ร้อยเล่ห์แค้น แสนเล่ห์รัก

ร้อยเล่ห์แค้น แสนเล่ห์รัก

SHASHAwriter

5.0
ความคิดเห็น
50.5K
ชม
47
บท

“ผู้หญิงแบบนี้ไม่มีใครเอามาทำเมียหรอก รู้ตัวเอาไว้บ้างน่าจะดี” “แต่ก็มีคนแก่ๆคนหนึ่งเคยบอกข้าวอยู่หรอกค่ะ ว่าอยากให้ข้าวมาเป็นมะ...” กระดากจะพูดว่าเมียตามเขาเลยเลี่ยงไปว่า “เป็นแม่ของลูก” ธนากรบดกรามอย่างฉุนจัด เพราะคนแก่ๆคนหนึ่งที่ขวัญข้าวว่านั่นหาใช่ใครที่ไหนไม่ มันตัวเขาเองชัดๆ “ใช่ ไอ้บ้านั่นมันแก่แต่ฉลาดไม่หยอกล่ะที่หลอกฟันเด็กใจแตกหัวรั้นคนนั้นได้แล้วแกล้งบอกว่าจะให้ผู้ใหญ่ไปขอน่ะ” สุดทนอีกต่อไป ขวัญข้าวยิ่งกว่าโกรธในตอนนี้เองเห็นชายตัวโตตรงหน้าเล็กเท่ามดก่อนกระโดดใส่พร้อมเงื้อมือจะชกอีกฝ่ายที่ว่าเธอเป็นเด็กใจแตก ธนากรยิ้มมุมปากก่อนตั้งรับเอาไว้ได้ทันทั้งตัว รู้ในวินาทีเองว่าได้ตกลงไปในหลุมที่เขาขุดรอเอาไว้แล้ว ทั้งยังเสียเปรียบเขาจนเอาตัวไม่รอดอีกด้วยเพราะถูกคนแก่กอดรัดเอาไว้เสียแน่นราวกับหมึกยักษ์โคลอสซัล “ทำเป็นโกรธ ที่จริงอยากกอดก็บอกมาเถอะ”

บทที่ 1 1

“นั่น! สองพี่น้องเจ้าของไร่พืชวิวัฒน์พัฒนะการกุล...ใช่ไหมข้าว”

ขวัญข้าวเหลียวมองตามเสียงถามทันที ค่อยหันกลับมาหยิบอาหารในจานตรงหน้าเข้าปากบ่น

“มีใครนามสกุลยาวกว่านี้อีกไหมเนี่ย”

“ข้าวนี่ยังไงนะ แขวะไม่เข้าเรื่องเลย”

ธิดารัตน์คู่สนทนาปรามอย่างเคืองๆแต่ไม่ได้จริงจังนัก

สองสาวปลีกตัวออกมาคุยตรงระเบียงร้าน ที่วันนี้แบ่งโซนหนึ่งไว้จัดเลี้ยงส่งให้พวกเธอและเพื่อนร่วมรุ่นที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกกันแล้ว เลยสะดุดตาเข้ากับสองหนุ่มที่เพิ่งลงจากรถยกสูงนั่นพอดีจึงได้พูดคุยสอบถามอย่างเมื่อครู่

ขวัญข้าวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบก่อนเบือนสายตาออกไปทางอื่น ไม่คุยอะไรต่อ แต่เพื่อนตัวดียังคงสะกิดถามไม่เลิก

“ไร่ข้าวอยู่ใกล้กับไร่พี่เขา เจอกันบ่อยไหม”

ขวัญข้าวยักไหล่ก่อนเบ้หน้า ทำท่าคิดนิดหนึ่ง เจอกันบ่อยไหมอย่างนั้นหรือ แล้วตอบเพื่อนออกไป “ไม่นี่ ถามทำไม”

“ไม่มีอะไรก็แค่ถาม แล้วข้าวรู้จักพี่น้องสองหล่อนั่นไหม”

“คนไหน” ถามอย่างไม่ได้สนใจคนที่กล่าวถึงสักเท่าไร

“ก็พี่กร ลูกชายคนโตของไร่พืชวิวัฒน์พัฒนะการกุลกับนายดลนั่นไง” คนหลังนั่นพูดถึงด้วยน้ำเสียงไม่ชื่นชมเท่าคนแรกอย่างที่พอฟังออก แต่ขวัญข้าวไม่ใส่ใจ จะคนแรกหรือคนหลังเธอไม่ให้ราคาใครทั้งนั้น

“ไม่รู้จัก แล้วก็ไม่เห็นอยากรู้จักด้วย ไม่รู้เลยว่าคนไหนพี่คนไหนน้อง”

ธิดารัตน์มองอย่างหมั่นไส้แล้วจีบปากเตรียมสาธยาย

“คนพี่น่ะคนที่สูงกว่า ตัวหนาล่ำ ยืนหน้านิ่งไม่ค่อยยิ้มขรึมสง่าเป็นรูปปั้นเทพเจ้ากรีก ส่วนคนน้อง...ก็อีตาคนที่ยืนยิ้มโปรยเสน่ห์ไปทั่วยังกับว่าตัวเองหล่อนักหนานั่นไง เห็นหรือยัง”

ขวัญข้าวมองตามไปปราดเดียวแล้ววิจารณ์

“ไม่เห็นหล่อสักคน ยิ่งอีตาคนทำหน้านิ่งๆนั่นยิ่งไม่หล่อ ยืนเก๊กอยู่ได้ ทำท่ากร่างอย่างกับว่าจังหวัดนี้เป็นของตัวเอง”

ธิดารัตน์ขยับตัวอย่างไม่เห็นด้วย รีบค้าน “ไม่นะ พี่กรเขาแค่เป็นคนเงียบๆ เก๊กที่ไหนข้าวนี่”

“เราก็เห็นแกเก๊กทุกที่ ดูนั่น…” ขวัญข้าวบุ้ยหน้าไปทางคนที่กล่าวถึงก่อนว่า “ยืนหลังตรงยังกับทหารเฝ้าประตูพระราชวัง หน้าพี่แกเคยยิ้มกว้างกว่านี้ไหม ไม่เค้ย... ทำเป็นอมยิ้มจะยิ้มก็ยิ้มออกมาดิ่ ท่าทางแบบนี้เจ้าชู้เงียบแน่นอน แล้ว…”

ธิดารัตน์คงเป็นแฟนคลับคนพี่ของไร่พืชวิวัฒน์พัฒนะการกุล ได้ยินคำบาดหูนั่นแล้วรีบร้องปรามเสียงหลงทันที “พอแล้ว”

เลยยิ้มมุมปากซนๆ หยิบอาหารในจานตรงหน้าเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆต่อ เบือนหน้ามองบรรยากาศของร้านที่คึกคักกว่าทุกที ไม่สนใจชายสองคนนั่นอีกต่อไป

คืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งให้กับพวกเธอและเพื่อนๆมัธยมศึกษาปีที่หกที่จบกันแล้ว บางคนได้ศึกษาต่อ

อย่างธิดารัตน์ หรือ แอล เพื่อนของเธอได้ทุนเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐแห่งหนึ่ง คณะแพทยศาสตร์ ส่วนเธอ ขวัญข้าวยิ้มให้ตัวเอง เธออยากเรียนต่อเหมือนกัน ที่คิดไว้คือคณะวิทยาศาสตร์กับศิลปะศาสตร์ แต่ที่ไร่ไม่มีใครพอจะเป็นหลักช่วยงานบิดาได้เท่าเธอ

ขวัญข้าวค่อนข้างโตเกินอายุ เพราะรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างในไร่ตั้งแต่อายุสิบห้า เป็นต้นว่าทำบัญชี ติดต่อไซโล โรงงานสับไม้ ตัวแทนปุ๋ยและยา ดูแลคนงานและจัดการปัญหาเล็กๆน้อยๆตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ เธอทำเองทั้งหมด

เด็กสาวจึงมีความคิดความอ่านความรับผิดชอบเรื่องงานในไร่ราวกับเป็นผู้ใหญ่แล้วคนหนึ่ง เพราะถูกบิดาฝึกฝนให้ทำตั้งแต่พอไหว้วานได้

เธอทำงานมากกว่าเล่น ต่างจากคนอื่นที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นวุฒิภาวะยังถือว่าเด็กอยู่มาก ก็ตามอายุนั่น เอง เด็กสาวยังเจอคนเจอโลกไม่มากจึงมีประสบการณ์ในชีวิตไม่เท่าไร แต่หลงคิดว่าตนทำงานเยอะเลยว่าตัวนั้นโตพอที่จะทำอะไรๆก็ได้ตามที่ใจปรารถนา

“ข้าว” เสียงเรียกชื่อดังมาจากธิดารัตน์อีกครั้ง เจ้าตัวขานรับทันที “หืม”

“มีคนเรียกแน่ะ”

ธิดารัตน์บอกทั้งยังส่งสายตาเชิงหมั่นไส้มาให้ด้วย เมื่อกี๊ไหนว่าไม่รู้จัก ทำไมชายหนุ่มที่กล่าวถึงเมื่อก่อนหน้าแวะมาทักที่โต๊ะได้เล่า

เอี้ยวไปด้านหลังพอเห็นว่าใคร เลยทักทายตามมารยาทอย่างทุกที “อ้าวพี่ดล สวัสดีค่ะ”

“ไงเรา หนีเที่ยวหรือคะคืนนี้”

ขวัญข้าวมองคนถามแล้วยิ้มส่งให้แทนคำตอบ

ธนดลนั่นเอง ลูกชายคนเล็กของไร่พืชวิวัฒน์พัฒนะการกุล ชายหนุ่มเจ้าสำราญ หน้าตาดีราวนักแสดงจากแดนโสม เขาขาวแลดูสะอาด ที่สำคัญกว่านั้น เธอรู้จักธนดลดีกว่าที่ธิดารัตน์รู้ เมื่อครู่นี้เพียงแค่อำเพื่อนไปเท่านั้นว่าไม่รู้จักกัน

ก่อนบอกอีกฝ่ายไป

“เลี้ยงส่งค่ะพี่ดล”

“พี่นั่งด้วยคนนะคะ” ธนดลมักพูดคะขากับเธอแบบนี้เสมอ ท่าทีดูออกชัดเจนว่าชอบเด็กสาวไร่ข้างเคียงกัน ทั้งหูตายังแพรวพราวระยิบระยับเชียวเวลามองขวัญข้าว

“ค่ะ”

ธนดลยิ้มหล่อก่อนนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งข้างธิดารัตน์ ธิดารัตน์ขยับตัวหนีหน่อยหนึ่งอย่างไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ไม่ชอบหน้านายนี่ ทั้งๆที่ปลื้มพี่ชายของอีกฝ่าย นี่เองที่เขาเรียกไม่กินเส้นเห็นหน้าก็นึกไม่ถูกชะตาเลยเชียว

ชายหนุ่มถามคล้ายสนิทสนมกับเด็กสาวเป็นอย่างดี

“แล้ว...ตกลงเราเรียนที่ไหนคะ เลือกได้หรือยัง”

ขวัญข้าวเสลงมองแก้วน้ำของตนเองก่อนปด

“ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ เลยว่าจะช่วยงานในไร่ไปก่อน เอาไว้คิดได้ค่อยไปสมัคร เรียนตอนไหนก็ได้ค่ะ ยังไงก็ทัน” เล่าไปเรื่อยอย่างมีความจริงไม่จริงปนกันอยู่อย่างละครึ่ง

“พูดง่ายเนอะ” ธิดารัตน์แขวะอย่างมีโมโหขึ้นบ้าง เพราะไม่เห็นด้วยเลยที่อีกฝ่ายจะหยุดเรียนเพื่อไปช่วยงานในไร่ พี่ชายขวัญข้าวนั่นทำไมไม่มาช่วยบ้าง คิดแล้วหงุดหงิดแทน

“อ้าว จริงนะ ข้าวคิดอย่างงั้นจริงๆ” ขวัญข้าวตอบกลับทันที

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ SHASHAwriter

ข้อมูลเพิ่มเติม
เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

โรแมนติก

5.0

ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"

ห้องลับของคุณรัชญ์

ห้องลับของคุณรัชญ์

โรแมนติก

5.0

"ถอดชุดบนตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้!" "หนูทำไม่ได้..." ขวัญลดายังพูดไม่จบดีเลยว่าเธอถอดชุดที่ใส่บนตัวออกไม่ได้เพราะมันรัดมาก ๆ นี่ก็นัดกับออยลี่ ลูกของป้าเนืองไว้แล้วให้มาช่วยถอดชุด ไม่รู้น้องคนที่วานให้ช่วยเหลือจะหลับไปแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องฉีกมันออกแทนการถอด แต่เจ้าของห้องลับที่ใคร ๆ พูดปากต่อปากกันว่า ห้องนี้ใครเข้ามาแล้วต้องเสว ก็ปราดเข้ามาปล้ำถอดชุดของเธอออกจนหมด แต่เพราะชุดมันรัดมาก ๆ ดลวรัชญ์ลงมือถอดไปก็สบถไปพลางด้วยอาการหัวเสีย "แต่งตัวเชี่ยอะไรวะ รู้ไหมว่ามันรัดหน้าอก รัดโหนกจนเห็นเป็นเนินนูน นึกว่าลานจอดฮอ" พอชุดถูกถอดออกจนหมด ขวัญลดาค่อยหายใจได้ลึกขึ้นจากเดิม นึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แม้จะดูเป็นการช่วยที่ไม่ปกตินักก็ตามที "หนูรู้ค่ะ" "รู้แต่ก็ยังใส่" "คุณป้าบอกว่ามันมีชุดเดียว ชุดนี้เมื่อก่อนท่านตัดไว้ให้พี่โรส แต่คุณเล่นพาพี่โรสมานอน หนูก็เลย..." "หึง?" เสียงเข้มถามขัดคำตอบของเธอ ขวัญลดามองเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยังไม่รู้จักเลยว่า หึง อาการเป็นอย่างไร "ไม่ใช่ค่ะ หนูกำลังอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมต้องใส่ชุดนี้" "เธอหึง" คนชอบให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองอย่างดลวรัชญ์สรุปในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ พร้อมด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเกร็งมันไว้ให้เหยียดตรงดังเดิม "และเธอเบี่ยงประเด็นนะลดา" "แล้วแต่คุณเลยค่ะ" ขวัญลดาบอกอย่างยอมแพ้ ++++++ เนื้อหานิยายเน้นอ่านเพลิน ๆ ย่อยง่าย ๆ และจบดี แฮปปี้ค่ะ

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

โรแมนติก

5.0

คำโปรย ปริญญ์เคยบอกว่ารักเธอ แต่เมื่อมีเหตการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลิกรากันไป เขาย้อนกลับมาทำดีด้วย และขอเธอแต่งงาน หลังแต่งงานกับจินดาพรรณมาสี่ปี ปริญญ์เที่ยวคบหาผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เธออับอาย ... นี่น่ะหรือความรักของเขา ตัวอย่างเนื้อหา "เดี๋ยวดา เรื่องที่เราคุยกันไว้ ดาต้องทบทวนดี ๆ ก่อน..." "พรุ่งนี้เลยปิน พรุ่งนี้ไปเจอกันตามที่ตกลงไว้ได้เลย" ปริญญ์มองเธอนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะพูดอะไรได้สักคำหนึ่ง ก็ยากเย็นเต็มที "หรือไม่ ปินว่าเราลอง..." "อย่าเอาแต่พูดหลอกล่อกันแบบนี้อยู่อีกเลยปิน เราสองคนจบกันเท่านี้เถอะ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เราจะได้ไม่เกลียดกันมากไปกว่านี้ หรือปินอยากให้ดาเกลียด จนไม่ไปเผาผีกันเลย ก็ได้นะปิน" ได้ยินและได้รู้ถึงความคิดของจินดาพรรณแล้ว ในใจของปริญญ์ปวดแปลบ เสียดและเสียวไปทั้งทรวงอก เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิดได้ในตอนนั้นเองว่านี่เขาทำอะไรต่อมิอะไรลงไปนั้น มันแย่มาก จินดาพรรณถึงได้บอกว่าเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ปริญญ์รู้สึกได้ถึงก้อนขม ๆ ในคอ เขาฝืนที่จะกล้ำกลืนมันลงไป แล้วขยับเท้าเพื่อถอยหลังออกมา มาได้เพียงครึ่งก้าวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สายตาเจ็บปวดของเขายังคงมองไปยังจินดาพรรณ เปิดปากเพื่อจะพูดบางประโยคออกไป "แต่ดา...ปินระ...ปินรั" จินดาพรรณหมุนตัว เพื่อกลับเข้าห้อง เธอไม่อยากฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แต่กลับโดนดึงตัวเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่ได้ออกแรงดิ้น ทำเพียงปิดตาลง ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ข้างในลึก ๆ บอกตัวเองว่าอย่าได้ถลำตัวและหัวใจไปกับภาพลวงตาของปริญญ์ อย่าได้หลงคารมของเขาอีกเป็นอันขาด บทจะหวาน ปริญญ์ก็ทำให้เชื่อได้ทั้งนั้น และเขาก็ทำเพียงเพราะต้องการให้เธอหลงเชื่อ เขาหลอกเธอซ้ำ ๆ แล้วทิ่มแทงเธอให้ผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจ ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ปริญญ์สูดดมกลิ่นของภรรยาเข้าจมูกจนลึกสุดปอด ถูไถใบหน้าไปมาอย่างที่โหยหามาโดยตลอด พร้อมกับพึมพำที่ข้างหูของเธอ "ปินให้เวลาดาคิดอีกสามวัน ระหว่างนี้ถ้าดาเปลี่ยนใจ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าดายังคิดแบบเดิม วันนั้นเราค่อยไปเจอที่บริษัทตามที่คุยไว้ แต่ระหว่างนี้ ดาต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด" จินดาพรรณถอนลมหายใจของตัวเองออกยาว ๆ เธอนี่หรือใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ตลอดมามีแต่ปริญญ์ที่ทำแบบนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นค่อยเปิดตาขึ้น แล้วออกแรงดันตัวเองจากอ้อมกอดของเขา หันมามองที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า บอกออกไปตามอย่างที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ "ดาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีกแล้วล่ะปิน ถ้าปินว่างพอ พรุ่งนี้เราก็ไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยได้เลย" ****************************** แนวพระเอกโบ้ ไม่ได้นอกใจ จบดีและไม่มีใครตุยค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

พ้นโทษกลับมา ทุกคนเห็นดีแน่

พ้นโทษกลับมา ทุกคนเห็นดีแน่

Jasper Wren
5.0

‘หญิงแกร่งชายแกร่ง + การต่อสู้ทางธุรกิจ + ความรักหวานชื่น + การแก้แค้น + ลึกลับ + คลั่งรักแบบอันตราย’ “ เข้าคุกตอนอายุยี่สิบ พ้นโทษตอนอายุยี่สิบสาม... สามปีแห่งการเคี่ยวกรำ มันเพียงพอแล้วที่จะส่งพวกแกทุกคน—ลงนรก!” ซ่งอันหราน คุณหนูตัวจริงที่พลัดพรากของตระกูลซ่ง ชาติก่อนเธอถูกพ่อแม่และพี่ชายแท้ๆ ส่งเข้าคุกเพื่อรับโทษแทนคุณหนูตัวปลอมในคดีอาชญากรรมทางการเงิน เธอต้องทนทุกข์ทรมานในคุก ในขณะที่คุณหนูตัวปลอมเสวยสุขในกองเงินกองทอง สืบทอดกิจการ มิหนำซ้ำยังจ้างนักเลงมาทรมานเธอจนตาย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอได้ย้อนเวลากลับมาในวันแรกที่เข้าคุก ชาตินี้ เธอตัดทิ้งซึ่งความไร้เดียงสา และใช้ชีวิตในคุกเพื่อ…… เรียนรู้การเงิน ควบคุมตลาดหุ้น วางกลยุทธ์จากในเรือนจำ จนมีเงินทุนก้อนแรกในชีวิต ฝึกการต่อสู้ ศึกษาจิตวิทยา สยบเหล่านักโทษเดนตาย เพื่อสร้างขุมกำลังใต้ดินของตัวเอง อาศัยความทรงจำจากชาติก่อนวางหมากอย่างรัดกุม เพื่อรอคอยวันที่จะเริ่มงานเลี้ยงแห่งการแก้แค้นในวันที่พ้นโทษ! สามปีให้หลัง เธอพ้นโทษออกมา สาวน้อยผู้อ่อนแอในวันวานได้เปลี่ยนไปเป็นกุหลาบที่อันตรายที่สุดแห่งโลกธุรกิจ แผนการทุกอย่างดำเนินไปอย่างแยบยล ทว่าซ่างกวนหวายจือ……ผู้ที่ได้รับฉายายมทูตแห่งโลกธุรกิจผู้เย็นชาไร้ใจ กลับล็อกเป้าหมายมาที่เธอ เขาต้อนเธอจนมุม ใช้ปลายนิ้วลูบคลำหมายเลขนักโทษบนลำคอระหงของเธอ พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าแฝงความอันตรายว่า “ซ่งอันหราน เกมแก้แค้นของเธอ…… ให้ผมเข้าร่วมด้วยคนสิ?”

มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

Tepui Frost
5.0

ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว

ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่

ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่

Zuey
4.0

เฉียวลู่ นักแสดงแถวหน้าของจีนมีข่าวฉาวออกมาทำให้ทางต้นสังกัดของเธอสั่งให้เธองดออกสื่อชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนงานยุ่งตลอดทั้งปีของเธอที่จะได้พักผ่อน เฉียวลู่เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอและการกลับไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเฉียวลู่เปลี่ยนไปตลอดการ ฉีหมิงเยี่ยน อนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างที่เดินทางมาทำหน้าที่เจรจาสงบศึกกับเเเคว้นเซียว เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ชินอ๋องความจำเสื่อมและได้รับการช่วยเหลือจากพ่อลูกตระกูลเฉียว เซียวยิ่น ฮ่องเต้แคว้นเซียวมีพระสนมมากมายเเต่กลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้ว่า ในอนาคตองค์รัชทายาทที่แท้จริงจะกลับมาเซียวยิ่นจึงมีรับสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสและอดีตฮองเฮาของตนอย่างลับๆ ฉินอี้เหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างลอยตามแม่น้ำมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขนเมื่อฟื้นขึ้นมานางจึงแสร้งจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพื่อให้นางและบุตรชายมีชีวิตรอดต่อไป

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

มาชาวีร์
4.4

เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]

 เมียทาสสวาท [Forbidden Love]

เมียทาสสวาท [Forbidden Love]

สนพ. อิ่มรัก
5.0

พิรุณญาผู้ไม่มีที่พึ่งพา ต้องถูกเพชรกล้ารังแกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็จำต้องทนเพราะความกตัญญูที่มีต่อพ่อแม่เขา ทว่าความอดทนก็จำต้องหมดไปเมื่อเขาทำลายทุกอย่างที่เธอมีจนพังพินาศลง จึงต้องพาตัวเองหนีจากเขาไปและไม่คิดจะหวนกลับคืนมา ------------------------------------------------------------------- “โผล่หัวออกมาแล้วเหรอ! ไม่เห็นรึไงว่าฉันกลับมาแล้ว ทำไมไม่หาเบียร์เย็นๆ มาให้ ฉันเพิ่งจะกลับจากไปทำงานหาเงินมาให้เธอใช้นะ อย่าลืมสิว่าไอ้ที่ได้กินได้ใช้อย่างสบายๆ น่ะมันเป็นเงินของใคร” “เบียร์หมดค่ะ พี่เพ็ญกำลังไปซื้อ รบกวนคุณเพชรรอสักครู่นะคะ” “ฉันไม่รอ! ฉันจะเอาเดี๋ยวนี้ไปหามาให้ฉัน ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่” เพชรกล้าตะคอกใส่หน้าหญิงสาวทันที ขณะเดินเข้าไปหาใกล้ๆ แล้วจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเอาเรื่อง จนพิรุณญาต้องถอยออกห่างไปสองสามก้าว แล้วก็ทำใจดีสู้เสืออธิบายให้เขาฟังอีกครั้ง “อีกหน่อยพี่เพ็ญคงจะมาค่ะ ในตู้เย็นไม่มีเหลือแล้วจริงๆ” “ไม่มีเธอก็ออกไปหาซื้อมาสิ! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่รอ น้ำยาคนเป็นแม่บ้านใหญ่อย่างเธอทำได้แค่นี้เองเหรอ หรือจะเก็บแรงเอาไว้ทำอย่างอื่น หรือถ้าคนที่ยืนตรงหน้าเธอไม่ใช่คุณพ่อ เธอก็จะไม่สนใจดูแลอย่างนั้นใช่มั้ย” “คุณพูดอะไรของคุณฉันไม่เข้าใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอไปทำงานต่อนะคะ” พิรุณญาเริ่มไม่พอใจในน้ำคำของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็พยัยามจะหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้มีปัญหาเหมือนครั้งก่อนอีก เธอจึงหันหลังเดินกลับไปเข้าครัว แต่ก็ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ก็ถูกเพชรกล้าคว้าแขนเอาไว้ก่อน “ปล่อยนะคุณเพชร!” พิรุณญาพยัยามสบัดแขนออกจากมือเขา แต่ไม่อาจสู้แรงได้ “เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าฉันยังคุยธุระไม่เสร็จ เธอนี่มันเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันนะ ถึงได้ทำตัวไร้เดียงสาซะเหลือเกิน ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าที่ฉันพูดหมายความว่ายังไง อย่ามาเสแสร้งให้ฉันสมเพชเธอมากไปกว่านี้นักเลย เมื่อคืนไปออดอ้อนอะไรพ่อฉันล่ะ วันนี้แจ็คพ็อตถึงได้มาลงที่ฉันได้ ฉันล่ะเกลียดผู้หญิงขี้ฟ้องอย่างเธอจริงๆ เมื่อไหร่คนหน้าด้านหน้าทนอย่างเธอ จะไปจากชีวิตพวกฉันซักที เพราะในบ้านนี้มีแต่คนที่เกลียดเธอทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย ได้ยินมั้ยว่าฉันเกลียดเธอ เกลียด! เกลียด! เลียด!” สิ้นคำแขนที่มีแรงมหาศาลก็สบัดจนร่างผอมบาง จนถลาล้มหน้าผากฟาดกับเหลี่ยมตู้โชว์อย่างแรง “โอ๊ย!” พิรุณญาทันได้ร้องออกมาแค่นั้น ก็เกิดอาการมึนขึ้นมาจนต้องนั่งอยู่กับพื้นนิ่งๆ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ