Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

JAMBENZ

5.0
ความคิดเห็น
29.2K
ชม
51
บท

มีหลายคนพร่ำบอกผมเสมอว่าอย่ายุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่...แล้วไงใครแคร์ เธอเป็นแฟนของผู้ชายคนนั้น และเธอก็เป็นเมียผมเหมือนกัน ใครกินก่อนคนนั้นก็ต้องได้ ........................................................................ มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ เราสามคนได้พานมาพบเจอกัน ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าพรมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่ อีกคนรูปหล่อและเพียบพร้อมดั่งเทพบุตร ส่วนอีกคนช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าเขาหน้าตาไม่ดีหรืออะไร แต่เขาน่ะ...ทั้งหล่อ ทั้งโหดและโคตรเถื่อน นิสัยแบบนี้เกินที่ฉันจะรับไหวจริงๆ "เลือกเอาว่าจะมีผัว หรือกินลูกตะกั่ว ยอมไม่ยอมไหนตอบให้ชื่นใจ" "ขอกินลูกตะกั่วดีกว่า ท่าทางจะอร่อยกว่านายเยอะเลย" อุ๊ย! โทษที พอดีปากมันพล่อย

บทที่ 1 .

คุณเคยมีความฝันหรือเปล่า?

ฝันว่าอยากมีอนาคตที่สบาย หรือฝันที่อยากจะอยู่กับคนที่คุณรักไปนานๆ

แน่นอนว่าทุกคนล้วนมีความฝันเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็เหมือนกับผู้หญิงที่ชื่อ ‘เนโกะ’ คนนี้

เธอฝันที่อยากจะเรียนต่อสูงๆ และมีอนาคตที่ก้าวไกล แต่แล้ว...ความฝันของเธอทั้งหมดก็ต้องพังลงด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนั้นที่ชื่อว่า ‘วายุ’

“ถอดเสื้อผ้าออกซะ!”

ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่น สีหน้าและแววตาของเขาเหมือนเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ

“ฮึก...ไม่ค่ะ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ พ่อฉันติดหนี้พวกคุณเท่าไหร่เดี๋ยวฉันชดใช้ให้เอง”

เธอก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ หยดน้ำตามากมายไหลพรากอาบแก้มเนียนไม่ขาดสาย แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับไม่คิดจะสงสารหรือเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอเลยสักนิด

“ก็ชดใช้ด้วยร่างกายของเธอไง ไม่เห็นต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยาก”

เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ งั้นเหรอ? นี่น่ะมันคือเรื่องยากที่สุดในชีวิตของเธอแล้วล่ะ เธอจะไม่รู้สึกเสียใจและเจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าหากว่าเธอ...ไม่มีคนรักของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว

ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมมีอะไรกับคนอื่นทั้งที่ไม่ใช่คนรักของตัวเองจริงไหม?

ทำไมเธอต้องมาชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และทำไมบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าพ่อต้องส่งเธอมา ‘ขาย’ ให้กับพวกมาเฟียจิตใจโหดร้ายแบบนี้…

ฉันชื่อ ‘เนโกะ’ เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ตอนนี้ฉันเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และกำลังคิดว่าจะไปต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ แต่ทว่าช่วงนี้พ่อของฉันเหมือนจะมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ฉันก็เลยไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองหลังจากนี้มันจะดำเนินไปในทางไหนกันแน่

ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ ในกลุ่มฉันกลับได้เดินตามความฝันของตัวเองได้อย่างไม่ติดขัด

ฉันว่าจะลองสอบทุนเรียนต่อต่างประเทศดู แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเท่าไหร่ว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น

แต่ก็ยังโชคดีล่ะนะที่ฉันสามารถพูดได้สามภาษา ทั้งไทย ญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ แบบนี้มันก็พอที่จะทำให้ฉันก้าวหน้าได้เหมือนกัน

“เธอจะเรียนต่อโทที่ไหนเหรอเนโกะ”

‘ขวัญ’ เพื่อนสนิทของฉันเอ่ยถามขึ้นมา ก่อนหน้านี้พวกเพื่อนๆ ของฉันกำลังคุยเรื่องเรียนต่อกันอย่างออกรสชาติ แต่ฉันกลับต้องนั่งฟังเงียบๆ โดยไม่รู้ว่าควรจะแสดงความคิดเห็นยังไง

“ฉันยังไม่รู้เลย พอดีช่วงนี้พ่อมีปัญหานิดหน่อย”

หลังจากที่แม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อนอะไรมันก็ดูย้ำแย่ไปหมด

พ่อของฉันเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคนไปหลายวัน และต่อจากนั้นนิสัยของพ่อก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ถ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีฉันจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่พ่อเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

จากคนที่พูดจาดี และอ่อนโยน กลับกลายเป็นคนโมโหร้ายยิ่งกว่าอะไร บางทีเราก็ถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรง ซึ่งฉันเองก็งงแทบทุกครั้งว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนา

“เก่งๆ อย่างเธอเดี๋ยวก็มีโอกาสเข้ามาหาเองแหละน่า อย่าพึ่งเครียดไปเลย” ‘ข้าว’ ที่เป็นเพื่อนสนิท และยังเป็นฝาแฝดกับขวัญพูดปลอบใจฉัน พร้อมกับเอื้อมมือมาตบที่ไหล่เบาๆ

“ตั้งแต่แม่ฉันเสียไปฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีอะไรขนาดนั้นนะ โอกาสที่เข้ามามันน่าจะเป็นโอกาสแย่ๆ มากกว่า”

ฉันไม่รู้ว่าคิดยังไงถึงพูดออกไปแบบนั้น ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงออกไปมันแอบแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยและหม่นหมอง

โชคชะตาคงไม่เมตตาฉันอีกต่อไปแล้วล่ะ...

“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ”

เสียงทุ้มคุ้นหูดังแทรกขึ้นมาแต่ไกล แค่ได้เห็นหน้าเจ้าของเสียงบรรยากาศที่เคยหม่นเมื่อสักครู่ก็กลับมามีสีสันสดใสอีกครั้ง

ผู้ชายคนนี้ชื่อ ‘เต้’ เขาเป็นแฟนของฉันเอง เราคบหากันมาเกือบจะห้าปีแล้ว ความรักของเราไม่เคยจืดจาง และเขาก็เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดมาในยามที่ฉันรู้สึกหมดกำลังใจ

ดูๆ แล้วความสัมพันธ์ของเรามันเหมือนจะดีใช่ไหมล่ะ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพราะครอบครัวของเขาไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่อาจรู้ได้ว่าในอนาคตเรื่องระหว่างเรามันจะเป็นเช่นไร

ฉันเห็นมานักต่อนักแล้วที่หลายคู่มักจะเลิกลากันเพราะปัญหานี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ บางทีเราสองคนคงไม่จบกันด้วยปัญหานี้หรอก อุตส่าห์คบกันมาได้นานขนาดนี้แล้วหนิเนอะ

จริงๆ แล้วเต้เป็นผู้ชายที่ดีมาก ตลอดเวลาที่คบหากันเขาทั้งสุภาพบุรุษและให้เกียรติฉัน ไม่เคยล่วงเกินอะไรฉันเลย ทำได้มากสุดก็แค่จับมือกับหอมแก้ม

ซึ่งฉันก็พอใจที่เขาเป็นแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้ว่าเขาเห็นคุณค่าของความรักมากกว่าร่างกาย

มาคิดๆ ดูแล้วฉันคงหาผู้ชายที่เพอร์เฟ็กต์และเพียบพร้อมเหมือนอย่างเขาไม่ได้อีกแล้วล่ะ

“คุยกันเรื่องทั่วๆ ไปน่ะค่ะ แล้วนี่เต้ไปทำธุระให้แม่เสร็จแล้วเหรอ”

ฉันขยับที่เพื่อให้เต้นั่งลงข้างๆ ใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ก่อนจะนั่งลง

“เสร็จแล้วครับ”

“ไหนๆ เต้ก็มาแล้วงั้นฉันกับข้าวขอตัวก่อนนะ เหม็นกลิ่นความรัก”

ขวัญพูดแซวยิ้มๆ มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือข้าวฝาแฝดของเธอ แล้วพากันเก็บของชิ่งหนีไปโดยที่ฉันปริปากพูดอะไรแทบไม่ทัน

“เพื่อนหนีไปแล้ว งั้นเราไปหาอะไรทานกันมั้ยเนโกะ”

“ค่ะ” ฉันรีบพยักหน้าตอบรับพร้อมรอยยิ้มหวาน นานๆ ทีเราสองคนถึงจะมีเวลาไปไหนด้วยกัน เพราะเต้ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ เนื่องจากเขาต้องไปคอยคุยเรื่องธุรกิจให้กับครอบครัว

เต้เป็นลูกครึ่งไทย-จีน ธุรกิจทางบ้านของเขาเลยมีทั้งสาขาไทยและจีน ด้วยเหตุนี้เต้เลยมักจะบินไปที่จีนบ่อยๆ เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ฉันมากนัก ซึ่งฉันก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะเข้าใจเขาดีว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน จึงไม่แปลกที่เขาจะต้องสานต่อธุรกิจของครอบครัว และไม่แปลกที่พ่อกับแม่ของเขาจะหวงเขามากขนาดนี้

และฉันก็เชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีการหาแฟนให้กันแน่ๆ

เต้พาฉันเดินไปขึ้นรถยนต์ของเขาที่จอดอยู่ ก่อนจะเปิดประตูเพื่อให้ฉันเข้าไปนั่ง

วันแรกเขาสุภาพกับฉันแบบไหนวันนี้เขาก็ยังคงสุภาพไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน เต้ก็ยังคงทำตัวเสมอต้นเสมอปลายกับฉัน

แล้วแบบนี้จะให้ฉันปล่อยผู้ชายดีๆ อย่างนี้ไปได้ยังไงล่ะ...

“ธุรกิจที่บ้านเป็นยังไงบ้างคะ ช่วงนี้เราเห็นเต้ไปคุยธุระให้แม่บ่อยมากเลย เหนื่อยหรือเปล่า”

ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ขณะที่เต้ก็กำลังสตาร์ทรถเพื่อขับเคลื่อนออกไปบนท้องถนน

“นิดหน่อยครับ แต่พอได้ยินเนโกะถาม เต้ก็หายเหนื่อยแล้ว”

รอยยิ้มเล็กๆ กระตุกขึ้นที่มุมปากหนา ซึ่งก็ไม่ต่างกับฉันที่กำลังนั่งอมยิ้มเขินอายเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว

“แล้วนี่เต้ต้องบินไปดูสาขาที่จีนบ้างหรือเปล่าคะ”

“อืม...เต้ลืมบอกไปเลย”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูผ่อนคลายสบายๆ ในตอนแรกแปรเปลี่ยนมาเคร่งเครียดในฉับพลัน จนฉันต้องหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา

“อะไรคะ?” คิ้วของฉันเลิกขึ้นสูง ท่าทีแบบนี้ของเต้ทำให้ฉันรู้ล่วงหน้าได้เลยว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดี

“เต้ต้องไปดูแลสาขาที่จีนเป็นเวลาหนึ่งปีน่ะ พอดีจะมีคนมาร่วมหุ้นด้วย พ่อกับแม่ก็เลยอยากให้เต้เข้าไปดูแลแบบใกล้ชิด”

“พ่อกับแม่ทำถูกแล้วล่ะค่ะ เต้เข้าไปดูแลเองน่ะดีแล้วธุรกิจจะได้รุ่งเรืองขึ้น และไม่มีอุปสรรค์อะไร”

เต้เป็นคนเก่งและฉลาด หัวของเขามีพรสวรรค์ในด้านบริหารงาน ฉันว่ายังไงถ้าได้เขาเข้าไปดูแลทุกอย่างเองมันก็ย่อมส่งผลดี

“เนโกะเข้าใจเต้ใช่มั้ยครับ เต้ขอโทษนะที่ไม่มีเวลาให้”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ JAMBENZ

ข้อมูลเพิ่มเติม
XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

โรแมนติก

5.0

ยามใดที่ได้กลิ่นหอมของเธอ นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... ทั้งชีวิตที่เกิดมา ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีรังเกียจฉันได้มากเท่าเขาอีกแล้ว… “คุณมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่าคะคุณแซ้งค์” “ใครจะกล้ามีปัญหากับลูกสาวเจ้าพ่ออย่างคุณเอวาได้ล่ะครับ” “ก็คุณไงคะ” .......................................................................................... ฉันต้องรู้สึกยังไงที่จู่ ๆ ก็มีคนบางคนชอบแสดงท่าทีเหมือนรังเกียจ ทุกครั้งที่พยายามเข้าใกล้ เขาก็จะถอยห่าง มองจากดาวอังคารยังรู้ ว่า ‘คุณแซ้งค์’ กำลังไม่ชอบขี้หน้าฉันอย่างแรง แต่บอกไว้ก่อน เราไม่เคยมีเรื่องกัน แล้วทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้ “บอกเหตุผลมาหน่อยได้มั้ยคะ ว่าทำไมถึงทำเหมือนไม่ชอบฉันนัก” “ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ผมแค่ไม่อยากอยู่ใกล้คุณ” “แล้วมันทำไม?” “ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง” หลังจากได้รับคำตอบ ฉันก็ไม่เคยเข้าใจในความหมายนั้น กระทั่งคืนหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ซึ่งนี่แหละคือจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเราไปตลอดกาล...

XXX II เรื่องมันเกิด...เพราะเกสรดอกไม้

XXX II เรื่องมันเกิด...เพราะเกสรดอกไม้

โรแมนติก

5.0

ยามใดที่ร่างกายสัมผัสถูกเกสรดอกไม้ นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... เพราะความเมามายเป็นเหตุ จึงทำให้ฉันต้องอยู่บนเตียงกับเขาตลอดทั้งค่ำคืนนั้น คิดว่าจะจบ ทว่าเราสองคนกลับหวนมาเจอกันอีกครั้งในวันหนึ่ง “คุณท้องกับผมเหรอ?” “คุณคิดว่าเครื่องตัวเองฟิตสตาร์ทติดง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” .......................................................................................... ชีวิตของฉันซวยมากเลยค่ะคุณกิตติคะ ด้วยความที่เพื่อนงอนกับแฟนก็เลยอยู่ช่วยปลอบใจ พร้อมคอยปรามไม่ให้เพื่อนดื่มแอลกอฮอล์จนเมามายไร้สติ แต่จู่ๆ ก็มีนังตัวดีที่ไหนไม่รู้ส่งคลิปคนรักของฉันซึ่งกำลังนัวเนียกับผู้หญิงคนอื่นมาให้ดู ไป ๆ มา ๆ จึงกลับกลายเป็นว่าเพื่อนต้องปลอบใจฉันแทน อาการเจ็บช้ำหัวใจที่จู่โจมเข้ามากะทันหันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ส่งผลให้ฉันกระดกเหล้าเข้าปากรัว ๆ แบบไม่หยุดยั้ง ยังค่ะ...เรื่องยังไม่จบที่ตรงนั้น แฟนเพื่อนตามมารับเพื่อนกลับบ้าน แต่ก็ยังมีน้ำใจพาฉันขึ้นไปห้องพัก ทว่า...ห้องนั้นดันไม่ใช่ห้องของฉันนี่สิ "คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องของผมได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้!" ท่าทางของผู้ชายตรงหน้าที่กำลังเอ่ยปากไล่ฉันดูแปลกตา คล้ายกับกำลังระงับอารมณ์บางอย่าง กระนั้นระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายก็ทำให้ฉันไม่อยากสนใจอะไรนอกเสียจากล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง "อะไร? จะแปลงร่างเหรอ? ไปเล่นที่อื่นไปหนู พี่จะนอน" ความเมาเป็นเหตุสังเกตได้ ตื่นขึ้นมานั่นแหละถึงได้รู้ ว่าตนเองถูก 'คนแปลกหน้า' พรากความบริสุทธิ์ไปเสียแล้ว...

XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

โรแมนติก

5.0

ยามใดที่ดวงอาทิตย์ตกดิน นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... ค่ำคืนนั้นเขาช่างเร่าร้อน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราล้วนไม่ใช่เพราะความรัก... "ขึ้นชื่อว่าคนดูแลชั่วคราว เธอก็จะได้อยู่แค่ในสถานะนั้น อย่าใฝ่สูง" .......................................................................................... ฉันได้รับหน้าที่ให้ดูแล 'ผู้ชายคนหนึ่ง' ทว่าของแถมที่พ่วงติดมาด้วยนั้นคือเรื่องราวน่า 'ประหลาด' ซึ่งเป็นเหตุทำให้ชีวิตของฉันต้องพลิกผันไปตลอดกาล "คุณซานเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" การเห็นเจ้านายแสดงท่าทีราวกับทุกข์ทรมานอยู่ตรงหน้า จึงไม่นิ่งนอนใจที่จะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง พร้อมขยับก้าวเข้าไปเพื่อช่วยพยุง "ออกไป!" ทว่าร่างสูงตรงหน้ากลับตะคอกใส่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนำซ้ำยังสะบัดตัวฉันออกจนเซถลาเกือบล้มลงกระแทกพื้น "ออกไปจากห้องฉัน...เดี๋ยวนี้!!" หากย้อนเวลากลับไปได้ คืนนั้นฉันจะเชื่อฟัง และยอมเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี...

OH BABY เธอเรียกผมว่าแด๊ดดี้

OH BABY เธอเรียกผมว่าแด๊ดดี้

โรแมนติก

5.0

ผมไม่เคยคิดว่าการที่ไว้หนวดไว้เครา และทำตัวเซอร์ๆ จะทำให้ใครบางคนต้องร้องไห้เพียงเพราะแค่เห็นหน้า "ฮือ...แม่จ๋าหนูกลัวโจร" เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้ในวันนั้น คือคนที่ผมต้องสยบจวบจนถึงทุกวันนี้... ........................................................................ ฉันไม่รู้ว่าเริ่มชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าพอได้ชอบฉันก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้อีกเลย... วินาทีแรกที่เจอกัน 'เขา' ทำให้ฉันรู้สึกกลัว แต่พอนานวันเข้า เขากลับเป็นคนที่สอนให้ฉันรู้จักคำว่า 'ความรัก' "ถ้าโตขึ้นแล้วมีผู้ชายมาชอบหนู แด๊ดดี้จะทำยังไงคะ?" "ฆ่ามัน" ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจ พอโตมาถึงได้รู้ ว่าฉันจะต้องเป็นของแด๊ดคนเดียวตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...

MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

โรแมนติก

5.0

"มาโรงพยาบาลวันนี้ป่วยเป็นอะไรอีกล่ะคะ" "พอดีกินข้าวไม่ค่อยได้น่ะครับ" "หืม? มีอาการอาเจียนด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่ายังไง" "เปล่าครับ แค่ไม่มีตังค์" "..." "ถ้าคุณพยาบาลไม่รังเกียจ ผมขอฝากท้องไว้สักมื้อนะครับ" "คุณท้องเหรอคะ?" ........................................................................ "ถ้านายทำร้ายฉัน ฉันจะโทรไปฟ้องพี่" ฉันรู้ว่าคำขู่ของตัวเองมันอาจจะไม่ได้ผล เพราะเขาเป็นผู้ชายที่หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่าปูนซีเมนต์ หมายถึงทนมือทนตีนน่ะนะ "ฟ้องมากๆ ระวังโดนตบด้วยปากและกระชากด้วยลิ้นนะ" นอกจากจะเป็นผู้ชายที่กวนตีนแล้ว ความหื่นของเขาก็มีมากเช่นกัน หมดเรี่ยวแรงไปเท่าไหร่แล้วกับผู้ชายพันธ์นี้...โปรดอยู่ให้ห่างแล้วชีวิตจะปลอดภัย

BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

โรแมนติก

5.0

เคยได้ยินคำว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้หรือเปล่า? และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาหากินในที่ของฉัน แต่ 'มัน' เสือกทำ "ไม่ใช่เด็กถิ่นเช็คอินได้เปล่า" ด้วยความที่โชคชะตามันโหดร้าย จึงทำให้เราสองคน 'ได้' กัน ........................................................................ สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือความเจ้าชู้ แต่แล้ววันหนึ่งฉันกลับกลายทำตัวเป็นแบบนั้นซะเอง เหตุการณ์ที่พบเจอมันบีบบังคับให้ฉันต้องร้าย ต้องแรง และ...อยู่ให้เป็น "นี่ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของเด็ก กลับบ้านไปดูดนมนอนไป๊!" วาจาที่พ่นออกมาจากริมฝีปากหนาเป็นอะไรที่ฉันรังเกียจพอๆ กับการเห็นหน้า 'คนพูด' "ก่อนไป ขอเตะปากทีดิ" เท้าของฉันมันกำลังกระตุก เมื่อหูได้ยินอะไรที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ เขาว่ากันว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เห็นทีว่ามันจะจริง...

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ทางใหม่ เริ่มใหม่

ทางใหม่ เริ่มใหม่

Beckett Grey
4.8

ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...

ธิดาแค้นต้องเอาคืน

ธิดาแค้นต้องเอาคืน

Casey Haag
5.0

ตระกูลซูล่มสลาย จวนเจิ้นกั๋วทั้งตระกูลถูกประหารชีวิตในคืนเดียว ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งถูกน้องสาวหลอกใช้ ถูกชายเจ้าชู้เล่นตลก ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่แคว้นเป่ยเหลียงสิบกว่าปี แต่กลับถูกกล่าวหาว่าคบคิดกับศัตรู คนทั้งแคว้นเซิ่งถังต่างก็ด่าทอยกใหญ่ ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งต้องยืนมองน้องสาวกับรักแรกของตนสนิทสนมกัน ครองโลก ส่วนตัวเองกลับโดนประหารชีวิต เลือดสาดตะวัน เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง… ซูเฉิงอิ้งถือดาบกลับมา ฟาดแรก… ตัดสายเลือด ฟันน้องสาวอกตัญญู ฟาดที่สอง… ตัดความรัก ฟันรักแรกที่หน้าเนื้อใจเสือ ฟาดที่สาม… ตัดคำพูด ฟันทุกเสียงนินทาของเป่ยเหลียงที่บิดเบือนความจริง ฟาดที่สี่… ตงฟางไป๋เยว่ “หรือว่าฮูหยินอยากจะฆ่าสามีผู้นี้ด้วยหรือ” ซูเฉิงอิ้ง“หุบปาก…”

ตามเธอไม่เคยทัน

ตามเธอไม่เคยทัน

Crepuscular Glyph
5.0

หลินหลั่งเยี่ยน เป็นลูกสาวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ จากรัฐ เป็นสาวอัจฉริยะที่ทุกคนในองค์กรอิจฉา มีความสามารถทางการต่อสู้สูงและไม่ยอมใคร แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวฝาแฝดของเธอเพียงลำพัง หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ในที่สุดรัฐก็อนุมัติอิสรภาพให้เธอ หัวใจของหลินเหลิงเหยียนเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่เธอกลับต้องพบว่าป้าของเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในบ้านพักของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ขณะที่น้องสาวของเธอเองกลับถูกบังคับให้นอนในคอกสุนัขและกินของเหลือ ทันใดนั้น เธอพลิกโต๊ะอาหารด้วยความโกรธ ป้าข่มขู่? เธอใช้วิธีการที่เด็ดขาดถอนตัวจากการร่วมมือ จนบริษัทของป้าพังทลายลงอย่างรวดเร็ว! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน? เธอปลอมตัวเป็นน้องสาว เข้าไปในโรงเรียนและตัดสินใจสู้ไฟด้วยไฟ จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดสดตอนพวกอันธพาลคุกเข่าร้องขอความเมตตา ถูกเยาะเย้ยเรื่องตัวตน? หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างเย็นชา“ใช่ ฉันก็แค่คนธรรมดา” ในวินาทีถัดมา ครอบครัวที่มีชื่อเสียงมายืนยันว่า“เธอคือลูกสาวคนโตของเรา!” สถาบันวิจัยแห่งชาติ “พวกเราคือเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ!” …… ซือฮานเฟิง ผู้เป็นผู้นำของตระกูลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวในสายตาสาธารณชน ข่าวลือว่าเขาเป็นคนเยือกเย็นและไร้ความปรานี บางคนเคยเห็นเขายืนสูบบุหรี่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว และบางคนก็เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา แต่ต่อมากลับมีคนเห็นว่าเขาไล่ตามหลินหลั่งเยี่ยนจนถึงมุมกำแพง ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ “หลั่งเยี่ยน ฉันช่วยเธอจัดการพวกนั้นแล้ว เธอควรจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหม?” “เราไม่ใช่แค่พันธมิตรหรือ?” หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างงงงวย ซือฮานเฟิงถอนหายใจลึกๆ แล้วจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเธอ “ตอนนี้ล่ะ”

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

Davin Howson
5.0

ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ