู้หญิง...ครั้งที่แล้วพอเหล้าเข้าปากก็ก่อเรื่องไว้จำไม่ได้หรอ?" ผิงทำหน้าดุ

พร้อมด่าไม่ยั้ง

"เออๆ ไปดีมาดีละกัน" โจแตะไหล่เบาๆ

ผิงรีบเคลียร์งานที่ค้างไว้ในคอมให้เสร็จก่อนส่งไฟล์ให้คนในทีมพร้อมบอกขั้นตอนวิธีลัดต่างๆ ไว้ให้

"อ่ะ...ฉันเคลียร์งานทุกอย่างเสร็จแล้ว...งั้นขอกลับบ้านไปเตรียมตัวไปจีนก่อนนะทุกคน" เธอพูดด้วยความดีใจที่

จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่บริษัทแม่ที่จีน

"บายๆ มึงโชคดีละ" โจพูดพร้อมยิ้ม

"โชคดีนะไอน้องหมวยของพี่" มานพขยิบตาให้

"ขอให้ได้สามีเป็นคนจีนนะ จะได้เป็นซ้อรวยๆ ที่นั่นไงไม่ต้องกลับมาทำงานละ ฮ่าๆ" พี่ศักดิ์พูดทีเล่นทีจริง

"โอ๊ยพี่ก็...ขอให้มีแฟนก่อนเถอะ" ผิงยิ้มเขินก่อนรีบเดินออกจากห้องมา

...

ที่ฉันโสดนี่เพราะฉันโสดด้วยความสามารถน้า...

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Wariphat

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

รอยหยัก/宁安 หนิงอัน

“อันตัวข้า มีนามว่าไป๋ฟางเซียน” ปกติคนอื่นข้ามเวลาคงได้รับมิติ พลังวิเศษ ความเทพทรูต่าง ๆ แล้วนางเล่า ไม่เห็นเป็นเหมือนในนิยายที่เคยอ่านบ้าง เท่านั้นยังไม่พอ! นางยังเข้ามาอยู่ในร่างสาวงามอันดับหนึ่ง มีสถานะเป็นถึงภรรยาของท่านแม่ทัพ ที่สามีหาได้รักใคร่ชมชอบไม่ ออกจะเกลียดแสนเกลียดเสียด้วยซ้ำไป หนำซ้ำสามีหน้าตายผู้นั้นดันมีคนที่ตนพึงใจอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะเอาตัวรอดต่อไปในโลกที่ไม่รู้จักได้อย่างไร นอกจากจะต้องปรับตัวอย่างมากแล้ว นางต้องคิดหาวิธีรับมือกับบุรุษผู้เป็นสามีที่จ้องแต่จะกินหัวนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกด้วย! โอ สวรรค์ ท่านเกลียดชังอะไรข้านักหนา เหตุใดถึงให้ข้าเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ ชีวิตสงบสุขที่ใฝ่ฝัน คงได้จบสิ้นกันแล้ว แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ต้องเจอ ไม่สามารถหลีกหนีได้ นาง! ไป๋ฟางเซียนผู้นี้! จะขอร่วมลงประชันสนามอารมณ์กับเขาเอง! ให้มันรู้กันไปเลยว่า ภรรยาอย่างนาง จะเอาชนะสามีอย่างเขา... ไม่ได้!

XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

JAMBENZ

ยามใดที่ได้กลิ่นหอมของเธอ นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... ทั้งชีวิตที่เกิดมา ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีรังเกียจฉันได้มากเท่าเขาอีกแล้ว… “คุณมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่าคะคุณแซ้งค์” “ใครจะกล้ามีปัญหากับลูกสาวเจ้าพ่ออย่างคุณเอวาได้ล่ะครับ” “ก็คุณไงคะ” .......................................................................................... ฉันต้องรู้สึกยังไงที่จู่ ๆ ก็มีคนบางคนชอบแสดงท่าทีเหมือนรังเกียจ ทุกครั้งที่พยายามเข้าใกล้ เขาก็จะถอยห่าง มองจากดาวอังคารยังรู้ ว่า ‘คุณแซ้งค์’ กำลังไม่ชอบขี้หน้าฉันอย่างแรง แต่บอกไว้ก่อน เราไม่เคยมีเรื่องกัน แล้วทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้ “บอกเหตุผลมาหน่อยได้มั้ยคะ ว่าทำไมถึงทำเหมือนไม่ชอบฉันนัก” “ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ผมแค่ไม่อยากอยู่ใกล้คุณ” “แล้วมันทำไม?” “ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง” หลังจากได้รับคำตอบ ฉันก็ไม่เคยเข้าใจในความหมายนั้น กระทั่งคืนหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ซึ่งนี่แหละคือจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเราไปตลอดกาล...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ] เกิดใหม่ครานี้…ข้าเป็นหญิงรับใช้ที่โชคดีที่สุด [เกิดใหม่ทะลุมิติจีนโบราณ] Wariphat โรแมนติก
“"เมื่อวิศวกรสาวปากแจ๋วทะลุมิติมาเป็นหญิงรับใช้ แถมดันหวั่นไหวกับคุณชายสุดหล่อแห่งยุคจีนโบราณ!" งานนี้จากปากแจ๋ว จะกลายเป็นหวานเจี๊ยบหรือไม่?”
1

บทที่ 1 เทพีแห่งการด่า

14/02/2025

2

บทที่ 2 บ่อน้ำพุแห่งโชคชะตา

14/02/2025

3

บทที่ 3 หมู่บ้านหลิงสุ่ย

14/02/2025

4

บทที่ 4 หมั่นโถวเผือก

14/02/2025

5

บทที่ 5 เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว

14/02/2025

6

บทที่ 6 ปาท่องโก๋ร้อนๆ

14/02/2025

7

บทที่ 7 โจ๊กมั้ยจ๊ะ

14/02/2025

8

บทที่ 8 รูปมังกรหรอ

14/02/2025

9

บทที่ 9 เส้นหมี่สดๆ ทำเองเลยนะ

14/02/2025

10

บทที่ 10 บ่อน้ำเจ้ากรรม

14/02/2025

11

บทที่ 11 บ้านหลังเล็กที่ตีนเขา

14/02/2025