หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

จิรัฐติกาล

5.0
ความคิดเห็น
30.3K
ชม
21
บท

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน ไป๋ชิงนางแต่งเข้าสกุลลู่อย่างเต็มใจ หากแต่สามีนาง ลู่เฉิน กลับทำร้ายจิตใจนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า นำพาอนุเข้าเรือนไม่เว้นแต่ละวัน จนสุดท้ายนางทนไม่ไหวก็ขอ "หย่า" "ก็ตามใจเจ้า" นางเจ็บแค้นใจสาหัส เดินจากมาด้วยน้ำตา หากแต่เดินออกจากสกุลลู่ได้ไม่นาน เหตุใดเขาถึงกลับมาตามนางกลับ ********* คนอย่างนางมีแต่เดินหน้าไม่หวนคืน หย่ากันแล้วอย่าคิดจะมีคืนดี เป้าหมายนางคือ "สามีใหม่" เท่านั้น มาทำให้ใต้หล้าเห็นว่า หญิงหม้ายก็มิได้ร้างรักแต่อย่างใด ******************************* นิยายเรื่องนี้มีเป้าหมายคือหาสามีใหม่ ใครมิชอบใจรักผัวเก่าขัดใจผ่านไปก่อนได้เลยค่ะ

บทที่ 0 คำโปรย

กิ่งต้นหลิวกำลังถูกสายฝนพัดจนใบไม้ปลิวลงไปตามสายลม จนกระทั่งกิ่งโยกเอนขยับไปมาราวกับเสียงร้องในใจนางในตอนนี้ อนงค์ร่างบางอรชร ใบหน้าเรียวรูปไข่ขับรับกับดวงตาหงส์ คิ้วเรียวดัง กิ่งหลิว ริมฝีปากดั่งดอกบัวแรกแย้ม

ดวงตานางหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า สามปีที่ผ่านมาสำหรับนางแล้วเหมือนสามสิบปี ตั้งแต่ก้าวเข้ามาสกุลลู่ ในใจนางแต่ละวันล้วนไม่ได้อยู่สงบสุข

ประตูใหญ่ด้านหน้าไหว้ฟ้าดินรับนางเข้ามา

หากแต่ประตูเล็กกลับรับอนุมาเช่นกัน

ในคืนเข้าหอที่ควรเป็นของนาง แต่อนุที่ต่ำกว่ากลับช่วงชิงไปได้ ชีวิตรักที่จะสงบก็ไม่เคยมีนับตั้งแต่นั้น นางคิดว่าหากนางทำตัวเป็นภรรยาที่มีความเมตตาต่อภรรยาคนอื่นๆ ของสามี ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี สามีนางก็คงจะยกย่องนางและให้ความเคารพบ้าง แต่สามปีที่ผ่านมา นางเหมือนตกอยู่ในนรกไม่เว้นวัน

เขาเอาแต่สร้างเรื่องเอาอนุเข้าเรือนไม่เว้นแต่ละวัน อย่างที่เขาบอกว่ามีหนึ่งก็ต้องมีสอง มีสองก็ต้องมีสาม ในเมื่อนางเป็นหนึ่ง นางก็ปล่อยให้อนุพวกนั้นตบตีกันเอง

ตบตีกันไปมา ในที่สุดสามปีนางก็เหลืออนุที่ผ่านสนามรบพวกนั้น และแยกย้ายต่างคนต่างอยู่เพียงสองคน ถึงสองคน แต่สำหรับนางแล้ว ก็ไม่ต่างจากนรกเหมือนเคย

ทุกวันผ่านไปอย่างยากลำบาก เจ็ดวันต้องแบ่งไปให้อนุแล้วสี่วัน เหลือให้นางเพียงสามวัน หากแต่สามวันนั้นสำหรับนางนั้น...

หึ นางเค้นหัวเราะกับชะตาที่ตัวเองได้รับ เฉกเช่นวันนี้ที่ต้องพบกับความจริงที่แสนเจ็บปวด สายฝนยังคงกระหน่ำเทลงมา นางทอดมองไปยังเรือนฝั่งตรงข้ามที่มีแสงเทียนดวงเล็กจุดอยู่ ทำให้เห็นเงาด้านในนั้น

สองคนนั้นกำลังเล่นรักโดยมิกลัวฟ้ากลัวสวรรค์จักลงโทษ คนหนึ่งนั้นคือคนที่นางต้องทนมาตลอดสามปี สามีนาง “ลู่เฉิน” ส่วนคนที่สองนั้นนางเคยเห็นเป็นดั่งน้องสาวที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ สาวใช้ของนาง “จางจิ้ง”

มือบางกำแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อจนเลือดไหลออกมา หากแต่มันกลับไม่ได้เจ็บเลยสักนิด สามปีนี้สำหรับนาง สิ่งที่ทั้งสองกระทำนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ จนในที่สุดตอนนี้หัวใจนางก็ตายไปแล้ว

นางเฝ้ารอสองคนที่นางรักทำกิจจนเสร็จ รอจนกระทั่งสายฝนที่พัดกระหน่ำหลงเหลือเพียงแค่หยดน้ำบนหลังคา มือนางยกขึ้นไปรองรับน้ำฝนที่ตกลงมา แล้วน้ำตาของนางก็หยดลงบนแก้ม

ถึงเวลาแล้วที่นางควรจะรักตัวเองมิใช่คนอื่น ควรจะเลือกหนทาง ที่ถูกต้อง เมื่อคิดได้ก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วก้าวเท้าผ่านหลังคาที่หลบฝน หยดฝนที่โปรยปรายเหลือเพียงน้อยนิดนั้น ตกลงมากระทบกับเรือนผม ที่ยาวจนถึงสะโพก ยามเท้าย่างกรายไปนั้นก็พัดเอนไปมาราวกับลิ่วลม ฝีเท้านางยามก้าวไปนั้นคล้ายกับต้นไผ่ที่ไม่อาจสู้แรงต้นหลิวที่มั่นคงได้

แต่ละก้าวเต็มไปด้วยบาดแผลในใจ ยามที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากในนั้นราวคมมีดกรีดลงลึกไป

“พวกท่านใจร้ายกับข้าเกินไปแล้ว”

นั่นน่ะหรือน้องสาวที่ข้ารัก นั่นนะหรือสามีที่รักภักดี เหยียบย่ำกันพอหรือยัง

ไป๋ชิงหยุดฝีเท้ายืนอยู่หน้าประตู หากแต่นางกลับไม่กล้าที่จะเคาะเรียกสองคนนั้นออกมาให้บาดตาบาดใจ แต่แล้วก็มีเสียงสนทนาดังออกมาจากด้านในราวกับว่าจงใจให้นางได้ยิน

“คุณชาย หากคุณหนูรู้เข้า คุณหนูจักต้องเสียใจแน่”

จางจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงขวยเขิน พลางออดอ้อนซบแผ่นอกลู่เฉินโดยไม่มีท่าทีที่จะเสียใจอย่างคำพูดสักนิด

ส่วนลู่เฉินนั้นก็หัวเราะในลำคอ “ชิงเอ๋อร์จะเสียใจเยี่ยงไรกันเล่า ในเมื่อต่อไปข้าย่อมต้องมาเยือนเรือนของนางทุกวันอยู่แล้ว ข้าได้กับเจ้า ก็ดีกว่านำอนุนอกเรือนเข้ามาเป็นไหนๆ”

จางจิ้งได้ยินแบบนั้นก็ผละออกจากอก แล้วกำหมัดตีแผ่นอกเบาๆ “คุณชายมิคิดจริงจังกับข้าใช่หรือไม่ เห็นข้าเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้น”

มือหนาเขานั้นจับกุมมือจางจิ้งที่กำลังทุบตีอกเอาไว้ แล้วดึงนางมากอดเช่นเคย “ในใจข้าไม่ได้มองเจ้าเป็นเช่นนั้น แต่รอหน่อย ให้พ้นวันเกิดท่านแม่ก่อน ข้าจะขอเจ้าเป็นอนุคนที่สาม ไม่ให้เจ้าเป็นสาวใช้ตลอดไปแน่ แต่เจ้าต้องรับปากข้าว่าจะดูแลไป๋ชิงเช่นเดิม”

จางจิ้งได้ยินชื่อก็แค้นในใจ ตั้งแต่เล็กก็เติบโตมาพร้อมกับคุณหนูไป๋ชิง หากแต่ตนคือสาวใช้ ส่วนนางก็คือบุตรีของบัณฑิตสกุลเหว่ย อาจารย์ที่เป็นที่นับถือของเหล่าบัณฑิตในเมืองนี้

ตั้งแต่เล็กนางล้วนเห็นว่าคุณหนูดีกว่าตนทุกอย่าง คุณสมบัติของนางที่โดดเด่นเหนือบุรุษ อ่านหนังสือออกตั้งแต่สามขวบ สอบเทียบข้ามรุ่นได้ตั้งแต่เด็ก พิณ ขลุ่ย กลอน โคลงกวีก็ไม่แพ้ใคร ตลอดจนงานบ้าน เย็บปักถักร้อยก็โดดเด่นเสมอ

สำหรับจางจิ้งแล้ว คุณหนูเปรียบเหมือนเทพเซียนที่ลงมาจากสวรรค์ ส่วนนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ยืนอยู่บนดินมิอาจเทียบได้ หากแต่ตอนนี้นางทำสำเร็จแล้ว เมื่อนางมีสามีคนเดียวกับเทพเซียน องค์นั้น

เมื่อคิดได้นางก็ยืดคออีกหน่อย “ให้ข้าเป็นอนุแล้วยังต้องรับใช้นางอีก เช่นนั้นแล้วข้าจะนอนกับท่านเพื่ออันใด ท่านก็หาสาวใช้คนใหม่ มาแทนเถอะ” น้ำเสียงนางแง่งอน ปากนิดปากหน่อยยื่นออกมาราวกับนกแก้วนกขุนทอง

ลู่เฉินรู้สึกสนุกจึงก้มลงจูบริมฝีปากนั้นอย่างเอาใจ ทำให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ไม่จำเป็นต้องหาสาวใช้ให้ข้าใหม่หรอก”

สองคนที่อยู่ในห้องมองหน้ากันแล้วตกใจ จางจิ้งรีบผละออกจากอกของลู่เฉิน จากนั้นก็ควานหาเสื้อผ้ามาใส่ หากแต่เมื่อคิดว่าตอนนี้ นางเป็นใคร ก็พวกเราล้วนใช้สามีคนเดียวกัน แล้วนางจะกลัวไป๋ชิงไปทำไม เมื่อคิดได้ก็ยืนทั้งที่สวมชุดชั้นในชั้นเดียว มองลู่เฉินที่ลงจากเตียงเดินไปเอาผ้าคลุมมาให้นางอย่างเอาใจ

ยิ่งลู่เฉินทำแบบนี้นางก็ยิ่งได้ใจ จึงเชิดหน้าขึ้นแล้วเป็นฝ่ายไปเปิดประตูเอง

เอี๊ยด เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับเสียง เพียะ!!

มือไป๋ชิงตบเข้าที่หน้าจางจิ้งเสียงดัง “คุณ...” หนู คำท้ายนั้น หยุดไปเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเป็นใครแล้วตอนนี้ ก่อนลุกขึ้นแล้วหันกลับไปซบคุณชายลู่เฉิน “คุณชายเจ้าคะ ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”

ท่าทางเช่นนั้นยิ่งทำให้นางรู้สึกเจ็บปวด นี่หรือคนที่เติบโตมาพร้อมกับนาง แล้วมองสามีที่หันมาตวาดใส่

“ฮูหยิน เจ้าอย่าลืมคำว่าสี่คุณธรรมของภรรยาเด็ดขาด กระทำการเช่นนี้ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติข้า ประพฤติผิดต่อสามีไม่เท่ากับผิดข้อปฏิบัติ สี่คุณธรรม!!”

“ข้าไม่สนใจสี่คุณธรรมพวกนั้นแล้ว หากท่านเอาสี่คุณธรรมมาอ้าง แล้วท่านเล่า กระทำตัวเป็นสามีที่ดีหรือไม่”

“ไป๋ชิง เจ้าชักจะหาญกล้ามากไปแล้ว” เขาปลดมือของสาวใช้ออก จากนั้นก็เดินมายังหน้าภรรยาตน ยกมือขึ้นแล้วตบ

เพียะ! เสียงนั้นดังสะเทือนจนคนถูกตบล้มลงไปบนพื้น คนถูกกระทำยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง มองสีหน้าสามีที่กำลังแสดงอำนาจ หันมองสาวใช้ตนที่กำลังยิ้มเยาะสะใจ สองมือนางก็กำแน่น ในใจก็คิดว่า

‘สี่คุณธรรมห่าเหวอันใดเล่า ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น’

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ จิรัฐติกาล

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

Louie Joanes
5.0

หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

มาชาวีร์
4.4

เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]

ต้องมนต์บุปผา

ต้องมนต์บุปผา

ซีไซต์
5.0

หลิวซือซือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่นอกจากรูปร่างหน้าตาที่สวยหยดย้อยแล้ว แทบจะไม่มีความสามารถหรือความโดดเด่นในเรื่องอื่น และหากจะว่ากันไปหญิงสาวก็เป็นคนที่ค่อนข้างใสซื่อบริสุทธิ์อยู่ไม่น้อย เพราะได้รับการรับเลี้ยงประดุจไข่ในหินจากผู้เป็นพ่อและแม่ที่มีฐานะไม่ธรรมดา เธอรักในอาชีพนักแสดงแม้พ่อแม่จะคัดค้านแต่สุดท้ายก็ตามใจเธอเพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียใจ อยู่มาวันหนึ่งด้วยบทบาทที่ต้องแสดงในซีรีส์ย้อนยุค ทำให้พ่อของเธอหาขลุ่ยโบราณเล่มหนึ่งมาให้ ตั้งแต่ได้รับขลุ่ยมาหลิวซือซือก็มักฝันประหลาด ว่าเธอได้พบผู้ชายคนหนึ่งในเขาเป็นแม่ทัพอยู่ระหว่างสงครามอีกทั้งตนเองยังมีโอกาสช่วยเขาหลายครั้ง ที่น่าประหลาดใจคือ ฝันนั้นของเธอเหมือนจะเป็นความจริงไปแล้ว เขาคือใครและเกี่ยวข้องกับเธอด้วยเหตุใด ทำไมเธอจึงมักฝันประหลาดเช่นนี้???

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน
1

บทที่ 0 คำโปรย

23/09/2024

2

บทที่ 1 ข้าจะไม่ทน

23/09/2024

3

บทที่ 2 หาวิธีหย่า

23/09/2024

4

บทที่ 3 ตามสามีไม่เอาไหน

23/09/2024

5

บทที่ 4 หาสาวใช้คนใหม่

23/09/2024

6

บทที่ 5 ละครงิ้ว

23/09/2024

7

บทที่ 6 ข้อแลกเปลี่ยน

23/09/2024

8

บทที่ 7 กลับมาใช้สกุลเหว่ย

23/09/2024

9

บทที่ 8 ใครอยู่เบื้องหลัง

23/09/2024

10

บทที่ 9 เจ้าลูกไม่ได้ความ

23/09/2024

11

บทที่ 10 ตามหาสมบัติ

23/09/2024

12

บทที่ 11 จะทำให้เจ้าภูมิใจ

23/09/2024

13

บทที่ 12 แผนสิ้นคิด

23/09/2024

14

บทที่ 13 แสดงบทกตัญญู

23/09/2024

15

บทที่ 14 ผลของกรรม

23/09/2024

16

บทที่ 15 หวังผลประโยชน์

23/09/2024

17

บทที่ 16 เปิดโปงคนอยู่เบื้องหลัง

23/09/2024

18

บทที่ 17 ผลการตัดสิน

23/09/2024

19

บทที่ 18 จ้วงหงวนคนใหม่

23/09/2024

20

บทที่ 19 เจ้าก้อนแป้งมาผิดเวลา

23/09/2024

21

บทที่ 20 อโหสิกรรม

23/09/2024