5.0
ความคิดเห็น
2.4K
ชม
134
บท

มันผู้ใดพรากชีวิตเธอไป มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน แต่ผีสาวจะรู้หรือไม่ว่าคนที่ตามอาฆาตนั้นหาใช่ฆาตกรตัวจริงไม่ เมื่อพี่ชายของสัภยาซื้อที่ดินมาผืนหนึ่งเพื่อพัฒนาเป็นตลาดน้ำ สัภยาจึงไหว้วานตีรณาซึ่งเป็นช่างภาพอิสระ ให้ไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศการก่อสร้าง โดยหารู้ไม่ว่า เรือนไทยเก่าแก่ริมน้ำบนที่ดินผืนนี้ซ่อนอดีตอันน่าสะเทือนใจไว้ ที่แห่งนี้...คือเรือนหอที่หญิงสาวชื่อ ‘อนงค์’ ผูกคอตายในคืนแต่งงานตามการเล่าขานกันมา ทว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น วิญญาณของหญิงสาวเฝ้ารอการกลับมาของชายอันเป็นที่รัก ขณะเดียวกันก็รอวันล้างแค้นคนที่ฆ่าเธอ วิญญาณพยาบาทของอนงค์ตามติดสัภยาและตีรณาไปทุกที่ หลายครั้งที่ชายหนุ่มเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะอนงค์เชื่อว่าเขาคือคนที่ฆ่าเธอ เขากับตีรณาต้องหาทางปกป้องตัวเองพร้อมกับค้นหาความจริงในอดีต ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นเหยื่อสังเวยความแค้นให้แก่อนงค์เสียเอง

อนงค์ บทที่ 1 อนงค์

บทที่๑

สายตาชื่นชมภาพวาดบนผืนผ้าใบเปลี่ยนไปทันทีที่เลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงข้อเท้าเรียวสวยของนางแบบในภาพ เจ้าของสายตาเยี่ยมหน้าเข้าไปมองภาพเพื่อความชัดเจน ก่อนจะตบเปรี้ยงเข้าเต็มไหล่หนาของคนวาดจนพู่กันในมือกระเด็น สีเปรอะผืนผ้าใบจนรูปที่กำลังรังสรรค์ผิดเพี้ยน พร้อมกับที่เสียงโวยวายของทั้งคนถูกรังแกและคนลงมือดังขึ้น

“ฉิบหายหมด ป้าบ้าหรือเปล่า ตบมาได้ เละ!”

“แกนะสิบ้าหรือเปล่า วาดกำไลข้อเท้าทำไม แหกตาดูสิต้นแบบมีกำไลที่ไหน ชุดราตรีเลิศหรูอลังการแบบนี้ มันเหมาะกันตรงไหนกับกำไลที่แกเติมลงไป”

“เฮ้ย! ตาฝาดแล้ว ไม่ได้วาดลงไปซะหน่อย กำไลข้อเท้าอะไรของป้า” คนวาดโวยวายปฏิเสธ

“นี่ไง แหกตาดู” คนจับผิดจิ้มลงไปให้เห็นชัดๆ โดยไม่กลัวมือเปรอะเปื้อน

“เฮ้ย! มาได้ยังไง”

“ก็แกวาดเอง ฉันมองอยู่”

“ไม่จริง ผมวาดตามแบบ ไม่ได้เพิ่มเติมอะไรเลย” คนเถียงเกาหัวแกรก ผมฟูที่มัดหางม้าไว้หลวมๆ รุ่ยร่าย นางแบบที่โพสท่าสวยงามนิ่งเป็นหุ่นให้วาดรูปเปลี่ยนอิริยาบถแล้วก้าวมาหาอย่างมาดมั่นทันที เพราะเห็นสองคนถกเถียงกัน

“มีอะไรคะเมื่อยนะ มัวทะเลาะกันอยู่ได้ ว้าย! ทำไมเป็นแบบนี้ละพญา” ญาณิศาหน้าง้ำทันทีที่เห็นความเสียหายของภาพวาดสีน้ำมันที่ตนเป็นแบบให้เพื่อนหนุ่มลงมือวาด สู้ทนยืนจนขาแข็ง แต่รูปก็มาเสียหายด้วยสีที่ไถลยาวเป็นทาง เธอเห็นว่าพี่สาวตนเป็นคนตบไหล่สัภยาหรือชื่อที่เพื่อนๆ เรียกพญา ทำให้รูปวาดผิดเพี้ยน แต่มันคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นถ้าหากเขาไม่เติมกำไลข้อเท้าลงไป

“กำไลเชยๆ ใส่มาทำไม มันเข้ากับชุดของศาหรือก็เปล่า เสียอารมณ์ เสียเวลา ไม่เอาแล้ว ศาไปนวดดีกว่า”

“ศา อย่าเพิ่งสิ ผมขอโทษ คือผม โอ๊ย จะพูดยังไงดี คือผมไม่ได้”

“ไม่ต้องแก้ตัว เพราะฉันมองอยู่ นายจงใจเติมลงไป” ตีรณายืนยัน ก่อนหันไปมองน้องสาวแท้ๆ ที่งอนตุ๊บป่องเดินหนีไป

“ผมเปล่านะป้า” สัภยายังเถียง จึงถูกคนที่เรียกว่าป้า ตบหัวจนผมรุ่ยร่ายนั้นกระจุยกระจายรุงรังกว่าเดิม

“ยังจะเถียง”

“โอ๊ย! ป้า ตบหัวอีกแล้ว ผมไม่ใช่ลูกป้านะ ตบจนหาเมียไม่ได้แล้วเนี่ย เพราะป้าคนเดียว” สัภยาต่อว่าง้องแง้งแต่ไม่มีความโกรธเคืองเจือปน อาจเพราะตีรณาเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยและเป็นพี่สาวของญาณิศานางแบบที่เดินงอนจากไปเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน

สองคนพี่น้องแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ตีรณาดูแกร่งกร้าวและห้าวเกินหญิง ถ้าจะเรียกว่าเป็นทอมบอยก็คงไม่ผิด ในขณะที่น้องสาวนั้นสวยเฉิดฉายสมกับอาชีพนางแบบและนักแสดงที่เธอใฝ่ฝัน

“หาไม่ได้หรือเลือกไม่ถูก” ตีรณาย้อน น้ำเสียงแกว่งเล็กน้อยเพราะรู้ว่าสัภยามีผู้หญิงเข้ามาพัวพันมากหน้าหลายตา เนื่องจากรูปร่างหน้าตาดีและฐานะร่ำรวย

สัภยาหันมาสบตาแต่ไม่พูดอะไร แล้วหันไปเก็บอุปกรณ์อย่างเซ็งในอารมณ์หลังเพ่งภาพวาดบนผืนผ้าใบฝีมือตนเอง อะไรก็สวยไปหมดเสียแต่ตำหนิของภาพจากรอยปาดพู่กันและกำไลข้อเท้า

กำไลข้อเท้า!

เขาเพิ่มเติมมันลงไปด้วยเหตุผลใด สัภยาให้คำตอบตนเองไม่ได้

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Mookreang

ข้อมูลเพิ่มเติม
เงาทรราช

เงาทรราช

โรแมนติก

5.0

แม้ไม่มีแผ่นดิน หากแต่เรายังไม่สิ้นลมหายใจ ถึงสิ้นชาติหากแต่รักของเรามิได้สิ้นลง บราลี เป็นบอดี้การ์ดมือใหม่ ที่ทำงานพลาดจนถูกไล่ออกจากงาน ในวันเดียวกันนั้น บ้านของเธอก็ถูกไฟไหม้ แม่ถูกไฟคลอกบาดเจ็บ พ่อตกใจจนโรคหัวใจกำเริบ ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก เมื่อเธอจะหันไปพึ่งแฟนหนุ่มที่รักกันมาหลายปี กลับพบเขากำลังคลุกวงในกับผู้ชายอีกคน!! เมื่อชีวิตมันบัดซบขนาดนี้ เธอจึงคิดฆ่าตัวตาย ... และทำจริง!! แต่ไม่ตาย มีคนมาช่วยไว้ ... พอรอดตายก็มีคนยื่นข้อเสนอแปลกประหลาด ... ให้เธอไปเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้านาย แลกกับเงินมหาศาล และกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร บราลีกับเพื่อนร่วมงานอีกสองคน ก็ได้ข้ามเวลาย้อนอดีตไปซะแล้ว

กระซิบรักในสายหมอก

กระซิบรักในสายหมอก

โรแมนติก

5.0

เจ้าฟ้าหญิงจิรัฐิติกาลในคราบชายหนุ่มดูจะเกษมสำราญเป็นอันมากเมื่อได้ออกมาท่องโลกกว้าง แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่บ้างที่มี 'ผู้คุม' เป็นไวกูณฐ์ ชายหนุ่มอ่อนแอ เจ้าหนอนหนังสือใส่แว่นลูกชายองครักษ์คนสนิทของพระบิดา แต่ถ้าไม่ยินยอมร่วมทางไปกับเขา เจ้าพ่อก็คงไม่ปล่อยออกจากกรงทอง เธอจำใจร่วมทางและสร้างความยุ่งยากเป็นภาระใหญ่หลวงให้เขา แต่ในคราเดียวกันความใกล้ชิด ความใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นในใจ แต่จะทำอย่างไร เมื่อเธอฝังใจว่าเขาไม่ใช่ "ชายจริง" นิยายภาคต่อของ ลิขิตรักบัลลังก์หัวใจ

ลิขิตรักบัลลังก์หัวใจ

ลิขิตรักบัลลังก์หัวใจ

โรแมนติก

5.0

เมื่อต้องเสียแผ่นดินจากการช่วงชิงของพระเจ้าอา ทรรศินากัลยามาส เจ้าฟ้าหญิงรัชทายาทแห่งมธุรรัฐจำต้องเสด็จหนีจากแผ่นดินเกิด แฝงกายเข้าไปในสิงขรรัฐ จากที่คิดจะปลอมตัวเป็นนางกำนัล กลับตกกระไดพลอยโจนถวายตัวเป็นสนมของเจ้าหลวงรัฐสิงห์สีหนาทในนามลูกของศัตรู!? รอจนถึงวันทวงบัลลังก์คืน กล้วยไม้ป่าแรกแย้มเพิ่งผลิรับฤดูฝน เจ้าหลวงเอื้อมไปหมายจะเด็ด ก็ถูกพระหัตถ์เล็กๆ ตีเผียะลงบนหลังมือ "ดอกไม้จะสวยงามที่สุดเมื่ออยู่กับต้นเพคะ" ดำรัสขึงขัง "แต่พี่จะเก็บให้เธอ" รับสั่งกลับอ่อนโยน "ท่าจะเด็ดดอกไม้แรกแย้มเสียจนเคย" เจ้าฟ้าหญิงประชดตรงๆ เจ้าหลวงยกพระหัตถ์ในท่าสาบาน "สาบาน ต่อไปพี่จะไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ว่าดอกไหน จะรอดอกฟ้าตรงหน้านี้ดอกเดียวเท่านั้น"

ชีค หัวใจทระนง

ชีค หัวใจทระนง

โรแมนติก

5.0

เมื่อธิดาองค์น้อยเริ่มเติบโต ชีคกาเบรียนที่อยากให้ลูกรู้จักภาษาของแม่บังเกิดเกล้า จึงมองหาครูสอนภาษาชาวไทย แต่กลับได้ทโมนไพรไปแทน นางสาวกฤติกา หรือแม่ดาวลูกไก่ นอกจากสอนภาษาไทยให้ธิดาองค์น้อยของชีคแล้ว ยังสอนปีนต้นไม้กลายเป็นลิงเป็นค่าง จนพระนมของชีคเอือมระอา ทว่าท่าทางแก่นกะโหลกของดาวลูกไก่กลับจับใจต้องตาชีคกาเบรียนจนกลายเป็นความรัก แต่ปัญหาสงครามแบ่งแยกดินแดนในประเทศยังไม่สงบ เมื่อดาวลูกไก่ถูกจับตัวไปเพื่อต่อรอง แม้พระองค์ไม่อาจยกแผ่นดินเพื่อแลกกับผู้หญิงที่รักได้ แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจเหมือนครั้งที่เสียสนมคนอื่นไป ทรงลอบออกจากวังเพื่อไปช่วยหญิงอันเป็นที่รักด้วยตนเอง

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

รอยหยัก/宁安 หนิงอัน

“อันตัวข้า มีนามว่าไป๋ฟางเซียน” ปกติคนอื่นข้ามเวลาคงได้รับมิติ พลังวิเศษ ความเทพทรูต่าง ๆ แล้วนางเล่า ไม่เห็นเป็นเหมือนในนิยายที่เคยอ่านบ้าง เท่านั้นยังไม่พอ! นางยังเข้ามาอยู่ในร่างสาวงามอันดับหนึ่ง มีสถานะเป็นถึงภรรยาของท่านแม่ทัพ ที่สามีหาได้รักใคร่ชมชอบไม่ ออกจะเกลียดแสนเกลียดเสียด้วยซ้ำไป หนำซ้ำสามีหน้าตายผู้นั้นดันมีคนที่ตนพึงใจอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะเอาตัวรอดต่อไปในโลกที่ไม่รู้จักได้อย่างไร นอกจากจะต้องปรับตัวอย่างมากแล้ว นางต้องคิดหาวิธีรับมือกับบุรุษผู้เป็นสามีที่จ้องแต่จะกินหัวนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกด้วย! โอ สวรรค์ ท่านเกลียดชังอะไรข้านักหนา เหตุใดถึงให้ข้าเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ ชีวิตสงบสุขที่ใฝ่ฝัน คงได้จบสิ้นกันแล้ว แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ต้องเจอ ไม่สามารถหลีกหนีได้ นาง! ไป๋ฟางเซียนผู้นี้! จะขอร่วมลงประชันสนามอารมณ์กับเขาเอง! ให้มันรู้กันไปเลยว่า ภรรยาอย่างนาง จะเอาชนะสามีอย่างเขา... ไม่ได้!

จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง

จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง

pailinnaka591

ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้าย ในงานวันเกิดองค์หญิงหกกลับพบว่านอนกอดก่ายอยู่กับเว่ยเซียวหยาง แต่เขารังเกียจสตรี แต่งกับนางหรือฝันเฟื่องหรือไง นางจึงถูกไล่ไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวงถึงห้าสิบลี้ หลี่จื่อเหยียนมาถึงทั้งทีก็สวมบทคุณแม่เลย  ซ่งจื่อเหยียนเจ้าของร่างเดิมจากไปขณะคลอดลูก  แล้วฉันทำไมต้องมาเบ่งแทนวะ ให้ไปแม่น้ำเหลืองเลยไม่ได้หรือไง มันเจ็บนะโว้ย ฮือๆๆๆ สาวใช้ของนางพยายามช่วย ป้าหูอายุห้าสิบแล้ว เป็นชาวบ้านครอบครัวเดียวที่อยู่แถวนั้น "คุณหนูเบ่งอีกนิดเจ้าค่ะ  ฮือๆที่นี่อยู่ไกลนักไม่มีหมอตำแยสักคน" "เอาน่าแม่นางเย่วเล่อ ข้าไม่เคยทำคลอดแต่ข้าก็เคยคลอดลูกแหละน่า นี่ๆอาซ้อซ่งเจ้าเบ่งอีกหน่อย แล้วอย่าสลบไปแบบเมื่อกี้เล่า อดทนหน่อย "อ๊ายย  โอ๊ยเจ็บโอ๊ยเวรกรรมฉิบหายยังไม่ทันมีผัว  ไม่ทันได้รู้รสชาติการป๊าบๆกับผู้ชายเลย  ก็ต้องมาเบ่งลูก  อื้อเจ็บ  อ๊ะ อ๊ายยย" "คุณหนู  ท่านเบ่งอีกนิด  น้ำร้อนเตรียมแล้ว  เย่วหลีกำลังไปเอาเจ้าค่ะ  เหตุใดท่านอ๋องพระทัยร้ายนักฮือๆๆ" "พอแล้ว ไอ้อ๋องสุนัขนั่นสมควรไปตายซะ อ๊าย ข้าเจ็บจะตายเจ้าจะมารำพึงรำพันอะไรเย่วเล่อ  ออกแล้วข้าคลอดแล้ว  อ๊ะ อ๊ายยย" หลี่จื่อเหยียนคลอดบุตรชายของร่างเดิมออกมาหนึ่งคน  จากนั้นนางก็เพลียจนหลับไป

เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน

เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน

Zuey

จะมีสิ่งใดน่าทุกข์ใจไปมากกว่าการถูกคนในครอบครัวรังเกียจภายหลังจากมารดาเสียชีวิตเด็กน้อยอายุห้าขวบต้องพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดพร้อมกับน้องสาวที่พึ่งลืมตาดูโลกอีกทั้งน้องชายฝาแฝดที่พึ่งเกิดมายังถูกพรากไป หลี่อันหนิง เด็กสาวผู้เกิดมาพร้อมกับโชคชะตาที่ไม่เหมือนผู้ใดนอกจากต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากคนในครอบครัว ตลอดชีวิตนางยังไม่เคยได้รับอุ่นไอจากผู้เป็นบิดาที่ยังเหลืออยู่ จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต นางก็ยังไม่รู้เลยว่าเหตุใดสวรรค์ถึงได้กำหนดชะตาชีวิตเช่นนี้ให้กับตน เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เด็กสาวพบว่าตนเองกลับมายังอดีตในช่วงเวลาที่ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ พร้อมกับความสามารถที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้เหมือนอย่างนาง หลี่อันหนิงได้เริ่มวางแผนแก้แค้นให้กับตนและช่วยเหลือน้องทั้งสองมิให้มีชะตากรรมดั่งชาติที่แล้ว ************************************************************ “ท่านแม่!! ท่านแม่!! ตื่นสิเจ้าคะ นอนที่นี่ไม่ได้นะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ร่างเล็กแกรนแกะเอาเสื่อที่ห่อม้วนร่างของมารดาออก ก่อนจะเขย่ากายที่เย็นชืดไปนานแล้วของนาง ทว่าในระหว่างที่สายฝนกำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงร้องแผ่วเบาราวกับลูกแมวน้อยก็ดังขึ้น หลี่อันหนิงมองไปยังช่วงขาของมารดาเห็นบางสิ่งกำลังขยับไหว นางจึงเลิกชุดสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของมารดาขึ้น บัดดลร่างเล็กของเด็กทารกที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดก็ปรากฏแก่สายตา ด้วยสัญชาตญาณ เด็กน้อยในวัยห้าขวบรีบถอดเสื้อคลุมด้านนอกอันเปียกชื้นไปด้วยละอองน้ำฝนออกมาห่อร่างเล็กของน้องสาวเอาไว้ ส่วนตนเองก็เอาแต่เอ่ยพึมพำว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พี่สาวจะดูแลน้องเอง หลี่อันหนิงกอดเด็กทารกเอาไว้ในอ้อมแขน ใช้ร่างกายเล็กจ้อยของตนกำบังลมฝนให้น้องน้อยอย่างกล้าหาญ ******************************************************** ร่างเล็กนั่งตากฝนอยู่บนเขาเป็นเวลาเนิ่นนาน เพราะหาหนทางกลับเรือนเฉกเช่นผู้ใหญ่ไม่ได้ กายของเด็กน้อยเริ่มสั่นสะท้านเสียงฟันของนางกระทบกันดังกึกกัก ก่อนสติสุดท้ายของเด็กหญิงจะดับวูบไป หลี่อันหนิงคล้ายมองเห็นมารดาของตนที่นอนอยู่เบื้องหน้าลุกขึ้นมาตระกองกอดนางเอาไว้แนบอก ก่อนกระซิบน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้ว เสียงเพลงกล่อมเด็กที่มารดาเคยร้องกล่อมตนยามค่ำคืนยังคงดังก้องประทับในโสต หลี่อันหนิงหลับไปทั้งรอยยิ้มโดยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นต่อจากนั้น

เงาทรราช

เงาทรราช

Mookreang

แม้ไม่มีแผ่นดิน หากแต่เรายังไม่สิ้นลมหายใจ ถึงสิ้นชาติหากแต่รักของเรามิได้สิ้นลง บราลี เป็นบอดี้การ์ดมือใหม่ ที่ทำงานพลาดจนถูกไล่ออกจากงาน ในวันเดียวกันนั้น บ้านของเธอก็ถูกไฟไหม้ แม่ถูกไฟคลอกบาดเจ็บ พ่อตกใจจนโรคหัวใจกำเริบ ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก เมื่อเธอจะหันไปพึ่งแฟนหนุ่มที่รักกันมาหลายปี กลับพบเขากำลังคลุกวงในกับผู้ชายอีกคน!! เมื่อชีวิตมันบัดซบขนาดนี้ เธอจึงคิดฆ่าตัวตาย ... และทำจริง!! แต่ไม่ตาย มีคนมาช่วยไว้ ... พอรอดตายก็มีคนยื่นข้อเสนอแปลกประหลาด ... ให้เธอไปเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้านาย แลกกับเงินมหาศาล และกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร บราลีกับเพื่อนร่วมงานอีกสองคน ก็ได้ข้ามเวลาย้อนอดีตไปซะแล้ว

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
อนงค์ อนงค์ Mookreang สยองขวัญ
“มันผู้ใดพรากชีวิตเธอไป มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน แต่ผีสาวจะรู้หรือไม่ว่าคนที่ตามอาฆาตนั้นหาใช่ฆาตกรตัวจริงไม่ เมื่อพี่ชายของสัภยาซื้อที่ดินมาผืนหนึ่งเพื่อพัฒนาเป็นตลาดน้ำ สัภยาจึงไหว้วานตีรณาซึ่งเป็นช่างภาพอิสระ ให้ไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศการก่อสร้าง โดยหารู้ไม่ว่า เรือนไทยเก่าแก่ริมน้ำบนที่ดินผืนนี้ซ่อนอดีตอันน่าสะเทือนใจไว้ ที่แห่งนี้...คือเรือนหอที่หญิงสาวชื่อ ‘อนงค์’ ผูกคอตายในคืนแต่งงานตามการเล่าขานกันมา ทว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น วิญญาณของหญิงสาวเฝ้ารอการกลับมาของชายอันเป็นที่รัก ขณะเดียวกันก็รอวันล้างแค้นคนที่ฆ่าเธอ วิญญาณพยาบาทของอนงค์ตามติดสัภยาและตีรณาไปทุกที่ หลายครั้งที่ชายหนุ่มเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะอนงค์เชื่อว่าเขาคือคนที่ฆ่าเธอ เขากับตีรณาต้องหาทางปกป้องตัวเองพร้อมกับค้นหาความจริงในอดีต ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นเหยื่อสังเวยความแค้นให้แก่อนงค์เสียเอง”
1

บทที่ 1 อนงค์

24/06/2022

2

บทที่ 2 อนงค์

24/06/2022

3

บทที่ 3 อนงค์

24/06/2022

4

บทที่ 4 อนงค์

24/06/2022

5

บทที่ 5 อนงค์

24/06/2022

6

บทที่ 6 อนงค์

24/06/2022

7

บทที่ 7 อนงค์

24/06/2022

8

บทที่ 8 อนงค์

24/06/2022

9

บทที่ 9 อนงค์

24/06/2022

10

บทที่ 10 อนงค์

24/06/2022

11

บทที่ 11 อนงค์

24/06/2022

12

บทที่ 12 อนงค์

24/06/2022

13

บทที่ 13 อนงค์

24/06/2022

14

บทที่ 14 อนงค์

24/06/2022

15

บทที่ 15 อนงค์

24/06/2022

16

บทที่ 16 อนงค์

24/06/2022

17

บทที่ 17 อนงค์

24/06/2022

18

บทที่ 18 อนงค์

24/06/2022

19

บทที่ 19 อนงค์

24/06/2022

20

บทที่ 20 อนงค์

24/06/2022

21

บทที่ 21 อนงค์

24/06/2022

22

บทที่ 22 อนงค์

24/06/2022

23

บทที่ 23 อนงค์

24/06/2022

24

บทที่ 24 อนงค์

24/06/2022

25

บทที่ 25 อนงค์

24/06/2022

26

บทที่ 26 อนงค์

24/06/2022

27

บทที่ 27 อนงค์

24/06/2022

28

บทที่ 28 อนงค์

24/06/2022

29

บทที่ 29 อนงค์

24/06/2022

30

บทที่ 30 อนงค์

24/06/2022

31

บทที่ 31 อนงค์

24/06/2022

32

บทที่ 32 อนงค์

24/06/2022

33

บทที่ 33 อนงค์

24/06/2022

34

บทที่ 34 อนงค์

24/06/2022

35

บทที่ 35 อนงค์

24/06/2022

36

บทที่ 36 อนงค์

24/06/2022

37

บทที่ 37 อนงค์

24/06/2022

38

บทที่ 38 อนงค์

24/06/2022

39

บทที่ 39 อนงค์

24/06/2022

40

บทที่ 40 อนงค์

24/06/2022