5.0
ความคิดเห็น
72.5K
ชม
33
บท

อย่ามองฉันด้วยดวงตา แต่จงรู้จักฉันด้วยหัวใจ

วิวาห์พรางรัก บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

บรรยากาศในบ้านเงียบจนน่าอึดอัด วรวิทย์ นราวดี วัยหกสิบปีเจ้าของโรงเรียนเอกชนชื่อดังผู้เป็นประมุขของบ้านนั่งหน้าเครียดเมื่อได้เห็นภาพถ่ายที่วางอยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบุตรสาวคนโตของบ้านนราวดี ‘เฟื่องฟ้า’

สาวน้อยแสนสวยมีเสน่ห์งามสง่าราวกับนางหงส์ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รู้จักเฟื่องฟ้าจะต้องชื่นชอบกับความงามที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ตอนนี้ความงามเหล่านั้นกลับทำให้เขาต้องปวดหัว เมื่อเห็นภาพลูกสาวในชุดเปรี้ยวเข็ดฟันที่แสนจะเน้นทรวดทรงองค์เอว แต่นั่นไม่เท่ากับการที่เห็นผู้ชายมากหน้าหลายตากำลังล้อมรอบแม่สาวน้อยของคุณวรวิทย์

รอยยิ้มที่ปรากฏในรูปภาพบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเฟื่องฟ้าไม่ได้ถูกบังคับ ซ้ำยังเต็มใจที่จะเต้นรำโดยมีชายหนุ่มเหล่านั้นล้อมรอบอย่างถึงเนื้อถึงตัว วรวิทย์ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังนี้ได้อย่างไร

นับจากวันที่มารดาของบุตรสาวจากโลกนี้ไป และเขาก็พยายามสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ด้วยการหาแม่ใหม่ให้กับเฟื่องฟ้า แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับบุตรสาว เพราะปัญหาแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงที่ไม่ลงรอยกัน และเขาต้องทำหน้าที่หย่าศึกยามที่ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานปัญหาที่คาราคาซังมาจนทุกวันนี้ คือความทุกข์ในหัวอกคนเป็นพ่อที่ไม่สามารถบอกใครได้ว่าเจ็บปวดแค่ไหน

“ธุรกิจจัดเลี้ยงที่ทำอยู่ก็แย่จนไม่รู้จะแย่อย่างไรแล้ว นี่ยังจะเที่ยวกลางคืนทุกคืนอีก ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า ถ้าขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ สักวันยายเฟื่องก็ต้องทำเรื่องอื้อฉาวให้พวกเราปวดหัวอีกแน่” หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามคุณวรวิทย์เอ่ยเสียงเข้ม

นางคือมารดาเลี้ยงของเฟื่องฟ้า น้ำเสียงและท่าทางบ่งบอกให้รู้ว่าไม่พึงพอใจในสิ่งที่ลูกเลี้ยงกระทำแม้แต่น้อย ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนางไม่ชอบเฟื่องฟ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะเฟื่องฟ้าไม่เคยเคารพตน ซ้ำยังหวงสมบัติทุกชิ้นที่เป็นของมารดาผู้ล่วงลับไปแล้วอีกด้วย

“ผมจะคุยกับลูกเอง” คุณวรวิทย์เอ่ยเสียงเครียดไม่แพ้กัน

“คุณพี่ต้องรีบคุยนะคะอย่าปล่อยไว้นาน ช่วงนี้ยายเฟื่องยิ่งมีท่าทางแปลกๆ อยู่ด้วย หลายวันก่อนก็อาเจียนต่อหน้าคนอื่น เนื้อตัวก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นเหมือนคนท้องอย่างไรไม่รู้ คนอื่นเริ่มซุบซิบกันแล้วนะคะ บางคนถึงกับมาถามว่ายายเฟื่องจะมีข่าวดีหรือเปล่า” ระรินจีบปากจีบคอพูดพลางสังเกตท่าทีของสามีไปด้วย

“ผมจะคุยกับยายเฟื่องให้รู้เรื่อง” ยิ่งได้ยินเช่นนี้คุณวรวิทย์ก็ยิ่งร้อนใจมากขึ้น เห็นทีว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ก่อนที่เฟื่องฟ้าจะทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเสียหายไปมากกว่านี้

“คุณพี่อย่าลืมนะคะว่าเรายังมีลูกสาวอีกคน ยายเฟื่องเป็นพี่คนโตทำตัวอย่างไม่ดีให้น้องเห็นแบบนี้ ขืนเอาเป็นเยี่ยงอย่างเราสองคนจะไม่ยิ่งปวดหัวมากกว่านี้เหรอคะ อีกอย่างคนอื่นจะมองลูกเราว่าเป็นตามยายเฟื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วถ้าคนอื่นคิดว่าพี่กับน้องเหมือนกัน เหลวแหลกมั่วไปทั่วไม่แคร์โลกอย่างที่ยายเฟื่องทำอยู่ทุกวันละก็ คุณพี่ลองคิดดูสิคะว่าอะไรจะเกิดขึ้น” ระรินเน้นทุกคำอย่างตั้งใจ และยิ่งพอใจเมื่อเห็นสีหน้าสามีเครียดมากขึ้น รับรองได้ว่างานนี้เฟื่องฟ้าเสร็จแน่!

แววตาคู่นั้นของหญิงวัยกลางคนเหนื่อยล้าเต็มที ใบหน้าที่คงเค้าความงามในอดีตซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกุมมือบุตรชายไว้แน่นราวกับว่าจะไม่ยอมปล่อยหากว่าถ้อยคำที่ขอไม่สมความปรารถนา

“ตรัย เรื่องที่แม่ขอ ลูกจะทำให้แม่ได้ไหม” เสียงแหบแห้งเอ่ยถามอย่างอ้อนวอนขอ ในขณะที่คนฟังกลับไม่คิดจะสนองความต้องการนั้นแม้แต่นิดเดียว

คำขอที่เขาไม่อาจทำให้ได้ คือการแต่งงานกับลูกสาวอดีตคนรักเก่า เด็กหญิงหน้าตาน่าเกลียดผมเผ้ารุงรัง เนื้อตัวมอมแมมราวกับหนูสกปรกคนนั้น คือคนที่มารดาหมายจะให้แต่งงานด้วย

“ผมไม่คิดจะแต่งงาน” ตรัยเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ ตอนนี้เรื่องที่กังวลมากที่สุดคืออาการเจ็บป่วยของมารดาที่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น นอกจากจะทรุดลงเรื่อยๆ มากกว่า

“ตรัย ถือว่านี่เป็นการขอครั้งแรกและครั้งเดียวของแม่ได้ไหม แต่งงานกับหนูเฟื่องซะ”

“ผมเคยพบหน้าผู้หญิงคนนั้นแค่ครั้งเดียว และตอนนั้นเราก็ยังเด็กกันมาก ผมอายุแค่สิบสองผู้หญิงคนนั้นเพิ่งจะสองขวบเองนะครับแม่” ตรัยบ่ายเบี่ยง

“แม่ขอร้อง ก่อนตายอยากให้คำสัญญานี้เป็นจริง เพื่อแม่จะได้นอนตายตาหลับเสียที เมื่อก่อนแม่กับพ่อหนูเฟื่องต้องพลัดพรากกันเพราะผู้ใหญ่ เราสัญญากันว่าจะทำให้ลูกของเราได้แต่งงานกันให้ได้ ตอนนี้แม่มีเวลาไม่มากและแม่อยากจะขอตรัยแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น ช่วยทำให้ความฝันที่แสนสุขของแม่เป็นจริงได้ไหมลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยเสียงสั่น

“แม่ครับ” ชายหนุ่มกุมมือมารดาไว้มั่น

“แม่ขอนะ เห็นแก่คนที่ใกล้จะตายอย่างแม่เถอะ”

“แม่ยังไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ” ตรัยปลอบใจมารดาพร้อมกับปลอบใจตนเองด้วย

“แม่รู้ตัวแม่ดี โรคร้ายมันกัดกินร่างกายของแม่ไปทั่วแล้ว แม่รู้ว่าลูกพยายามทุกวิถีทางที่จะหยุดมัน พอเถอะปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติดีกว่า”

“ผมจะทำทุกทางเพื่อรักษาชีวิตของแม่ให้อยู่ได้นานที่สุด” ตรัยเอ่ยเสียงเครือกลั้นความรู้สึกในหัวใจไว้ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอในเวลานี้

“แม่ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากเห็นลูกของแม่เป็นฝั่งเป็นฝากับหนูเฟื่องเท่านั้น ทำให้แม่ได้ไหมตรัย”

“ผม” ตรัยอึ้งพูดไม่ออก

“แม่รู้ว่าลูกรู้สึกไม่ดีกับความรักที่ผ่านมา ลูกกับหนูวิโนน่าอาจไม่ใช่เนื้อคู่กัน ดังนั้นก็ต้องทำใจและเปิดโอกาสให้ความรักครั้งใหม่เข้ามาในชีวิตลูกนะ”

ธัญญาเตือนสติลูกชาย เพราะรู้ว่าตรัยเคยมีใจผูกพันกับสาวน้อยนามว่าวิโนน่า แต่เธอผู้นั้นไม่รับรักโดยใช้ข้ออ้างว่าไม่อยากเป็นนกน้อยในกรงทอง วิโนน่าปฏิเสธและไปแต่งงานกับผู้ชายธรรมดาฐานะปานกลางซึ่งมีเวลาให้ ไม่เหมือนกับตรัยที่ทุ่มเทเวลาให้กับงานเสียจนหมด

“ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นแล้วครับแม่ วิโนน่าไม่เลือกผมแต่แรกแล้ว”

“เชื่อแม่เถอะ แต่งงานกับหนูเฟื่องซะ เริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ของลูก แล้วลูกจะมีความสุข เชื่อแม่”

ธัญญาได้แต่หวังว่าคำขอครั้งสุดท้ายนี้จะเป็นจริงในไม่ช้า และเชื่อมั่นว่าก่อนตายได้ทิ้งสิ่งสุดท้ายที่มีค่าและมีความหมาย ซึ่งสิ่งนั้นจะทำให้ตรัยมีความสุขไปชั่วชีวิต

“แม่พักผ่อนนะครับ เรื่องนี้ไว้เราค่อยคุยกัน ผมขอคิดดูก่อน” แม้จะอึดอัดแต่ตรัยก็จำต้องยอมเอ่ยคำนี้เพื่อให้มารดาสบายใจ

“อย่าให้แม่รอนานนักนะตรัย เวลาของแม่เหลือไม่มากแล้ว” ธัญญาเอ่ยด้วยท่าทีที่อ่อนแรงลงอีก สายตาที่นางมองบุตรชายคล้ายกับจะรอคอยข่าวดีที่สมหวังนี้

เสียงโอ้กอ้ากดังมาจากห้องน้ำ สองสามีภรรยาที่กำลังจะลงมือรับประทานอาหารเช้ามองหน้ากัน สีหน้าคุณวรวิทย์ในเวลานี้เครียดอย่างเห็นได้ชัด

“คุณพี่คะ เราจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้วนะคะ ท่าทางยายเฟื่องเหมือนกับคนท้องจริงๆ” ระรินกระซิบกระซาบกับสามี

“เมื่อคืนก็กลับกี่ทุ่มกี่ยามไม่รู้ เห็นเด็กบอกว่ามีรถเก๋งมาส่งหน้าบ้าน ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเลย ถ้าเกิดว่ามีปัญหาจริงๆ เราจะทำอย่างไรดีคะคุณพี่”

ยิ่งฟังระรินพูดประมุขของบ้านก็ยิ่งมีสีหน้าเครียดมากขึ้นไปอีก คุณวรวิทย์ปรายตามองไปทางห้องน้ำเล็กน้อย ในหัวสมองก็ขบคิดว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี

เฟื่องฟ้ามองซองสีน้ำตาลที่ผู้เป็นบิดาโยนมาตรงหน้า แล้วหยิบขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยิ่งเห็นสิ่งที่อยู่ในซองด้วยแล้วเธอก็วางลงอย่างไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับคุณวรวิทย์ที่หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ

“แกทำตัวเหลวไหลมากขึ้นทุกวันแล้วนะยายเฟื่อง งานเสร็จก็ควรรีบกลับบ้านไม่ใช่ออกเที่ยวตะลอนทุกคืนแบบนี้” บิดาเอ่ยเสียงเข้ม

“ก็บ้านมันน่าเบื่อนี่คะ มีแต่คนทำตัวน่าเบื่อทั้งนั้น” เฟื่องฟ้าตอบเสียงหวานและชำเลืองมองไปที่ระรินซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่าง

“ไม่ใช่ข้ออ้าง บ้านนี้มีใครไปทำอะไรให้แกอย่างนั้นเหรอ แกควรคิดได้แล้วว่าต้องทำอย่างไรกับชีวิตให้มันเจริญ ไม่ใช่ทำตัวมั่วไม่เลิกแบบนี้”

“คุณพี่พูดถูกค่ะ” ระรินกล่าวย้ำคำของสามี

“ฉันจะทำอะไร หรือจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับคุณ” เฟื่องฟ้าหันมาจ้องหน้าแม่เลี้ยงด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“คุณพี่คะ ดูสิคะ เถียงคำไม่ตกฟากเลย” ระรินได้ทีรีบฟ้อง

“แกอย่าพาลคนอื่น แล้วก็พูดดีๆ กับคุณรินด้วย” คุณวรวิทย์ตำหนิเล็กน้อย

“พ่อจะพูดอะไรว่ามาเลยค่ะ หนูว่าพ่อคงไม่ได้แค่อยากให้หนูเห็นรูปพวกนี้หรอกใช่ไหมคะ” เฟื่องฟ้าวกกลับมาเข้าเรื่องของตนกับบิดาทันที

“แกกำลังทำตัวให้ครอบครัวเสียชื่อ” ชายวัยกลางคนเกริ่นนำพร้อมจ้องตาบุตรสาวราวกับจะสำรวจความรู้สึกของอีกฝ่ายให้แน่ชัดว่าเป็นเช่นไร

“หนูทำอะไรคะ แค่เที่ยวกลางคืนมีเพื่อนผู้ชายไปเรื่อยๆ เบื่อคนนี้ก็ไปกับคนโน้น นี่พ่อยังไม่ชินอีกเหรอคะ” สาวน้อยย้อนถามด้วยท่าทียียวนกวนประสาทเล็กน้อย

“ฉันพอทำใจได้ไอ้เรื่องที่แกจะเที่ยวกลางคืน เพราะฉันรู้ว่าห้ามแกไม่ได้แล้ว แต่ไอ้สิ่งที่แกกำลังจะทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย ฉันยอมอีกไม่ได้”

“หนูทำอะไรให้วงศ์ตระกูลพ่อเสื่อมเสียเหรอคะ” เฟื่องฟ้าไม่เข้าใจที่บิดาพูด

“ฉันจะให้แกแต่งงาน”

“อะไรนะคะพ่อ” เฟื่องฟ้าตกใจเมื่อได้ยินคำประกาศิตนี้ ระรินเองก็นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะออกมาเป็นแบบนี้เหมือนกัน

“ฉันเคยให้สัญญากับเพื่อนเก่าคนหนึ่งว่า ถ้ามีลูกจะให้สองครอบครัวดองกัน และฉันคิดว่าตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว เพื่อที่แกจะไม่มีโอกาสทำเรื่องน่าอับอายอีก แกต้องแต่งงานกับเขา” คุณวรวิทย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“หนูไม่แต่ง พ่อไม่มีสิทธิ์บังคับหนู” เฟื่องฟ้าโวยวายกลับ

“แกต้องแต่งและห้ามปฏิเสธใดๆ ทั้งนั้น สำหรับไอ้ธุรกิจจัดเลี้ยงของแกที่จะล่มแหล่มิล่มแหล่ในอีกไม่ช้านี้ ฉันได้ระงับเงินช่วยเหลือตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แกมีหน้าที่เดียวคือเตรียมตัวแต่งงาน”

“พ่อจะให้หนูแต่งกับใคร” เฟื่องฟ้าถามพลางกลั้นความน้อยใจที่เกิดจากการเผด็จการของบิดาไว้ “

“ลูกของเพื่อนเก่าฉัน อยู่ที่สกอตแลนด์”

“สิ่งที่พ่อกำลังทำไม่ใช่แค่ให้หนูแต่งงาน แต่พ่อต้องการไล่หนูไปจากที่นี่ใช่ไหมคะ” เฟื่องฟ้าลุกขึ้นยืนสบตาบิดา ความน้อยใจที่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการก็มากพอแล้ว เมื่อรู้ว่าคนที่คุณวรวิทย์หมายตาจะให้มาเป็นสามีอยู่ไกลคนละซีกโลกแล้วนั้น จะไม่ให้เธอคิดว่าพ่อไล่ได้อย่างไรกัน

“ฉันไม่ได้ไล่ แต่ต้องการให้แกไปจากเมืองไทยสักพัก” ชายวัยกลางคนแอบถอนหายใจเบาๆ

“เพราะอะไรคะพ่อ ปกติพ่อไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของหนู แล้วทำไมจู่ๆ มันถึงเกิดเรื่องนี้ได้” หญิงสาวไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

“ฉันขี้เกียจตอบคำถามสังคมเรื่องแก ตอนนี้คนข้างนอกจับตาดูแกเป็นพิเศษ เพราะไอ้พฤติกรรมมั่วไม่เลือกของแกนี่แหละ แกรู้ไหมว่ามีคนกล้าที่จะถามว่าแกท้องหรือเปล่า”

“พ่อเชื่อคนพวกนั้นเหรอคะ ใจคอพ่อจะไม่ถามลูกตัวเองก่อนสักคำหรือคะ” ยิ่งฟังเช่นนี้แล้ว เฟื่องฟ้าก็อดที่จะน้อยใจขึ้นมาอีกไม่ได้ บิดาไม่เคยไว้ใจเชื่อใจหรือถามไถ่เธอสักครั้งว่าอะไรเป็นอะไร คนนอกพูดเชื่อสนิทใจแต่คนในบ้านกลับไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะอธิบายสักคำ

“พฤติกรรมของเธอทำให้สังคมตัดสินแบบนั้น สิ่งที่เธอทำมันทำให้พวกเราเครียดจนไม่รู้จะจัดการกับเธออย่างไรแล้ว” ระรินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าวรวิทย์นั่งเงียบ

“ฉันไม่ได้ขอความคิดเห็นคุณ กรุณาอย่าสอด” เฟื่องฟ้าตาวาวใส่มารดาเลี้ยง

“นี่ฉันหวังดีนะถึงได้พูด คุณพี่ดูลูกสาวคุณพี่สิคะ” หญิงวัยกลางคนหันมาหาประมุขของบ้าน

“ระรินหวังดีกับแก และระรินก็เป็นเมียฉัน มีสิทธิ์เท่ากับเป็นแม่เลี้ยงแก ดังนั้นสิ่งที่ระรินพูดแกควรฟังบ้างไม่ใช่เอาแต่ยอกย้อนแบบนี้”

“เขาไม่ใช่แม่หนู ไม่มีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตหนู และถ้าไอ้ข่าวลือบ้าๆ นั่นมาจากปากเมียพ่อละก็”

“อย่าลามปามนะ เฟื่องฟ้า” บิดาตอบโต้กลับแล้วเอ่ยต่อว่า

“ฉันผิดเองที่ไม่ตักเตือนตั้งแต่แรก ปล่อยให้แกทำอะไรตามใจจนมาถึงตอนนี้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ทุกอย่างเลวร้ายแย่ลงกว่านี้อีก แกแต่งงานไปอยู่ที่อื่นซะ เพื่อชื่อเสียงของครอบครัวจะได้ไม่ป่นปี้มากกว่านี้”

“หนูไม่ไปไหนทั้งนั้น และพ่อก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับหนูให้ทำอะไรตามที่พ่อต้องการด้วย ชีวิตหนู หนูจะจัดการเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วยจัดการสั่งโน่นสั่งนี่ ที่สำคัญหนูจะไม่เอาชีวิตไปผูกกับใครที่ไม่เคยแม้แต่เห็นหน้าด้วยซ้ำ” เฟื่องฟ้าพูดด้วยความโกรธ

“ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันบอก ชาตินี้ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ” คุณวรวิทย์ยื่นคำขาดเสียงดังลั่น

“พ่อ” เฟื่องฟ้าตกใจและเสียใจที่ได้ยินคำขาดจากบิดา ถึงกับต้องตัดพ่อตัดลูกเพียงเพื่อรักษาชื่อเสียงเอาไว้งั้นหรือ เธอกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นไว้ในอก ไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

“ถ้าแกไม่เชื่อก็ลองดูสิ แล้วแกจะรู้ว่าฉันเอาจริงแค่ไหน”

“นี่เป็นทางออกที่ดีที่จะกลบเรื่องฉาวๆ ทั้งหมด น้องเห็นด้วยค่ะคุณพี่” ระรินเชียร์สามีเต็มที่

“บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง” เฟื่องฟ้าหันมาตวาดแม่เลี้ยงจอมจุ้นจ้านและผลักด้วยความโกรธ

ผลที่ได้รับคือฝ่ามือของบิดาตวัดลงมาบนแก้มนวล ทุกอย่างในห้องเงียบลงชั่วขณะ คุณวรวิทย์มองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิด ส่วนเฟื่องฟ้ามองบิดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและน้อยใจ ส่วนระรินแอบยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับแสดงละครฉากเล็กๆ ต่อไป

“คุณคะ” ระรินทำทีว่าเข้ามาห้ามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

สำหรับเฟื่องฟ้าแล้วถ้อยคำที่ถูกตำหนิอาจจะทำให้รู้สึกเสียใจบ้าง แต่ไม่เท่ากับฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้าเมื่อครู่นี้ มือที่เคยอุ้มชูประดุจแก้วตาดวงใจในอดีต กลับมาทำร้ายหัวใจเธอให้แหลกละเอียดด้วยน้ำมือของบิดาที่ปกป้องผู้หญิงอีกคน เฟื่องฟ้าไม่ใช่ลูกพ่ออีกแล้วใช่ไหม

“เพื่อเมียน้อยของพ่อ พ่อถึงกับทำร้ายหนูขนาดนี้ พ่อเชื่อเขาแต่ไม่เคยถามลูกคนนี้สักคำว่าความจริงคืออะไร พ่อกลัวหนูจะทำให้วงศ์ตระกูลพ่อเสื่อมเสียนักใช่ไหมคะ พ่อไม่ได้ห่วงหนูเลยสักนิดว่าคนที่พ่อยัดเยียดให้หนูไปแต่งงานด้วยจะเป็นอย่างไร พ่อแค่ต้องการให้หนูไปจากที่นี่เท่านั้น ถึงหนูจะไปตกนรกที่ไหนพ่อก็ไม่สนใจใช่ไหมคะ” เฟื่องฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห่งความเจ็บช้ำต่อไปว่า

“ได้ค่ะ หนูจะไปตามที่พ่อบอก และหนูจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่ตามที่พ่อต้องการ และพ่อรู้ไว้ด้วยนะคะ ตราบใดที่เมียน้อยของพ่อยังไม่ตาย หนูจะไม่มีวันมาให้พ่อเห็นหน้าอีก”

เฟื่องฟ้ากลั้นน้ำตาแล้วเดินจากไปทันที สายตาที่มองบิดาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ ระรินแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อสิ่งที่ต้องการสำเร็จไปแล้วขั้นแรก ในขณะที่คุณวรวิทย์รู้สึกผิดที่ทำรุนแรงกับบุตรสาว แต่ก็โล่งใจว่าเฟื่องฟ้ายอมรับปากเรื่องแต่งงานแล้ว

ต่อหน้าคนอื่นเฟื่องฟ้าคือคนเข้มแข็ง แต่เมื่ออยู่เพียงลำพังกำแพงแห่งความเข้มแข็งนั้นก็หมดไป พอเข้าห้องได้สาวน้อยก็ซบหน้าลงบนหมอนแล้วร่ำไห้สะอึกสะอื้นระบายความเจ็บปวดที่อยู่ในหัวใจออกมาจนหมดสิ้น เจ็บปวดเหลือเกิน

ผู้หญิงที่อยู่ในรูปถือว่าเป็นคนสวยเลยทีเดียว แต่ประวัติของเจ้าหล่อนนี่สิ ไม่น่ารักเอาเสียเลย สาวนักเที่ยวเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ธุรกิจที่ทำก็กำลังจะไปไม่รอด นี่เขาจะได้ผู้หญิงที่สวยแต่ไร้สมองมาเป็นเมียอย่างนั้นหรือ

ตรัยโยนประวัติและภาพถ่ายทิ้งลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี ถ้าต้องแต่งงานเพื่อคำขอของมารดา เขาเองไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่การจะใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงประเภทนี้คงต้องสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้เจ้าหล่อนไม่มาวุ่นวายสร้างปัญหาทีหลัง

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนมองไปนอกหน้าต่างเพื่อพักผ่อนสายตาสักพัก ในสมองก็ใช้ความคิดว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี ตรัยไม่ใช่คนขาดผู้หญิงและสามารถเลือกได้ด้วยซ้ำว่าต้องการแบบไหนที่เรียกว่าถูกใจ แต่กับผู้หญิงคนนี้มี การันตีของมารดามาค้ำคอไว้ ถ้าไม่รับก็จะได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู

“ท่านครับ ได้เวลาประชุมแล้วครับ” เลขาคนสนิทของเขาเข้ามาแจ้งกำหนดเวลานัดหมายสำคัญ

“เอกสารพร้อม ทุกคนพร้อมนะ”

“ครับ”

“ดี เริ่มประชุมได้” พูดจบเขาก็เดินออกไปจากห้องทำงานทันที โดยทิ้งเรื่องไม่สบายใจไว้เบื้องหลัง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ กุหลาบแก้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม
เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ

เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ

โรแมนติก

5.0

“จูบผมหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงคือการขอร้องและอ้อนวอน พุดแก้วยิ้มขยับตัวเข้าไปหาและค่อยๆ บรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ นิโคลัสใช้มือโอบรอบตัวเธอและกอดไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากนั้นรับจุมพิตอย่างพออกพอใจที่สุด “พอแล้ว” พุดแก้วพูดออกมาหลังจากที่ถอนริมฝีปากของตัวเองออกจากเขาและดันตัวออกห่างช้าๆ ในขณะที่คนตัวใหญ่มองอย่างเสียดาย “ทำไมล่ะ” “เพราะคุณจะไม่หยุดแค่นั้น” หญิงสาวพูดออกมาอย่างรู้ทัน “และขาคุณหัก” หญิงสาวขยับตัวออกห่างจากรัศมีของวงแขนเขา “แต่อย่างอื่นมันไม่ได้หักนี่นา ร่างกายบางส่วนของผมยังแข็งแรงดี”

นางโจรปล้นรัก

นางโจรปล้นรัก

โรแมนติก

5.0

“ตบนี้สำหรับสิ่งที่คุณทำกับคำพูดจาบจ้วงเมื่อครู่ ถ้าคุณทำอีก ฉันก็จะตบคุณอีก ไม่มีการละเว้น” นภัสคาดโทษด้วยน้ำเสียงจริงจัง อนิรุทธ์ยกมือลูบแก้มของตัวเองเบาๆ ริมฝีปากมีรอยยิ้มแฝงอยู่แววตายังคงเจ้าเล่ห์ซุกซนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จะบอกว่ามันไม่สลดเลยสักนิดก็ได้ “ก็ดีนะ คิดว่าคุ้มอยู่เหมือนกันหนึ่งตบแลกกับหนึ่งกอด หนึ่งจูบ หนึ่งหอม คุ้มดี” เขาทำท่าจะเข้าหาอีกต่อ แต่นภัสใช้ความเร็วหลบได้ทัน “คุณเห็นฉันเป็นอะไร คิดจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ” “เห็นคุณเป็นโฉมงาม เป็นแม่โจรเสียงหวานหน้าสวยน่ะสิ คนสวยของผม”

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ไฟรักเร่าร้อน NC18++

ไฟรักเร่าร้อน NC18++

Me'JinJin

คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

รอยหยัก/宁安 หนิงอัน

“อันตัวข้า มีนามว่าไป๋ฟางเซียน” ปกติคนอื่นข้ามเวลาคงได้รับมิติ พลังวิเศษ ความเทพทรูต่าง ๆ แล้วนางเล่า ไม่เห็นเป็นเหมือนในนิยายที่เคยอ่านบ้าง เท่านั้นยังไม่พอ! นางยังเข้ามาอยู่ในร่างสาวงามอันดับหนึ่ง มีสถานะเป็นถึงภรรยาของท่านแม่ทัพ ที่สามีหาได้รักใคร่ชมชอบไม่ ออกจะเกลียดแสนเกลียดเสียด้วยซ้ำไป หนำซ้ำสามีหน้าตายผู้นั้นดันมีคนที่ตนพึงใจอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะเอาตัวรอดต่อไปในโลกที่ไม่รู้จักได้อย่างไร นอกจากจะต้องปรับตัวอย่างมากแล้ว นางต้องคิดหาวิธีรับมือกับบุรุษผู้เป็นสามีที่จ้องแต่จะกินหัวนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกด้วย! โอ สวรรค์ ท่านเกลียดชังอะไรข้านักหนา เหตุใดถึงให้ข้าเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ ชีวิตสงบสุขที่ใฝ่ฝัน คงได้จบสิ้นกันแล้ว แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ต้องเจอ ไม่สามารถหลีกหนีได้ นาง! ไป๋ฟางเซียนผู้นี้! จะขอร่วมลงประชันสนามอารมณ์กับเขาเอง! ให้มันรู้กันไปเลยว่า ภรรยาอย่างนาง จะเอาชนะสามีอย่างเขา... ไม่ได้!

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง

หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ

มังกร หนุ่มหล่อหน้าใสลูกชาวไร่ชาวนา อายุ 22 ปี ที่ได้รับทุนเรียนดีจนจบมหาวิทยาลัย ได้แบกร่างกายพาหัวใจอันแตกสลายกลับบ้านเกิดทันทีในวันที่จบการศึกษา เพราะบิดามารดาได้เสียชีวิตกระทันหันทั้งคู่หลังจากกลับจากการนำข้าวไปขายและโดนสิบล้อที่เบรคแตกเสียหลักพุ่งชนรถของพ่อแม่ของมังกร เมื่อสูญเสียพ่อและแม่ไปอย่างกระทันหันเขาจึงกลับบ้านเกิดเพื่อไปทำไร่ทำนาสานฝันของพ่อแม่และนำความรู้ที่ได้เรียนมากลับมาพัฒนาที่ดินมรดกในบ้านเกิด หากแต่ว่ามังกรยังไม่ทันได้ทำอะไรเขากลับตายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ตายแบบไม่ตั้งใจและไม่เต็มใจที่สุด เขาจำได้เพียงแค่ว่าหลังจากเดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดเขาได้ไปไหว้พ่อกับแม่ที่วัดในหมู่บ้าน แล้วก็กลับมานอนแต่พอเขากลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กชาย อายุ 8ขวบ กับบ้านพุๆพังๆ เขาตื่นมาในร่างของคนอื่นไม่พอ แล้วเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่มันที่ไหน และใครพาเขามา แล้วมังกรจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตที่อยู่ในร่างเด็กชายยากจนคนนี้ มาติดตามชีวิตใหม่ของมังกรกันต่อไปค่ะ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
วิวาห์พรางรัก วิวาห์พรางรัก กุหลาบแก้ว โรแมนติก
“อย่ามองฉันด้วยดวงตา แต่จงรู้จักฉันด้วยหัวใจ”
1

บทที่ 1 บทนำ

11/05/2022

2

บทที่ 2 ตอนที่ 1 ข้อตกลงก่อนแต่งงาน

11/05/2022

3

บทที่ 3 ตอนที่ 2 แต่งงาน

11/05/2022

4

บทที่ 4 ตอนที่ 3 คุณผู้หญิงของบ้าน

11/05/2022

5

บทที่ 5 ตอนที่ 4 การพบกันของสามีภรรยา

11/05/2022

6

บทที่ 6 ตอนที่ 5 อาหารค่ำ

11/05/2022

7

บทที่ 7 ตอนที่ 6 สงครามเย็นกับข้อตกลงหลังแต่งงาน

11/05/2022

8

บทที่ 8 ตอนที่ 7 การยั่วยวนของภรรยา

11/05/2022

9

บทที่ 9 ตอนที่ 8 การปั่นหัวของสามี

11/05/2022

10

บทที่ 10 ตอนที่ 9 การเปิดตัวคุณนายแฮมมิลตัน

11/05/2022

11

บทที่ 11 ตอนที่ 10 ฮันนีมูน

11/05/2022

12

บทที่ 12 ตอนที่ 11 ฮันนีมูน 2

11/05/2022

13

บทที่ 13 ตอนที่ 12 การเข้าใจผิดของสามี

11/05/2022

14

บทที่ 14 ตอนที่ 13 สามีภรรยาที่สมบูรณ์

11/05/2022

15

บทที่ 15 ตอนที่ 14 ง้อ – งอน

11/05/2022

16

บทที่ 16 ตอนที่ 15 ง้อ – งอน 2

11/05/2022

17

บทที่ 17 ตอนที่ 16 ง้อ – งอน 3

11/05/2022

18

บทที่ 18 ตอนที่ 17 การเริ่มต้นหน้าที่สามีภรรยา

11/05/2022

19

บทที่ 19 ตอนที่ 18 ฮันนีมูนที่แสนหวาน

11/05/2022

20

บทที่ 20 ตอนที่ 19 ฮันนีมูนที่แสนหวาน 2

11/05/2022

21

บทที่ 21 ตอนที่ 20 การก้าวเข้ามาของบุคคลที่สาม

11/05/2022

22

บทที่ 22 ตอนที่ 21 มือที่สามเริ่มลงมือ

11/05/2022

23

บทที่ 23 ตอนที่ 22 มือที่สามและการเอาใจใส่ของภรรยา

11/05/2022

24

บทที่ 24 ตอนที่ 23 มือที่สามและการอาละวาดของภรรยา

11/05/2022

25

บทที่ 25 ตอนที่ 24 มือที่สามเริ่มเคลื่อนไหว

11/05/2022

26

บทที่ 26 ตอนที่ 25 คืนดีกัน

11/05/2022

27

บทที่ 27 ตอนที่ 26 ข่าวที่น่าตกใจ

11/05/2022

28

บทที่ 28 ตอนที่ 27 พบพ่อตา

11/05/2022

29

บทที่ 29 ตอนที่ 28 ภัยคุกคาม

11/05/2022

30

บทที่ 30 ตอนที่ 29 การช่วยเหลือภรรยา

11/05/2022

31

บทที่ 31 ตอนที่ 30 อ้อมกอดของสามี

11/05/2022

32

บทที่ 32 ตอนที่ 31 การให้อภัย

11/05/2022

33

บทที่ 33 ตอนที่ 32 ความสุขที่กลับมา (จบ)

11/05/2022